จะเริ่มเทรดทองออนไลน์อย่างไรดี

Reading time: 20 minutes

การเทรดทองหรือการซื้อหุ้นทองคำนั้นมีมานานตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันซึ่งทองคำถูกนำมาใช้เป็นเงินตราชนิดหนึ่ง ในปัจจุบัน เทรดเดอร์สามารถซื้อและขายทองคำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก ขอแค่มีแล็ปท็อปสักเครื่องกับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้นก็ทำได้แล้ว และด้วยปริมาณทองคำที่ธนาคารกลางต่าง ๆ กว้านซื้อไปที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เวลานี้จึงถือว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรจะรู้เกี่ยวกับวิธีเทรดทองออนไลน์กันสักหน่อย

เทรดทองออนไลน์

ในบทความนี้ เราจะอธิบายถึงวิธีการเทรดทอง, ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาหุ้นทองคำ, หลักการเบื้องต้นในการเทรดทองออนไลน์กับ Admiral Markets และวิธีที่จะนำกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองมาใช้ได้ทันที

ความเป็นมาของการเทรดทอง

ทองคำนับว่าเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในเรื่องของมูลค่าและประวัติศาสตร์อันเฟื่องฟูของมัน ถ้าจะให้เปรียบเทียบทองคำกับธนบัตรและเหรียญที่แสดงสกุลเงินหรือสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ แล้ว ทองคำนั้นสามารถคงมูลค่าของตัวมันเองได้มาโดยตลอด และผู้คนต่างก็ใช้ทองคำนี่แหละในการส่งต่อความร่ำรวยของตนจากรุ่นสู่รุ่น

แม้ว่าทองคำจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมด้านการค้าและอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น เครื่องประดับและโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่มันก็ถูกนำไปใช้เก็งกำไรโดยเทรดเดอร์, กองทุนบริหารความเสี่ยง (hedge funds) หรือแม้แต่ธนาคารกลางต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นสินทรัพย์ที่ถูกซื้อขายอย่างแพร่หลายในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอีกด้วย อันที่จริงแล้ว ในช่วงเวลาเช่นนี้ ราคาทองคำจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนต่างพากันโยกเงินลงทุนไปยังทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเป็นโลหะชนิดที่นำมาใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าและความร้อน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถนำมาหลอมให้เป็นเงินตราชนิดหนึ่งได้ด้วยเช่นกัน

สถานะของทองคำที่ถูกยกให้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยนั้นมีมาตั้งแต่ข้อตกลงเบรตตันวูดส์ (Bretton-Woods Agreement) เมื่อปีค.ศ. 1944 (พ.ศ. 2487) แล้ว เนื่องจากมีการกำหนดให้ธนาคารกลางสหรัฐ (US Federal Reserve) ต้องเก็บทองคำสำรองปริมาณ 40% ของมูลค่าดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ต้องมีการจัดซื้อทองคำเกือบ 75% ของทองคำทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่จึงตกลงที่จะปรับค่าเงินของตนตามดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกไปโดยปริยาย

ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) กล่าวว่าในปีพ.ศ. 2562 สหรัฐฯ ยังคงมีปริมาณทองคำสำรองสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 8,133.5 ตัน ตามมาด้วยประเทศเยอรมนี, อิตาลี, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, จีน, สวิสเซอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์ และอินเดียว นอกจากนี้สภาทองคำโลกยังรายงานด้วยว่าในปีพ.ศ. 2562 นั้น ธนาคารกลางส่วนใหญ่ได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองของตนมากขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้นดังที่แสดงในกราฟราคาทองคำระยะยาวด้านล่างนี้

กราฟราคาทองคำระยะยาวแหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, รายเดือน - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16:47 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จะเริ่มเทรดทองออนไลน์อย่างไรดี

หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีเทรดทอง หรือวิธีลงทุนทองคำแล้วละก็ ขั้นแรกสุดเลยก็คือต้องมีเครื่องมือเทรดและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

1. เทรดทองอย่างไร ต้องเลือกใช้โบรกเกอร์ที่ใช่!

คนส่วนใหญ่มักจะซื้อทองคำแท่งหรือเหรียญทองคำจริง ๆ แล้วเอาไปเก็บซ่อนไว้ใต้เตียง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ควรจะทำเอาซะเลย เพราะยังมีวิธีอื่น ๆ ที่คุณสามารถได้รับผลตอบแทนจากราคาทองคำที่เปลี่ยนแปลงได้อีก และหนึ่งในนั้นก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการเทรดอย่าง CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่างนั่นเอง

CFD เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรราคาทองคำและทำกำไรได้ทั้งจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นหรือตกลงก็ได้ เมื่อเทรดด้วย CFD เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องครอบครองทองคำนั้นจริง ๆ จึงไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการเก็บรักษาหรือความปลอดภัยของสินทรัพย์ดังกล่าว ที่ Admiral Markets ลูกค้าสามารถเก็งกำไรราคาทองคำกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถ

เทรดและลงทุนกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลโดย Financial Conduct Authority (FCA) แห่งสหราชอาณาจักร, Australian Securities and Investments Commission, Estonian Financial Supervisory Authority และ Cyprus Securities and Exchange Commission

เปิดบัญชีหลาย ๆ ประเภทได้ อาทิเช่น บัญชีเทรด CFD ซึ่งสามารถเปิดคำสั่ง long หรือ short เพื่อทำกำไรจากทั้งตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง รวมถึงสามารถเข้าถึงเลเวอเรจได้สูงสุดถึง 1:500 สำหรับลูกค้ามืออาชีพ และ 1:30 สำหรับลูกค้ารายย่อย ให้คุณสามารถเทรดในปริมาณมากได้ด้วยเงินลงทุนเพียงนิดเดียว

เข้าถึงแพลตฟอร์มเทรดทองที่รวดเร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ, Windows, Mac, iOS และ Android จึงสามารถเทรดได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

เทรดสินทรัพย์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทองคำ, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงิน, หุ้นระดับโลก และคริปโตเคอเรนซี่

เริ่มเทรดทองวันนี้ได้ง่าย ๆ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างก็สามารถเทรด CFD ทองคำแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่นและยังสามารถเข้าถึงฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้อีกด้วย

เทรด CFD ทองคำ

2. เทรดทองเมื่อไหร่ดี ต้องรู้เวลาทำการตลาดทองคำ!

สำหรับการเลือกเวลาเข้าเทรดทองคำที่ดีที่สุดนั้น เทรดเดอร์มักจะมองหาจังหวะเวลาที่ราคาทองคำดูจะเคลื่อนที่แบบ directional หรือตามเทรนด์ โดยหลัก ๆ แล้วจะเป็นไปตามอุปสงค์ของทองคำ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเราจะกล่างถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่ออุปสงค์ของทองคำเพิ่มเติมต่อไปในบทความนี้

ก่อนอื่น เราอยากจะแจ้งให้คุณทราบว่าที่ Admiral Markets คุณสามารถเทรดทองได้เกือบ 24 ชั่วโมงต่อวันตั้งแต่เวลา 01:00 - 23:59 น. (เวลายุโรปตะวันออก) วันจันทร์ถึงศุกร์ โดยปกติแล้วช่วงเวลาที่ราคาซื้อขายทองคำจะมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดก็คือช่วงเวลาทำการตลาดทองคำสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16:00 - 23:00 น. (เวลายุโรปตะวันออก) วันจันทร์ถึงศุกร์

สาเหตุนั้นมาจากเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ ก็จะเปิดให้มีการทำกิจกรรมซื้อขายทองคำอื่น ๆ ด้วย เช่น สัญญาออปชั่นทองคำ (Gold Options) หรือสัญญาฟิวเจอร์สทองคำ (Gold Futures) โดยจะมีการกล่าวถึงทั้งสองอย่างนี้ต่อไปในบทความนี้ กิจกรรมดังกล่าวที่เพิ่มมากขึ้นนั้นสามารถวัดได้จากอินดิเคเตอร์ Average True Range (ATR) ของราคาเทรดทองคำในวันเดียวกัน อินดิเคเตอร์ตัวนี้จะหาค่าเฉลี่ยของช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดที่กรอบระยะเวลาหนึ่งตามการตั้งค่ากรอบระยะเวลาของผู้ใช้งาน อย่างเช่นกราฟราคา 1-ชั่วโมง เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่นกราฟราคาด้านล่างนี้แสดงกราฟราคาทองคำในกรอบระยะเวลา 1-ชั่วโมงที่ใส่อินดิเคเตอร์ ATR (8) ลงไป ซึ่งจะทำการวัดค่าเฉลี่ยของราคาทองคำรายชั่วโมงในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กราฟทองคำ 1-ชั่วโมงที่ใส่ ATR

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, H1 - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17:47 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในกราฟราคาทองคำข้างต้นนี้ เส้นแนวตั้งจะแสดงถึงราคาซื้อขายใน 1 วัน โดยจะเห็นว่าอินดิเคเตอร์ ATR (8) มีแนวโน้มขยับสูงขึ้นตั้งแต่ในช่วงกลางของวันไปจนถึงช่วงท้ายของวันซึ่งแสดงถึงการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ การวิเคราะห์ด้วยอินดิเคเตอร์แบบนี้จะเหมาะกับการเทรดทองแบบเดย์เทรดเป็นหลัก อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่เข้าเทรดทองนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบใดด้วย

3. ใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทอง

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองนั้นช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ราคาทองคำได้ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด เนื่องจากการวิเคราะห์ตลาดเพื่อเก็งกำไรนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ในการเทรดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการจัดระเบียบการเทรดตลอดระยะเวลาเทรด การวิเคราะห์ราคาตลาดทองคำนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิเช่น

  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นการศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับตลาดทองคำ ยกตัวอย่างเช่นในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เทรดเดอร์ขั้นสูงก็จะทำการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อหาจุดเข้าเปิดสถานะสัญญาซื้อขายทองคำเสียแต่เนิ่น ๆ รอทำกำไรจากราคาทองคำที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เป็นการศึกษาราคาเพื่อระบุระดับราคาที่จะเข้าและออกจากตลาด การศึกษาราคาดังกล่าวนั้นจะใช้รูปแบบกราฟราคา, พฤติกรรมราคา และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคสำหรับการเทรด ซึ่งจะมีการอธิบายเพิ่มเติมในส่วนกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองต่อไปในบทความนี้

ก่อนที่เราจะไปดูปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดและจะเทรดทองกับ Admiral Markets โดยใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบง่าย ๆ ได้อย่างไรนั้น คุณควรจะเปิดแพลตฟอร์มเทรดกับ Admiral Markets ขึ้นมาเสียก่อนเพื่อจะได้ดูตัวอย่างการเทรดทองให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

แต่ถ้าคุณยังไม่ได้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มเทรด ก็สามารถดาวน์โหลด MetaTrader 5 ได้ฟรีเพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้ ซึ่งคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ความสามารถในการเทรดตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ, เทรดสกุลเงิน, เทรดดัชนี หรือเทรดหุ้น รวมถึงสามารถเลือกใช้งานอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคหลาย ๆ ตัวฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเริ่มเทรดกับเราวันนี้

เทรดด้วย MetaTrader 5

อะไรคือปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาเทรดทอง

มีหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกันที่ส่งผลต่อราคาซื้อขายทองคำและบางปัจจัยก็อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วย อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อราคาเทรดทองนั้น ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์ ในช่วงที่เกิดภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกนั้น ทองคำดูจะมีราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำนั่นเอง ตัวอย่างเช่นในช่วงกลางปีพ.ศ. 2562 ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากวิกฤติสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ
  • อัตราดอกเบี้ย เทรดเดอร์และนักลงทุนหลาย ๆ คน ใช้ตลาดการเงินในการค้นหา 'ผลตอบแทนที่เป็นเงิน' ให้กับเงินลงทุนของตน ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น แรงซื้อทองคำก็จะมีน้อยลงเนื่องจากนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างเช่นสกุลเงินและพันธบัตร
  • ข้อมูลเศรษฐกิจโลก เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดหนี่ง เมื่อเศรษฐกิจโลกมีความผันแปรอย่างมากก็อาจส่งผลต่ออุปสงค์ของทองคำได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่โตขึ้น นักลงทุนก็จะเริ่มกังวลว่าอาจเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในไม่ช้านี้ และเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่นตราสารทุน แล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำแทน
  • เงินดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงของค่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็มีส่วนอย่างมากในราคาเทรดทอง เนื่องจากทองคำถูกกำหนดด้วยหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากเงินดอลลาร์สหรัฐตก ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้น ในทางกลับกันถ้าเงินดอลลาร์สหรัฐขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง

ปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานซึ่งไม่ใช่เรื่องที่วิเคราะห์กันได้ง่าย ๆ เทรดเดอร์หลาย ๆ คนจึงเลือกที่จะรอให้ภาพรวมพื้นฐานปรากฏออกมาก่อน เพราะจะสามารถเห็นราคาที่เพิ่มขึ้นหรือตกลงได้อย่างชัดเจนในกราฟราคา การผนวกรวมการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์ร่วมกันมีส่วนช่วยในการเทรดได้มากทีเดียว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดส่วนบุคคลด้วยว่าเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาว

การเลือกสไตล์การเทรดมีความสำคัญไม่น้อยเพราะจะเป็นตัวกำหนดวิธีการลงทุนและการเทรดทองของคุณ เราได้กล่าวถึงการเทรด CFD ทองคำแบบคร่าว ๆ ไปแล้วข้างต้น และยังมีวิธีลงทุนทองคำวิธีอื่น ๆ ที่เราจะพูดถึงเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

จะเทรดทองอย่างไรดี

มีหลากหลายวิธีในการลงทุนทองคำรวมถึงวิธีการเทรดทองด้วย อาทิเช่น

1. ลงทุนด้วยการซื้อขายทองคำแท่งหรือเหรียญทองคำ

ในที่นี้หมายถึงการซื้อทองคำจริง ๆ เช่น ทองคำแท่ง, เหรียญทองคำ หรือแม้แต่เครื่องประดับทองคำ เป็นต้น ซึ่งเทรดเดอร์จะต้องมีบุคคลที่ยินยอมขายทองคำให้กับตน, มีเงินพร้อมเต็มจำนวนสำหรับการซื้อทองคำนั้น ๆ รวมถึงมีสถานที่ปลอดภัยสำหรับเก็บทองคำ และต้องทำประกันทองคำด้วย

2. เทรดทองด้วยสัญญาฟิวเจอร์สทองคำ

สัญญาฟิวเจอร์สคือข้อตกลงระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายที่จะซื้อ หรือรับมอบสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่นทองคำโดยใช้ราคาในอนาคต อันที่จริงแล้วสัญญาฟิวเจอร์สฉบับแรกถูกเขียนขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2394 สำหรับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ข้าวโพด โดยผ่าน Chicago Board of Trade (CBOT)

ในปัจจุบัน การเทรดทองด้วยสัญญาฟิวเจอร์สสามารถทำได้ผ่าน Chicago Mercantile Exchange แต่เนื่องจากสัญญาฟิวเจอร์สนั้นมีวันหมดอายุจึงทำให้เทรดเดอร์ไม่สามารถถือสถานะลงทุนแบบระยะยาวได้ การเทรดฟิวเจอร์สทองคำยังต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากด้วยเนื่องจากขนาดสัญญาค่อนข้างใหญ่

ตัวอย่างเช่น การเทรดทองปริมาณ 100 ออนซ์ต่อสัญญาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 1 จุดจะมีค่าเท่ากับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่าเมื่อซื้อสัญญาฟิวเจอร์สทองคำ 1 ฉบับ (จำนวนต่ำสุดที่สามารถซื้อได้) หากมีการเปลี่ยนแปลง 10 ดอลลาร์จะเท่ากับต้องเสีย 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

3. เทรดทองด้วยสัญญาออปชั่นทองคำ

เมื่อซื้อสัญญาออปชั่นทองคำ หมายความว่าผู้ซื้อมีสิทธิ์แต่ไม่ได้บังคับว่าจะต้องซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวที่ราคาก่อนหน้าหรือราคา ณ วันใดวันหนึ่งในอนาคต

แต่การเทรดทองด้วยสัญญาออปชั่นทองคำนั้นมีวันหมดอายุ ซึ่งมูลค่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามการผันผวนของราคาสินทรัพย์และระยะเวลาก่อนที่สัญญาจะหมดอายุ หลักสำคัญก็คือมูลค่าของสัญญาออปชั่นทองคำจะลดลงไปตามกาลเวลานั่นเอง

เมื่อจะเทรดด้วยสัญญาออปชั่นทองคำ เทรดเดอร์จะต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐในบัญชี และมีการเทรดระหว่างวันในมูลค่าขั้นต่ำ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยสำหรับเทรดเดอร์หลาย ๆ คน

4. เทรดทองด้วย CFD ทองคำ

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่างเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ลงทุนทองคำได้ การเทรด CFD นั้นทำให้เทรดเดอร์สามารถ

  • เลเวอเรจ เทรดเดอร์สามารถใช้วงเงินหลักประกันมาเทรดในสถานะสัญญาซื้อขายใหญ่ ๆ ได้ด้วยวงเงินฝากเพียงเล็กน้อย
  • เทรดในทิศทางใดก็ได้ จะเทรด long หรือ short เพื่อทำกำไรจากตลาดขาขึ้นหรือตลาดขาลงก็ได้
  • ถือสถานะสัญญาซื้อได้นานเท่าที่ต้องการ เมื่อเทรด CFD คุณจะสามารถเข้าหรือออกจากตลาดได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที หรือจะเลือกถือสถานะไว้เป็นวัน, เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนก็ยังได้

ทำไมจึงควรเทรดทองกับ Admiral Markets

เมื่อเลือกเทรดทองกับ Admiral Markets คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิเช่น

  1. เทรดได้ 24 ชั่วโมงต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์ในหลากหลายสินทรัพย์
  2. ได้เทรดกับบริษัทที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้องจากองค์กรกำกับดูแลที่ได้รับการยอมรับอย่าง Financial Conduct Authority แห่งสหราชอาณาจักร, Australian Securities and Investments Commission, Estonian Financial Supervisory Authority และ Cyprus Securities and Exchange Commission
  3. เทรดด้วยวงเงินหลักประกัน เทรดเดอร์รายย่อยสามารถเทรดด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 30 เท่าของวงเงินในบัญชี (ขึ้นอยู่กับชนิดของตราสาร) ส่วนเทรดเดอร์มืออาชีพสามารถเทรดด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 500 เท่าของวงเงินในบัญชี
  4. เทรดแบบไร้กังวลด้วยนโยบายการคุ้มครองวงเงินติดลบในบัญชี
  5. เข้าถึงแพลตฟอร์มเทรดที่รวดเร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดอย่าง MetaTrader ทั้งบน Windows, Mac, Web, Android และ iOS
  6. เข้าถึงปลั๊กอิน Admiral Markets MetaTrader Supreme Edition ที่ประกอบด้วยเครื่องมือเทรดชั้นสูงมากมาย อาทิ Sentiment Trader และ Advanced Order ได้แบบฟรี ๆ
  7. วงเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 200 EUR, GBP, USD หรือ CHF
  8. เทรดทองด้วยค่าสเปรดเพียง16 - 22 pips
  9. เทรดทองโดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น จะมีการเรียกเก็บเพียงค่าสเปรดและค่าสว็อปจากการถือสถานะข้ามคืนเท่านั้น

หากคุณอยากจะลองเทรดทองโดยใช้ฟีเจอร์สุดพิเศษจาก Admiral Markets ดูบ้าง ลองเปิดบัญชีทดลองเทรดฟรีกับเราสิ คุณจะได้ลองเทรดแบบไร้ความเสี่ยงและฝึกไปจนกว่าคุณจะพร้อมที่จะเปิดบัญชีเทรดจริง เปิดบัญชีทดลองได้เลยเพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เทรดด้วยบัญชีทดลองฟรี

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทอง

หากจะกล่าวถึงการเทรดทองออนไลน์แล้ว นับว่าเป็นตลาดที่เหมาะกับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดเกือบทุกประเภทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเดย์เทรด, สวิงเทรด, เทรดแบบ Position Trading เป็นต้น การเทรดทองแบบเดย์เทรดนั้นได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากตลาดทองคำเปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน, 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีการซื้อขายคล่องที่สุดเลยทีเดียว

แต่เนื่องจากราคาทองคำมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ อาทิเช่น ความตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์, อัตราดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้พฤติกรรมราคาทองคำมีความผันผวนค่อนข้างมาก ราคาเทรดทองอาจแสดงให้เห็นถึงสภาวะตลาดแบบต่าง ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ได้ด้วย เช่น เทรนด์ขาขึ้น, เทรนด์ขาลง และเทรนด์ราคาออกข้าง

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์บางคนเลือกที่จะใช้อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอย่างเช่น Bollinger band มาใช้ในกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองของตน Bollinger band จะช่วยบ่งชี้สภาวะตลาดที่เงียบเหงาและมักจะมีการเคลื่อนไหวราคาออกข้างเป็นแนวราบ รวมถึงบ่งชี้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนมากและกำลังจะเป็นเทรนด์ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

Bollinger band จะประกอบด้วยเส้น 3 เส้นด้วยกัน เส้นกลางคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน (SMA) ซึ่งใช้ในการคำนวณหาค่าของเส้นบนและเส้นล่างที่จะมีค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 20-วัน (SMA)

คุณสามารถใช้งานอินดิเคเตอร์ Bollinger band ได้ฟรีในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader ของ Admiral Markets สามารถใส่อินดิเคเตอร์นี้ลงไปได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดแพลตฟอร์ม Admiral Markets MetaTrader ขึ้นมา
  2. หา 'gold' ในหน้าต่าง Market Watch (หรือกด Ctrl+M) ลากสัญลักษณ์ไปที่กราฟราคาแล้วปล่อย
  3. เลือก 'Insert' จากเมนูที่ด้านบนของแพลตฟอร์ม แล้วเลือก Indicator -> Trend -> Bollinger bands ดังที่แสดงด้านล่าง

ใส่ Bollinger band ใน MetaTrader

เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องข้าง ๆ จะแสดงค่าเริ่มต้นของ Bollinger bands ให้กด OK

กล่องหน้าต่าง Bollinger bands

เพียงเท่านี้คุณก็จะมี Bollinger band ในกราฟราคาทองคำดังที่แสดงในกราฟราคาทองคำแบบ 4-ชั่วโมงที่แสดงด้านล่าง

กราฟทองคำ 4-ชั่วโมงและ Bollinger band

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, H4 - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ค่าเบี่ยงเบนพื้นฐานของ Bollinger band เป็นตัววัดความผันผวนของตลาดและมีหลาย ๆ หลักเกณฑ์ของ Bollinger band ที่เน้นไปที่พฤติกรรมราคาบริเวณเส้นบนและเส้นล่าง จากกราฟราคาด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามีการพฤติกรรมราคาเด้งออก หรือการพลิกกลับของราคาหลาย ๆ ครั้งในเส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger band

เส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger band

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, H4 - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

กล่องสีเหลืองแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger band ส่วนกล่องสีม่วงแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมราคาเด้งกลับของเส้นล่าง Bollinger band แต่การที่จะใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นยังต้องมีหลักเกณฑ์อื่น ๆ มาช่วยอ่านค่ากราฟด้วย

การใช้อินดิเคเตอร์เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มาเป็นตัวค้นหาเทรนด์จะทำให้เทรดเดอร์สามารถระบุเทรนด์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สามารถจดจ่อกับการปรับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  1. ถ้าราคาพุ่งทะลุขึ้นไปสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ long หรือซื้อ
  2. ถ้าราคาดิ่งลงไปต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวอย่างเช่นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วัน เทรดเดอร์อาจเลือกเปิดแค่สถานะ short หรือขาย

สามารถใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ลงไปในกราฟราคาได้เพียงคลิกที่ 'Insert' ในเมนูด้านบนของแพลตฟอร์มเทรด แล้วเลือก Indicators -> Trend -> Moving Average ดังที่แสดงด้านล่าง

ใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ใน MetaTrader


เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล่องด้านล่างจะปรากฏขึ้น


กล่องแสดงค่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

เลือก 200 ใน Period เลือก Exponential ใน Method แล้วกำหนดสีที่ต้องการใช้ (เช่น สีเขียว) เพียงเท่านี้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียลแบบ 200-วันก็จะปรากฏขึ้นบนกราฟราคาทองคำดังตัวอย่างด้านล่าง

กราฟราคาทองคำที่ใส่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แล้วแหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, H4 - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากตัวอย่างข้างต้น ราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเป็นผู้คุมตลาด ดังนั้นเทรดเดอร์อาจเลือกที่จะเทรดเฉพาะเมื่อมีการพลิกกลับของราคาที่เส้น Bollinger band เส้นล่างดังที่แสดงด้วยกล่องสีเหลืองในตัวอย่างกราฟด้านบน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาทองมีการเด้งกลับจากเส้น Bollinger band เส้นล่างไปในทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวแบบ 200-วันจริง ๆ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเทรดทองแบบเดย์เทรดและการวางออเดอร์ในแพลตฟอร์ม MetaTrader ในวิดีโอด้านล่าง

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, H4 - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากตัวอย่างข้างต้น ราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเป็นผู้คุมตลาด ดังนั้นเทรดเดอร์อาจเลือกที่จะเทรดเฉพาะเมื่อมีการพลิกกลับของราคาที่เส้น Bollinger band เส้นล่างดังที่แสดงด้วยกล่องสีเหลืองในตัวอย่างกราฟด้านบน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์เทคนิคการเทรดทองแบบเดย์เทรดอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาทองมีการเด้งกลับจากเส้น Bollinger band เส้นล่างไปในทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาวแบบ 200-วันจริง ๆ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเทรดทองแบบเดย์เทรดและการวางออเดอร์ในแพลตฟอร์ม MetaTrader ในวิดีโอด้านล่าง

แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีกรณีที่หลักเกณฑ์การเทรดที่คุณเลือกใช้ไม่มีประสิทธิภาพมากพอและทำให้เกิดการเทรดเสีย จุดนี้เองที่เป็นสาเหตุว่าทำไมต้องมีการบริหารความเสี่ยงและการใช้จุดหยุดขาดทุนมาใช้ในการเทรดเพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเองในระยะยาว

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดดังกล่าวยังไม่ได้รับการทดสอบอย่างจริงจังถึงประสิทธิภาพของมันสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกลยุทธ์เทคนิคการเทรดได้ เทรดเดอร์อาจจะยกระดับการเทรดขึ้นไปอีกขั้นด้วยการทดลองใช้เส้นค่าเฉลี่ยแบบต่าง ๆ, เรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมราคาเพิ่มเติมในคลังการศึกษา และปรับเปลี่ยนกรอบระยะเวลาดูรวมถึงลองใช้เครื่องมือและอินดิเคเตอร์ขั้นสูงจากปลั๊กอิน MetaTrader Supreme Edition ด้วย

คุณสามารถใช้งานเครื่องมือเทรดและอินดิเคเตอร์ขั้นสูงจากปลั๊กอิน Admiral Markets Supreme Edition ที่ให้เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถยกระดับประสบการณ์การเทรดทองขึ้นไปอีกขั้น ด้วยปลั๊กอินสุดพิเศษที่มีให้คุณใช้แบบฟรี ๆ คุณจะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมอีกมากมาย อาทิเช่น เมทริกซ์สหสัมพันธ์, ข้อมูลตลาดล่าสุดแบบเรียลไทม์ และข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดมืออาชีพ รวมถึงเครื่องมือสุดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณสามารถเพลิดเพลินกับฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ได้เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างแล้วดาวน์โหลดไปใช้ฟรีได้เลยเทรดด้วย MetaTrader Supreme Edition

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์: ข้อมูลข้างต้นเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่จัดทำโดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ การประเมิน การทำนาย การพยากรณ์ และการประมวลผลหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า "บทวิเคราะห์") ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนตัดสินใจในการลงทุนใด ๆ กรุณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยความระมัดระวัง

  1. ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นการสื่อสารทางการตลาด บทวิเคราะห์นี้เป็นการเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวและจะต้องไม่ถือเป็นการแทนคำปรึกษาหรือคำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการส่งเสริมความเป็นอิสระในการค้นคว้าวิจัยด้านการลงทุน และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามในการทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการเผยแพร่บทวิจัยด้านการลงทุน
  2. Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนทุกประเภทของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะมาจากเนื้อหาในบทวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
  3. บทวิเคราะห์ถูกจัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระซึ่งเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพและนักวิเคราะห์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้เขียน") โดยยึดตามการประเมินส่วนบุคคล
  4. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเป็นกลางของบทวิเคราะห์ Admiral Markets ได้จัดทำกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. แม้ว่าเราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของเนื้อหาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงอยู่ในเนื้อหานั้นมีความแม่นยำ สมบูรณ์ ความเป็นปัจจุบัน และเข้าใจได้มากที่สุด แต่ Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในบทวิเคราะห์ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่แสดงถึงผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตได้
  6. เนื้อหาในบทวิเคราะห์จะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ว่าลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวในบทวิเคราะห์ และขอสงวนความรับผิดชอบในการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาบทวิเคราะห์
  7. ผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ในอดีต หรือตัวอย่างผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ของตราสารทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาจะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ถึงผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และจะไม่มีการรับประกันมูลค่าหลักทรัพย์
  8. ตัวอย่างที่แสดงอยู่ในบทวิเคราะห์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเรียกเก็บภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับหัวข้อของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยมีการระบุรายการค่าบริการที่เรียกเก็บโดย Admiral Markets อย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets
  9. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วย) ถือเป็นการเก็งกำไร และอาจมีการขาดทุนหรือทำกำไรได้ ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ