ตลาดหุ้นอเมริกา คืออะไร : วิธีการซื้อหุ้น, ตลาดหุ้นอเมริกาเปิดกี่โมง?

พฤษภาคม 19, 2020 22:13 UTC
Reading time: 15 minutes

ตลาดหุ้นอเมริกาได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน เนื่องจากมีหุ้นเทคโนโลยีชื่อดังก้องโลก เช่น Facebook, Google, Amazon ซึ่งนับว่าเป็น 3 บริษัทที่เปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง และราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ก้มีมูลค่ามหาศาล ในบทความนี้เราจึงต้องการพาคุณไปเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นอเมริกาให้มากยิ่งขึ้น

ตลาดหุ้นอเมริกา คือ

ออกตัวก่อนว่า บทความนี้จะอธิบายเรื่องพื้นฐานโดยไม่ได้มี "เทคนิค" ในการเข้าเทรดใดๆ โดยเป็นบทความสำหรับมือใหม่ "ตั้งแต่ศูนย์" อธิบายตั้งแต่ ตลาดหุ้นอเมริกาคืออะไร แล้วหุ้นที่อยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง? เวลาเปิด-ปิดของตลาด การเปิดโปรแกรมดูกราฟ และวิธีการกดปุ่มซื้อขายในเบื้องต้น ไปลุยกันเลย!

ตลาดหุ้นอเมริมา

ตลาดหุ้นอเมริกา คือ สถานที่อันที่ศูนย์กลางในการซื้อขายตราสารทุน หรือที่เรียกว่า "หุ้น" ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งก็เปรียบเสมือนตลาดหุ้นแห่งประเทศไทยของบ้าน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ SET แต่สำหรับตลาดหุ้นอเมริกาจะมีตราสารทางการเงินที่หลากหลายกว่ามาก

ในสหรัฐฯ จะมีตลาดหุ้นหลักถึง 2 แห่ง ซึ่งมันยังเป็น 2 ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ได้แก่ "ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก" (New York Stock Exchange) และตลาด "แนสแด็ก" (Nasdaq Stock Exchange) ซึ่ง Nasdaq เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งที่สองของสหรัฐฯ ดังนั้นเราจะเห็นว่า เวลานักลงทุนพูดคำว่า "ตลาดหุ้นอเมริกา" จะหมายถึง 2 ตลาดหลักของสหรัฐฯ คือ New York และ Nasdaq

ตัวอย่างบริษัทระดับโลกที่คุ้นหูกันดีที่ได้จดทะเบียนระดมทุนในตลาดหุ้นอเมริกา เช่น Amazon, Netflix, Facebook หรือแม้แต่บริษัทสัญชาติจีนอย่าง Alibaba ของ Jack Ma ก็เลือกที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เพราะมีพัฒนาการที่ยาวนาน และในดินแดนสหรัฐฯ มี Investment Banker ที่เชี่ยวชาญกว่ามาก จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่ Alibaba ต้องยอมไปอยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา

สำหรับท่านที่ต้องการทดลองเทรดหุ้นต่างประเทศ ไม่ว่าจะเทรดหุ้นเป็นรายบริษัท Facebook, Google ฯลฯ หรือกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ ETF เช่น กองทุน iShare เป็นต้น คุณก็สามารถเปิดบัญชีกับ Admiral Markets เทรดหุ้นอเมริกาได้แบบไม่ยุ่งยาก ซึ่งคุณสามารถเลือกที่จะเปิดบัญชีเงินจำลองเพื่อทดสอบกลยุทธิ์การเทรดของคุณก่อนได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เปิดบัญชีและดาวน์โหลดโปรแกรมเทรดฟรี!

ทดลองเทรดหุ้นอเมริกาผ่าน MT4 ได้ง่ายๆ ด้วยบัญชีทดลองตลาดหุ้นในอเมริกา มีอะไรบ้าง?

ความจริงต้องเขียนว่า "ตลาดทางการเงิน" โดยในหัวข้อที่แล้ว เราพอทราบคร่าวๆ แล้วว่า บริษัทระดับโลกส่วนใหญ่ก็จดทะเบียนในตลาดหุ้นอเมริกา โดยมี 2 ตลาดหุ้นหลักๆ ได้แก่ New York Stock Exchange กับ Nasdaq Stock Exchange อย่างไรก็ตาม ตลาดที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายตราสารทางการเงิน (Securities Market) ไม่ได้มีแค่ "ตลาดหุ้น"

ตลาดทางการเงินหลัก 3 แห่ง ได้แก่

  • New York Stock Exchange (NYSE) : ตลาดหุ้นนิวยอร์ก
  • National Association of Securities Dealers Automated Quotation System (Nasdaq)
  • American Stock Exchange (AMEX) : จะเป็นตลาดสำหรับซื้อขายกองทุน ETF โดยเฉพาะ

ตลาดทางการเงินเพื่อสนับสนุนเครื่องมือเพิ่มเติมหรือตราสารที่มีความซับซ้อน เช่น ตราสารอนุพันธ์ประเภทฟิวเจอร์ศ

  • Boston Stock Exchange (BSE)
  • Chicago Board Options Exchange (CBOE)
  • Chicago Board of Trade (CBOT)
  • Chicago Mercantile Exchange (CME) : ตลาดที่ได้รับความนิยมในฐานะศูนย์กลางการเทรดฟิวเจอร์ส
  • Chicago Stock Exchange (CHX)
  • International Securities Exchange (ISE) : ตลาดที่เน้นตราสาร Option
  • Miami Stock Exchange (MS4X)
  • National Stock Exchange (NSX)
  • Philadelphia Stock Exchange (PHLX)

ดัชนีหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง?

ในหัวข้อแรกเราได้อธิบายความหมายของตลาดหุ้นอเมริกา และหัวข้อที่แล้วเราเพียงอธิบายว่า "ตลาดทางการเงิน" ของสหรัฐฯ นั้นมีตลาดอะไรให้เลือกเทรดได้บ้าง ซึ่งไม่ได้มีแค่ตลาดหุ้น แต่ยังมีตลาดสำหรับซื้อขายกองทุน ETF หรือตลาดที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายตราสาร Option แต่ทั้งนี้ ในหัวข้อนี้เรากำลังจะพูดถึง "ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ"

แนวคิดของดัชนีหุ้น คือการสร้างสูตรการคำนวณมูลค่าของตลาดหุ้นออกมาเป็นดัชนีให้ติดตามได้ง่ายๆ เพราะตลาดหุ้นหนึ่งๆ มีหุ้นหลายบริษัทมาก นักเศรษฐศาสตร์สถาบันจึงพยายามสร้างดัชนีเพื่อเป็นแทนตัวแทนของตลาดหุ้นนั้นๆ ซึ่งแนวคิดของสหรัฐฯ ก็เหมือนดัชนีหุ้นของอังกฤษ (FTSE100) โดยมีดัชนีที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมเทรดกันในตลาดดังนี้

  1. ดัชนี S&P 500 (SP500) : ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ "S&P500" เป็นดัชนีนี้วัดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และถือกันว่าดัชนีที่เป็น "ภาพแทน" ที่ดีที่สุดเวลาประเมินภาพรวมของตลาดหุ้นอเมริกาโดยรวมๆ
  2. ดัชนี Nasdaq 100 (NQ100) : อเมริกามีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ เป็นตลาดที่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทั้งตลาดได้ จึงได้มีการพัฒนาดัชนี "NASDAQ 100" ซึ่งวัดเฉพาะแค่มูลค่าของบริษัทจดทะเบียน 100 บริษัทที่เป็นบริษัทในอุตสาหกรรม "เทคโนโลยี" ที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้น หากจะดูแค่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ให้เราพิจารณาแค่ดัชนี NASDAQ 100 ก็เพียงพอ
  3. ดัชนี Dow Jones 30 (DJI30) : "ดัชนีดาวโจนส์" ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับ "ดาวโจนส์ 30" มีแนวคิดคล้ายๆ S&P500 แต่จะวัดมูลค่าเฉพาะ 30 บริษัทที่ประเมินแล้วว่า มันคือ 30 บริษัทที่สำคัญของเศรษฐกิจอเมริกา ถ้า S&P500 สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นอเมริกา ตัวดัชนี DJI30 ก็เป็นภาพที่สะท้อน "หัวใจ" ของเศรษฐกิจอเมริกา

จะเห็นว่าดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีหลักๆ อยู่ 3 ตัว แต่ถ้าลองสังเกตในเว็บไซต์ต่างๆ เวลาพูดว่า "ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ" มักหมายถึง S&P500 เป็นอันดับแรก เพราะนับว่าเป็นตัวแทนที่สะท้อนภาพรวมๆ ได้ดีที่สุด แต่เวลานักเศรษฐศาสตร์พูดถึงเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตลาดหุ้น มักจะใช้ดัชนี Dow Jones มากกว่า เพราะคัดมาเฉพาะบริษัทที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมอันเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลองดูตัวอย่างรายชื่อบริษัทในดาวโจนส์แล้วคุณจะเข้าใจเอง

  • Apple
  • Boeing
  • Chevron
  • ExxonMobil
  • Goldman Sachs
  • Home Depot
  • IBM
  • Intel
  • Microsoft
  • Nike
  • Procter & Gamble

นี่แค่ส่วนหนึ่งในดัชนีดาวโจนส์เท่านั้น จะเห็นว่า หากคุณเลือกลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงกับดัชนี Dow Jones เช่น กองทุนของ SPDR ที่ชื่อว่า "SPDR Dow Jones Industrial Average ETF Trust" ก็เท่ากับคุณลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพจาก SPDR ดูแล ซึ่งในโบรกเกอร์ Admiral Markets คุณสามารถลงทุนกองทุน ETF ตัวนี้ได้ในชื่อที่เรียกว่า "DIAUS" หรือ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองเพื่อทดลองเทรดดัชนีหุ้นได้ฟรี!

เทรดดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน MT4 กับ Admiral Markets ได้ที่นี่

ตลาดหุ้นอเมริกา เปิดกี่โมง?

  • ตลาดหุ้นอเมริกาเปิด 7.00 PM หรือ 1 ทุ่มตลาดเวลาประเทศไทย
  • ปิด 3.00 AM หรือ ตี 3 ตามเวลาประเทศไทย (เช้าวันใหม่)

วิธีซื้อหุ้นอเมริกา

ในส่วนนี้จะอธิบายวิธีการพื้นฐานทั้งหมดว่าเวลาจะเริ่มต้นต้องดูตรงไหน เข้าไปกดปุ่มอะไรบ้าง โดยเริ่มหัวข้อแรกจะอธิบายเรื่องโบรกเกอร์ หัวข้อที่สองจะเป็นวิธีการดูข้อมูลตลาดหุ้นอเมริกา หัวข้อสามจะเป็นวิธีการเปิดสถานะซื้อขาย

1. หุ้นอเมริกาในโบรกเกอร์ Admiral Markets

ก่อนอื่นเลย คือ คุณต้องเข้าใจว่า คุณหรือใครก็ตาม จะไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์ตรงๆ ได้ ซึ่งที่คุณต้องทำคือซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ เพราะโบรกเกอร์จะเป็นตัวกลางในการจัดการคำสั่งซื้อขายไปสู่ตลาด ทำให้ระบบการเงินเกิดความเรียบร้อย

โดยวิธีการเลือกโบรกเกอร์ หากคุณลองศึกษาอย่างละเอียด คุณจะเริ่มเข้าใจว่า ทำไมควรเทรดกับโบรกเกอร์ Admiral Markets ของเรา คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

เหตุผลที่ดีที่คุณควรเลือก Admiral Markets จะมีข้อดีต่างๆ มากมาย เช่น การอยู่ภายใต้การควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหราชอาณาจักรสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลียและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเอสโตเนียและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไซปรัส

  • เปิดบัญชีการซื้อขายและการลงทุนที่หลากหลาย เช่น MT5 ซึ่งคุณสามารถซื้อหุ้นของ บริษัท ในตลาดหุ้นทั่วโลก 15 แห่งและรับข้อมูลตลาดเวลาว่างฟรี
  • เปิดบัญชีการซื้อขาย CFD : ซึ่งทำกำไรได้ทั้งฝั่ง Buy หรือ Sell คุณจะได้อัตราทดมากถึง 1: 500 สำหรับลูกค้ามืออาชีพและ 1:30 สำหรับลูกค้ารายย่อย
  • เยี่ยมชม Meta Trader แพลตฟอร์มการซื้อขายที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเว็บระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, iOS และ Android
  • การซื้อขายในประเภทสินทรัพย์เช่นหุ้นสหรัฐหุ้นต่างประเทศดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ Commodity หรือ Cryptocurrency
  • ยิ่งไปกว่านั้น Admiral Markets ผู้ที่เลือกใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายที่รวดเร็วปลอดภัยและได้รับประโยชน์จะได้รับประโยชน์จากนโยบายการป้องกันยอดคงเหลือติดลบซึ่งจะช่วยปกป้องคุณจากผลข้างเคียงในตลาด

ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบสัญญาณการซื้อขายของคุณว่า ใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลอง ซึ่งเปิดโอกาสในคุณสามารถทดลองกลยุทธิ์การเทรด Forex ได้ทุกประเภทโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ เลย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เทรดหุ้นอเมริกาผ่านบัญชี Demo

2. การดูกราฟหุ้นอเมริกา

เว็บไซต์ของตลาดหุ้นอเมริกาช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม มันจะสะดวกกว่ามากๆ หากดาวน์โหลดแพลต์ลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งแพลตฟอร์ม MetaTrader จะทำให้คุณดูกราฟราคาหุ้นของทุกๆ หุ้นรายตัวในตลาดหุ้นอเมริกาได้ทันที แนะนำให้ดาวน์โหลดลงเครื่องไว้เลย

ทั้งนี้ MetaTrader ที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ Admiral Markets จะมีวุ่นที่แตกต่างกัน โดย MetaTrader 4 หรือ MT4 จะเป็นเวอร์ชั่นสำหรับการเทรด Forex โดยเฉพาะ เนื่องจากจะไม่คำสั่งขั้นสูงที่ใช้งานในตลาดหุ้น เช่น คำสั่ง Fill or Kill เป็นต้น โดยเทรดเดอร์ที่ต้องการดูกราฟหุ้นอเมริกา ให้เลือกดาวน์โหลด MetaTrader 5 หรือ MT5 ลองพิจารณารายละเอียดด้านล่างนี้

  • MetaTrader 4 : เน้นเทรดค่าเงิน Forex
  • MetaTrader 5 : เน้นหุ้นเพราะมีคำสั่งที่ครอบคลุมการเทรดตลาดหุ้นมากกว่า MT4
  • MetaTrader Supreme Edition : เป็นปลั๊กอินเสริม

สำหรับ MetaTrader Supreme Edition เป็นปลั๊กอินเสริมสำหรับ MT4 และ MT5 จะเพิ่มเครื่องมือพิเศษกว่ารุ่นธรรมดา เช่น Technical Insight™ รวบรวมการวิเคราะห์เชิงเทคนิค Global Opinion สะท้อนมุมมองและอารมณ์ของตลาดว่ามองทิศทางราคาอย่างไรบ้าง เป็นต้น คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานเพื่อดูกราฟหุ้นได้ฟรีๆ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

ดูกราฟหุ้นอเมริกาด้วย MT5

3. วิธีเล่นหุ้นอเมริกาใน MT4, MT5

เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรดเรียบร้อยแล้ว หรือบัญชีทดลองดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการซื้อขายของคุณฟรีและพบแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับคุณแล้วคุณสามารถเริ่มตัดสินใจซื้อขายเกี่ยวกับอนาคตของตลาดหุ้นสหรัฐและตัวเลือกในการซื้อหรือขาย คุณสงสัยหรือไม่ว่าจะซื้อหุ้นสหรัฐบนเว็บไซต์ Meta Trader ของคุณได้อย่างไร? ไม่สามารถทำให้ง่ายขึ้นได้โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader ขึ้นมา
  2. เปิดหน้าต่างรายชื่อหุ้นได้จากแท็บ View ด้านบน แล้วเลือก Market Watch หรือกดปุ่มลัด Ctrl+M บนคีย์บอร์ดของคุณก็ได้ หลังจากนั้นมันจะแสดงหน้าต่างรายชื่อหุ้นมาจำนวนหนึ่งในด้านซ้ายมือ (ซึ่งยังไม่ใช่ทั้งหมด)
  3. คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือกคำว่า Symbols หรือกดปุ่มลัด Ctrl+U บนคีย์บอร์ดของคุณก็ได้
  4. มันจะแสดงรายการหุ้นทั้งหมดที่มีให้คุณเทรด รับประกันว่าเลือกไม่ไหวแน่ๆ

วิธีการเปิดหน้าต่างรายชื่อหุ้นในตลาดหุ้นอเมริกาใน MT4, MT5

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

คลิกซ้ายที่ไอคอนที่คุณต้องการดูตอนนี้และลากไปยังแผนภูมิเพื่อดูราคาหุ้นสหรัฐของไอคอนที่คุณเลือก ตอนนี้คุณสามารถเปิดตั๋วการค้า

  1. คลิกขวาบนพื้นที่กราฟ
  2. เลือกคำว่า Trading
  3. แล้วกดปุ่ม New Order หรือขั้นตอนนี้อาจจะกดปุ่มลัด F9 จากคีย์บอร์ดก็ได้
  4. หลังจากนั้นตัวโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างให้คุณเลือก Buy หรือ Sell ซึ่งคุณสามารถกำหนดค่า Stop Loss หรือ Take Profit ไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้ แน่นอนว่าอย่าลืมเช็คตรง Volume ดีๆ ว่าจะเทรดด้วยปริมาณเท่าไหร่

วิธีการเปิดคำสั่งซื้อขายตลาดหุ้นอเมริกาใน MT4, MT5

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการซื้อหุ้นสหรัฐและเข้าร่วมในตลาดหุ้นสหรัฐให้เปิดเว็บไซต์ Admiral Markets Meta Trader ของคุณฟรีแล้วดูวิดีโอด้านล่าง!

ตอนนี้คุณรู้วิธีซื้อและซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเข้าใจว่าอะไรส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นสหรัฐดังนั้นคุณสามารถระบุได้ว่าหุ้นใดเสนอการเคลื่อนไหวของราคาที่ดีที่สุด

เทรดหุ้นอเมริกากับ Admiral Markets

หลังจากที่ได้อ่านวิธีการดูและเล่นหุ้นอเมริกาอย่างคร่าวๆ แล้ว หากคุณเริ่มสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Nasdaq หรือ Dow Jones เรามีเหตุผลที่ดีมากๆ ที่คุณควรเปิดบัญชีเทรดหุ้นกับ Admiral Markets

  • ความสามารถเข้าถึง 15 ตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก ทำให้คุณเลือกลงทุนหุ้นได้อย่างหลากหลายมากๆ ไม่ใช่แค่หุ้นอเมริกา แต่ตั้งรวมถึงกองทุน ETF ระดับของบริษัทระดับที่สามารถสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้
  • เปิดบัญชีและเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ยูโร! โดยมีค่าธรรมเนียมการเทรดที่ต่ำมากเพียง $0.01 ต่อทุกๆ การซื้อขายมูลค่า $1 ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกที่สุดในโลกแล้ว
  • รับบริการข้อมูลความเคลื่อนไหวของตลาดแบบเรียลไทม์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • สร้างกระแสเงินสดเป็น Passive Income ให้กับคุณด้วยเงินปันผลจากการถือครองหุ้นต่างๆ
  • อย่าลืมว่า Admiral Markets คุณจะได้ใช้ปลั๊กพิเศษอย่าง MetaTrader Supreme Edition อีกด้วย!

ได้โปรดอย่าลังเล! เพราะต่อให้คุณไม่แน่ใจว่า การเริ่มต้นเทรดอย่างไร คุณก็ยังสามารถเริ่มต้นได้ด้วยบัญชีเงินจำลอง Demo Account ได้โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ พร้อมแล้วค่อยคงสนามจริงก็ยังไม่สาย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เปิดบัญชีทดลองเทรดได้ฟรี!

ทดลองเทรดหุ้นอเมริกา กับ Admiral Markets ได้เลย

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ