คู่มือแนะนำพื้นฐานสำหรับการใช้งาน MetaTrader 5

Reading time: 28 minutes

าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบการณ์โชกโชนหรือจะเป็นเพียงเทรดเดอร์มือใหม่ที่อยากทำความเข้าใจพร้อม ๆ ไปกับฝึกเทรดด้วยแพลตฟอร์มหรือโปรแกรม MetaTrader 5 ให้เชี่ยวชาญก็ตาม คู่มือสำหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 แบบละเอียดและฟรีนี่แหละที่จะบอกทุกข้อมูลรายละเอียดที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการใช้ MetaTrader 5 ในการเทรด

Ultimate MetaTrader 5 Guide

วิธีดาวน์โหลด MetaTrader 5

  1. เข้าไปที่หน้าดาวน์โหลด MetaTrader 5
  2. กรอกแบบฟอร์มสำหรับล็อกอิน
  3. การดาวน์โหลดจะเริ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
สำหรับการดาวน์โหลดโปรแกรม MetaTrader 5 นั้นจะขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังดาวน์โหลดจากคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปหรือจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งหน้าดาวน์โหลดนั้นจะแสดงเวอร์ชั่นที่ตรงกับอุปกรณ์ของคุณซึ่งมีทั้งสำหรับ Android, Apple iOS, Mac และ Windows


วิธีติดตั้ง MetaTrader 5 บน Windows

เมื่อทำการดาวน์โหลดโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะพบไฟล์ MetaTrader 5 บนแถบดาวน์โหลดด้านล่างของหน้าต่างบราวเซอร์ หรือในไดเร็กทอรีรายการไฟล์ดาวน์โหลดบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

  1. คลิกที่ไฟล์ mt5setup.exe ที่ดาวน์โหลดมา
  2. ปฏิบัติตามคำแนะนำในการติดตั้งโปรแกรมของ Windows
  3. เลือกพื้นที่ไดเร็กทอรีที่ต้องการติดตั้งโปรแกรม
  4. คลิกเสร็จสิ้น

เมื่อโปรแกรมถูกติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะสามารถคลิกที่ไอคอนของโปรแกรมที่ปรากฏบนหน้าเดสก์ท็อปและเปิดใช้งานโปรแกรม MetaTrader 5 ได้เลย

วิธีติดตั้ง MetaTrader 5 บน Mac

  1. ดาวน์โหลดโปรแกรม MetaTrader 5 สำหรับ Mac OS
  2. คัดลอกไฟล์ Admiral Markets ไปยังโฟลเดอร์ของโปรแกรม MetaTrader 5
  3. ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเริ่มการติดตั้งโปรแกรม
  4. กดยืนยันคำขอด้านความปลอดภัยและคำขอใด ๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่าง
  5. กรอกรหัสผ่าน
  6. เปิดโปรแกรม MetaTrader 5 ขึ้นมา

เมื่อโปรแกรมถูกติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะสามารถคลิกที่ไอคอนของโปรแกรมที่ปรากฏบนหน้าเดสก์ท็อปและเปิดใช้งานโปรแกรม MetaTrader 5 ได้เลย

วิธีเปิดบัญชี MetaTrader 5 เพื่อเริ่มเทรด

  1. ไปที่หน้า Trader's Room แล้วล็อกอิน
  2. เมื่อล็อกอินแล้วให้เข้าไปที่แท็บ Dashboard
  3. คลิกที่ "เปิดบัญชีจริง" หรือ "เปิดบัญชีทดลอง" กับ MetaTrader 5
  4. เงื่อนไขและข้อเสนอในการเทรดจะแตกต่างกันตามประเภทของลูกค้าว่าเป็นลูกค้ารายย่อยหรือลูกค้ามืออาชีพ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของบัญชี
  5. บัญชีต่างประเภทกันจะสามารถเข้าถึงชนิดตราสารได้ต่างกัน Trade.MT5 สำหรับ CFD จะสามารถเข้าถึงตราสารได้หลากหลายชนิด ในขณะที่ Invest.MT5 จะสามารถใช้เทรดได้เฉพาะหุ้นและ ETF เท่านั้น
  6. เลือกและติดตามดูสกุลเงินในบัญชีของคุณ

เลือกเลเวอเรจที่ต้องการใช้ ในการยืนยันการเปิดบัญชีนั้น คุณจะได้รับอีเมลเพื่อยืนยันการเปิดบัญชีซึ่งจะมีขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการยืนยันบัญชีและการใช้งานบัญชีของคุณอยู่

วิธีเพิ่มเงินเข้าไปในบัญชีเทรด MT5 ของคุณ

ในแท็บ 'Transfer' (โอน) บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets คุณจะเห็นตัวเลือกสำหรับโอนเงินจากบัญชีธนาคารไปยังบัญชีเทรดของคุณ

Add funds to trading account

เมื่อคุณได้ทำการยืนยันการเปิดบัญชีเทรด และโอนเงินเข้าไปในบัญชีแล้ว ก็เริ่มเทรดได้เลย ซึ่งคุณสามารถทำการเทรดได้ทั้งในแพลตฟอร์ม MetaTrader บนเดสก์ท็อป หรือใช้ WebTrader ในบราวเซอร์ของคุณก็ได้เช่นกัน

วิธีเชื่อมต่อกับ MetaTrader

  1. เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ขึ้นมา
  2. กดที่เมนู 'File' ที่มุมซ้ายด้านบน
  3. เลือก 'Login to Trade Account' (ล็อกอินด้วยบัญชีเทรด)
  4. กรอก ID และรหัสผ่านของบัญชี MT5 ของคุณ
  5. เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่แจ้งไว้ในอีเมลยืนยันการเปิดบัญชีที่ได้รับ
  6. คลิก OK

Log in to trade account

วิธีปิด MetaTrader 5

เมื่อต้องการปิดโปรแกรม MT5 แค่คลิกที่เมนู File แล้วเลือก 'Exit'

หากไม่ต้องการให้ MetaTrader 5 บันทึกข้อมูลล็อกอินของคุณ ให้คลิกเครื่องหมายติ๊กถูกออกจากช่อง 'Save Account Information' ที่หน้าล็อกอิน

ทำไมต้องเลือกใช้ MetaTrader 5 กับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ CFD และ Forex ที่ดีที่สุดเพียงไม่กี่รายที่ให้บริการแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 บนพีซีและ Mac OS

แค่เลือกเทรดกับ Admiral Markets คุณก็จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิเช่น

  • ค่าสเปรดต่ำสำหรับการเทรดตราสารหลักทั้งหมด: 0.6 pips สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD และ 0.8 pips สำหรับ CFD DAX30 และ CFD CAC40
  • อัตราเลเวอเรจมากถึง 1:500 สำหรับลูกค้าที่อยู่ในประเภทลูกค้ามืออาชีพซึ่งเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะ (position) สัญญาซื้อขายด้วยมูลค่ามากกว่าเงินทุนที่มีอยู่จริงถึง 500 เท่า เราขอแนะนำให้คุณทำความเข้าใจเรื่องการบริหารความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนที่จะลงทุนดังกล่าว
  • สำหรับลูกค้ารายย่อยจะมีอัตราเลเวอเรจอยู่ที่ 1:30 พร้อมกับการคุ้มครองวงเงินติดลบในบัญชี
  • เข้าถึงกราฟราคาและเครื่องมือการซื้อขายมืออาชีพแบบเรียลไทม์สำหรับทุกดัชนีได้ฟรีด้วย MetaTrader 5: Supreme Edition
  • เทรดได้ง่าย ๆ เพียงคลิกเดียวด้วย MiniTerminal ที่ทั้งรวดเร็ว ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย
  • กลุ่มบริษัทเพื่อการลงทุน Admiral Markets ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก FCA, ASIC, CySEC และ EFSA
  • ฝากและถอนเงินด้วยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและเครดิตการ์ดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • สามารถใช้กลยุทธ์เทรดได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น hedging, scalping และ Expert Advisors (EAs)

ข้อได้เปรียบของ MetaTrader 5 ที่มีมากกว่า MetaTrader 4

แม้ว่า MT4 และ MT5 ต่างก็เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกทั้งคู่ แต่ MetaTrader 5 ก็มีข้อได้เปรียบเด่น ๆ อยู่บางประการที่ MT4 ไม่มี อาทิเช่น

  1. มีรูปแบบการใช้งานที่เรียบง่ายกว่า ใช้งานง่ายกว่า และล้ำสมัยกว่า
  2. หน่วยวัดปริมาณและเวลาแบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้
  3. มีปฏิทินเศรษฐกิจติดตั้งอยู่ภายในแพลตฟอร์มเลย
  4. สามารถดูสรุปคำสั่งเทรดอัตโนมัติแบบย้อนหลังได้โดยตรงบนกราฟของดัชนี
  5. ข้อมูลย้อนหลังของตลาด (เหมือนกับสมุดรายการคำสั่ง)
  6. เมื่อเทรดกับ Admiral Markets คุณจะสามารถเข้าถึงตราสารการเงินได้มากกว่า 7,000 รายการ ซึ่งมีทั้ง CFD ของตราสารมากกว่า 3,000 รายการในบัญชี Trade.MT5 ของเรา ไปจนถึงหุ้นและ ETF ของตราสารมากกว่า 4,000 รายการในบัญชี Invest.MT5 ของเรา

MetaTrader 5 เป็นโปรแกรมที่ได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพและรูปแบบการใช้งานมาจากเวอร์ชั่น 4 ซึ่งทำให้

  1. เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้เร็วกว่าและเสถียรกว่า
  2. แพลตฟอร์ม MT5 มีความเสถียรกว่า MT4 มาก
  3. ส่งคำสั่งได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
  4. สามารถเทรดแบบ hedging ได้เพื่อประกันสถานะสัญญาซื้อขาย
  5. สามารถใช้งานได้ทั้งบนพีซี, Mac OS, iOS, Android และบราวเซอร์ที่รองรับ

MetaTrader 5 ไม่ได้แค่ใหม่กว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า MetaTrader 4 เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในขณะนี้ด้วย เนื่องจาก MT5 มีคุณสมบัติการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นอันเกิดจากการวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยนักพัฒนาจาก MetaQuotes พูดง่าย ๆ เลยก็คือเทรดเดอร์ที่ใช้ EA จะชอบใช้ MT4 มากกว่าในขณะที่เทรดเดอร์ที่ทำการซื้อขายด้วยตัวเองจะชอบใช้ MT5 มากกว่า

ถ้าคุณยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมนอกเหนือจากคู่มือแนะนำการใช้งาน MetaTrader 5 นี้ สามารถติดต่อเราผ่านทางแชทได้ทันที

เทรดด้วย MetaTrader 5 กับ Admiral Markets

Admiral Markets ให้อำนาจในการเทรดด้วย MetaTrader 5 บนเบราเซอร์ของคุณ หรือจะดาวน์โหลดทั้งแพลตฟอร์มมาติดตั้งฟรีเลยก็ได้ เข้าถึงข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ บทวิเคราะห์เชิงเทคนิค ข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญการเทรดมืออาชีพ และตราสารทางการเงินเพื่อการซื้อขายและลงทุนหลายพันรายการ เริ่มเทรดตั้งแต่วันนี้เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Trade With MetaTrader 5

วิธีเทรดด้วย MetaTrader 5

  1. เปิดหน้าต่าง 'Market Watch' จากแท็บ 'View' หรือกด Ctrl+M
  2. ดับเบิ้ลคลิกที่ประเภทของตราสารที่ต้องการเทรด
  3. กดปุ่ม 'Buy' เพื่อซื้อหรือ 'Sell' เพื่อขาย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเปิดคำสั่งซื้อขายบน MetaTrader 5 ก็คือการใช้หน้าต่าง 'Order' ในการส่งคำสั่งซื้อขายทันทีสำหรับตราสารการเงินที่ต้องการ

เมื่อกราฟของตราสารที่คุณจะเทรดถูกแสดงขึ้นบน MetaTrader 5 แล้ว คุณยังสามารถเปิดคำสั่งซื้อขายโดยการใช้คำสั่ง 'New Order' ที่อยู่บนแถบเครื่องมือด้านซ้ายบนได้อีกด้วย

เมื่อคุณเปิดคำสั่งซื้อขายใหม่ไม่ว่าจะด้วยการคลิกที่ปุ่ม 'New Order' บนแถบเครื่องมือหรือกดปุ่มลัด F9 ก็ตาม คุณก็จะสามารถใส่ขนาดของสัญญาซื้อขายที่ต้องการเทรดได้อย่างง่ายดาย

ในการเปิดการซื้อขาย คุณจะต้องใส่ขนาดของสัญญาเป็นล็อต (lot) ไปในช่องปริมาณ (Volume) จากนั้นคลิก Buy หรือ Sell โดยตัวเลือก 'Market Execution' จะเป็นการส่งคำสั่งซื้อขายทันทีใน MetaTrader 5

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ตัวเลือก 'One Click Trading' ซึ่งอยู่ในเมนูย่อยที่จะแสดงขึ้นเมื่อคลิกขวาบนกราฟใน MT5 วิธีนี้จะทำให้สามารถเปิดสถานะได้อย่างรวดเร็วซึ่งเหมาะกับกลยุทธ์การเทรดแบบเดย์เทรดและ scalping โดยพารามิเตอร์เดียวที่ใช้ในการตัดสินใจก็คือขนาดของสัญญาซื้อขายว่ามีกี่ล็อต (lot)

การส่งคำสั่งทำกำไร (take-profit) และตัดขาดทุน (stop-loss) สำหรับสถานะของคุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว เมื่อวางคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกแล้วลากเส้นขึ้นหรือลงตามทิศทางที่คุณต้องการเทรด


วิธีตั้งค่าจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรใน MT5

จุดตัดขาดทุน (stop loss) และจุดทำกำไร (take profit) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถปิดการเทรดได้แบบอัตโนมัติ การตั้งค่าจุดตัดขาดทุนจะช่วยลดการขาดทุนจากการเทรดได้ ในขณะที่จุดทำกำไรก็จะช่วยรักษากำไรที่ได้จากการเทรดเอาไว้

มีอยู่ 2 วิธีด้วยกันในการตั้งค่าจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรใน MetaTrader วิธีแรกคือเมื่อเริ่มเปิดคำสั่งซื้อขาย
ส่วนวิธีที่สองคือใส่ค่านี้ลงไปในคำสั่งซื้อขายที่เปิดไว้อยู่แล้ว

สำหรับการตั้งค่าเมื่อเริ่มเปิดคำสั่งซื้อขาย:


  1. คลิกที่ปุ่ม 'New Order' บนแถบเครื่องมือที่ด้านบนของหน้าจอ
  2. ดูที่ช่อง stop loss และช่อง take profit
  3. ใส่ค่า stop loss ซึ่งต้องต่ำกว่าราคาขายปัจจุบัน (ราคานี้จะแสดงอยู่ด้านบนปุ่ม 'ขายที่ราคาตลาด' (Sell by market))
  4. ใส่ค่า take profit ซึ่งต้องสูงกว่าราคาซื้อปัจจุบัน (ราคานี้จะแสดงอยู่ด้านบนปุ่ม 'ซื้อที่ราคาตลาด' (Buy by market))
  5. คลิกที่ 'ซื้อที่ราคาตลาด' (Buy by market)

เมื่อใส่ลงไปในคำสั่งซื้อขายที่เปิดไว้อยู่แล้ว:

  1. ในหน้าต่างที่แสดงกราฟ ให้ไฮไลต์ราคาที่มีการเปิดคำสั่งซื้อขายไว้ (เส้นประสีเขียว)
  2. ดูที่เส้นแสดงค่า stop loss (เส้นประสีแดงด้านล่างเส้นคำสั่งซื้อขายที่เปิดไว้)
  3. ดูที่เส้นแสดงค่า take profit (เส้นประสีแดงด้านบนเส้นคำสั่งซื้อขายที่เปิดไว้)
  4. ลองลากเส้น stop loss ขึ้นลงไปยังระดับต่าง ๆ
  5. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข (เป็นหน้าต่างป็อบอัพขึ้นมา) ลากเส้น stop loss ไปยังระดับที่ต้องการ

วิธีตั้งค่า Trailing Stop ใน MetaTrader 5

Trailing stop เป็นการหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคาซึ่งเมื่อกราฟราคาขยับไปตามทิศทางที่ทำกำไร จุดปิดคำสั่งก็จะถูกปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดในการเทรด การตั้งค่า Trailing Stop สามารถทำได้ง่ายโดย

  1. คลิกขวาที่เส้นกราฟในคำสั่งที่ต้องการจะตั้งค่า
  2. เลือก 'trailing stop' จากเมนูที่เปิดขึ้นมา
  3. เลือกจำนวนจุดที่ต้องการ stop loss จากนั้นคลิกยืนยัน

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้ในการตั้งค่า trailing stop ก็คือ

  1. กดปุ่ม Ctrl+T บนคีย์บอร์ดเพื่อเปิด Toolbox ขึ้นมา
  2. เลือกที่แท็บ 'Trade' แล้วคลิกขวาที่เส้นกราฟที่แสดงคำสั่งที่เปิดไว้
  3. เลือก 'Trailing Stop' จากเมนูที่แสดงขึ้นมา
  4. เลือกจำนวนจุดที่ต้องการ stop loss จากนั้นคลิกยืนยัน

Trailing stop example

อยากทำกำไรให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ใช่หรือไม่

Stop Follower นี่แหละคือเครื่องมือจำเป็นสำหรับคุณ

เครื่องมือนี้จะติดตามราคาหุ้นและดัชนีแบบเรียลไทม์และจะคงสถานะคำสั่งของคุณไว้ที่เดิมเมื่อตลาดขยับไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับที่คาดไว้

  • สำหรับสถานะซื้อ (long) เครื่องมือนี้ใน MetaTrader 5 จะเคลียร์ราคาทิ้งแล้วคงสถานะคำสั่งไว้เมื่อราคาขยับลง เมื่อราคาตกลงไปจนแตะจุด stop loss ก็จะทำการปิดคำสั่งอัตโนมัติ
  • สำหรับสถานะขาย (short) เครื่องมือนี้จะตามเทรนด์ราคาที่ตกลงและคงสถานะคำสั่งไว้เมื่อราคาเริ่มมีการขยับตัวขึ้น

คำสั่ง One-click trading ใน MetaTrader 5

คำสั่ง One-click trading เป็นเมนูที่ช่วยให้สามารถเปิดคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้โดยตรงจากกราฟ และยังมีเส้นประแสดงสถานะคำสั่งก่อนที่จะเปิดคำสั่งซื้อขายให้ดูด้วย

เมนูการใช้งานต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นเมื่อนำเคอร์เซอร์ไปวางไว้บนกราฟ คลิกซ้ายเพื่อเปิดสถานะคำสั่ง และคลิกขวาเพื่อเลือกปิดสถานะคำสั่งออกจากการซื้อขาย

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเมนูแก้ไข (Edit) ได้ด้วยซึ่งสามารถ

  • แก้ไขค่า Stop Loss ที่ตั้งไว้
  • แก้ไขค่า Take Profit ที่ตั้งไว้

และยังสามารถแก้ไขสถานะคำสั่งได้ด้วยการคลิกแล้วลากเส้นสีแดงบนกราฟในทิศทางที่ต้องการแก้ไข

สำหรับสถานะซื้อ (long):

  • ลากเส้นสีแดงลงเพื่อแก้ไขค่า Stop Loss
  • ลากเส้นสีแดงขึ้นเพื่อแก้ไขค่า Take Profit

สำหรับสถานะขาย (short):

  • ลากเส้นสีแดงลงเพื่อแก้ไขค่า Take Profit
  • ลากเส้นสีแดงขึ้นเพื่อแก้ไขค่า Stop Loss

ตัวเลือกแต่ละเมนูจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการวางคำสั่งในการเทรดของคุณได้มากยิ่งขึ้น

การตั้งค่า Template กราฟมาตรฐานสำหรับมือใหม่ใน MetaTrader 5

ต้องการกราฟที่ดูง่าย ชัดเจน ตรงประเด็นเพื่อช่วยให้วิเคราะห์ตลาดในแต่ละวันได้ง่ายขึ้นรึเปล่า เรามีวิธีการตั้งค่ากราฟให้เหมือนกับที่มืออาชีพใช้กันมาบอก

  1. ใช้พื้นหลังเป็นสีขาวเพื่อให้มองเห็นกราฟได้ชัดเจนขึ้น
  2. เลือกใช้กราฟแท่งเทียน (Japanese candlestick) สีน้ำเงินเพื่อแสดงหุ้นขาขึ้น และสีแดงเพื่อแสดงหุ้นขาลง
  3. ใช้ปลั๊กอิน Expert Advisor ใน MiniTerminal ที่อยู่ใน MetaTrader 5: Supreme Edition ซึ่งจะระบุแนวโน้ม (trend) โมเมนตัม (momentum) ความแข็งแกร่งของตลาด (market strength) ความผันผวนของตลาด (market volatility) จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้า (peak and trough) โดยยึดตามช่วงเวลาและประเภทของดัชนีหรือตราสารการเงินที่เทรด
  4. ใส่อินดิเคเตอร์ Exponential Moving Average 2 ตัว ตั้งแต่ระยะเวลา 20 ถึง 50 วัน

การใส่อินดิเคเตอร์ลงบน MetaTrader 5

ตลาด Forex มีแนวโน้มที่จะขยับไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเมื่อเจอกับสภาวะตลาดแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งรูปแบบการขยับเขยื้อนของราคาแต่ละแบบนั้นจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันไปเรื่อย ๆ อินดิเคเตอร์วิเคราะห์ตลาด Forex ที่ดีจะต้องสามารถจดจำรูปแบบการขยับเขยื้อนของราคานั้น ๆ ได้ และใช้ข้อมูลนั้นในการวิเคราะห์ทิศทางตลาดได้อย่างแม่นยำ

ขั้นตอนการใส่อินดิเคเตอร์ในแพลตฟอร์ม

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง MetaTrader 5: Supreme Edition
  2. ดาวน์โหลดอินดิเคเตอร์จากแท็บ 'Market' บนหน้าต่าง Toolbox
  3. ทำการติดตั้งอินดิเคเตอร์ด้วยตัวเองจากโฟลเดอร์อินดิเคเตอร์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ไฟล์ติดตั้ง MetaTrader 5

แพลตฟอร์ม MetaTrader 5 มีอินดิเคเตอร์ให้เลือกถึง 3 แบบซึ่งมีตัวเลือกและฟีเจอร์การใช้งานที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน เพิ่มอินดิเคเตอร์ หรือ Expert Advisors หรือจะสร้างเครื่องมือของตัวเองแล้วเพิ่มเข้าไปในแพลตฟอร์มก็ได้ คุณยังสามารถดาวน์โหลดเครื่องมือช่วยเทรดที่เขียนด้วยภาษา MQL5 มาใช้งานได้จากอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม MetaTrader 5: Supreme Edition จึงเป็นแพลตฟอร์มเทรดที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมีอินดิเคเตอร์ตัวเด่น ๆ อย่างเช่น Pivot Point, Supertrend, Heikin Ashi ฯลฯ ติดตั้งให้ในแพลตฟอร์มเลย หรือจะเพิ่มอินดิเคเตอร์อื่น ๆ อีกก็ทำได้ง่าย ๆ

ถ้าคุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ สามารถเข้าไปที่ฟอรั่ม MetaTrader 5 ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์ที่มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยอยู่ตลอดเวลา และมีการสร้างปลั๊กอินรวมถึงอินดิเคเตอร์ใหม่ ๆ อยู่ทุกวัน

วิธีบันทึก template กราฟราคาใน MetaTrader 5

คุณสามารถบันทึก template กราฟราคาใน MT5 ได้ ซึ่งข้อดีก็คือมันจะช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้ template กราฟราคาที่ใช้บ่อย ๆ รวมถึงเครื่องมือเทรดที่ชอบใช้ขึ้นมาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วทุกเมื่อที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณอยากทำการบันทึก template กราฟราคาที่เป็นคู่สกุลเงิน Forex ที่คุณชอบพร้อมกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอีก 3 ตัว คือ 3 Simple Moving Averages, MetaTrader 5 Heiken Ashi Indicator และ MT5 RSI

วิธีสร้าง template กราฟราคา MetaTrader 5 แบบนี้ทำได้โดย

  1. สร้างกราฟขึ้นมาพร้อมกับใส่อินดิเคเตอร์และปลั๊กอินที่ต้องการ
  2. คลิกที่แท็บ 'Charts' แล้วเลือก template ขึ้นมา
  3. คลิก 'Save Template'
  4. ตั้งชื่อ template ของคุณแล้วกดบันทึก

เพียง 4 ขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้คุณก็สามารถบันทึก template ของตัวเองได้แล้ว

เมื่อคุณบันทึกกราฟราคาที่ต้องการเป็น template ของตัวเองแล้ว ครั้งต่อไปคุณก็จะสามารถเปิด template กราฟราคานั้นขึ้นมาเพื่อหาระบบเทรดทั้งหมดของตัวเองรวมถึงเรียกอินดิเคเตอร์ขึ้นมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่ม template ได้ตลอดเวลา เพียงแค่

  1. คลิกที่แท็บ 'Charts'
  2. คลิกที่ 'Templates'
  3. เลือกรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของคุณที่สุด

วิธีบันทึกโปรไฟล์ใน MetaTrader 5

คุณสามารถบันทึกโปรไฟล์ต่าง ๆ ใน MT5 ได้ซึ่งข้อดีของมันก็คือทำให้คุณสามารถเข้าถึงตราสารตัวโปรดทุกประเภทได้ทันทีโดยไม่ต้องมาเสียเวลาคอยค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก

มาดูตัวอย่างสักนิดว่าโปรไฟล์นั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ลองยกตัวอย่างว่าคุณจะเข้าเทรด Forex ในตอนเช้า และเข้าเทรดหุ้นดัชนีสหรัฐฯ ในตอนบ่าย ในช่วงเช้าคุณก็แค่ทำการโหลดโปรไฟล์ Forex ของคุณ เพียงเท่านี้คู่สกุลเงินที่คุณต้องการเทรดก็จะแสดงขึ้นมา พร้อม ๆ กับอินดิเคเตอร์และกลยุทธ์เทรดที่เกี่ยวข้องที่คุณได้ใส่เอาไว้ในโปรไฟล์นั้นด้วย จากนั้นในช่วงบ่ายคุณก็ทำการโหลดโปรไฟล์หุ้นดัชนีสหรัฐฯ ของคุณ กราฟและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการเทรดก็จะแสดงขึ้นมาตามที่ได้มีการบันทึกไว้

วิธีบันทึกโปรไฟล์ใน MetaTrader 5 ทำได้โดย

  1. เลือกหลักทรัพย์หรือตราสารที่ต้องการ
  2. ใส่อินดิเคเตอร์ที่ต้องการใช้ลงในกราฟแต่ละกราฟ
  3. ไปที่แท็บ 'Files' แล้วเลือก 'Profiles'
  4. คลิก 'Save As'
  5. ตั้งชื่อโปรไฟล์ของคุณแล้วคลิกตกลงเพื่อทำการบันทึกโปรไฟล์

ระบบโปรไฟล์ใน MetaTrader 5 นั้นจะทำให้คุณสามารถบันทึกและจดจำชุดตราสารที่ชื่นชอบ รวมถึงอินดิเคเตอร์และเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละกราฟนั้น ๆ ทั้งหมดภายในไฟล์เดียวซึ่งสามารถโหลดมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย

วิธีเรียกดูรายละเอียดของกราฟใน MetaTrader 5

  1. ลากเคอร์เซอร์ของเมาส์ไปวางบนอินดิเคเตอร์ของหุ้นตัวนั้น ๆ
  2. อีกทางหนึ่งก็คือใช้เมนู 'Data Window' จากแถบเครื่องมือที่ด้านบนซ้ายของหน้าต่าง ซึ่งจะแสดงรายละเอียดทั้งหมดจากกราฟที่กำลังใช้งานอยู่ หรือจะใช้ปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดก็ได้โดยการกด Ctrl+D

ขอบเขตของข้อมูลรายละเอียดที่คุณจะได้จากกราฟหนึ่งกราฟนั้นอาจเยอะมากจนยากที่จะหาสิ่งที่คุณต้องการดูได้ ดังนั้นการทำความคุ้นเคยกับ Data Window จะช่วยให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น

ตัวอย่างประโยชน์ของ Data Window ที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

ลองยกตัวอย่างว่าคุณจะเทรด RSI และกำลังรอให้กราฟข้ามระดับ 50 ก่อนจึงจะเปิดสถานะ โดยคุณสามารถอ่านค่ากราฟเป็นตัวเลขข้อมูลได้อย่างแม่นยำใน Data Window ซึ่งง่ายกว่าการคาดเดาเอาแบบคร่าว ๆ โดยดูแค่เส้นกราฟเพียงอย่างเดียว จุดนี้นับว่ามีความสำคัญมากในการเทรดตราสารที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรวดเร็ว

วิธีตั้งค่าการแสดงหน่วยเวลาใน MetaTrader 5

หรือไม่ว่าคุณสามารถตั้งค่าหน่วยแสดงเวลาได้ด้วย

MetaTrader 5 สามารถแสดงกราฟราคาโดยใช้หน่วยเวลาได้หลายรูปแบบด้วยกัน นอกเหนือจากหน่วยเวลาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในแต่ละตราสาร

MT5 จะแตกต่างจาก MetaTrader 4 ที่สามารถใช้หน่วยเวลาได้เพียงไม่กี่แบบในแต่ละกราฟ คือ MT5 สามารถปรับแต่งหน่วยเวลาที่ต้องการใช้ได้ตามต้องการ อาทิเช่น

  1. M2 สำหรับ 2 นาที
  2. M3 สำหรับ 3 นาที
  3. M4 สำหรับ 4 นาที
  4. M5 สำหรับ 5 นาที
  5. M10 สำหรับ 10 นาที
  6. M12 สำหรับ 12 นาที
  7. M20 สำหรับ 20 นาที
  8. H2 สำหรับ 2 ชั่วโมง
  9. H3 สำหรับ 3 ชั่วโมง
  10. H6 สำหรับ 6 ชั่วโมง
  11. H8 สำหรับ 8 ชั่วโมง
  12. H12 สำหรับ 12 ชั่วโมง

การปรับแต่งหน่วยเวลานั้นสามารถทำได้โดย

  1. ใช้แถบเครื่องมือมาตรฐานที่ด้านบนขวาของแพลตฟอร์ม MT5
  2. คลิกขวาที่กราฟ แล้วไปที่ 'Timeframes' จากนั้นเลือกเปลี่ยนหน่วยเวลา

วิธีแสดงค่าสเปรดใน MetaTrader 5

ในการเทรด Forex ค่า 'สเปรด' จะหมายถึงส่วนต่างของราคาซื้อ (หรือ Bid) กับราคาขาย (หรือ Ask) ของคู่สกุลเงินหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าราคา Bid ของคู่สกุลเงิน EUR/USD คือ 1.16909 และราคา Ask คือ 1.16919 ค่าสเปรดจะเท่ากับ 1 pip แต่ถ้าราคา Bid คือ 1.6909 และราคา Ask คือ 1.6949 ค่าสเปรดจะเท่ากับ 4 pip โดยเทรดเดอร์จะสามารถทำกำไรจากการเทรด Forex ได้โดยดูจากการเคลื่อนไหวราคาของคู่สกุลเงินนั้น ๆ ซึ่งจะคิดเป็นกำไรได้ก็ต่อเมื่อราคาของคู่สกุลเงินนั้น ๆ เกินค่าสเปรดไปแล้ว

การดูค่าสเปรดทำได้โดย

  1. หาเส้น Bid และเส้น Ask บนกราฟเทรดของคุณ
  2. ในหน้าต่าง 'Market Watch' ให้หาคอลัมน์ 'Difference'

Bid Ask price

วิธีดูค่าคอมมิชชั่นใน MetaTrader 5

สำหรับบัญชีเทรด Trade.MT5 แบบสแตนดาร์ด ค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเทรด CFD จะมีเพียงค่า swap เท่านั้นซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมในการถือสถานะแบบข้ามคืนสำหรับการเทรดแบบซื้อขายภายในวันเดียว (intraday) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกแสดงขึ้นในทุก ๆ สถานะที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีนี้เทรดเดอร์ที่เทรดแบบเดย์เทรดหรือ scalping จะมีข้อได้เปรียบอยู่นิดหน่อยตรงที่ค่าสเปรดจะต่ำ แต่ถ้าคุณถือสถานะแบบซื้อขายภายในวันเดียว

การแสดงค่าธรรมเนียมเหล่านี้ในแพลตฟอร์มจะช่วยให้คุณรู้และเข้าใจค่าใช้จ่ายในการเทรดได้ดีขึ้นซึ่งจะส่งผลให้สามารถบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

การเรียกดูค่าคอมมิชชั่นและ swap ใน MetaTrader 5 ทำได้ดังนี้


  1. กดปุ่มลัดบนคีย์บอร์ด Ctrl+T เพื่อเรียกดู Toolbox ของ MT5
  2. ในแท็บ 'Trade' คุณสามารถดูสถานะที่เปิดเอาไว้ได้
  3. ในคอลัมน์ 'Exchange' คุณสามารถดูค่าคอมมิชชั่นที่เรียกเก็บจากสถานะนั้น ๆ ได้

วิธีแสดง Tick chart ใน MetaTrader 5

ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ในการเทรดอยู่แล้วและต้องการค้นหาชนิดของกราฟราคาแบบใดแบบหนึ่งที่นอกเหนือจากกราฟที่ใช้เป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น tick chart และ range chart ก็สามารถเลือกใช้ได้ใน MetaTrader 5 เช่นกัน การติดตั้ง tick chart สามารถทำได้โดย

  1. คลิกที่ปุ่มลัด 'Market Watch'
  2. คลิกที่แท็บ 'Ticks' บริเวณด้านล่าง

เมื่อคุณรู้วิธีเรียกใช้งานแล้ว ก็จะสามารถเลื่อนหน้าต่าง Market Watch ไปในทิศทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะขึ้น ลง ซ้าย หรือขวา

วิธีแสดง Range chart ใน MetaTrader 5

  1. เพิ่มอินดิเคเตอร์ Admiral MiniChart เข้าไปในกราฟเทรดของคุณ
  2. ไปที่ 'Input Settings'
  3. หาเมนูตัวเลือก timeframe/type ของกราฟ
  4. เลือกช่วงราคาของกราฟได้ตั้งแต่ Standard ไปจนถึง Stacked
  5. ใส่ขนาดของระยะกราฟแท่งเทียน
  6. คลิกตกลง

ตัวอย่างตัวเลือกของระยะกราฟแท่งเทียน

  • ถ้าคุณเลือก 10 ระยะกราฟแท่งเทียนใหม่จะถูกสร้างขึ้นทุกครั้งที่กราฟมีการขยับไป 10 จุด
  • ถ้าคุณเลือก 3 ระยะกราฟแท่งเที่ยนใหม่จะถูกสร้างขึ้นทุกครั้งที่กราฟมีการขยับไป 3 จุด

ตัวเลือกการใช้งานนี้จะมีให้เฉพาะใน MetaTrader 5: Supreme Edition เท่านั้น!

วิธีแสดง Renko chart ใน MetaTrader 5

กราฟราคาตามปกติแล้วจะแสดงระดับราคาที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามช่วงระยะเวลา แต่สำหรับ Renko chart นั้นจะเน้นที่ราคาเพียงอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับช่วงเวลา คือจะแสดงเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อมีการเคลื่อนตัวของราคาในระดับหนึ่ง โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ไม่ได้มีการเคลื่อนตัวถึงระดับดังกล่าวจะไม่ถูกแสดงขึ้นมา ซึ่งการคัดเอาการเปลี่ยนแปลงของราคาเพียงเล็กน้อยออกไปจะทำให้คุณสามารถโฟกัสอยู่เพียงที่ระดับราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่านั้น

  1. เพิ่มอินดิเคเตอร์ Admiral MiniChart เข้าไปในกราฟเทรดของคุณ
  2. ไปที่ 'Input Settings'
  3. หาเมนูตัวเลือก timeframe/type ของกราฟ
  4. เลือกกราฟ Renko แล้วทำการเลือกระหว่าง Renko (Standard) กับ Renko (With Tails)
  5. ใส่ขนาดของกราฟแท่งเทียน Renko/Range/Kagi
  6. คลิกตกลง

ตัวอย่าง

  • ถ้าคุณเลือก 10 แท่งเทียน Renko ใหม่จะถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการขยับของราคาขึ้นหรือลง 10 จุด
  • ถ้าคุณเลือก 3 แท่งเทียน Renko ใหม่จะถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการขยับของราคาขึ้นหรือลง 3 จุด

และตัวเลือกการใช้งานนี้จะมีให้เฉพาะใน MetaTrader 5: Supreme Edition เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมอัพเกรดโปรแกรมเทรดของคุณวันนี้

วิธีดูรายการหลักทรัพย์ทั้งหมดใน MetaTrader 5

คุณสามารถเลือกดูรายการหลักทรัพย์ทั้งหมดใน MT5 ได้ในหน้าต่าง Market Watch ซึ่งอยู่ทางด้านบนซ้ายของแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

  1. คลิกที่ปุ่มลัด 'Market Watch' ที่ด้านบนซ้ายของหน้าต่าง MetaTrader (หรือปุ่มลัดบนคีย์บอร์ด Ctrl+M)
  2. เลื่อนดูรายการหลักทรัพย์ที่ให้บริการในบัญชี Admiral Markets ของคุณ
  3. หากไม่พบตราสารใดปรากฏอยู่ในรายการ ก็สามารถเพิ่มตราสารนั้นเข้าไปในรายการได้

View all assets MT5

แหล่งที่มา: MetaTrader 5

มี CFD ของตราสารประเภทใดบ้างที่ให้บริการใน MetaTrader 5

คุณสามารถเทรดตราสารดังต่อไปนี้ด้วยบัญชีเทรด Trade.MT5

  • Forex (เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) ในคู่สกุลเงินต่าง ๆ ถึง 37 คู่
  • CFD ของหุ้นดัชนี 26 รายการ (เช่น DAX30, CAC40, DJI30)
  • CFD ของสินค้าโภคภัณฑ์ 15 รายการ (เช่น ทองคำ, น้ำมัน)
  • CFD ของตราสารทุนมากกว่า 3,000 รายการ (เช่น Total S.A, BNP Paribas, Facebook)
  • CFD ETFx (exchange-traded funds) - 300+
  • CFD ของคริปโตเคอเรนซี่ 32 ชนิด (เช่น Bitcoin, Ripple, Monero)
  • CFD ของพันธบัตร (เช่น T Note, Bund)

การเลือกดู CFD ของตราสารที่ต้องการใน MetaTrader 5 ทำได้ดังนี้

  • คลิกขวาที่หน้าต่าง 'Market Watch'
  • เลือกแท็บ 'Symbols'

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการเรียกดูและเลือกรายการตราสารที่คุณสามารถเทรดได้ด้วยบัญชีเทรด MetaTrader 5 ที่คุณต้องทำก็คือหาตราสารที่คุณต้องการแล้วดับเบิ้ลคลิกที่ตราสารนั้น

ยกตัวอย่างเช่นคุณต้องการเลือก DAX30 จาก 'Cash Indices 1' เพื่อเพิ่มเข้าไปในรายการตราสารของคุณ ที่ต้องทำก็คือเปิดกราฟเทรดขึ้นมา จากนั้นคลิกแล้วลากตราสารนั้นเข้าไปในหน้าต่างเทรด หรือคลิกขวาแล้วเลือก 'Open Chart' ก็ได้

ถ้าคุณหา CFD ของ DAX30 ไม่เจอ ให้คลิกขวาแล้วเลือก 'Show All' วิธีนี้จะทำให้คุณมองเห็นรายการตราสารทุกประเภทที่คุณสามารถเทรดได้ในหน้าต่างเดียว

วิธีวิเคราะห์กราฟคริปโตเคอเรนซี่ใน MetaTrader 5

  1. เลือกกรอบเวลาที่จะแสดงในกราฟ (ตั้งแต่รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายชั่วโมง และต่อไปเรื่อย ๆ)
  2. ประเมินการเคลื่อนที่ของราคาในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อมองหาเทรนด์
  3. หาระดับแนวรับและแนวต้านโดยใช้อินดิเคเตอร์ Point Pivot

สามารถวิเคราะห์และเทรดคริปโตเคอเรนซี่ด้วย MetaTrader 5 อาทิเช่น

  • Bitcoin
  • Ether
  • Litecoin
  • Ripple
  • Bitcoin Cash

ลงทุนกับ Admiral Markets

ก่อนที่เราจะลงลึกไปอีก ถ้าคุณสนใจที่จะเปิดพอร์ตการลงทุน Admiral Markets มีบัญชีลงทุนที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ ให้คุณได้เทรดใน 15 ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเลือกเทรดหุ้นและ ETF เป็นพัน ๆ รายการ อย่ารีรอแล้วเริ่มเส้นทางการเทรดของคุณเลยตั้งแต่วันนี้ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Invest in Stocks & ETFs

วิธีลงทุนในหุ้นด้วย MetaTrader 5

ตอนนี้คุณไม่เพียงแต่สามารถดูและวิเคราะห์หุ้นได้ด้วย MetaTrader 5 เท่านั้น แต่ยังสามารถเทรดได้ด้วยเช่นกัน

เพียงแค่มีบัญชี Invest.MT5 คุณก็สามารถลงทุนหุ้นระยะยาว ด้วยค่าธรรมเนียมหุ้นสหรัฐฯ เริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์ต่อออเดอร์ รวมทั้งยังเข้าถึงหุ้นได้มากกว่า 4,000 รายการและ ETF 200 รายการโดยไม่มี CFD

รายการตราสารทางการเงินที่มีให้บริการบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ซึ่งรวมถึงข้อเสนอใหม่ที่ให้บริการเทรดหุ้นเด่น ๆ จาก 15 ตลาดหุ้นชั้นนำของโลก อาทิเช่น

  • ฝรั่งเศส (Euronext)
  • เยอรมนี (Xetra)
  • เนเธอร์แลนด์ (Euronext)
  • สเปน (BME)
  • สวีเดน (NASDAQ)
  • สวิตเซอร์แลนด์ (SWX)
  • สหราชอาณาจักร (LSE)
  • สหรัฐอเมริกา (AMEX, NASDAQ et NYSE)

เมื่อรวมเข้ากับตราสารที่กล่าวไว้ข้างต้นทำให้ข้อเสนอของเราเป็นข้อเสนอที่มีความหลากหลายที่สุดจากเหล่าโบรกเกอร์ออนไลน์ทั้งหมด และด้วยแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 เรายังเสนอเงื่อนไขการเทรดที่ได้เปรียบที่สุดให้กับเทรดเดอร์และนักลงทุนอีกด้วย

สำหรับการลงทุนใน ETF กับ Invest.MT5 ก่อนอื่นคุณต้องลงชื่อเข้าใช้ใน MetaTrader โดยใช้หมายเลขบัญชีเทรดจริงและรหัสผ่านของคุณ (ซึ่งจะมีให้ใน Trader's Room)

เมื่อลงชื่อเข้าใช้ในบัญชีนักลงทุนของคุณแล้ว จากนั้นให้

  1. เปิดหน้าต่าง 'Market Watch' ขึ้นมา
  2. ดับเบิ้ลคลิกที่บริษัทที่ต้องการ
  3. กดปุ่ม 'Buy'

ต่อไปนี้เป็นข้อตกลงเมื่อลงทุนในหุ้นกับ Admiral Markets ด้วย MetaTrader 5

  • อัตราหลักประกัน 1:1
  • คอมมิชชั่น (โดยการซื้อขายฝ่ายเดียว):
    • สหภาพยุโรป - ตั้งแต่ 0.12% ขั้นต่ำ 5.0 EUR
    • สหราชอาณาจักร - GBP 8.0 สำหรับตราสารทุน, 0.07% สำหรับ ETF และขั้นต่ำ GBP 8.0 สำหรับทั้งสองอย่าง
    • สหรัฐอเมริกา - ตั้งแต่ 0.01 USD ขั้นต่ก 1.0 USD
  • เงินปันผล: 100% (จ่ายแล้ว)
  • การเก็บภาษี:
    • สหราชอาณาจักร - Stamp Duty Reserve Tax (SDRT): 0.5%;
    • ฝรั่งเศส – ภาษีเรียกเก็บจากการทำธุรกรรมทางการเงิน: 0.3% ซึ่งจะเรียกเก็บจากการทำธุรกรรมบางประเภท
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: ไม่มี

โปรดทราบว่าการเก็บภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ใน MetaTrader 5 จะมีให้บริการข้อมูลหุ้นแบบเรียลไทม์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับบัญชีเทรดจริง สำหรับบัญชีทดลองนั้นข้อมูลจะดีเลย์ 15 นาที

คู่มือแนะนำ Backtesting ใน MetaTrader 5

มีหลายวิธีในการทดสอบข้อมูลย้อนหลังที่สามารถทำได้ใน MetaTrader 5 เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของกลยุทธ์เทรด ดังนี้

  • ทำด้วยตัวเอง:
    • เมื่อหาตราสารและกลยุทธ์ที่ต้องการใช้ได้แล้ว คุณสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังของการเคลื่อนไหวของราคาได้
    • ปุ่ม F12 จะช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งกราฟแท่งเทียนแต่ละแท่งแบบขั้นสูงได้เพื่อเข้าดูการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น
  • ใช้ Expert Advisor:

เมื่อติดตั้ง Expert Advisor แล้ว คุณก็จะสามารถเลือก backtesting หลาย ๆ แบบที่ติดตั้งมาให้มาใช้งานในกรอบเวลาต่าง ๆ เพื่อประเมินกลยุทธ์เทรด

ปลั๊กอิน MQL5 Strategy Tester ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและแสดงผลได้แบบละเอียดขั้นสูงและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เครื่องมือนี้จะทำการวิเคราะห์เชิงสถิติซึ่งมีความละเอียดแต่ก็ยังใช้งานง่าย

สำหรับเทรดเดอร์ที่เขียนโปรแกรมเองได้ MQL5 จะล้ำหน้ากว่า MQL4 ดังนี้

  • เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น
  • ประสิทธิภาพแรงและเร็วขึ้น
  • ใช้พื้นที่ในการประมวลผลบน CPU น้อยลง
  • การทดสอบและหาค่าเหมาะสมที่เร็วที่สุด

MQL5 Strategy Tester

วิธีทดสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างรวดเร็วด้วย MT5 Strategy Tester

  1. เปิด MT5 Strategy Tester ขึ้นมา
  2. เลือกอินดิเคเตอร์หรือ EA (Expert Advisor) ที่ต้องการทดสอบ
  3. เลือกกรอบเวลาที่ต้องการทดสอบข้อมูลย้อนหลัง
  4. เลือกตราสารที่ต้องการทดสอบข้อมูลย้อนหลัง
  5. เลือกวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดของการทดสอบ
  6. เลือกโหมดในการทดสอบ
  7. กรอกจำนวนเริ่มต้นและค่าเลเวอเรจที่ต้องการ
  8. เปิดหรือปิดโหมด Visual

คุณสามารถเลือกที่จะทำการทดสอบในโหมด Visual ได้ด้วยหากต้องการที่จะดูสถานะที่ถูกจัดการโดย EA บนกราฟในขณะที่ทำการทดสอบ

วิธีใช้ MetaTrader 5 บน Android

  1. ดาวน์โหลดแอพ MT5 จาก Google Play
  2. เปิดแอพขึ้นมาแล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยข้อมูลบัญชี Trade.MT5 หรือ Invest.MT5
  3. คลิกที่ไอคอน + ซึ่งอยู่ด้านบนขวาของแอพ MT5
  4. เลือกตราสารที่ต้องการ
  5. เลือกขนาดล็อต
  6. ตั้งค่าหยุดขาดทุน (ไม่ทำก็ได้) โดยเลือกจุดหยุดขาดทุนที่ต้องการ
  7. ตั้งค่าทำกำไร (ไม่ทำก็ได้) โดยเลือกจุดทำกำไรที่ต้องการ
  8. กด 'Sell by Market' สำหรับ short position
  9. กด 'Buy by Market' สำหรับ long position

ในการเปิดสถานะในตลาด คุณต้องกรอกตัวเลือกต่าง ๆ เหล่านี้แล้วคลิกเลือก 'Sell' หรือ 'Buy' ซึ่งวิธีการใช้งานที่ง่ายและเข้าใจได้ไม่ยากนี้แหละที่ทำให้ MetaTrader 5 เป็นแอพอันดับหนึ่งสำหรับการเทรดบนมือถือ

วิธีใช้ MetaTrader 5 บน iPhone

  1. ดาวน์โหลดแอพ MT5 จาก App Store
  2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วยข้อมูลบัญชี Trade.MT5 หรือ Invest.MT5
  3. คลิกที่ไอคอน + ซึ่งอยู่ด้านบนขวาของแอพ MT5
  4. เลือกตราสารที่ต้องการเทรดจากเมนูย่อย
  5. เลือกขนาดล็อต
  6. ตั้งค่าหยุดขาดทุน (ไม่ทำก็ได้)
  7. ตั้งค่าทำกำไร (ไม่ทำก็ได้)
  8. กด 'Sell by Market' สำหรับ short position
  9. กด 'Buy by Market' สำหรับ long position

ในการเปิดสถานะในตลาด คุณต้องกรอกตัวเลือกต่าง ๆ เหล่านี้แล้วคลิกเลือก 'Sell' หรือ 'Buy'

MetaTrader 5 WebTrader

WebTrader คือ MetaTrader บนเว็บบราวเซอร์ซึ่งให้คุณเทรดได้เลยโดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ใด ๆ มาติดตั้ง

ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องเดินทางหรือไม่มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำการติดตั้งแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ตัวเต็มลงไปในเครื่องได้

WebTrader MT5 ให้คุณสามารถเทรดจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

คุณยังสามารถเทรดจากบราวเซอร์บนสมาร์ทโฟนของคุณได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอพมาติดตั้งทำให้ไม่กินพื้นที่อันมีค่าบนโทรศัพท์มือถือของคุณ

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ลงทุนกับ Admiral Markets

Admiral Markets ให้เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถเทรดด้วย MetaTrader 5 เวอร์ชั่นอัพเกรดที่ปรับแต่งได้ ซึ่งจะเปิดประสบการณ์การเทรดในขั้นสูงและคุ้มค่ายิ่งขึ้น คุณจะได้รับประโยชน์มากมาย อาทิเช่น Market Heat Map ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบคู่สกุลเงินต่าง ๆ เพื่อตัดสินใจว่าคู่สกุลเงินไหนที่น่าจะให้กำไร สามารถเข้าถึงข้อมูลเทรดได้แบบเรียบไทม์ และอื่น ๆ อีกมากมาย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด MT5 Supreme Edition ฟรี!

Trade With MetaTrader 5 Supreme Edition

คำสงวนสิทธิ์: เนื้อหาในบทความนี้ไม่ใช่และและไม่ควรถือเป็นการแทนคำปรึกษาด้านการลงทุน คำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อเสนอหรือคำชักชวนในการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวกับตราสารทางการเงินทั้งสิ้น โปรดทราบว่าบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการเทรดดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงสภาวะของตลาดในปัจจุบันหรือในอนาคต เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ คุณควรขอคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ