เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

Tesla คือ บริษัทอะไร : จะเริ่มต้นซื้อหุ้น Tesla ได้อย่างไร?

มกราคม 12, 2021 08:55 UTC

แม้เราจะอยู่ท่ามวิกฤต COVID-19 ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ตั้งแต่จุดต่ำสุดในปี 2020 จนมาถึงปัจจุบันในปี 2021 หุ้น Tesla คือหุ้นที่ได้รับผลตอนแทนเกินกว่า 1,000% หรือมากกว่า "สิบเด้ง" แล้ว แน่นอนว่า นี่คือสิ่งที่ลบคำสบประมาทตลอดปี 2018 - 2019 ที่มี Elon Musk ไปอย่างหมดสิ้น

ซื้อหุ้น tesla

แต่สิ่งที่นักลงทุนอยากรู้มากกว่า คือ เราจะเริ่มต้นลงทุนซื้อหุ้น Tesla ได้อย่างไร และบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการซื้อหุ้น Tesla (TSLA) รวมถึงหุ้นต่างประเทศทั้งหมดผ่านโบรกเกอร์ Admiral Markets ซึ่งเป็นโบรกเกอร์เทรดตราสารอนุพันธ์ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) โดยจะไล่ลำดับตามหัวข้อดังต่อไปนี้

Tesla คืออะไร

Tesla คือ บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์มอเตอร์ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า EV (Electric Vehicle) และยังทำธุรกิจพลังงานสะอาด "โซล่าเซลล์" อีกด้วย โดยมี Elon Musk เป็นประธานใหญ่มาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งนำพาธุรกิจเข้าสู่ตลาดหุ้น NASDAQ ได้ในปี 2010

นอกจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่ถือว่าเป็น Disruptive innovation ของโลก บริษัท Tesla ยังเคยให้ความสนใจศาสตร์แห่งอนาคตอย่าง "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ AI (Artificial Intelligence) และอุโมงค์การจราจรใต้ดินภายใต้ชื่อ "Hyperloop" ที่ Elon Musk เชื่อว่า จะเปลี่ยนแปลงวิธีการสัญจรของสหรัฐฯ ไปตลอดกาล

Tesla Motor ประวัติ

บริษัท Tesla หรือ (Tesla, Inc.) ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 โดย Martin Eberhard และ  Marc Tarpenning เดิมใช้ชื่อบริษัทว่า Tesla Motors ในตอนนั้น Martin Eberhard เคยกล่าวว่า เขาต้องการที่จะสร้าง "บริษัทผลิตรถยนต์ที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้วย" ซึ่งเทคโนโลยีตัวหลักที่เขาหมายถึง คือ "แบตเตอรี่ ผสาน ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์"

จุดเริ่มต้นของ Tesla Motors มีความต้องการที่จะสร้าง "รถยนต์ไฟฟ้า" มาตั้งแต่แรก แนวคิดนี้สามารถ "ขายได้" และหลังจากที่พวกเขารับพนักงานคนที่ 3 เข้ามา "Ian Wright" พวกเขา 3 เขาก็สามารถระดมทุนใน  Series A ได้ถึง 7.5 ล้านดอลลาร์ บวกกับเงินของนักธุรกิจชื่อดัง "Elon Musk" อีก 6.5 ล้านดอลลาร์ ในปี 2004

ด้วยจำนวนมหาศาลดังกล่าว Elon Musk กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และดำรงตำแหน่ง "ประธานคณะกรรมการ" ของบริษัท Tesla Motors และแต่งตั้ง  Martin Eberhard (ผู้ก่อตั้ง) ให้ดำรงตำแหน่ง CEO อย่างเป็นทางการ จากตรงนี้จะเห็นแล้วว่า Elon Musk คือคนที่ดูแลภาพรวม ๆ ที่สำคัญ แต่ไม่ได้ลงลึกถึงการทำงานในแต่ละวัน

แต่จากการทุ่มเททำงานอย่างหนักของ Elon Musk ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ในปี 2006 เขาก็นำพาบริษัท Tesla Motors ไปสู่การรับระดมทุนในรอบ Series B ได้อีก 13 ล้านดอลลาร์ และได้อีก 40 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียวกัน จนสุดท้ายเขาสามารถนำบริษัทไปเสนอขายในตลาดหุ้น (IPO) ได้ในปี 2010 ในตลาด NASDAQ ด้วยจำนวนหุ้น 13.3 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 17 ดอลลาร์ รวมคิดเป็นเงินกว่า 226 ล้านดอลลาร์ หลังจากนั้น Elon Musk ได้ดำรงตำแหน่ง CEO ด้วยตัวเองใน ตุลาคม 2008 จนถึงปัจจุบัน

Tesla, Inc.

ในปี 2016 บริษัท Tesla Motors ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tesla, Inc. เพราะต้องการใช้คำว่า "Tesla" ให้เป็นการสื่อว่า บริษัทไม่ได้มีธุรกิจที่เป็น "Motors" หรือรถยนต์เพียงอย่างเดียว เพราะในปีเดียวกันนี้ Tesla ได้เข้าซื้อ Solar City ซึ่งเป็นบริษัทด้านการผลิตไฟ้ฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยภาพด้านล่างเป็นภาพจากเว็บไซต์ของบริษัท Tesla โดยตรง โดยจะเห็นว่า เป็นธุรกิจ Solar Panels หรือที่เรียกว่า "แผงโซล่าเซลล์" นั่นเอง ซึ่งแผงโซล่าเซลล์ของ Tesla จะมีหน้าตาเรียบร้อยในลักษณะที่เรียกว่า "Low-Profile" ตามสมัยนิยม

ธุรกิจ Solar ของบริษัท Tesla

รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดของ Tesla

ตั้งแต่เปิดบริษัทจนถึงปัจจุบัน (Jan 2021) บริษัท Tesla นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าออกขายประชาชนด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น โดยได้ยกเลิกรุ่น "Tesla Roadster" ไป เหลือเพียง 4 รุ่นที่เสนอขาย ได้แก่

  • Model S
  • Model 3
  • Model X
  • Model Y

Model S เปิดตัวในปี 2012 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ "Pure Electric" เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Sedan แบบ 5 ประตู และคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้กระแสการถกเถียงเกี่ยวกับการ Disrupt วงการยานยนต์ โดยต่างเชื่อกันว่า รถยนต์เครื่องสันดาปกำลังจะหมดไป ซึ่งถือว่าใกล้ความจริงขึ้นมาแล้ว เช่น ข่าวที่ประเทศกลุ่มยุโรปประกาศ "ห้ามจำหน่ายเครื่องยนต์สันดาปภายใน" และหันมาสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มสูบ อย่างไรก็ตาม Model 3 ดูจะได้รับความสนใจมากกว่า

Tesla Model 3 ราคาเท่าไหร่

สิ่งที่ทำให้ Tesla Model 3 ได้รับความสนใจอย่างมาก ณ เวลาเปิดตัวในปี 2016 คือ ราคาที่ถูกลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Model S โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Fastback (ท้ายลาด) 4 ประตู ข้อมูลจาก Pockket-Lint ระบุว่า Model S ราคาเริ่มต้นที่ 74,99 ดอลลาร์ ในขณะที่ Tesla Model 3 สามารถครอบครองได้ในราคา 37,990 ดอลลาร์ เท่านั้น โดยราคา Tesla Model 3 ในประเทศ หากนำเข้ามาจะอยู่ราว ๆ เริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท

Model X และ Model ยังได้รับการพูดถึงน้อยกว่า อาจเพราะราคาที่ค่อนข้างแพง โดย Model X ราคา 79,990 ดอลลาร์ ราคานำเข้าในไทยจะประมาณ 6 ล้านบาท ส่วน Model Y อยู่ที่ 52,990 ดอลลาร์ ราคานำเข้าอาจจะสูงกว่า Model 3 เล็กน้อย

สำหรับท่านที่มีความรู้ด้านการลงทุนอยู่แล้ว สิ่งที่คุณต้องการอาจไม่ใช่ข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัท Tesla แต่เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดย MetaTrader 5 จากโบรกเกอร์ Admiral Markets

โบรกเกอร์ Admiral Markets นำเสนอซอฟแวร์ที่อำนวยความสะดวกสบายสำหรับการลงทุนของคุณ มีตราสารและหุ้นต่างประเทศรวมกันมากกว่า 4,000+ ตราสาร พร้อมระบบบัญชีทดลอง (Demo Account) ให้คุณได้ทดสอบกลยุทธ์การลงทุนด้วยเงินจำลองได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะมั่นใจ คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองและใช้งานได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรดหุ้น

ซื้อหุ้น Tesla เริ่มต้นอย่างไร?

หุ้น Tesla จดทะเบียนในตลาด NASDAQ ซึ่งเป็นตลาดหุ้นต่างประเทศ เราจึงต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรการเงินระหว่างประเทศ โดยโบรกเกอร์ Admiral Markets อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร การจะลงทุนหุ้น Tesla จะต้องมีบัญชีเทรดกับทาง Admiral Markets ก่อน โดยในหัวนี้จะแบ่งหัวข้อย่อย ๆ อีกเป็น

ทั้งนี้ ก่อนจะไปสู่วิธีการซื้อหุ้น Tesla ต้องบอกก่อนเลยว่า คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินจริงในการเริ่มต้น เพราะหากคุณยังไม่แน่ใจ คุณสามารถเปิดบัญชีทดลอง ซึ่งเป็น "ระบบเงินจำลอง" (Demo Account) ให้คุณสามารถทดลองฝึกเทรด ฝึกลงทุนก่อนได้ โดยบัญชีทดลองจะให้คุณเข้าถึงหุ้นทั่วโลกได้ ไม่ใช่แค่หุ้น Tesla เท่านั้น แต่หุ้นเหมืองทองคำ, หุ้นน้ำมัน รวมถึงสามารถเทรดทองคำได้อีกด้วย โดยเมื่อคุณกดเข้าที่หน้าเปิดบัญชี จะมีให้กรอกเพียงข้อมูลไม่กี่อย่างก็เปิดบัญชีได้ทันที

Tesla Open Account

หลังจากที่คุณกรอก ชื่อ-นามสกุล และอีเมล เรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับลิงค์สำหรับดาวน์โหลดซอฟแวร์ที่ใช้ในการเทรดชื่อว่า MetaTrader 5 หรือ "MT5" พร้อมกับรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้บัญชีทดลอง โดยเมื่อคุณติดตั้ง MT5 และใส่รหัสผ่านที่ได้ในอีเมลไปแล้ว จะพบกับหน้าตาของแพลตฟอร์มตามภาพด้านล่างนี้

หน้าตาของแพลตฟอร์ม MT5

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ค้นหาชื่อหุ้น Tesla (TSLA) ใน MT5

ด้วยความที่สินค้าที่สามารถเทรดได้ในโบรกเกอร์ Admiral Markets มีตั้งแต่หุ้นต่างประเทศ, คู่เงิน Forex, กองทุน ETF ไปจนถึงตราสาร-พันธบัตรรัฐบาล และเนื่องจากตราสารต่าง ๆ มีมากกว่า 4,000+ มากกว่า สำหรับวิธีซื้อหุ้น Tesla ใน MT5 นั้น คุณต้องเปิดค้นหารายการหุ้นที่ต้องการซื้อขายด้วยตัวเอง โดยมีวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

เพิ่มหุ้น Tesla ใน MT5

  1. ให้สังเกตแท็บ Market Watch ในหมายเลข [1] ตรงนี้คือแท็บรวมรายการตราสารที่เราต้องการจะเทรด ให้เราคลิกขวาตรงพื้นที่ว่างสีขาว ๆ จะแสดงเมนูต่าง ๆ ขึ้นมา
  2. คลิกที่ Symbols ตามหมายเลข [2] ดังภาพด้านบน

หน้าต่างรวมตราสารของ Admiral Markets

เมื่อคุณคลิก Symbols จะปรากฏหน้าต่าง Symbols แยกต่างหากออกมาดังภาพ ซึ่งจะเห็นว่า โบรกเกอร์ Admiral Markets ได้แยกหมวดหมู่ตราสารหลัก ๆ ไว้ถึง 11 หมวดหมู่ ตามลูกศร [A] โดยหุ้น Tesla จะอยู่ใน "หมวดหุ้น" หรือตรง "Stock CFDs"

เพียงคลิกที่ "Stock CFDs" แพลตฟอร์มจะแสดงรายชื่อหุ้นทั้งหมดที่มีให้เทรด ซึ่งเป็นหุ้นต่างประเทศจาก 24 ตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ถ้าคุณมีเป้าหมายหรือหุ้นที่อยากเทรดอยู่แล้ว คุณสามารถใช้คำสั่งค้นหาตาม [1] แล้วพิมพ์คำว่า "Tesla" ไปตรง ๆ ก็จะปรากฏผลการค้นหาในหมายเลข [2] โดยหุ้น Tesla ในตลาด NASDAQ จะใช้สัญลักษณ์ในการซื้อขายว่า TSLA ดังภาพ ให้ดับเบิลคลิกที่ #TSLA รายชื่อหุ้นจะกลับมาปรากฏที่หน้าต่าง Market Watch

วิธีซื้อหุ้น Tesla ใน MT5

วิธีการเริ่มซื้อหุ้น Tesla หรือหุ้นตัวใด ๆ ในโบรกเกอร์ Admiral Markets ก่อนอื่นแนะนำให้เปิดกราฟราคา Tesla ขึ้นมาก่อน โดยการคลิกขวาที่ชื่อหุ้น #TSLA ตามหมายเลข [1] (คุณต้องไปเพิ่มชื่อหุ้น TSLA ในหัวข้อที่แล้วมาก่อน) แล้วคลิกที่ Chart Window ในหมายเลข [2] จากนั้นแพลตฟอร์มจะแสดงกราฟราคาหุ้น Tesla ให้คุณพิจารณาการเคลื่อนไหวก่อนการลงทุนตามภาพด้านล่าง

การใส่กราฟ TSLA ใน MT5

หากคุณไม่พอใจ "สี" ของกราฟราคา รวมถึงสีต่าง ๆ ในหน้าต่างแสดงกราฟราคา ไม่ว่าจะเป็นแท่งเทียน ตัวอักษร สีเส้นขอบ คุณสามารถปรับแต่งสีดังกล่าวได้โดยการคลิกขวาที่พื้นที่ว่างบนกราฟ แล้วเลือก Properties หรือกด F8 เลยก็ได้ ให้เลือกแท็บ Color แล้วเลือกสีได้ตามใจชอบ เพื่อความสะดวก จะไม่ได้ลงรูปในที่นี้ แต่ให้สังเกตกราฟในภาพถัด ๆ ไป จะมีการเปลี่ยนสีเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ ภาพต่อไปจะเป็นการเริ่มต้นซื้อขายหุ้น Tesla แล้ว ตั้งใจให้ดี!

การตั้งค่าปุ่ม One-Click สำหรับซื้อหุ้น Tesla

จากภาพด้านบน หลังจากที่เราเพิ่มกราฟราคาหุ้น Tesla หรือ TSLA มาแล้ว วิธีการซื้อหุ้น Tesla จะทำได้จากปุ่ม New Order ในหมายเลข [1] แต่ทั้งนี้จะสังเกตเห็นว่า ในหมายเลข [2] จะเป็นปุ่มลัดในการซื้อหุ้นจากกราฟราคาได้ทันที ซึ่งถ้าใครไม่มีปุ่ม Sell-Buy ด้านบนซ้าย ก็สามารถกดปุ่มเรียกแท็บซื้อขาย One-Click ได้ทันทีด้วยการกดปุ่ม Alt+T หรือคลิกที่พื้นที่ว่างแล้วเลือก One Click Trading ดังภาพ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แม่นเรื่อง Volume (ขนาดของการเทรด) แนะนำให้เลือก New Order เพื่อศึกษาไปพร้อม ๆ กันก่อน

Tesla Trading Ticket

ภาพด้านบน คือ หน้าต่างสำหรับการซื้อขายตราสารใด ๆ ในแพลตฟอร์ม MT5 ของโบรกเกอร์ Admiral Markets โดยในหมายเลข [1] คือ Volume ซึ่ง 1.00 จะเท่ากับ 1 หุ้นนั่นเอง โดยไม่ว่าเราจะใส่ Volume เท่าไหร่ แพลตฟอร์มจะบอกเราเสมอว่ามันมีปริมาณเท่ากับกี่หุ้นในหมายเลข [2] โดยราคาหุ้นต่อ 1 หุ้น ตามภาพ คือ 839.27 USD (ให้ดูราคาตัวขวา เป็นราคาสำหรับคนที่จะ Buy)

ส่วนในหมายเลข [3] คือคำสั่ง Stop Loss เราสามารถใส่ราคาหุ้นที่เป็นจุดที่เราจะออกจากการเทรดอัตโนมัติ ซึ่งจะเห็นว่า มีทั้งคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ให้เลือกใช้ และสุดท้ายสำหรับคนที่ต้องการซื้อหุ้น Tesla ให้เลือก Buy by Market ตามหมายเลข [4]

หมายเหตุ : จะเห็นว่า มีปุ่มสำหรับ Sell by Market ด้วย ซึ่งเราสามารถกด Sell ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหุ้น Tesla อยู่ในมือก่อน นั่นแปลว่า เราสามารถเลือกจะเทรดเก็งกำไรฝั่งขาขึ้นหรือขาลงได้ทันที เพราะเป็นการเทรดด้วยตราสารที่เรียกว่า CFD ด้วยจะให้ Leverage สูงสุดถึง 1:20 ดังที่เคยเกริ่นมาก่อนหน้านี้ เรื่องเลเวอเรจจะเข้าใจมากขึ้นเมื่อพิจารณาภาพถัดไป

ภาพหลังจากกดซื้อหุ้น Tesla

เราได้ทำการซื้อหุ้น Tesla ไป 1 หุ้นที่ราคา 838.82 ดังภาพด้านบน โดยเมื่อเรากดซื้อแล้ว ให้สังเกตหน้าต่างตามลูกศรดังต่อไปนี้ โดยในลูกศรที่ไม่มีหมายเลขกำกับ 2 อันด้านบน จะเห็นว่า มันคือระดับราคาเพื่อแสดงว่า เราได้เข้าซื้อที่จุดไหนในกราฟราคาไป

ส่วนในหน้าต่างกำไร-ขาดทุน ด้านล่าง เราเรียกว่า Terminal โดยใน [A] จะมีชื่อหุ้นที่เราซื้อไว้นั่นคือ TSLA ถัดมาที่ [B] บอกว่าเราได้ Buy หรือ Sell ไป [C] และ [D] คือจำนวน Volume และราคาที่เข้าเทรด ตามลำดับ สุดท้ายใน [E] คือกำไร-ขาดทุน ณ เวลาปัจจุบันของแต่ละสถานะการซื้อขาย

อีกเรื่องที่สำคัญที่อยากให้สังเกตจากภาพด้านบน คือ ลูกศรที่เขียนว่า "Margin" มันคือจำนวนเงินที่เราได้วางกับโบรกเกอร์เพื่อถือครองตราสารทั้งหมดของพอร์ต โดยจากภาพ ตอนนี้เรามีเพียงหุ้น Tesla 1 หุ้น จะเห็นว่า ใช้ Margin หรือวางเงินไปแค่ 41.94 USD เท่านั้น

ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าโบรกเกอร์มี Leverage ให้ 1:20 จากราคาเข้าซื้อที่ 838.82 การให้ 1:20 หมายถึง เราวางเงินแค่ 5% ของจำนวนเงินเต็ม (1 ใน 20 จากราคาเต็ม) โดยจากเดิมที่เราต้องมีเงิน 838.82 USD เพื่อซื้อหุ้น Tesla 1 หุ้น แต่การเทรดกับ Admiral Markets จะวางเงินกับโบรกเกอร์แค่ 41.94 หรือแค่ 5% ของจำนวนเต็มเท่านั้น

เรื่องของ Leverage ไม่ว่าจะเป็นการเทรด Forex, ทองคำ, พันธบัตร รวมถึงหุ้น Tesla ที่ท่านกำลังสนใจอยู่นี้ จะใช้ตราสารที่เรียกว่า CFD ทำให้สามารถวางเงินเพียงบางส่วนเพื่อซื้อหุ้น โดยศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ "Leverage คืออะไร" และบทความ "CFD คืออะไร" ที่อธิบายโดย Admiral Markets ไว้แล้ว

และสำหรับท่านที่รู้สึกว่าพร้อมแล้ว อยากเริ่มลงสนามจริง ๆ แล้ว เราขอแนะนำ Simulator การเทรด ที่แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลองนี้ หรือที่เรียกว่า "Demo Account"

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

ไม่ว่าจะเป็นหุ้น Tesla, หุ้นใน NASDAQ หรือคู่สกุลเงิน Forex คุณก็สามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรดหุ้น

โปรแกรมคำนวณกำไร-ขาดทุนก่อนเข้าเทรด

การเทรดใน MT5 จะใช้หน่วยที่เรียกว่า Lot สำหรับการซื้อขาย ซึ่งมือใหม่อาจไม่คุ้นเคยและคำนวณกำไร-ขาดทุนผิดพลาดได้บ้าง ทางโบรกเกอร์ Admiral Markets จึงได้พัฒนาปลั๊กอินเพื่ออำนวยการความสะดวกในการเทรดโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงมีคำสั่งคำนวณกำไร-ขาดทุน ให้ก่อนการเทรด ปลั๊กอินนี้ชื่อว่า Admiral Markets Supreme Edition ซึ่งเมื่อคุณเปิดบัญชีเทรดของ Admiral Markets และเข้าสู่ระบบของห้อง Trader's Room ซึ่งเป็น Dashboard จัดการบัญชีของคุณทั้งหมด คุณสามารถฝากถอน-เงิน ได้ที่นี่ และดาวน์โหลดแพลตฟอร์มต่าง ๆ (https://admiralmarkets.com/th/dashboard/platforms) รวมถึง MT5 Supreme Edition PC  ดังภาพด้านล่างนี้

หน้าต่างโหลด Supreme Edition

เมื่อคุณดาวน์โหลด MT5 Supreme Edition มาแล้ว จะได้ไฟล์ Zip ให้แตกไฟล์ จะได้ไฟล์ .exe ซึ่งเป็นไฟล์ติดตั้งอัตโนมัติ คุณกดติดตั้งไปโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไร หลังติดตั้งเสร็จแล้ว เราจะมาเรียนรู้วิธีเปิดใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ในภาพต่อไป

การใส่ปลั๊กอิน Supreme Edition

เมื่อติดตั้ง Supreme Edition แล้ว โปรแกรมคำนวณกำไร-ขาดทุน จะอยู่ใน "Expert Advisors" ในหน้าต่าง Navigator ซึ่งถ้าใครไม่มีหน้าต่างดังกล่าว สามารถเปิดได้โดยคลิกเมนู View แล้วเลือก Navigator หรือจะกด Ctrl + N ก็ได้ตามลูกศร [A] โดยโปรแกรมคำนวณกำไร-ขาดทุน จะอยู่ในโปรแกรมที่ชื่อว่า "Admiral Mini Terminal ดังลูกศร [B] โดยให้ลาก Admiral Mini Terminal ไปวางในกราฟราคา Tesla หรือสินค้าใด ๆ ที่ต้องการได้เลยตามภาพ

คำนวณกำไรขาดทุนล่วงหน้าก่อนซื้อหุ้น Tesla

เมื่อลาก Mini Terminal ไปวางในกราฟราคาหุ้น Tesla แล้ว ให้สังเกตดังนี้ แท็บขวามือสุด คือ แท็บคำนวณกำไรขาดทุน โดยคุณสามารถเอาเม้าส์ลากจุดที่ต้องการ เช่น ในภาพจะลาก "แท็บสีเขียว" จากล่างขึ้นบน แพลตฟอร์มจะคำนวณให้อัตโนมัติเลยว่า ถ้าซื้อที่ราคานี้ แล้วไปขายที่ราคาหนึ่ง ๆ จะได้กำไรเท่าไหร่ ส่วน "แท็บสีแดง" ให้เราลากเป็น Stop Loss

ส่วนปุ่มซ้ายบน จะเอาไว้เลือกว่า เราวางแผนจะซื้อขาย Buy หรือ Sell ด้วยจำนวนกี่หุ้น ในภาพคือ 2.00 หมายถึง 2 หุ้น ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่แพลตฟอร์มนำไปคำนวณกำไร-ขาดทุนด้านขวามือ ทั้งนี้  MetaTrader 5 Supreme Edition ไม่ได้มีแค่ปลั๊กอินคำนวณกำไร-ขาดทุน แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง โดยมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ อาทิ

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 Supreme Edition คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! ในหน้า Trader's Room เมื่อมีบัญชี Admiral Markets สมัครง่าย ๆ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรดหุ้น

ทำไมควรซื้อหุ้น Tesla

ในหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านเป็นอย่างมาก เพราะมุมมองการวิเคราะห์หุ้นย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละศาสตร์ เพราะแม้แต่ศาสตร์ของการวิเคราะห์ Fundamental Analysis ยังมีหลายกรอบในการมอง แต่ทั้งนี้ จะแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

วิเคราะห์งบการเงินบริษัท Tesla

ในเรื่องงบการเงิน มีประเด็นที่น่าสนใจสำหรับหุ้น Tesla คือ "อัตรากำไรขั้นต้น" (Gross Profit Margin) ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เอา "กำไรขั้นต้น" หารออกด้วย "ด้วยขาย" (Sales) ซึ่งอัตราส่วน "อัตรากำไรขั้นต้น" ที่สูงขึ้น จะหมายถึง บริษัทเหลือกำไรมากขึ้น หรือไม่ก็ ต้นทุนการขายนั้นลดลง จึงทำให้กำไรเพิ่มขึ้น

ซึ่งในปี 2020 ที่ผ่านมา 'อัตรากำไรขั้นต้น' ของบริษัท Tesla โตขึ้นใน Q3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญมาก ๆ คือ Margin ตัวนี้เติบโตแซงหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งแปลว่า Tesla นั้นแกร่งกว่า อีกทั้งในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดขายและรายได้สิทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อัตราส่วนกำไรขั้นต้นของ Tesla

ข้อมูลนี้มาจาก Ychart โดยให้สังเกตว่า ความจริงแล้ว บริษัท Tesla มีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูงก่อนปี 2018 และก็เริ่มมีมรสุม แต่หลังจากจุดต่ำสุดในปี 2019 อัตราส่วน Gross Profit Margin เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นครั้งแรกที่โตอย่างยั่งยืน ไม่ผันผวนเมื่อก่อนปี 2018

ยอดขาย Tesla

อัตรากำไรขั้นต้นจะบ่งบอกศักยภาพที่ซ่อนเร้นของบริษัท ซึ่งหลายครั้งนักลงทุนก็ไม่ได้สังเกต และในระยะสั้น อาจไม่ใช่ปัจจัยที่ผลักดันราคาหุ้น โดยในปี 2020 ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนราคาหุ้น Tesla จริง ๆ ก็คือ "ยอดขาย"

แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้ Tesla เป็นที่พูดถึงและราคาหุ้นพุ่งเกิน 1,000% คือ สัญญาที่ Elon Musk ให้ไว้ว่า จะมีการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้จริง ตารางนี้มาจาก Market Watch จะเห็นว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงปี 2020 ที่รอประกาศงบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ดันราคาหุ้น Tesla อย่างแท้จริง

สถิติราคาหุ้น Tesla

เมื่อต้นปี 2013 ราคาหุ้น Tesla ยังถูกมาก ๆ และวิ่งอยู่ในช่วงราคา 30 - 40 ดอลลาร์ ผ่านไป 1 ปี ราคาทะลุ 40 ดอลลลาร์ ขึ้นไปวิ่งเป็นกรอบ 40 - 60 ดอลลาร์ จนถึงปี 2017 ความผันผวนของกรอบพักตัวหนึ่ง ๆ ตลอดทั้งปีประมาณ 20 ดอลลาร์ หลังจากนั้นก็วิ่งอยู่ในกรอบราว ๆ 60 - 80 ดอลลาร์ ความผันผวนของกรอบพักตัวหนึ่ง ๆ ตลอดทั้งปีประมาณ 20 ดอลลาร์เช่นกัน

จะเห็นว่า หุ้น Tesla เป็น 1 ในหุ้นที่นิสัยดีมาก ๆ พอสมควร เพราะเมื่อวิ่งเป็นกรอบ จะมีกรอบการแกว่งเท่าเดิมจนกว่า Demand & Supply ของตลาดจะเปลี่ยนไป ซึ่งก็ยังใช้ในช่วงต้นปี 2020 โดยวิ่งเป็นกรอบราว ๆ 40 ดอลลาร์

แต่หลังจากความสำเร็จของ Elon Musk หลังจากช่วง Jun 2020 ราคาหุ้น Tesla เวลาพักตัวจะวิ่งราว ๆ 60 ดอลลาร์เข้าไปแล้ว สิ่งสำคัญในฐานะนักลงทุนหรือผู้ที่ต้องการซื้อหุ้น Tesla คือดูว่า ระยะที่ผ่านมา กรอบความผันผวนของราคาอยู่ประมาณที่เท่าไหร่ ซึ่งถ้าราคายังเป็นแนวโน้มขาขึ้นแบบนี้อยู่ เราคงได้เห็นกรอบพักตัวความกว้าง 80 ดอลลาร์ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

ราคาหุ้น Tesla

หุ้น Tesla ปันผล

บริษัท Tesla ยังไม่มีการจ่ายปันผลใด ๆ ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุด Jan 2021 จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และค่อนข้างเชื่อว่า จะยังไม่มีการจ่ายปันผลไปอีกนานเช่นกัน นี่ไม่ควรจะเป็นเรื่องที่มาอยู่ในหัวข้อ "ทำไมควรซื้อหุ้น Tesla" เพราะดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเต็ม ๆ เพราะแม้จะเป็นบริษัทยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีภาระหนี้ที่สูง ทำให้มีต้นทุนการจ่ายดอกเบี้ยที่สูง Tesla จึงยังไม่เหมาะสมหรือสามารถจะจ่ายปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของบริษัทในตลาดหุ้นอย่างหนึ่งคือการ "คืนผลตอบแทน" ให้กับนักลงทุน และมีรายหุ้นที่เป็นหุ้นเติบโตสูงที่ไม่ได้จ่ายปันผลในระยะแรก ๆ แต่เมื่อกิจการมั่นคงแล้ว ปันผลจะตามมา ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ราคาหุ้นก็ไปไกลมากแล้ว ดังนั้น แม้หุ้น Tesla ปันผลจะเป็นประเด็นที่เป็นข้อเสีย แต่ถ้ามองในแง่ดี คือ ถ้าเมื่อใดที่ Tesla เริ่มจ่ายปันผล นั่นแปลว่า ราคาหุ้นจะไปไกลกว่านี้ ซึ่งนั่นอาจเป็นราคาที่เราซื้อไม่ไหวแล้ว

กองทุนที่ลงทุนในหุ้น Tesla

สิ่งที่ยืนยันศักยภาพของหุ้น Tesla ได้เป็นอย่างดี คือ "กองทุนรวม" ที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพค่อยบริหาร ซึ่งในแง่นักลงทุนอย่างเรา จะทำให้มั่นใจได้ว่าหุ้น Tesla เป็นหุ้นแห่งอนาคต หรือไม่เราก็สามารถเลือกที่จะลงหุ้นกับกองทุนต่าง ๆ ที่ลงทุนในหุ้น Tesla ก็ได้ เพราะจะได้ประโยชน์ในแง่ของการกระจายความเสี่ยง โดยกองทุนที่ลงทุนในหุ้น Tesla ที่น่าสนใจ อาทิ

  • XLY หรือ Consumer Discretionary Select Sector SPDR Fund : เป็นกองทุน ETF ที่เน้นถือหุ้น High-Growth ในกลุ่มที่เป็นปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตสมัยใหม่ ข้อมูลจาก Bloomberg ณ เดือน Jan 2021 ระบุว่า XLY ถือหุ้น Amazon มากถึง 21.52% ตามมาด้วย Tesla ที่ 18.73%
  • QQQ หรือ Invesco PowerShares QQQ Trust : ตัวนี้ชื่อเสียงโด่งดังมาก และเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่มีปริมาณยอดการเทรด (Active Volume) สูงอันดับต้น ๆ ของโลก โดย QQQ จะเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเฉพาะใน NASDAQ-100 หรือในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี 100 ตัวที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่า จะได้ลงทุนในหุ้นที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น ซึ่งข้อมูล ณ Jan 2021 กองทุน QQQ ถือหุ้น Apple + Microsoft + Amazon รวมถึงเกือบ ๆ 30% และถือหุ้น Tesla มากพอสมควรที่สัดส่วน 5.22% ของพอร์ต
  • LIT หรือ Global X Lithium & Battery Tech : กองทุน ETF ที่เน้นลงทุนอุตสาหกรรม "แบตเตอรี่ลิเธียม" ตัวนี้จะลงทุนบริษัทแบตเตอรี่โดยตรง ไม่ได้เน้นหุ้นเทคโนโลยีแบบตัวด้านบน โดยข้อมูล ณ Jan 2021 กองทุน LIT ถือหุ้น Tesla อยู่ราว ๆ 1.60% เท่านั้น จึงเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงอย่างมาก เพราะพอร์ตไม่ได้ไปกระจุกที่หุ้นเทคโนโลยี
  • ARKW หรือ ARK Next Generation Internet : ชื่อตรงตัวมาก กองทุน ETF ตัวนี้เน้นลงทุนหุ้นแห่งอนาคต ซึ่งเคลมว่า ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในการลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Internet ซึ่งในพอร์ตมีหุ้นเทคโลโยีการสื่อสารเด่น ๆ เช่น Slack, Pinterest Spotify เป็นต้น แต่ในปี 2021 (Jan 2021) นี้ ARKW ถือหุ้น Tesla มากเป็นประวัติการณ์สูงถึง 10.18% ของพอร์ตเลยทีเดียว

เปิดบัญชีซื้อหุ้น Tesla

หลังจากที่ได้อ่านวิธีการใช้งาน MetaTrader 5 และวิธีการซื้อหุ้น Tesla อย่างละเอียดแล้ว หากคุณเริ่มสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Nasdaq หรือ Dow Jones หรือแม้แต่ตลาดหุ้นยุโรปในประเทศต่าง ๆ ที่โบรกเกอร์ทั่วไปไม่มีให้เทรด คำแนะนำของเราคือให้คุณเริ่มต้นด้วยบัญชีทดลอง!

เพราะบัญชีทดลอง จะทำให้คุณสามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ ๆ ผ่านการเทรดในตลาดจริง สภาพแวดล้อมเหมือนจริงทุกประการ คำนวณกำไร-ขาดทุนให้ตามราคาตลาดจริงๆ แต่เพียงเป็นระบบเงินจำลองขึ้นมา บัญชี Demo จึงเป็นเหมือนห้องแล็บสำหรับการเทรดให้กับคุณ แต่ถ้าคุณสนใจบัญชีจริง คุณก็จะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้

  • ความสามารถเข้าถึง 24 ตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก ทำให้คุณเลือกลงทุนหุ้นได้อย่างหลากหลายมาก ๆ ไม่ใช่แค่หุ้นอเมริกา แต่ตั้งรวมถึงกองทุน ETF ระดับของบริษัทระดับที่สามารถสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้
  • เปิดบัญชีและเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ยูโร! โดยมีค่าธรรมเนียมการเทรดที่ต่ำมากเพียง $0.01 ต่อทุก ๆ การซื้อขายที่มีมูลค่า $1 ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกที่สุดในโลกแล้ว
  • สร้างกระแสเงินสดเป็น Passive Income ให้กับคุณด้วยเงินปันผลจากการถือครองหุ้นต่าง ๆ
  • อย่าลืมว่า Admiral Markets คุณจะได้ใช้ปลั๊กพิเศษอย่าง MetaTrader Supreme Edition อีกด้วย!

ได้โปรดอย่าลังเล! เพราะต่อให้คุณไม่แน่ใจว่า การเริ่มต้นเทรดอย่างไร คุณก็ยังสามารถเริ่มต้นได้ด้วยบัญชีเงินจำลอง Demo Account ได้โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ พร้อมแล้วค่อยคงสนามจริงก็ยังไม่สาย คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เปิดบัญชีทดลองเทรดได้ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ