เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

คู่มือการเทรดทองออนไลน์และพื้นฐานการวิเคราะห์ทองคำเบื้องต้น

สิงหาคม 25, 2020 14:15 UTC
Reading time: 20 minutes

หากคุณได้อ่านบทความ " Forex คืออะไร" มาแล้ว คุณอาจจะกำลังสัยสัยว่า นอกจากตลาดค่าเงิน ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหรือไม่ แน่นอนว่า คำตอบคงหนีไม่พ้น "ตลาดทองคำ" ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า มีซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากธนาคารกลางจากทั่วโลก หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008

เทรดทอง

ในบทความนี้ เราจะอธิบายถึงวิธีการเทรดทอง, ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาหุ้นทองคำ, หลักการเบื้องต้นในการเทรดทองออนไลน์กับ Admiral Markets และวิธีที่จะนำกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองมาใช้ได้ทันที

ทำไมต้องเทรดทองคำ?

ทองคำ คือสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในสากลว่าเป็น "หน่วยรักษามูลค่า" ซึ่งสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ นั่นเท่ากับว่า 'ทองคำ' ก็ถือเป็นสกุลเงินชนิดหนึ่ง แต่จุดแข็งของทองคำ คือ มันมีต้นทุนในการผลิตและขุดเจาะ ซึ่งนับวัน ต้นทุนทำเหมืองทองคำก็ยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้ราคาทองคำปรับตัวแพงขึ้นมาตลอดในช่วงชีวิตของพวกเรา

นอกจากการที่มัน "ขุดยาก" ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้นทุนการทำเหมืองสูงมากแล้ว ความต้องการซื้อทองคำเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ไม่เคยลดลงไปเลย โดยเฉพาะการใช้ทองคำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, โทรศัพท์ เนื่องจากทองคำสื่อที่เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด ดังนั้น ถ้าโลกยังต้องการเทคโนโลยี โลกก็จะยังต้องการทองคำเช่นเดียวกัน

หลุมหลบ "เงินเฟ้อ"

ทองคำ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า 'Precious Metal' ซึ่งแปลว่า "โลหะมีค่า" หรือมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นสินค้าที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ การผลิตในโลกอุตสาหกรรมใหม่ต้องใช้ทองคำเสมอ ดังนั้น ราคาทองคำ จึงต้องถูกเปรียบเทียบกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเสมอ และจุดสำคัญของมันก็อยู่ตรงนี้เอง

เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจขยายตัว ราคาสินค้าจะแพงขึ้น เช่น อาหาร, ที่อยู่อาศัย, ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เพราะผู้ขายย่อมคาดหวังว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจะทำให้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น ทั้งนี้ 'ดัชนีราคาสินค้า' ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เราเรียกว่า "เงินเฟ้อ" ดังนั้นถ้าข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงขึ้น มันคือสภาวะที่ "เงินเฟ้อสูงขึ้น"

จะเห็นว่า "เงินเฟ้อ" อยู่ตรงกันข้ามกับมูลค่าของ 'เงินกระดาษ' (Fiat Currency) เพราะนับวันราคาสินค้าก็แพงขึ้น ทำให้เงินกระดาษใช้ซื้อสินค้าได้น้อยลง แต่มันตรงกันข้ามกับ 'ทองคำ' เพราะทองคำก็เป็นสินค้าหนึ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นวัตถุดิบสำคัญในวงกรการผลิต ราคาทองคำจึงเติบโตไปพร้อมๆ กับราคาข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ

จะเห็นว่า คุณสมบัติสำคัญของทองคำ ไม่ใช่แค่มันเติบโตไปตามเงินเฟ้อเหมือนเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ แต่เพราะด้วยตัวมันเองนั่น "หายาก" มีต้นทุนในการขุดเจาะที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงชีวิตของพวกเรา และกลายเป็น Safe Asset ที่จะคอยปกป้องความมั่งคั่งของเราจากสภาวะเงินเฟ้อ

กราฟราคาทองคำ

ภาพ 1.1 : กราฟ Gold ราย Monthly, ตั้งแต่ 1 Jan 1992 - 25 Aug 2020, กราฟราคาทองคำในแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ Admiral Markets เป็นขาขึ้นมาตลอดหลายสิบปี

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นเทรดทองออนไลน์

ในหัวข้อนี้จะปูพื้นฐานเกี่ยวกับตลาดทอง โดยยังไม่ได้ลงลึกไปถึงขั้นตอนของวิธีเทรดทอง แต่เราขอแนะนำให้คุณตั้งใจอ่านในหัวข้อนี้ให้ละเอียด เพราะจะทำให้คุณได้เห็นภาพรวมของทั้งตลาด และตัดสินใจได้ว่า คุณอยากจะลงทุนแบบไหนกันแน่

โบรกเกอร์ที่ใช้เทรดทองออนไลน์

การเทรดทองออนไลน์แตกต่างจากซื้อทองคำแท่งหรือเหรียญทองคำจริงๆ เพราะคุณจะสามารถตัดปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรักษาทองคำแท่งเหล่านั้นไปได้เลย แต่การเทรดนั้น คุณจำเป็นต้องเทรดผ่านแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ ซึ่งข้อดีก็คือ ขอเพียงแค่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ คุณก็จะสามารถเทรดจากที่ไหนก็ได้ หรือจะเทรดผ่านมือถือก็ได้

โดยโบรกเกอร์ที่คุณจะเปิดบัญชีเทรดด้วยนั้น จำเป็นจะต้องเป็นโบรกเกอร์ที่มาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกำกับดูแลทางการเงินในระดับนานาชาติ ซึ่งจะรับประกันได้ว่า เงินลงทุนของคุณจะปลอดภัย และมีองค์กรที่พร้อมจะช่วยเหลือนักลงทุนอยู่เสมอ

โบรกเกอร์ Admiral Markets จัดอยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์มาตรฐาน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) แห่งสหราชอาณาจักร, Australian Securities and Investments Commission (ASIC) ประเทศออสเตรเลีย รวมถึงใบอนุญาตจาก FSA และ CYSEC อีกด้วย

เทรดทองกับ Admiral Markets แล้วได้อะไร?

  • สามารถใช้ 'เลเวอเรจ' ลงทุนได้มากกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันได้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ "Leverage คือ"
  • Negative Balance Protection : คุ้มครองเงินในบัญชีไม่ให้ต่ำกว่าศูนย์ บัญชีเทรดจะไม่มียอดติดลบ นักลงทุนจะไม่มีโอกาสเป็นหนี้โบรกเกอร์แบบตลาดหุ้นทั่วไป
  • เทรดด้วยแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งบน Windows, Mac, Web, Android และ iOS
  • ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของตัวบัญชีได้ด้วยการเข้าไปเทรด Hedging ได้ตลอด 24 ชั่วโมง / 5 วันต่อสัปดาห์
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 100 USD เท่านั้น!

สำหรับท่านที่ต้องการเปิดบัญชีเทรดทองออนไลน์ หรือต้องการทดลองใช้ "ระบบเงินจำลอง" ซึ่งจำลองเงินปลอมมาให้คุณฝึกเทรดทองในตลาดจริงๆ ได้ คุณสามารถลงทะเบียนเปิดใช้งานได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

ทอง CFD

ทอง CFD คืออะไร?

ในการเทรดทองออนไลน์ เราจะเทรดผ่านตราสารที่เรียกว่า "CFD" (Contract for Difference) ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์แบบหนึ่ง คล้ายกับ 'ฟิวเจอร์ส' อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ " CFD คืออะไร"

คุณสมบัติของตราสาร CFD คือจะทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดสินค้านั้นๆ รวมถึง 'ทองคำ' ได้ที่ราคาปัจจุบันของตลาดกลาง หรือที่เรียกว่า "Spot Price" ซึ่งแตกต่างจากสัญญาฟิวเจอร์สที่จะบวกราคาความคาดหวังต่างๆ เข้าไปด้วย (เช่น ความคาดหวังต่ออัตราเบี้ย, สถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ทำให้ราคาฟิวเจอร์ส อาจแพงกว่าราคาจริงมากๆ เราเรียกราคาที่เพิ่มมานี้ว่า "Premium")

การเทรด CFD จะอนุญาตให้เราสามารถทำกำไรได้ทั้ง "ขาขึ้น" และ "ขาลง" เราสามารถ Sell ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีสินค้าจริงอยู่ในมือ นอกจากนี้ ทอง CFD จะสามารถใช้ Leverage ได้มากกว่าฟิวเจอร์สทั่วไป สูงสุดที่ 1 : 500 สรุปคือ ที่เราเทรดราคาทองคำออนไลน์กันนี้ เราเทรดผ่านตราสาร CFD ดังนั้น นักลงทุนจึงชอบเรียกกันว่า "ทอง CFD" นั่นเอง

ตลาดทองเปิดกี่โมง

การเทรดทองออนไลน์ หรือ 'ทอง CFD' คือการเทรดในตลาดแบบ "International Market" ดังนั้น ในทฤษฎีคุณจะสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกันกับ "เวลา เปิด-ปิด ของตลาด Forex" เนื่องจาก เวลา เปิด-ปิด ของ 'ตลาดทองคำ' ต่างๆ ทั่วโลก จะเชื่อมต่อกัน

อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ Admiral Markets ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กร Financial Conduct Authority (FCA) จำเป็นต้องทำตามแบบปฏิบัติเพื่อที่จะป้องกันความปลอดภัยในเงินลงทุนของนักลงทุน จึงไม่อนุญาตให้นักลงทุนเข้าซื้อขายได้ในเวลา 04.00 - 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ตลาดทองคำมีการซื้อขายที่เบาบาง หรือมี "สภาพคล่องต่ำ" การเทรดทองในช่วงเวลาดังกล่าวจะสามารถสร้างความเสียหายอันเนื่องมาจากสภาพคล่อง, การกระชากของราคา, ต้นทุนการเทรดที่ไม่คงที่ โดยรายการด้านล่าง คือ "รอยต่อ" ของแต่ละตลาด ซึ่งจะตอบคำถามได้ว่า 'ตลาดทองเปิดกี่โมง' และเราควรเทรดทองในช่วงเวลาไหนดี?

เวลาเปิด-ปิด ตลาดซื้อขายทองคำทั่วโลก

ตลาดทองเปิดกี่โมง

  • Japan | ตลาดทองญี่ปุ่น : 7.00 - 13.30, 15.00 - 21.00
  • Shanghai | ตลาดทองหลักของจีน : 8.00 - 10.30, 12.30 - 14.00
  • Hong Kong | ตลาดทองฮ่องกง : 8.00 - 11.3, 13.3 - 16.00
  • India | ตลาดทองอินเดีย : 11.30 - 1.00
  • London | ตลาดทองลอนดอน : 14.00 - 23.15
  • New York | ตลาดทองนิวยอร์ก : 19.20 - 00.30
  • CME Comex | ตลาดโคเม็กซ์ : 5.00 - 16.15

จากที่ได้อธิบายไปข้างต้น จะเห็นว่า เวลาเปิด-ปิด ของตลาดหลักทั่วโลกนั้นจะมีช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน โดยคุณสามารถตื่นมาเทรดได้ตั้งแต่ตอนเช้าที่ตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเปิด 7.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

แต่ให้สังเกตว่า ช่วงเวลา 14.00 - 15.00 น. มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของราคาที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากเวลา 14.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ตลาดทองลอนดอนได้เปิดทำการซื้อขาย ในขณะที่ตลาดเอเชียก็ยังเทรดกันอยู่ ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเทรดทอง จึงเป็นช่วงเวลาประมาณ 14.00 - 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ตลาดสำคัญได้มาคาบเกี่ยวเวลากัน

ตราสารอื่นๆ ที่อ้างอิงกับตลาดทอง

อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกว่า คุณควรจะเข้าใจภาพรวมของทั้งตลาดด้วย เพราะจะทำให้คุณสามารถเลือกตัดสินใจลงทุนได้ถูกสินค้า เพราะนอกจาก 'ทอง CFD' แล้ว เราสามารถเทรดทองคําด้วยสินค้าประเภทอื่นๆ ได้ดังนี้

  • กองทุนทองคำ : กองทุน ETF ที่อ้างอิงกับราคาทองคำ
  • เล่นหุ้นทอง : รวมชื่อหุ้นเหมืองทองที่ Admiral Markets เปิดให้ซื้อขายได้

กองทุนทองคำ : กองทุน ETF ที่อ้างอิงกับราคาทองคำ

กองทุนทองคำ คือกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตลาดทองคำ ผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการถือครองตราสารทองคำให้อยู่ในระดับเหมาะสมตลอดเวลา เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงหรือเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางของราคาทองคำในตลาดโลก ดังนั้น คนที่เลือกเทรดกองทุนทองคำ คือ "นักลงทุน" ที่ต้องการลงทุนจริงๆ ไม่ใช่เก็งกำไร

และเมื่อกองทุนทองคำมีผลตอบแทนที่สอดคล้องกับราคาทอง ดังนั้น จึงถือกันว่า การลงทุนในกองทุนทองคำก็เปรียบเสมือนการซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ เพราะคุณสมบัติของกองทุนรวมที่อ้างอิงกับทองคำ คือ โอกาสที่มูลค่าของกองทุนจะเป็น "ศูนย์" มีน้อยมาก เพราะกองทุนอ้างอิงตัวเองกับสินค้าที่ไม่มีวันมีมูลค่าเป็นศูนย์อย่างทองคำ

นักลงทุนที่ต้องการลงทุนกองทุนทองคำจะสามารถลงทุนได้ผ่าน "กองทุน ETF" (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ETF ได้ที่บทความ "ETF คืออะไร") โดยกองทุน ETF ที่น่าสนใจที่คุณสามารถลงทุนผ่านโบรกเกอร์ Admiral Markets มีดังต่อไปนี้

  • SPDR Gold Trust (GLDAR)
  • iShares Gold Trust (IAU)
  • Aberdeen Standard Physical Swiss Gold (SGOL)

ทั้ง 3 กองทุนเป็นกองทุนทองคำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการศึกษารายชื่อกองทุน ETF ทั้งหมด, กราฟราคาของกองทุนทองคำต่างๆ หรือต้องการทดลองเทรดในตลาดจริงๆ ด้วยเงินจำลองผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ดูก่อน เราก็มีระบบให้คุณได้ทดลองใช้ได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

ลงทุนกองทุนทองคำ

เล่นหุ้นทอง : รวมชื่อหุ้นเหมืองทองที่ Admiral Markets เปิดให้ซื้อขายได้

เวลาพูดว่า 'เล่นหุ้นทอง' นักลงทุนจะหมายถึง "หุ้นเหมืองทองคำ" ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทเหล่านี้จะมีรายได้จากการขายทองคำ และราคาทองคำก็จะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการด้วย เพราะถ้าราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น ส่วนต่างระหว่างต้นทุนการดำเนินงานและกำไรของบริษัท ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน หุ้นเหมืองทองคำ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์มากขึ้นมาหน่อย

การเล่นหุ้นทองแตกต่างจาก 'กองทุนทองคำ' ตรงที่ ราคาของหุ้นเหมืองทองคำ ไม่ได้แปรผันตามราคาทองคำอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจะมีช่องวางระหว่างความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Correlation เช่น ราคาทองคำปรับตัวขึ้น แต่ราคาหุ้นเหมืองทองคำลดลง นี่อาจเปิดช่องให้เราเข้าไปสะสมหุ้นเหมืองทองคำได้เช่นกัน เพราะตามปกติ ราคาก็ควรจะวิ่งสอดคล้องกัน หุ้นทองที่น่าสนใจ เช่น

  • Barrick Gold Corp (ABX)
  • Yamana Gold Inc (AUY)

กราฟราคาทองคำ สัมพันธ์กับหุ้น AUY

ภาพ 1.2 : กราฟหุ้นเหมืองทอง AUY ราย Monthly, ตั้งแต่ 1 Jan 2005 - 25 Aug 2020, สีแดงที่ช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้เข้าซื้อแบบสะสมได้ สีเขียวเป็นโซนราคาที่สามารถมองว่าเป็นเป้าหมายได้เช่นกัน

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

Yamana Gold Inc (AUY) เป็นอีกบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตทองคำ ตั้งแต่ขั้นของการสำรวจและขุดเจาะเช่นเดียวกัน ขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วทวีปอเมริกา รวมถึงแคนาดา, บราซิลชิลีและอาร์เจนตินา ทั้งนี้ AUY กระจายความเสี่ยงไปที่สินค้าประเภท Precious Metal อื่นๆ ด้วย ทั้ง เงินและทองแดง

ให้สังเกตแถบสีแดงในภาพ 1.2 ตั้งแต่กลางปี 2014 ถึงปลายปี 2019 เป็นช่วงที่กราฟราคาทองปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ราคาของหุ้น AUY ยังเทรดเป็นกรอบแคบๆ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เราสะสมหุ้นในต้นทุนที่ต่ำกว่า หรืออาจจะพูดได้เช่นกันว่า เข้าเทรดได้ปลอดภัยกว่า เพราะเท่ากับมี Margin of Safety จากความผิดปกติของความสัมพันธ์ของราคา

โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังมีหุ้นเหมืองทองคำอื่นๆ อีก และเรามีหุ้นให้เลือกเทรดครบทุกอุตสาหกรรมที่มาจากตลาดหุ้นหลักทั่วโลก ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ, หุ้นบริษัทรถยนต์ประเทศเยอรมนี, ญี่ปุ่น ฯลฯ แน่นอนว่า คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองเทรดได้จนกว่าจะพอใจ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อลงทะเบียนฟรี!

เริ่มทดสอบกลยุทธ์การเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5

วิเคราะห์ทองคำ

การวิเคราะห์ทองคำเพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าลงทุนนั้น นักลงทุนนิยมแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำกับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำ : 'ปัจจัยพื้นฐาน'

มีหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกันที่ส่งผลต่อราคาซื้อขายทองคำและบางปัจจัยก็อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วย อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อราคาเทรดทองนั้น ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์ ในช่วงที่เกิดภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกนั้น ทองคำดูจะมีราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำนั่นเอง ตัวอย่างเช่นในช่วงกลางปีพ.ศ. 2562 ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากวิกฤติสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ
  • อัตราดอกเบี้ย เทรดเดอร์และนักลงทุนหลาย ๆ คน ใช้ตลาดการเงินในการค้นหา 'ผลตอบแทนที่เป็นเงิน' ให้กับเงินลงทุนของตน ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น แรงซื้อทองคำก็จะมีน้อยลงเนื่องจากนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างเช่นสกุลเงินและพันธบัตร
  • ข้อมูลเศรษฐกิจโลก เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดหนี่ง เมื่อเศรษฐกิจโลกมีความผันแปรอย่างมากก็อาจส่งผลต่ออุปสงค์ของทองคำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่โตขึ้น นักลงทุนก็จะเริ่มกังวลว่าอาจเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในไม่ช้านี้ และเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่นตราสารทุน แล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำแทน
  • เงินดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงของค่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็มีส่วนอย่างมากในราคาเทรดทอง เนื่องจากทองคำถูกกำหนดด้วยหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากเงินดอลลาร์สหรัฐตก ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้น ในทางกลับกันถ้าเงินดอลลาร์สหรัฐขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง

ปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานซึ่งไม่ใช่เรื่องที่วิเคราะห์กันได้ง่าย ๆ เทรดเดอร์หลาย ๆ คนจึงเลือกที่จะรอให้ภาพรวมพื้นฐานปรากฏออกมาก่อน เพราะจะสามารถเห็นราคาที่เพิ่มขึ้นหรือตกลงได้อย่างชัดเจนในกราฟราคา การผนวกรวมการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ร่วมกันมีส่วนช่วยในการเทรดได้มากทีเดียว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดส่วนบุคคลด้วยว่าเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาว

การเลือกสไตล์การเทรดมีความสำคัญไม่น้อยเพราะจะเป็นตัวกำหนดวิธีการลงทุนและการเทรดทองของคุณ เราได้กล่าวถึงการเทรด CFD ทองคำแบบคร่าว ๆ ไปแล้วข้างต้น และยังมีวิธีลงทุนทองคำวิธีอื่น ๆ ที่เราจะพูดถึงเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

วิเคราะห์ราคาทองคำด้วย 'ปัจจัยเทคนิค'

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองนั้นช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ราคาทองคำได้ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด เนื่องจากการวิเคราะห์ตลาดเพื่อเก็งกำไรนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ในการเทรดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการจัดระเบียบการเทรดตลอดระยะเวลาเทรด การวิเคราะห์ราคาตลาดทองคำนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิเช่น

  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นการศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับตลาดทองคำ ยกตัวอย่างเช่นในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เทรดเดอร์ขั้นสูงก็จะทำการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อหาจุดเข้าเปิดสถานะสัญญาซื้อขายทองคำเสียแต่เนิ่น ๆ รอทำกำไรจากราคาทองคำที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เป็นการศึกษาราคาเพื่อระบุระดับราคาที่จะเข้าและออกจากตลาด การศึกษาราคาดังกล่าวนั้นจะใช้รูปแบบกราฟราคา, พฤติกรรมราคา และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคสำหรับการเทรด ซึ่งจะมีการอธิบายเพิ่มเติมในส่วนกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองต่อไปในบทความนี้

เริ่มเทรดทองโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอ

การเทรดทองนั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการเทรดทองในระดับขั้นสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทอง

หากจะกล่าวถึงการเทรดทองออนไลน์แล้ว นับว่าเป็นตลาดที่เหมาะกับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดเกือบทุกประเภทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเดย์เทรด, สวิงเทรด, เทรดแบบ Position Trading เป็นต้น การเทรดทองแบบเดย์เทรดนั้นได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากตลาดทองคำเปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีการซื้อขายคล่องที่สุดเลยทีเดียว

แต่เนื่องจากราคาทองคำมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ อาทิเช่น ความตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์, อัตราดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้พฤติกรรมราคาทองคำมีความผันผวนค่อนข้างมาก ราคาเทรดทองอาจแสดงให้เห็นถึงสภาวะตลาดแบบต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ได้ด้วย เช่น เทรนด์ขาขึ้น, เทรนด์ขาลง และเทรนด์ราคาออกข้าง

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์บางคนเลือกที่จะใช้อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอย่างเช่น Bollinger band มาใช้ในกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองของตน Bollinger band จะช่วยบ่งชี้สภาวะตลาดที่เงียบเหงาและมักจะมีการเคลื่อนไหวราคาออกข้างเป็นแนวราบ รวมถึงบ่งชี้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนมากและกำลังจะเป็นเทรนด์ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

Bollinger band จะประกอบด้วยเส้น 3 เส้นด้วยกัน เส้นกลางคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน (SMA) ซึ่งใช้ในการคำนวณหาค่าของเส้นบนและเส้นล่างที่จะมีค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน (SMA)

คุณสามารถใช้งานอินดิเคเตอร์ Bollinger band ได้ฟรีในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader ของ Admiral Markets สามารถใส่อินดิเคเตอร์นี้ลงไปได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดแพลตฟอร์ม Admiral Markets MetaTrader ขึ้นมา
  2. หา 'gold' ในหน้าต่าง Market Watch (หรือกด Ctrl+M) ลากสัญลักษณ์ไปที่กราฟราคาแล้วปล่อย
  3. เลือก 'Insert' จากเมนูที่ด้านบนของแพลตฟอร์ม แล้วเลือก Indicator -> Trend -> Bollinger bands ดังที่แสดงด้านล่าง

ใส่ Bollinger band ใน MetaTrader

เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องข้าง ๆ จะแสดงค่าเริ่มต้นของ Bollinger bands ให้กด OK

กล่องหน้าต่าง Bollinger bands

เพียงเท่านี้คุณก็จะมี Bollinger band ในกราฟราคาทองคำดังที่แสดงในกราฟราคาทองคำแบบ 4-ชั่วโมงที่แสดงด้านล่าง

กราฟทองคำ 4-ชั่วโมงและ Bollinger band

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานของ Bollinger band เป็นตัววัดความผันผวนของตลาดและมีหลาย ๆ หลักเกณฑ์ของ Bollinger band ที่เน้นไปที่พฤติกรรมราคาบริเวณเส้นบนและเส้นล่าง จากกราฟราคาด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามีการพฤติกรรมราคาเด้งออก หรือการพลิกกลับของราคาหลาย ๆ ครั้งในเส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger band

เส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger band

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

กล่องสีเหลืองแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger band ส่วนกล่องสีม่วงแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger band แต่การที่จะใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นยังต้องมีหลักเกณฑ์อื่น ๆ มาช่วยอ่านค่ากราฟด้วย

การใช้อินดิเคเตอร์เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มาเป็นตัวค้นหาเทรนด์จะทำให้เทรดเดอร์สามารถระบุเทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สามารถจดจ่อกับการปรับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  1. ถ้าราคาพุ่งทะลุขึ้นไปสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ long หรือซื้อ
  2. ถ้าราคาดิ่งลงไปต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ short หรือขาย

สามารถใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ลงไปในกราฟราคาได้เพียงคลิกที่ 'Insert' ในเมนูด้านบนของแพลตฟอร์มเทรด แล้วเลือก Indicators -> Trend -> Moving Average ดังที่แสดงด้านล่าง

ใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ใน MetaTrader


เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องด้านล่างจะปรากฏขึ้น

กล่องแสดงค่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

เลือก 200 ใน Period เลือก Exponential ใน Method แล้วกำหนดสีที่ต้องการใช้ (เช่น สีเขียว) เพียงเท่านี้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วันก็จะปรากฏขึ้นบนกราฟราคาทองคำดังตัวอย่างด้านล่าง

กราฟราคาทองคำที่ใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แล้วDisclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จากตัวอย่างข้างต้น ราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเป็นผู้คุมตลาด ดังนั้นเทรดเดอร์อาจเลือกที่จะเทรดเฉพาะเมื่อมีการพลิกกลับของราคาที่เส้น Bollinger band เส้นล่างดังที่แสดงด้วยกล่องสีเหลืองในตัวอย่างกราฟด้านบน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาทองมีการเด้งกลับจากเส้น Bollinger band เส้นล่างไปในทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวแบบ 200-วันจริง ๆ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเทรดทองแบบเดย์เทรดและการวางออเดอร์ในแพลตฟอร์ม MetaTrader ในวิดีโอด้านล่าง

จากตัวอย่างข้างต้น ราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเป็นผู้คุมตลาด ดังนั้นเทรดเดอร์อาจเลือกที่จะเทรดเฉพาะเมื่อมีการพลิกกลับของราคาที่เส้น Bollinger band เส้นล่างดังที่แสดงด้วยกล่องสีเหลืองในตัวอย่างกราฟด้านบน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาทองมีการเด้งกลับจากเส้น Bollinger band เส้นล่างไปในทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวแบบ 200-วันจริง ๆ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเทรดทองแบบเดย์เทรดและการวางออเดอร์ในแพลตฟอร์ม MetaTrader ในวิดีโอด้านล่าง

แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีกรณีที่หลักเกณฑ์การเทรดที่คุณเลือกใช้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอและทำให้เกิดการเทรดเสีย จุดนี้เองที่เป็นสาเหตุว่าทำไมต้องมีการบริหารความเสี่ยงและการใช้จุดหยุดขาดทุนมาใช้ในการเทรดเพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเองในระยะยาว

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดดังกล่าวยังไม่ได้รับการทดสอบอย่างจริงจังถึงประสิทธิภาพของมันสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกลยุทธ์เทคนิคการเทรดได้ เทรดเดอร์อาจจะยกระดับการเทรดขึ้นไปอีกขั้นด้วยการทดลองใช้เส้นค่าเฉลี่ยแบบต่าง ๆ, เรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมราคาเพิ่มเติมในคลัง การศึกษา และปรับเปลี่ยนกรอบระยะเวลาดูรวมถึงลองใช้เครื่องมือและอินดิเคเตอร์ขั้นสูงจากปลั๊กอิน MetaTrader Supreme Edition ด้วย

คุณสามารถใช้งานเครื่องมือเทรดและอินดิเคเตอร์ขั้นสูงจากปลั๊กอิน Admiral Markets Supreme Edition ที่ให้เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถยกระดับประสบการณ์การเทรดทองขึ้นไปอีกขั้น ด้วยปลั๊กอินสุดพิเศษที่มีให้คุณใช้แบบฟรี ๆ คุณจะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมอีกมากมาย อาทิเช่น เมทริกซ์สหสัมพันธ์, ข้อมูลตลาดล่าสุดแบบเรียลไทม์ และข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดมืออาชีพ รวมถึงเครื่องมือสุดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณสามารถเพลิดเพลินกับฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ได้เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างแล้วดาวน์โหลดไปใช้ฟรีได้เลย

เปิดบัญชีเทรด MT5

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ