เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

เทรดออนไลน์ (Online Trading) คืออะไร

ตุลาคม 25, 2019 09:05 Asia/Bangkok
Reading time: 15 minutes

เทรดออนไลน์ (Online Trading) คืออะไร

การเทรดออนไลน์นั้น ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ เลยก็คือการเทรดผ่านอินเตอร์เน็ตนั่นเอง เทรดเดอร์และนักลงทุนจะซื้อและขายตราสารการเงินโดยใช้แพลตฟอร์มเทรดผ่านทางเว็บซึ่งให้บริการโดยโบรกเกอร์หรือธนาคาร การตัดสินใจเทรด (หรือคำสั่งเทรด) จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มเทรดแล้วจากนั้นก็จะถูกส่งไปยังโบรกเกอร์ทันที ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว (ซึ่งก็คือสิ่งที่เราเรียกกันว่าเทรดออนไลน์หรือ Online trading)

การเทรดออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างมากตั้งแต่ยุค 90s เป็นต้นมา เนื่องจากการพัฒนาของคอมพิวเตอร์และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่ไม่แพงเกินไปนั่นเอง

  • อินเตอร์เน็ต: จากข้อมูลทางสถิติของโลกพบว่าอัตราการเติบโตของอินเตอร์เน็ตนั้นสูงขึ้นอย่างมาก และในปัจจุบันนี้ผู้คนก็เริ่มหันมาใช้อินเตอร์เน็ตในการเทรดด้วยเช่นกัน
  • คอมพิวเตอร์: กฎของมัวร์ (Moore's law) กล่าวว่าประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวมของคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุก ๆ 2 ปี ซึ่งทำให้เทรดเดอร์สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองได้ด้วย

ปัจจัยทั้งสองอย่างนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วของการเทรดออนไลน์ และยังเปิดช่องทางในการเข้าถึงตลาดการเงินให้กับทุกคนได้ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้คนสามารถเข้าเทรดออนไลน์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าจะยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปในอนาคต เมื่อลองดูข้อมูลทางสถิติก็จะพบว่ามีจำนวนมากกว่า 1.7 พันล้านคนที่โทรศัพท์มือถือของตนยังไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบทางการเงิน หากลองเปรียบเทียบกับเมื่อตอนก่อนเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ตที่ใช้ได้เพียงโทรศัพท์, โทรเลข และโทรสารเท่านั้น จะพบว่าการเทรดออนไลน์นั้นให้สิทธิประโยชน์มากมายจริง ๆ

เทรดออนไลน์ - เทรดเดอร์คืออะไร

เทรดเดอร์โดยทั่วไปนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่

  • นักวิเคราะห์: เทรดเดอร์ในกลุ่มนี้จะทำการวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมของตราสารนั้น ๆ โดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถึงแม้ว่าเราจะเห็นเทรดเดอร์ทั่ว ๆ ไปต่างก็ใช้การวิเคราะห์ทั้งสองแบบนี้อยู่แล้ว
  • เทรดเดอร์: เทรดเดอร์ในกลุ่มนี้จะทำการขายและซื้อตราสาร อาทิเช่น CFD เพื่อผลตอบแทนที่เป็นกำไร ซึ่งผลกำไร (หรือการขาดทุน) นั้นจะมาจากผลต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายในสถานะสัญญาซื้อขายที่ได้วางลงไป
  • ผู้จัดการความเสี่ยง: เทรดเดอร์ในกลุ่มนี้จะต้องจัดการบริหารความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในตลาดเพื่อให้ยังคงผลกำไรอยู่ในขณะที่ก็ยังดำเนินการเทรดต่อไปเรื่อย ๆ

สิ่งแรกที่สำคัญของความเป็นเทรดเดอร์ก็คือผู้เชี่ยวชาญในด้านตลาดการเงิน เทรดเดอร์จะศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจกลไกการทำงานของตลาด รวมถึงวิธีการอ่านและแปลความหมายของการเคลื่อนที่ของตลาด และวิธีที่จะหาประโยชน์และทำกำไรจากมัน

ประโยชน์ของการเทรดออนไลน์

ก่อนที่เราจะมีอินเตอร์เน็ตใช้ เทรดเดอร์และนักลงทุนจะต้องจัดการธุรกรรมและคำร้องทั้งหมดของตนผ่านทางจดหมาย, โทรศัพท์ และเครื่องโทรสารเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้ว เทรดเดอร์จะทำการตัดสินใจซื้อหรือขายโดยโทรศัพท์หาโบรกเกอร์ ขั้นตอนการเทรดนั้นจะกินเวลานาน เพราะโบรกเกอร์ต้องทำการยืนยันข้อมูลการทำธุรกรรมเสียก่อน เช่น ราคา, ปริมาณ, ชนิดการเทรด, ระยะเวลาการเทรด, ราคาออกจากตลาด, รายละเอียดของบัญชี ฯลฯ แต่เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอลที่มีอินเตอร์เน็ตใช้งาน ก็ทำให้ประสบการณ์การเทรดนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ความแตกต่างระหว่างการเทรดในอดีตและปัจจุบัน อาทิเช่น
  • ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมเมื่อเทรดออนไลน์จะต่ำกว่าการเทรดผ่านทางโทรศัพท์อย่างมาก
  • การทำธุรกรรมมีความรวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • มีตราสารการเงินให้เทรดได้หลากหลายขึ้น
  • สามารถใช้แพลตฟอร์มในการดำเนินคำสั่งเทรดได้เลย ตราบใดที่คุณมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
  • เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงเครื่องมือและอินดิเคเตอร์ที่หลากหลาย
  • ไม่จำเป็นต้องคิดคำนวณใด ๆ ด้วยตัวเองเพราะเครื่องมือ (เกือบ) ทุกตัวจะทำการคำนวณให้โดยอัตโนมัติในทันที
  • แม้แต่เส้น trendline ก็ยังเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ คือเทรดเดอร์สามารถใส่เส้น trendline ลงไปในกราฟได้เลยด้วยการดับเบิ้ลคลิก
  • การขยับ, ใส่ หรือลบเครื่องมือและอินดิเคเตอร์ทำได้โดยง่ายภายในไม่กี่วินาที
  • สามารถเข้าถึงบริการเทรดออนไลน์, คลังความรู้, การวิเคราะห์, หลักสูตรสอนเทรด และเว็บไซต์เทรดออนไลน์ได้มากขึ้น

Iจะเห็นได้ว่าอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ไม่เพียงแต่ทำให้การเทรดนั้นทำได้ง่ายขึ้นอย่างมากเท่านั้น แต่ยังเพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือ, อินดิเคเตอร์ และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้งานง่ายขึ้นอีกด้วย ในอดีต เทรดเดอร์จะต้องเขียนกราฟขึ้นมาเองลงบนกระดาษ และถึงแม้ว่าจะเริ่มมีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นในสมัยนั้น แต่เทรดเดอร์ก็ยังต้องคำนวณระดับและค่าของอินดิเคเตอร์ด้วยตัวเองอยู่ดี แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์จึงเป็นตัวช่วยชั้นเลิศที่ยังมีประเภทคำสั่งซื้อขายหลายแบบ โดยสามารถตั้งค่าได้ด้วยตนเองทันที แล้วแต่โบรกเกอร์ที่คุณเลือกใช้

ความสามารถในการใช้ประเภทคำสั่งซื้อขายหลากหลายแบบได้นั้นถือเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะจะทำให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเทรดของตนได้อย่างแม่นยำ ดังนี้
  • คำสั่งเข้าเสนอซื้อ:
    • Buy limit order (เข้าซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน)
    • Buy market order (เข้าซื้อที่ราคาตลาดปัจจุบัน)
    • Buy stop order (เข้าซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน)
  • คำสั่งเข้าเสนอขาย:
    • Sell limit order (ขายที่ราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน)
    • Sell market order (ขายที่ราคาตลาดปัจจุบัน)
    • Sell stop order (ขายที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน)
  • ปิดคำสั่ง:
    • หยุดขาดทุน (Stop-loss) โดยปิดคำสั่งที่ระดับที่ตั้งไว้ล่วงหน้าแบบขาดทุน
    • ทำกำไร (Take profit) โดยปิดคำสั่งที่ระดับที่ตั้งไว้ล่วงหน้าแบบได้กำไร
    • คำสั่งหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing stop) โดยปิดคำสั่งที่ระดับที่ดีกว่าหากตลาดยังคงเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ต้องการ

คำสั่งในกราฟ EURUSD

แหล่งที่มา: Admiral Markets MT5 ที่เพิ่มปลั๊กอิน MT5SE – จัดทำเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 06:00 น. GMT - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ประโยชน์ประการสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันกับประโยชน์ข้ออื่น ๆ ก็คือไม่มีข้อจำกัดว่าเทรดเดอร์จะต้องเทรดอย่างไร เทรดเดอร์สามารถเลือกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบใดก็ได้ที่ต้องการ เมื่อเทรดออนไลน์ จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสไตล์การเทรดเลย ต่อไปนี้เป็นสไตล์การเทรดที่สามารถใช้ได้

  • Scalping - การเทรดแบบระยะสั้น
  • การเทรดแบบ Intra-day
  • การเทรดแบบ Intra-week
  • สวิงเทรด
  • การเทรดแบบระยะยาว
  • Renko bar และกราฟชนิดอื่น ๆ
  • Expert advisors

สไตล์การเทรดข้างต้นบางชนิดอาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำหากเป็นหลายสิบปีก่อน เพราะต้องทำการเทรดด้วยการต่อสายโทรหาโบรกเกอร์เท่านั้น การเทรดออนไลน์ถือเป็นการปฏิวัติโลกแห่งการเทรดอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ และยังทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงตราสารการเงินได้มากขึ้น ลองมาดูรายการตราสารที่เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดได้กันดีกว่า

หากคุณพร้อมที่จะลองเทรดดูบ้างแล้ว สามารถเข้าไปทดลองเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยง เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองฟรี และดาวน์โหลดแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader มาใช้งานได้เลย

บัญชีทดลองเทรด Forex ฟรี

ตราสารและตลาดการเงินที่สามารถเทรดออนไลน์ได้

ทุกวันนี้โบรกเกอร์สามารถให้บริการเทรดตราสารและตลาดการเงินได้หลายประเภท ยกตัวอย่างโบรกเกอร์เช่น Admiral Markets ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้บริการดังนี้

  • ตลาด Forex (แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ)
    • เทรดหลากหลายคู่สกุลเงิน อาทิเช่น EUR/USD, USD/GBP และ USD/JPY
  • CFD สินค้าโภคภัณฑ์
    • เทรด CFD สินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเช่น ทองคำ, น้ำมันดิบ และพลังงาน
  • CFD ดัชนี
    • เทรด CFD ดัชนี DAX30, NASDAQ และอื่น ๆ
  • CFD หุ้น
    • เทรด CFD หุ้นหลัก ๆ ของโลก เช่น Apple, Tesla และ BMW
  • ETF
  • CFD พันธบัตร
  • CFD คริปโตเคอเรนซี่

ในที่นี้จะเห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สำหรับการเทรดถึง 7 ประเภทด้วยกัน โดยในแต่ละประเภทก็จะมีตราสารที่เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์และทำการเทรดได้อยู่หลายรายการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ตลาด Forex (หรือ FX) ก็จะมีคู่สกุลเงินหลากหลายคู่ด้วยกัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 'คู่สกุลเงินหลัก' (Forex Majors) อย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/USD, คู่สกุลเงิน GBP/USD และคู่สกุลเงิน USD/JPY เป็นต้น แบบที่สอง ได้แก่ 'คู่สกุลเงินรอง' (Forex Minors / Minor Currency Crosses) อย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/JPY, คู่สกุลเงิน GBP/AUD และคู่สกุลเงิน GBP/JPY เป็นต้น

ส่วนสุดท้ายก็คือ 'คู่สกุลเงินแปลกใหม่' (Exotic Pairs / Local Pairs) อย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/NOK, คู่สกุลเงิน NZD/SGD, คู่สกุลเงิน USD/HUF เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งที่จริงแล้วยังมีอีกหลาย ๆ คู่สกุลเงินเลยที่สามารถเทรดได้ ส่วนตราสารการเงินอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย อาทิเช่น CFD ทองคำ, CFD น้ำมัน (WTI), CFD DAX30, CFD หุ้นอย่างเช่น Facebook, Google และ BMW

เทรดหุ้นออนไลน์

แหล่งที่มา: screenshot ภาพหน้าจอแสดงรายการผลิตภัณฑ์บางประเภทที่สามารถเทรดได้บนเว็บไซต์ Admiral Markets - จัดทำเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 06:00 น. GMT - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โปรแกรมเทรดออนไลน์ที่ดีควรต้องมีอะไรบ้าง

แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ควรจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดและเข้าถึงตลาดการเงินได้ง่าย นอกจากนั้นแล้ว เทรดเดอร์ยังต้องใช้แพลตฟอร์มเทรดสำหรับการใช้งานด้านอื่น ๆ ด้วย ต่อไปนี้เป็นฟีเจอร์การใช้งานที่เทรดเดอร์มืออาชีพจำเป็นต้องมีเพื่อให้เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การจัดการคำสั่งเข้าตลาด
  • การจัดการคำสั่งออกจากตลาด
  • การตั้งค่าจัดการทั่วไป
  • การทำการวิเคราะห์กราฟ
  • การใช้งานอินดิเคเตอร์
  • การเปลี่ยนหรือใส่เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์
  • การใช้งาน Expert Advisors
  • การใช้ตัวทดสอบกลยุทธ์เทคนิคการเทรด
  • การติดตามข่าว (การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)
  • การติดตามคำสั่งเทรดที่เปิดไว้และคำสั่งเทรดที่ปิดไปแล้ว
  • การเปลี่ยนบัญชีไปมาได้อย่างรวดเร็ว
  • การใช้โปรไฟล์หลาย ๆ โปรไฟล์สำหรับการวิเคราะห์แบบต่าง ๆ

จะเห็นได้ว่า แพลตฟอร์มเทรดนั้นไม่ได้ใช้แค่สำหรับเทรดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แพลตฟอร์มเทรดที่ดีจะต้องทำได้มากกว่านั้นเยอะ

อีกหนึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ควรจะต้องมีก็คือชุมชนที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีการแบ่งปันกันในเรื่องของข้อมูลสอนเรื่องการเทรดออนไลน์เท่านั้น แต่ยังต้องมีการสนับสนุนและแก้ปัญหาทางด้านเทคนิคด้วย แพลตฟอร์มที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายที่สุดคือแพลตฟอร์มที่มีชุมชนที่ใหญ่และช่วยเหลือกันได้มาก

แพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมซึ่งมีภาษาโปรแกรมแบบเปิดจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมากของ Expert Advisor และปลั๊กอินต่าง ๆ จากผู้พัฒนาอิสระ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เทรดเดอร์พัฒนาและสร้างกลยุทธ์ รวมถึงแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถพบสิ่งเหล่านี้ได้ฟรี ๆ ในชุมชนของแพลตฟอร์มเทรด แต่ก็ยังมี Expert Advisor และปลั๊กอินที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญและวางขายอยู่ด้วยเช่นกัน

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องตรวจสอบดูคุณสมบัติของแพลตฟอร์มเทรดนั้น ๆ ก่อนที่จะเริ่มใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มเทรดนั้นสามารถทำงานได้ตามที่คุณต้องการและมีคุณสมบัติครบตามที่คุณต้องการเพื่อให้การเทรดของคุณมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากที่สุด

ตัวอย่างของแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ที่ดีซึ่งมีคุณสมบัติครบตามที่กล่าวไว้ข้างต้นก็คือ MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) สามารถเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม MetaTrader ได้ในวิดีโอด้านล่างนี้

แพลตฟอร์มเทรดทั้งสองตัวนี้เป็นโปรแกรมที่ดีมาก ๆ สำหรับการเทรด Forex และ CFD โดยแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader จะมีฟีเจอร์กราฟที่ใช้งานง่าย และยังควบคุมการใช้งานได้ไม่ยากอีกด้วย หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด, กลยุทธ์เทคนิคการเทรด, วิธีการใช้งานแพลตฟอร์มเทรด ฯลฯ เราขอแนะนำให้คุณลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมในส่วน Articles & Tutorials ของเรา

นอกจากนี้เรายังมอบโอกาสในการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดมืออาชีพอีกด้วยกับการสัมมนาออนไลน์ (Webinar) สดด้านการเทรดฟรี เข้าไปดูตารางการสัมมนาออนไลน์ และลงทะเบียนเข้าร่วมได้ฟรี โดยคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Webinar สดด้านการเทรดฟรี

แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด Forex และ CFD

ตัวเลือกที่ดีสำหรับการเทรด Forex และ CFD ก็คือ ปลั๊กอิน MetaTrader Supreme Edition (SE) สำหรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งสามารถใช้เทรดตราสารการเงินได้หลากหลายรายการ อาทิเช่น Forex, CFD, CFD สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนีหุ้น เป็นต้น โบรกเกอร์บางเจ้ายังเพิ่มความพิเศษให้มากยิ่งขึ้นโดยใส่เครื่องมือที่ปรับแต่งและพัฒนาขึ้นเองลงไปให้ด้วย นอกเหนือจากฟีเจอร์การใช้งานที่มีให้อยู่แล้วใน MT4 และ MT5

SE นั้นมีฟีเจอร์พิเศษเพิ่มเติม อาทิเช่น

  • Mini terminal
  • Trade terminal
  • Global opinion
  • แพ็กเกจอินดิเคเตอร์ที่ประกอบไปด้วย pivot points, renko และ keltner channel
  • Tick chart trader
  • Trading simulator (โปรแกรมจำลองการเทรด)
  • Mini charts
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย

MetaTrader 5 Supreme Edition

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5 (MT5) Supreme Edition, กราฟรายวัน, GBP/USD – ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 10:45 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อสัมผัสประสบการณ์การเทรดทั้งคู่สกุลเงินต่าง ๆ ใน Forex และตราสารอื่น ๆ คว้าโอกาสดี ๆ นี้ไว้ด้วยการดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MetaTrader Supreme Edtion ฟรี

MetaTrader 5 Supreme Edition

เลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรดออนไลน์อย่างไร

หากคุณมีความมั่นใจในประสิทธิภาพของโบรกเกอร์ Forex ของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถให้เวลาและความสนใจกับการวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์เทคนิคการเทรด FX ต่าง ๆ ของคุณได้อย่างเต็มที่ การค้นคว้าหาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจผูกมัดตนเองกับโบรกเกอร์ใดโบรกเกอร์หนึ่งมีประโยชน์อย่างมากในระยะยาว และยังเพิ่มโอกาสให้เทรดเดอร์ประสบความสำเร็จในการเทรดมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อกล่าวถึงการเทรด Forex และ CFD แล้ว การพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ Forex และโบรกเกอร์ CFD ที่ดีและเหมาะสมได้ ก็มีหลากหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

  • โบรกเกอร์นั้น ๆ มีชื่อเสียงไหม และได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้องหรือไม่ คุณอาจต้องมองหาใบอนุญาตด้านการเงิน และรางวัลที่โบรกเกอร์นั้น ๆ เคยได้รับ
  • โบรกเกอร์นั้น ๆ มีโปรแกรมเทรดที่รวดเร็ว เชื่อถือได้ ซึ่งจะมาช่วยในด้านกลยุทธ์เทคนิคการเทรดของคุณหรือไม่
  • โบรกเกอร์นั้น ๆ ให้บริการด้านการเทรดในตลาดที่หลากหลายหรือไม่ เพราะโบรกเกอร์บางรายอาจให้บริการเทรดได้เพียงแค่ตลาดประเภทเดียว อย่างเช่น Forex หรือหุ้นเท่านั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะต้องดูให้ละเอียดเสียก่อน หากคุณต้องการเทรดตราสารในตลาดมากกว่าหนึ่งประเภท
  • โบรกเกอร์นั้น ๆ มีการสนับสนุน, การให้ความรู้ และหลักสูตรสอนเทรดเพื่อช่วยให้คุณเทรดได้อย่างประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งนี่อาจรวมถึงบทความ, สัมมนาออนไลน์, หลักสูตรต่าง ๆ ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายในการเทรดเป็นอย่างไร โบรกเกอร์ที่ดีควรจะชี้แจงเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเทรดออนไลน์ได้อย่างละเอียดโปร่งใส และควรจะมีค่าใช้จ่ายต่ำ

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า Admiral Markets ก็เป็นโบรกเกอร์เทรดออนไลน์เช่นกัน เราได้รับการกำกับดูแลจากองค์กรกำกับดูแลด้านการเงินจากทั่วโลก ทั้ง FCA, EFSA, CySEC และ ASIC รวมทั้งยังได้รับรางวัลมากกว่า 30 รางวัลจากการให้บริการ, แพลตฟอร์มเทรด และข้อเสนอของเรา

Admiral Markets ให้บริการเทรดตราสารมากกว่า 8,000 รายการ และยังมีค่าสเปรดต่ำ, ค่าคอมมิชชั่นต่ำ และมีนโยบายคุ้มครองวงเงินติดลบในบัญชีด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การเทรดที่ดีที่สุด รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเทรดให้มากขึ้นอีกด้วย

ที่ Admiral Markets เรามีทรัพยากรความรู้ด้านการเทรดมากมาย อาทิเช่น สัมมนาออนไลน์ฟรี (Webinar) ซึ่งคุณสามารถเข้าไปเรียนรู้เรื่องการเทรดได้จากผู้เชี่ยวชาญ, เทรดเดอร์มืออาชีพที่ประสบความสำเร็จซึ่งจะมาพูดคุยถึงเรื่องการเคลื่อนไหวของตลาด และพื้นฐานในการเทรด นอกจากนี้ยังมีคลังข้อมูลการศึกษาให้คุณได้เรียนรู้ทุกรายละเอียด, กลยุทธ์เทคนิค รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเทรดและตลาดการเงิน

อีกทั้งเรายังคิดค่าใช้จ่ายในการเทรดต่ำด้วย ทั้งสเปรด, คอมมิชชั่น และสว็อป ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเทรดของเราถือว่าดีที่สุดรายหนึ่งในวงการเทรดเลยก็ว่าได้

ท้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เทรดเดอร์มากกว่า 100,000 คนทั่วโลกเลือกใช้ Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ของตน แล้วคุณละพร้อมที่จะเลือกเราเป็นโบรกเกอร์ของคุณหรือยัง

แต่ถ้าหากคุณยังคงมองหาโบรกเกอร์เทรดออนไลน์ที่ดีที่สุดที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุดอยู่ละก็ สามารถเข้าไปดูคำแนะนำในการเลือกโบรกเกอร์อย่างละเอียดจากเราได้ที่นี่

เคล็ดลับในการเริ่มต้นเทรดออนไลน์

เมื่อเข้าไปค้นหาในอินเตอร์เน็ต คุณจะพบกับคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเทรด เกือบทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นของตัวเองในเรื่องของขั้นตอนที่สำคัญที่สุด และเคล็ดลับสำคัญในการเทรดให้ประสบความสำเร็จสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การจะรวบรวมเอาความคิดเห็น, ประสบการณ์, ความรู้ทั้งหมดนั้นมาไว้ด้วยกันแล้วสรุปเป็นหัวสำคัญ ๆ ออกมาคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่เราก็พยายามดึงเอาหัวข้อเด่น ๆ ซึ่งมีการกล่าวถึงกันบ่อย ๆ มาแบ่งปันกัน ดังนี้

เคล็ดลับที่ 1: สร้างระบบและแผนการเทรดขึ้นมา

ขั้นตอนแรกก็คือการสร้างระบบและแผนการเทรดของตนเองขึ้นมา วิธีการเทรดนั้นจะช่วยให้คุณเข้าใจและรู้ว่าตอนไหนควรจะเข้าเทรดและตอนไหนไม่ควรเข้าเทรด แถมยังช่วยในการจัดการความคิดและวิธีการเทรดของคุณด้วย ทำให้สร้างนิสัยในการเทรดขึ้นมาได้ การติดตามแนวทางของเทรดของตนเอง, การวิเคราะห์ของตนเองได้ผลหรือไม่, การตั้งค่าการเทรดโดยรวมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นในการประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากระบบและแผนการเทรดของตนเอง ซึ่งจะทำให้คุณได้เรียนรู้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและปรับปรุงวิธีการเทรดของตนให้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับที่ 2: ตั้งค่าการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนที่สองก็คือทำความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยง หลังจากที่คุณทำการทดสอบระบบการเทรดของตนเองและลองเทรดบนบัญชีทดลองดูแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเข้าไปเทรดจริงด้วยเงินทุนที่มีอยู่จริง บางครั้งเทรดเดอร์อาจจะลืมคิดถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเริ่มทำการเทรดจริง ทำให้ไม่มีการใช้จุดหยุดขาดทุนซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการเทรดเพราะจะช่วยจำกัดความเสี่ยงต่อเทรดให้กับเทรดเดอร์ได้

อีกปัญหาหนึ่งก็คือเทรดเดอร์อาจเทรดด้วยความเสี่ยงมากเกินไป โดยเลือกใช้เลเวอเรจที่มากเกินไปสำหรับการเทรดของตน เทรดเดอร์ที่รู้จักเลือกเทรดในระดับความเสี่ยงต่ำจะหาทางรอดได้เมื่อเทรดของตนเกิดดิ่งลงเหว (เทรดเสีย) หรือตลาดไม่เป็นไปตามทิศทางที่คาดไว้ เมื่อสูญเสียเงินเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้มีโอกาสในการทำกำไรกลับคืนมาได้เร็วขึ้นเมื่อตลาดเริ่มเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือตามที่คาดไว้

เคล็ดลับที่ 3: จับคู่ระบบการเทรดให้เข้ากับสไตล์และความชอบของตน

เทรดเดอร์ดูจะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าวิธีการเทรดแบบไหนที่เหมาะกับตนเองที่สุด และมักจะสลับสไตล์การเทรดไปมาเพื่อลองใช้วิธีการเทรดแบบอื่น ๆ ดู การทำเช่นนี้ถือว่าไม่ผิดหากเป็นช่วงที่เพิ่มเริ่มเทรดใหม่ ๆ เพราะเทรดเดอร์มือใหม่ยังต้องการเวลาในการค้นหาสไตล์และวิธีการเทรดที่เหมาะกับตนเองที่สุด สิ่งสำคัญก็คือต้องทำความเข้าใจว่ากลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบหนึ่งอาจจะใช้ได้ดีสำหรับ 'เทรดเดอร์ A' แต่อาจไม่เหมาะกับ 'เทรดเดอร์ B' ก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่น 'เทรดเดอร์ A' อาจจะเทรดแบบ Scalping ได้ผลกำไรดี แต่สำหรับ 'เทรดเดอร์ B' แล้วอาจไม่ได้มีเวลามากพอในการเทรดแบบ Scalping

เมื่อใดที่ทำการเทรด สิ่งสำคัญคือต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการเทรดของตนดังต่อไปนี้

  • เป้าหมายทางการเงินของคุณเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาว
  • ระดับความเสี่ยงแบบไหนที่คุณยอมรับได้
  • คุณมีเวลามากน้อยแค่ไหนที่สามารถเจียดให้กับการเทรด
  • คุณติดตามและใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดได้กี่แบบ
  • อะไรเป็นแรงจูงใจในการเทรดของคุณและทำไม
  • สไตล์การเทรดแบบไหน, เครื่องมือชนิดใด และอินดิเคเตอร์ดัวใดที่คุณชอบใช้งาน

เคล็ดลับที่ 4: ลองเทรดด้วยบัญชีทดลอง

เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงด้วยเงินลงทุนจริงตั้งแต่เริ่มแรกหรอก แต่สามารถทดสอบและลองใช้แนวทางการเทรด, การวิเคราะห์, กลยุทธ์เทคนิค, อินดิเคเตอร์ และวิธีการเทรดทุกรูปแบบได้ด้วยบัญชีทดลองเทรด Forex ที่จำลองประสบการณ์เทรดในตลาดการเงินให้กับคุณและสามารถเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง การลองเทรดด้วยบัญชีทดลองนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่เลยก็ว่าได้ เริ่มทดลองเทรดด้วยบัญชีทดลองฟรีได้เลย เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

บัญชีทดลองเทรด Forex ฟรี

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์: ข้อมูลข้างต้นเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่จัดทำโดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ การประเมิน การทำนาย การพยากรณ์ และการประมวลผลหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า "บทวิเคราะห์") ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนตัดสินใจในการลงทุนใด ๆ กรุณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยความระมัดระวัง

  1. ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นการสื่อสารทางการตลาด บทวิเคราะห์นี้เป็นการเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวและจะต้องไม่ถือเป็นการแทนคำปรึกษาหรือคำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการส่งเสริมความเป็นอิสระในการค้นคว้าวิจัยด้านการลงทุน และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามในการทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการเผยแพร่บทวิจัยด้านการลงทุน
  2. Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนทุกประเภทของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะมาจากเนื้อหาในบทวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
  3. บทวิเคราะห์ถูกจัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ Saulius Radžiūnas ซึ่งเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพและนักวิเคราะห์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้เขียน") โดยยึดตามการประเมินส่วนบุคคล
  4. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเป็นกลางของบทวิเคราะห์ Admiral Markets ได้จัดทำกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. แม้ว่าเราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของเนื้อหาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงอยู่ในเนื้อหานั้นมีความแม่นยำ สมบูรณ์ ความเป็นปัจจุบัน และเข้าใจได้มากที่สุด แต่ Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในบทวิเคราะห์ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่แสดงถึงผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตได้
  6. เนื้อหาในบทวิเคราะห์จะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ว่าลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวในบทวิเคราะห์ และขอสงวนความรับผิดชอบในการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาบทวิเคราะห์
  7. ผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ในอดีต หรือตัวอย่างผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ของตราสารทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาจะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ถึงผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และจะไม่มีการรับประกันมูลค่าหลักทรัพย์
  8. ตัวอย่างที่แสดงอยู่ในบทวิเคราะห์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเรียกเก็บภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับหัวข้อของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยมีการระบุรายการค่าบริการที่เรียกเก็บโดย Admiral Markets อย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets
  9. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วย) ถือเป็นการเก็งกำไร และอาจมีการขาดทุนหรือทำกำไรได้ ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ