3 ตัวท็อปนักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

Reading time: 13 minutes

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่เพิ่งจะหัดเทรด Forex หรือจะเป็นเทรดเดอร์ที่มากประสบการณ์ในตลาดเงินตราต่างประเทศก็ตาม ต่างก็มีความปรารถนาอย่างเดียวกัน นั่นก็คือ ประสบความสำเร็จในการเทรดตลาด Forex นั่นเอง บทความนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวของนักเทรด Forex มืออาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในการเทรด พร้อมแนะนำเคล็ดลับดี ๆ ในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ

เทรด Forex

ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการเทรดเหมือนเทรดเดอร์ Forex ระดับโลก

ทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณพัฒนาการเทรดของคุณให้ดีขึ้นได้ก็คือการเรียนรู้จากคนอื่น ๆ เป็นตัวอย่าง และจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือมองหาว่าใครคือนักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จบ้าง แล้วพวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเพื่อดูว่าแต่ละคนมีสิ่งใดที่เหมือนกันบ้างที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จเช่นนั้น และได้เรียนรู้ว่าพวกเข้าเหล่านั้นมีจุดแข็งอะไรบ้างที่ทำให้เทรดได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ

คุณอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับตัวเลขทางสถิติที่แสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์ที่ร่ำรวยจากการเทรด Forex มีสัดส่วนน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับเทรดเดอร์ที่เทรดแล้วล้มเหลว แต่ก็ไม่ควรเชื่อข้อมูลนี้ไปเสียทั้งหมดทีเดียว ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน เหตุผลหนึ่งก็คือข้อมูลเชิงปริมาณหรือ Hard Data นำมาใช้เป็นตัวตัดสินไม่ได้ในกรณีนี้เพราะรูปแบบตลาด Forex เป็นแบบกระจายตัวและมีการซื้อขายนอกตลาดด้วย อย่างไรก็ดีคุณยังสามารถพัฒนาการเทรดของคุณให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ด้วยตัวช่วยอย่างเอกสารความรู้และกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่สามารถหาได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต

นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรสอนเทรดออนไลน์สำหรับเทรดเดอร์ด้วย ที่ Admiral Markets เรามีหลักสูตรสอนเทรดออนไลน์ 'Forex 101' สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ ซึ่งให้คุณได้เรียนรู้วิธีการเทรด Forex ใน 9 บทเรียน คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อลงทะเบียนฟรีได้เลย

Forex 101 หลักสูตรสอนเทรด Forex

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเราจะเห็นปริมาณเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จและเทรดเดอร์ที่เทรดแล้วล้มเหลวในรูปแบบของกราฟเส้นโค้งรูประฆัง แสดงให้เห็นว่า

  • มีเทรดเดอร์ Forex ที่เทรดแล้วล้มเหลวอยู่น้อยมาก ๆ
  • มีเทรดเดอร์ Forex ที่เทรดแล้วล้มเหลวอยู่บ้างอยู่เป็นจำนวนมาก
  • มีเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จอยู่บ้างอยู่เป็นจำนวนมาก
  • มีเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากอยู่น้อยมาก ๆ

ข้อมูลดังกล่าวที่มาจากบริษัท Forex และ CFD (แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนนิดเดียวของตลาด Forex ทั้งโลกที่ใหญ่มาก) นี้บ่งบอกว่ามีโอกาสน้อยมากที่คนเราจะประสบความสำเร็จและร่ำรวยอย่างมากจากการเทรด คนส่วนใหญ่มักจะหยุดเทรดเมื่อเริ่มขาดทุนมากกว่าที่ตนเองจะรับได้ ในขณะที่คนที่เทรดได้กำไรมาก ๆ ก็จะยังคงดำเนินการเทรดต่อไป ทำให้จำนวนเทรดเดอร์ที่เทรดล้มเหลวมีมากกว่าจำนวนเทรดเดอร์ที่เทรดทำกำไรได้เพียงเล็กน้อย อันเป็นผลมาจากค่าสเปรดที่เกิดขึ้นระหว่างเทรดในตลาดนั่นเอง จึงอาจสรุปได้ว่าสัดส่วนของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีน้อยเท่าใดเลยเมื่อเทียบกับเทรดเดอร์ที่เทรดล้มเหลว

มีการอ้างว่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนั้นเป็นพวกที่ฉลาดหรือเก่งกว่าคนอื่น ๆ แต่เมื่อลองมาสังเกตุกลุ่มเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่ประสบความสำเร็จในการเทรดอย่างมากแล้ว จะเห็นว่าพวกเขามีบางสิ่งที่เหมือนกันอยู่ ได้แก่

  • วินัย - สามารถบอกได้ทันทีเมื่อเทรดใด ๆ เริ่มไปในทิศทางตรงกันข้ามกับตน จึงจำกัดการสูญเสียให้น้อยลงได้
  • การควบคุมความเสี่ยง - มีความเข้าใจในเรื่องของความเสี่ยง/ผลตอบแทนจากการเทรดเป็นอย่างดี
  • ความกล้า - กล้าที่จะแตกต่างจากคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ เกือบตลอดเวลา
  • ไหวพริบ - มองออกว่าเทรนด์ตลาดเกิดขึ้นมาอย่างไรจากตรงไหน
คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถเทรดทำกำไรได้มากและสม่ำเสมอ งั้นอย่าเสียเวลาไปกว่านี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเทรดเดอร์มืออาชีพคนไหนที่แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเหล่านี้บ้าง


นักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

George Soros

เริ่มด้วยเรื่องราวความสำเร็จในการเทรด Forex ของหนึ่งในเทรดเดอร์ระดับตำนานของวงการอย่าง George Soros หากมีใครถามว่า "ใครคือเทรดเดอร์ Forex ที่เก่งที่สุด" ชื่อ 'Soros' น่าจะปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน โดย Soros เป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเขาได้รับสมญานามนี้มาจากการเป็นผู้จัดการด้านการเงินในตำนานที่สามารถทำกำไรได้มากถึงกว่า 1 พันล้านปอนด์จากการเทรดด้วยสถานะ short เงินปอนด์สเตอร์ลิง โดยเขาได้ทำการเทรดก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤติเงินปอนด์ 'Black Wednesday' ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1992

ในขณะนั้น สหราชอาณาจักรยังอยู่ในระบบ Exchange Rate Mechanism (ERM) ซึ่งกลไกดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงเมื่อเงินปอนด์ต่อเงินมาร์คเยอรมัน (Deutsche Mark) อ่อนค่าเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ จากกรณีนี้ Soros สามารถคาดการณ์ว่าจากสถานการณ์หลาย ๆ อย่าง ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากของสหราชอาณาจักร และการเข้าร่วม ERM ของสหราชอาณาจักรในอัตราที่ไม่ให้ประโยชน์กับประเทศ ทำให้ Bank of England (BoE) หรือธนาคารแห่งประเทศอังกฤษมีความไม่มั่นคง

ข้อตกลงของสหราชอาณาจักรที่จะคงมูลค่าเงินปอนด์ต่อเงินมาร์คเยอรมันทำให้เกิดการแทรกแซงตลาดทั้งในรูปแบบของการช้อนซื้อเงินปอนด์สเตอร์ลิงหรือปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเมื่อเงินปอนด์อ่อนค่า หรือทำทั้งสองอย่าง เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เราต่างก็รู้กันว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมทั้งหมดพังตามกันไปเป็นแถบ ๆ เพราะมันไปขัดขวางทำให้คนไม่กล้าลงทุน ทั้ง ๆ ที่ควรจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเสียมากกว่า นักเศรษฐศาสตร์แห่ง BoE กล่าวว่าระดับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมในขณะนั้นควรจะต่ำกว่านั้นมาก ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไปก็เป็นเพราะความต้องการที่จะคงมูลค่าของเงินปอนด์ไว้ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ ERM โดยในตอนนั้นมีการแก้ปัญหาด้วยการช้อนซื้อเงินปอนด์สเตอร์ลิงเพื่อคงมูลค่าของสกุลเงินเอาไว้

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดวิกฤติเงินปอนด์ 'Black Wednesday' Soros ได้ใช้เงินจาก Quantum Fund ของตนเปิดสถานะ short เงินปอนด์สเตอร์ลิงขนาดใหญ่ และในคืนก่อนหน้าวันที่จะเกิดวิกฤติเงินปอนด์ Black Friday ประธานธนาคาร German Bundesbank ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าสกุลเงินบางสกุลเงินจะอ่อนค่าลง

เทรดกับ Admiral Markets

รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถเทรด Forex, หุ้น, ETF และ CFD ดัชนี, โลหะมีค่า, คริปโตเคอเรนซี่, พันธบัตร และตราสารอื่น ๆ ได้กับ Admiral Markets ใช่แล้ว มาเทรดในตลาดมากกว่า 3,000 รายการ พร้อมด้วยข่าวตลาดและการวิเคราะห์ล่าสุดจาก Dow Jones และ Trading Central และอื่น ๆ อีกมากมาย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเทรดกับเราวันนี้

เทรด Forex & CFD

และนี่ก็ทำให้ Soros ตัดสินใจเพิ่มขนาดสถานะของเขาให้มากขึ้นไปอีกหลายเท่า เมื่อ BoE เริ่มช้อนซื้อเงินปอนด์เป็นพันล้านปอนด์ในเช้าวัน Black Wednesday ก็พบว่ามันไม่ได้ทำให้ราคาเงินปอนด์ขยับเลยสักนิด อันเป็นผลมาจากการเทขายเงินปอนด์ในตลาดอย่างมากมายของนักเก็งกำไรที่ต้องการเดินตาม Soros นั่นเอง

หนทางสุดท้ายที่จะเพิ่มมูลค่าเงินปอนด์ซึ่งตกลงไปถึง 15% จึงไม่เป็นผล และเมื่ออังกฤษประกาศถอนตัวออกจาก ERM และมีการประกาศลอยตัวค่าเงินปอนด์ ก็ทำให้สกุลเงินปอนด์ต่อเงินมาร์คเยอรมันเด้งกลับมาแข็งค่าขึ้น 15% และเงินปอนด์ต่อเงินดอลลาร์สหรัฐเด้งกลับมาแข็งค่าขึ้น 25% ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Quantum Fund ของ Soros ทำกำไรได้เป็นหลายพันล้านดอลลาร์ และ Soros ก็ถูกยกให้เป็น 'ผู้ที่ทำลายธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ' หากให้กล่าวถึงเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในระดับตำนานคนหนึ่ง รับรองว่า Soros จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน

อยากรู้ไหมว่าทีเด็ดของเขาคืออะไร

แม้ว่าสถานะ short เงินปอนด์ของ Soros ที่เปิดไว้จะใหญ่มาก แต่ความเสี่ยงในการเทรดนี้มีน้อยมาก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเทรด เริ่มมีแนวโน้มแล้วว่าเงินปอนด์ไม่น่าจะแข็งค่าขึ้นได้ ซึ่งเห็นได้จากการที่รัฐบาลอังกฤษพยายามเข้ามาแทรกแซงด้วยการค้ำเงินปอนด์อยู่หลาย ๆ ครั้ง และถึงแม้ว่าเทรดนี้จะไม่เป็นไปในทิศทางที่เขาคาดไว้ และอังกฤษยังคงสถานะอยู่ใน ERM ยังไงก็ไม่สามารถคงค่าเงินปอนด์ไว้ได้อยู่ดี และส่งผลให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นอย่างมากในที่สุด

ในที่นี้เราจะเห็นได้ว่า Soros ให้ความสำคัญในเรื่องของความเสี่ยง/ผลตอบแทนเป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่ทำให้เขามีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ในฐานะเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง แทนที่จะเทรดไปตามทฤษฎีด้านเศรษฐกิจที่ว่าไม่ว่าอย่างไรราคาก็จะปรับตัวไปตามทฤษฎีดุลยภาพ แต่ Soros กลับใช้ทฤษฎีสะท้อนกลับมาช่วยในการตัดสินทิศทางของตลาด

ทฤษฎีนี้อ้างว่าจะมีกลไกสะท้อนกลับระหว่างความรู้สึกของผู้ทำกิจกรรมในตลาดและเหตุการณ์ในตลาด หรือจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือ ความคิดเห็นหรือความรู้สึกของผู้ทำกิจกรรมในตลาดจะเป็นตัวขับเคลื่อนราคาตลาด และราคาตลาดก็จะกลับไปกระตุ้นความคิดเห็นของผู้ทำกิจกรรมในตลาดอีกทีหนึ่ง จะเห็นได้ว่าแนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการขายชอร์ตเงินปอนด์สเตอร์ลิงคราวนั้นด้วย คือการอ่อนค่าของเงินปอนด์เกิดขึ้นก็เมื่อมีนักเก็งกำไรจำนวนมากเชื่อว่าธนาคารแห่งอังกฤษ (BoE) ไม่สามารถปกป้องค่าเงินของตนได้อีกต่อไปแล้ว

เขาเคยกล่าวกับ Wall Street Journal ไว้ว่า "ผมร่ำรวยได้อย่างนี้ก็เพราะรู้ตัวดีว่าเมื่อไหร่ที่ทำผิดพลาด" คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเขาที่จะหยุดการเทรดถ้ามันไม่ได้ผล และการวินัยอย่างเคร่งครัดซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มี George Soros ถือเป็นอันดับ 1 ในรายชื่อ 'นักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด' ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และถือเป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลกจากการเทรดระยะสั้นด้วย

Stanley Druckenmiller

George Soros ถือเป็นเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และความสำเร็จของเขายังส่งต่อไปยังเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนต่อไปด้วย นั่นก็คือ Stanley Druckenmiller นั่นเอง ซึ่งเขายกให้ George Soros เป็นเหมือนกับอาจารย์ของเขาเลยทีเดียว อันที่จริงแล้ว Druckenmiller ทำงานร่วมกับ Soros ใน Quantum Fund นานมากกว่าหนึ่งทศวรรษ แต่เขาก็สร้างชื่อเสียงในฐานะเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จมากด้วยตัวเอง โดยสามารถทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนของตนเองที่เรียกว่า Duquesne Capital และยังถูกยกให้เป็นเทรดเดอร์แบบเดย์เทรดที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่งด้วย

Druckenmiller สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ด้วยกองทุน Duquesne ของตนก่อนที่เขาจะเกษียณในที่สุด โดยมูลค่ารวมสุทธิของ Druckenmiller อยู่ที่มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเขาได้กล่าวว่าหลักการเทรดเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวของเขานั้นก็คือการกันเงินทุนเอาไว้ แล้วเข้าทำกำไรด้วยเงินจำนวนมากเมื่อผลการเทรดไปได้ดี วิธีการนี้ไม่ได้ดูว่าคาดการณ์ตลาดถูกหรือผิดเลย

แต่จะไปเน้นตรงที่ปริมาณเงินทุนที่จะเพิ่มเข้าไปในเทรดเพื่อทำกำไรให้ได้มากที่สุดเมื่อคุณกำลังเทรดไปในทิศทางที่ทำกำไร และลดปริมาณเงินลงทุนในเทรดให้น้อยลงเมื่อเห็นว่าไม่ทำกำไรเพื่อจำกัดการสูญเสียให้น้อยที่สุด Druckenmiller เคยบอกไว้ในบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังสือ 'The New Market Wizards' ว่า "มีรองเท้าหลายคู่ให้เลือกใส่อยู่บนชั้นวางรองเท้า จงเลือกใส่เฉพาะคู่ที่พอดีกับเราเท่านั้น"

Bill Lipschutz

น่าแปลกที่ Bill Lipschutz สามารถทำกำไรได้หลายร้อยล้านดอลลาร์จากการเทรด Forex กับบริษัท Salomon Brothers ในปี 1980s แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ด้านการเทรดเงินตราต่างประเทศเลย Lipschutz ถูกขนานนามว่าเป็นสุลต่านแห่งการเทรดสกุลเงิน โดยเขาได้บรรยายตลาด Forex ว่าเป็นตลาดที่มีจิตวิทยาอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก เขาก็เหมือนกับเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ ที่เชื่อว่าความคิดเห็นของผู้ทำกิจกรรมในตลาดเป็นตัวกำหนดรูปแบบราคาพอ ๆ กับปัจจัยพื้นฐาน

Lipschutz ยังเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ Druckenmiller ที่ว่าเมื่อคุณจะเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จ มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเทรดถูกทางหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเทรดผิดสวนทางกับตลาดอยู่บ่อยครั้ง แต่ให้ไปโฟกัสตรงจุดที่ว่าเมื่อคุณเทรดถูกทางแล้ว จะทำอย่างไรให้ได้กำไรสัก 20-30%

หลักการสำคัญของ Lipschutz ได้แก่

  • ไม่ว่าจะใช้แนวทางการเทรดใด ๆ จะต้องมีการวิเคราะห์อย่างสมเหตุสมผลก่อนที่จะวางคำสั่งเทรด
  • เปิดสถานะเมื่อตลาดดำเนินไปในทิศทางที่ต้องการเทรดและออกจากตลาดเมื่อไม่ได้ผล
  • ค่อย ๆ ถอนการลงทุนเมื่อเห็นสัญญาณด้านปัจจัยพื้นฐานและเห็นว่าพฤติกรรมราคาเริ่มจะเปลี่ยนแปลง
  • ต้องเฝ้าติดตามตลาดอยู่เสมอ
  • ตลาด Forex เป็นตลาดที่เปิดทำการ 24 ชั่งโมง และไม่หยุดทำการแม้คุณจะเข้านอนไปแล้วก็ตาม

Lipschutz ยังเน้นด้วยว่าจะต้องมีการบริหารความเสี่ยง โดยกล่าวว่าควรกำหนดขนาดการเทรดให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ถูกปิดสถานะโดยอัตโนมัติ

เทรดเดอร์ Forex ระดับโลกคนอื่น ๆ ที่ควรถูกกล่าวถึง

Andrew Kreiger

รายชื่อนักเทรด Forex ระดับโลกที่เก่งที่สุดจะไม่มีวันสมบูรณ์หากไม่ได้กล่าวถึง Andrew Kreiger เขาเป็นบัณฑิตจาก Wharton School of Business และเข้าทำงานใน Bankers Trust ในปีค.ศ. 1986 โดย Kreiger ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและกล้าเทรดมาก ลักษณะการเทรดของเขาจะเป็นแบบ 'Aggressive' ซึ่งผลที่ได้ทำให้ฝ่ายบริหารทึ่งมากจนให้วงเงินลงทุนกับเขามากถึง 700 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ในขณะที่วงเงินลงทุนสูงสุดทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 50 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1987 ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ตกลงไปอย่างน้อย 20% Kreiger กล่าวว่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์นั้นมีมูลค่าสูงกว่าจริงมาก จึงเปิดสถานะ short เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ด้วยเลเวอเรจ 400:1 ซึ่งมากกว่ามูลค่าซื้อขายจริงของสกุลเงินนั้นในตลาดด้วยซ้ำไป และภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น สกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อเงินดอลลาร์สหรัฐก็แข็งค่าขึ้นถึง 5% ส่งผลให้เขาทำกำไรจากการเทรดนี้ให้กับบริษัทของเขาได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือหลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปทำงานให้กับ George Soros ในเวลาต่อมา

Paul Tudor Jones

อีกหนึ่งในเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่เก่งที่สุดก็คือ Paul Tudor Jones ซึ่งเปิดขายชอร์ตในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1987 ตอนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนทำให้ตลาดการเงินล่ม เขาเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์แบบเดย์เทรดที่ร่ำรวยที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ ด้วยมูลค่ารวมสุทธิ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ณ ปีค.ศ. 2018 เขาเกิดเมื่อปีค.ศ. 1954 และจบการศึกษาด้วยปริญญาในด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Virginia เมื่อปีค.ศ. 1976 โดยเริ่มต้นทำงานเป็นเสมียนอยู่ในออฟฟิศเทรด

เขายอมทิ้งโอกาสที่จะเข้าเรียนต่อด้านธุรกิจที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยเลือกที่จะไปทำงานเป็นเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ให้กับ NYSE จากนั้นก็ได้ตั้งบริษัทของตนเองขึ้นมาชื่อว่า Tudor Investment Corporation ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1987 เมื่อเกิดวิกฤติตลาดขึ้น เขากลับทำกำไรจากสถานการณ์นั้นได้มากถึง 62% ด้วยการเปิดสถานะ short และยังสามารถทำเงินได้อีกถึง 100 ล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน และยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง เขาได้ขึ้นเป็นประธานของ NYSE ในปีค.ศ. 1992 ถึงปีค.ศ. 1995

Michael Marcus

Michael Marcus นับว่าเป็นเทรดเดอร์ Forex มืออาชีพระดับโลก โดยเขาเป็นสมาชิกก่อตั้งของ Commodities Corporation Company ด้วย Marcus เรียนรู้เรื่องการเทรดมาจาก Ed Seykota และจากนั้นก็ยังไปสอนด้านการเทรดต่อไปให้กับอีกหนึ่งเทรดเดอร์ระดับโลกอย่าง Bruce Kovner ด้วย ในยุคสมัยของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน Marcus เปิดสถานะเทรดเงินมาร์คเยอรมันมากถึงเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากธนาคารต่าง ๆ แล้ว Marcus ถือเป็นเทรดเดอร์ Forex รายใหญ่ที่สุดในตลาดเงินมาร์คเยอรมันในขณะนั้นเลยทีเดียว

นักเทรด Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จเขาประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

เราได้ทำความรู้จักกับเทรดเดอร์ Forex ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จที่สุดกันไปแล้ว และยังมีเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จอีกมากมายที่เราไม่ได้กล่าวถึงซึ่งคุณสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการเทรดได้ แต่จงจำไว้ว่ายังมีกลยุทธ์เทรด และเทคนิคการเทรดต่าง ๆ จากเทรดเดอร์ Forex มืออาชีพอีกมากมายที่อาจได้ผลสำหรับคุณเช่นกัน การทำตามตัวอย่างของเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จสามารถทำกำไรได้ทุก ๆ เดือนนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณก็ต้องรู้จักสร้างกลยุทธ์แผนการเทรดของตนเองขึ้นมาด้วย

บทสรุป: การเทรดให้ประสบความสำเร็จเหมือนนักเทรด Forex ระดับโลก

แม้แต่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็ต้องเริ่มจากที่ไหนสักแห่งหนึ่งก่อนที่จะสามารถทำกำไรได้มากอย่างนั้น และถ้าคุณสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องและคงที่ก็ถือว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จแล้ว หวังว่าบทความนี้จะให้ไอเดียดี ๆ กับคุณในการเทรดได้ หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด Forex และได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรด Forex ในสักวันหนึ่งละก็ เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปดูบทความแนะนำวิธีการเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะให้ทั้งความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเทรด Forex รวมถึงเคล็ดลับและไอเดียด้านกลยุทธ์เทคนิคการเทรดต่าง ๆ จากเทรดเดอร์มืออาชีพด้วย

ไม่มีที่ไหนที่จะเหมาะสำหรับการฝึกฝนสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาจากเทรดเดอร์ระดับโลกที่เก่งที่สุดได้มากไปกว่าบัญชีทดลองเทรดฟรีของเราอีกแล้ว มาลองเทรดในตลาดเสมือนจริงโดยไม่ต้องเอาเงินลงทุนจริงของคุณเข้าไปเสี่ยง แต่เทรดด้วยเงินจำลองแทน ซึ่งที่นี่คุณจะได้เทรดด้วยข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เปิดบัญชีทดลองกับเราได้เลยวันนี้ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เทรดด้วยบัญชีทดลองฟรี

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์

ข้อมูลนี้ไม่ใช่และและไม่ควรถือเป็นการแทนคำปรึกษาด้านการลงทุน คำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อเสนอหรือคำชักชวนในการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวกับตราสารทางการเงินทั้งสิ้น โปรดทราบว่าบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการเทรดดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงสภาวะของตลาดในปัจจุบันหรือในอนาคต เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ คุณควรขอคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ