เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

นิเคอิ คืออะไร : ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกับ Nikkei เกี่ยวข้องกันอย่างไร

กรกฎาคม 24, 2020 16:23 UTC
Reading time: 15 minutes

คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ "ดัชนีนิเคอิ" หรือคุณรู้หรือไม่ว่า? "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกหากวัดตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization) และเป็นอันดับ 1 ของตลาดหุ้นเอเชีย ทำให้มันกลายเป็นตลาดหุ้นยอดนิยมของนักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะกองทุนในเอเชีย

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น Nikkei 225

และหากติดตามข่าวสารด้านการลงทุนมาบ้างจะพบว่า เวลาพูดถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่น ในข่าวจะเขียนว่า "ดัชนีนิเคอิ" หรือ Nikkei 225 Index ซึ่งทำให้นักลงทุนมือใหม่เกิดความสับสนบ้างพอสมควร ในบทความนี้จะอธิบายทั้งหมดตั้งแต่ "ภาพรวม" ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น, ดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 คืออะไร ไปจนถึงเราจะลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ไล่ลำดับดังหัวข้อต่อไปนี้

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า "ตลาดหุ้นญี่ปุ่น" เป็นคนละความหมายกับ 'ดัชนีนิเคอิ' โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ "JPX"

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ "ใหญ่ที่สุดในเอเชีย" มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน "ดัชนีนิเคอิ" ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ "ปิดบวก" ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป 'ปิดลบ' ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา "ดัชนีนิเคอิ" ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด 'ปิดลบ' ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า 'ตลาดหุ้นญี่ปุ่น' นักลงทุนจะคิดถึง "ดัชนีนิเคอิ" (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม "ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า" นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ฝึกเทรด "ดัชนีนิเคอิ" (Nikkei 225) ด้วยบัญชีเงินจำลอง

การเทรดนิเคอินั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรดหุ้น

ดัชนีนิเคอิ (Nikkei 225)

ดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 Index คือ ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คำนวณมูลค่าหุ้นของ 225 บริษัทสำคัญในญี่ปุ่นออกมาเป็น "ตัวเลขดัชนี" มีหน่วยเป็นค่าเงินเยน (JPY) ซึ่งทั้งหมดนี้จะคำนวณและดำเนินการโดย Nihon Keizai Shimbun (日本経済新聞) หรือบริษัท "The Nikkei" ไม่ว่าเราจะใช้คำว่า "นิเคอิ", "ดัชนีนิเคอิ" หรือ "หุ้นนิเคอิ" ต่างก็หมายถึง Nikkei 225 Index ตัวเดียวกัน

ความสำคัญของดัชนีนิเคอิ

ดัชนีนิเคอิ คือ ดัชนีที่ทาง "The Nikkei" พยายามออกแบบ 'สัดส่วนการให้น้ำหนัก' กับหุ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อที่เวลามันคำนวณออกมาเป็นดัชนีแล้ว มันจะกลายเป็นดัชนีหุ้นที่สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด

อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กองทุนระดับโลกต่าง ๆ ย่อมต้องการหาเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บริษัทเอกชนต่างๆ จึงต้องแข่งขันกันจัดทำดัชนีหุ้นออกมา เพราะมันหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ทั่วโลกจะมาใช้ดัชนีของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิเคอิ ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะว่า The Nikkei มีความเข้าใจอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และดัชนีนิเคอิก็มีการแบ่งสัดส่วนที่ละเอียดมาก และ ให้น้ำหนักกับทุกอุตสาหกรรม มากน้อยกันไปตามแต่ความสำคัญ โดยมีมากถึง 40 อุตสาหกรรม พูดง่ายๆ คือ บริษัทที่เข้าใจทั้ง 40 อุตสาหกรรมนั้นมีแค่ The Nikkei บริษัทเดียวเท่านั้น

สรุป เวลานักลงทุนสถาบันจะพิจารณาสถาวะการลงทุนของตลาดหุ้นเอเชีย จะพิจารณาจากดัชนีนิเคอิ เช่นถ้าในทาง Fundamental Analysis วิเคราะห์แล้วว่า เศรษฐกิจเอเชียจะยังเติบโตอย่างน้อย 4-5 ปี เป็นต้น นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนในกองทุนนิเคอิไปยาวๆ เช่นกัน

ข้อดีของการลงทุนดัชนีนิเคอิ

สำหรับนักเทรดชาวไทย สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของการเทรดนิเคอิ คือ พฤติกรรมของดัชนีนิเคอิเอง โดยหากบรรยากาศของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นไปอย่างคึกคัก มีโอกาสสูงมากที่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nikkei 225 Index

ความหมายก็คือเราสามารถประเมินดัชนีนิเคอิได้จากบรรยากาศของคนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เราได้เปรียบนักลงทุนในอเมริกาหรือยุโรป และในแง่ของการกระจายการลงทุน เมื่อตลาดหุ้นไทยดี เราก็อาจจะกระจายไปลงทุนดัชนีนิเคอิได้ด้วย แต่ที่เหนือกว่า คือ ดัชนีนิเคอิจะมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก และมีความผันผวนที่พอเหมาะมากกว่า ทำให้เราคำนวณ Stop Loss ได้ง่าย (ศึกษาเพิ่มเติมที่บทความ Stop Loss คืออะไร) และสามารถเทรดทำรอบได้มากกว่าตลาดหุ้นไทย

อีกทั้งยังมีเรื่องของ QE ที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินส่วนเกินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ตลอด และในทางกลยุทธ์ ดัชนีนิเคอิ มีการพักตัวเพียงระยะเวลาสั้นๆ และมี Pattern การกลับตัวที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (เมื่อเทียบกับตลาดอื่น) ทำให้นักลงทุนที่เน้น "ซื้อและถือ" มีโอกาสขาดทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นโหด ๆ ของประเทศอื่น

ดัชนีนิเคอิ เคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นมาตลอด 10-15 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่า เป็นผลโดยตรงจากมาตรการ QE ของ BOJ โดยในภาพ 1.1 ด้านล่าง เป็นภาพกราฟราคาของ JP225 (ดัชนีนิเคอิ) ในแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ Admiral Markets

กราฟดัชนีนิเคอิ 15 ปี

ภาพ 1.1 : กราฟ JP225 (นิเคอิ 225) รายเดือน, ตั้งแต่ Aug 2005 - Nov 2020, หลังจากจุดต่ำสุดในปี 2008 ดัชนีนิเคอิเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพักฐานเป็นระยะทุกๆ 2-4 ปีที่แสดงในกล่องสีเหลือง

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

เริ่มต้นเทรด ดัชนีนิเคอิ ได้อย่างไร?

หัวข้อนี้จะเกี่ยวกับวิธีการเล่นดัชนีนิเคอิในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งคุณสามารถ เปิดบัญชีทดลองเพื่อรับรหัสผ่านในการเข้าเล่นได้ทันที ไม่ได้บังคับต้องเติมเงินจริงๆ เข้าไปลงทุน สามารถฝึกฝนก่อนได้ จะอธิบายพื้นฐานปุ่มต่างๆ และการเปิดหาดัชนีนิเคอิ (ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ หรือกลยุทธ์ จะอยู่ในหัวข้อถัดไปอีก)

  • วิธีการเปิดหาดัชนีนิเคอิใน MT5
  • วิธีเปิดคำสั่ง Buy-Sell ดัชนีนิเคอิ ใน MT5

วิธีการเปิดหาดัชนีนิเคอิใน MT5

เมื่อคุณดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (ถ้าเปิดบัญชี Demo ก็จะมีลิงค์ให้ MT5 อยู่แล้ว) จาก Admiral Markets และได้ทำการติดตั้งในเครื่อง PC ของคุณเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาให้มองหาปุ่มตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. ให้เปิดหน้าต่าง Market Watch ซึ่งเป็นหน้าต่างที่แสดงสินค้าที่มีให้เทรด (จะเห็นว่าเป็นชื่องงๆ ด้านซ้าย เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง) ถ้าไม่มีหน้าต่างนี้ให้กดปุ่ม Ctrl + M บนแป้นพิมพ์ของคุณ
  2. คลิกขวาบนพื้นที่ว่างตรงหน้าต่าง Market Watch และเลือก Symbols (จริงๆ จะเรียกหน้าต่าง Symbols ด้วยปุ่ม Ctrl + U เลยก็ได้)
  3. หน้าต่าง Symbols จะมีหมวดหมู่ของตราสารการเงินที่หลากหลายมาก สำหรับการเทรดนิเคอิจะต้องเลือกที่หมวด "ดัชนีหุ้น" ซึ่งใช้คำว่า "Cash Indices CFDs"
  4. ดัชนีนิเคอิ เวลาเราเทรดในตลาดส่วนใหญ่จะใช้ชื่อย่อ โดยทั่วไปจะใช้คำว่า "JP225"
  5. ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ JP225 ตัวดัชนีนิเคอิจะมาแสดงบน Market Watch

การเปิดหา Nikkei

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกลงทุนหุ้นญี่ปุ่นเป็นรายตัวได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องเทรดบน Nikkei 225 Index ที่เป็นภาพรวมของทั้งตลาด โดยวิธีการก็เหมือนการเลือกหาสัญลักษณ์ JP225 แต่หุ้นญี่ปุ่น รวมถึงของทุกประเทศที่ Admiral Markets มีให้เทรด จะอยู่ในหมวด "Stock CFDs" แล้วเลือกประเทศที่ต้องการ โดยหุ้นญี่ปุ่นที่น่าสนใจ เช่น

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Canon, Casio, Panasonic, Sony, Fujitsu, Toshiba, Nikon
  • ภาคยานยนต์ เช่น Toyota, Nissan, Honda, Mitsubishi, Yamaha Motors
  • บริษัทชื่อดังอื่นๆ ที่คุณน่าจะคุ้นหูบ้าง อย่างเช่น SoftBank, Asahi, Bridgestone, Kikkoman, Nintendo

หรือคุณจะดูรายชื่อหุ้นอื่นๆ หรือของประเทศอื่นๆ ได้ที่หน้าเพจของ Admiral Markets โดยตรงก็ได้ผ่าน ข้อมูลจำเพาะสัญญาซื้อขาย (Contract Specification) ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างหุ้นญี่ปุ่นนอกจากดัชนีหุ้นนิเคอิ

หุ้นนอกเหนือจากนิเคอิ

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

วิธีเปิดคำสั่ง Buy-Sell ดัชนีนิเคอิใน MT5

โบรกเกอร์ที่ให้บริการเทรดค่าเงิน Forex, นิเคอิ หรือหุ้นต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงโบรกเกอร์อย่าง Admiral Markets จะให้บริการเทรดผ่านตราสารมาตรฐานสากลที่เรียกว่า "CFD" ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์ที่มีคุณสมบัติอย่างเดียวกับ Future แต่ไม่ต้องต่อายุสัญญาเอง คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมที่บทความ " CFD คืออะไร"

โดยไม่ว่าคุณจะเทรดนิเคอิหรือหุ้นรายตัว คุณจะเทรดผ่าน CFD โดยมาตรฐานของ CFD จะใช้หน่วยเป็น Lot (อ่านเพิ่มเติม " Lot คืออะไร") ซึ่งจำนวน Lot ก็คือปริมาณหุ้นที่ต้องการซื้อขาย แต่คุณจะคุ้นเคยได้โดยเร็วผ่านการทดลองเล่นในบัญชี Demo Account

ทั้งนี้เมื่อคุณอยู่ในหน้า MT5 แล้ว หากคุณต้องการเริ่มต้นซื้อขาย หรือ "เทรด" นิเคอิ 225 คุณจะต้องเปิดหน้าต่างส่งคำสั่งซื้อขาย (สมัยก่อนเรียกว่า "Ticket") อธิบายดังต่อไปนี้

  1. คลิกขวาบนพื้นที่ว่างกราฟราคา
  2. เลือก Trading เลือกคำสั่ง New Order (หรือจะกดปุ่มลัด F9 ตั้งแต่แรกเลยก็ได้)
  3. สังเกตที่ภาพด้านล่าง นี่คือ "หน้าต่างส่งคำสั่งซื้อขาย" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตรงช่อง Symbols คือ JP225 อย่างที่ต้องการเทรด จะเห็นว่าในภาพคือหุ้น Toyota ไม่ใช่ "นิเคอิ"
    • ที่ช่อง "Type" คือประเภทของคำสั่งซื้อขาย จะมี Pending Order ซึ่งคือการวางคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าไว้ที่ราคาหนึ่งๆ แต่ส่วนใหญ่ เมื่อต้องการเทรดแบบเรียลไทม์ เราก็ใช้คำสั่ง Market Execution ที่จะเข้าเทรด ณ ราคานั้น
    • ตรง Volume จะเห็นว่า ให้ใส่ตัวเลข เช่น 0.1, 1 เป็นต้น นี่จะเป็นจำนวน Lot ตามมาตรฐาน CFD อย่างไรก็ตาม ตัวแพลตฟอร์ม MT5 จะบอกไว้ด้านหลังอยู่แล้วว่า ค่าที่เราใส่เข้าไปนั้นมีมูลค่าคิดเป็นเงินที่เยน (JPY)
    • เมื่อตั้งค่า Stop Loss หรือ Take Profit เสร็จแล้ว (หรือไม่ต้องใส่ สามารถตั้งค่าทีหลังได้) ก็เลือก Sell by Market หรือ Buy by Market ตามทิศทางที่เราต้องการ

หน้าต่างเปิดคำสั่งซื้อขาย Nikkei 225 Index

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

เริ่มต้นฝึกฝนการเทรดดัชนีนิเคอิ 225 ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรด MT5

แนวคิดในการวิเคราะห์ดัชนีนิเคอิ

ภาพบ้านเป็นข้อมูลจาก ดังที่คุณเห็นในตารางข้างต้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่น หรือ Japan Exchange Group ดำเนินงานตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกโดยอิงตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ บริษัท จดทะเบียน ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2020 มี บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3,713 แห่ง บางส่วนเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมเช่นโตโยต้านิสสันโซนี่และคาสิโอ

หุ้นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นหลายแห่งอยู่ในกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์และมีหลาย บริษัท ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่นเคมีอาหารและค้าปลีก รายงานประจำเดือนในเว็บไซต์ Japan Exchange Group อธิบายรายชื่อที่แสดงตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดคือการกระทำของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นที่อธิบายไว้ด้านล่าง

ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นและตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น

ในช่วงต้นปี 1990 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นตกต่ำด้วยราคาสินทรัพย์ที่ลดลง 87% ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 6% เหลือ 0.5% ในปี 2538 สิ่งที่เรียกว่า 'ทศวรรษที่หายไป' นั้นหลายคนเชื่อว่าเป็นผลมาจากภาวะถดถอย 20 ปี อย่างไรก็ตามวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 ได้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศล่มสลายอย่างเจ็บปวดยิ่งขึ้นนับตั้งแต่การระเบิดของรัฐบาล -19 ในปี 2563

ในปี 2555 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นชินโซอาเบะเปิดตัวโครงการปฏิรูปชื่อว่า Abenomics ส่วนหนึ่งของแผนคือการเริ่มต้นการลดค่าของเงินเยนของญี่ปุ่นและช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจเพื่อสร้างผลกำไรให้กับการส่งออก น่าเสียดายที่แผนนี้ล้มเหลวในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นกำลังพยายามทำสิ่งที่แตกต่าง - กำลังพยายามขึ้นราคาหุ้นด้วยความหวังว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจ ในความพยายามที่จะขึ้นราคาหุ้นธนาคารซื้อสินทรัพย์เช่นกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETFs) ที่เป็นของ บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตอนนี้พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและเป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของ 81 บริษัท ที่แตกต่างกัน

ด้านล่างเป็นตารางของดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นดัชนีราคาของ บริษัท 225 แห่งแรกที่จดทะเบียนในส่วนแรกของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

กราฟ JP225

กราฟดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น (JP225) ราย Monthly, ตั้งแต่ 1 May 2005 - 10 May 2020, แสดงการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็น่วา มีการกลับตัวที่รุนแรงพอสมควรในช่วงปี 2017 - 2020 แต่โดยรวมก็ยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ราคาหุ้นโดยรวมที่ลดลงในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะยาวราคากราฟรายเดือนข้างต้น การใช้หลักสูตรของดัชนีทั้งหมดก่อนนำไปใช้กับช่วงเวลาของการซื้อหรือขายหุ้นของแต่ละบุคคลที่มีประโยชน์ในกลยุทธ์การซื้อขายโดยรวมของผู้ค้าและวิธีการ

ความสัมพันธ์ค่าเงินเยน (JPY) กับดัชนีนิเคอิ

ในการดูความสัมพันธ์ระหว่างเงินเยนและตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงแรกที่สังเกตเราได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีเยนและดัชนี MSCI ประเทศญี่ปุ่น ดังแสดงในรูปที่ 2 ด้านล่าง การสื่อสารการสื่อสารในเชิงบวกคือคุณภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแกร่งของเงินเยนและราคาหุ้นญี่ปุ่น ในเอกสารแนบ 2 สัญลักษณ์เงินเยนที่มีน้ำหนักมากจะแสดงเป็นพื้นที่แรเงาและสอดคล้องกับแกนตั้งทางด้านขวา จากกราฟนี้ความสัมพันธ์สำหรับช่วงการสุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีค่าเป็นศูนย์ ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นค่าลบสำหรับช่วงเวลาที่แน่นอน

โดยทั่วไปแล้วเงินเยนจะไม่ส่งผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพราะจะเปลี่ยนพฤติกรรมปกติรอบศูนย์ อย่างไรก็ตามการใช้ดัชนีตลาดหุ้นที่มีการรวบรวมที่เกี่ยวข้องสามารถปิดบังการเปลี่ยนแปลงในระดับหุ้น ตัวอย่างเช่นเงินเยนที่แข็งค่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก แต่โดยรวมแล้วอาจถูกชดเชยด้วยกำไรผู้นำเข้ามีความสุข

เงินเยนเป็นสกุลเงินทางเศรษฐกิจที่ติดตามเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด บทความนี้วิเคราะห์ผลกระทบที่พวกเขามีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาและตรวจสอบว่าความไวของ บริษัท ญี่ปุ่นและเงินเยนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป เราพบว่าค่าเงินเยนที่อ่อนไหวในระดับตลาดโดยรวมยังไม่ชัดเจนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมที่สำคัญของผู้ส่งออก ค่าลบสูงและผู้นำเข้ามีค่าเป็นบวก การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็มีนัยสำคัญเช่นกัน โดยทั่วไปหุ้นญี่ปุ่นที่เราให้ความสำคัญมีผลกระทบเชิงบวกต่อการเคลื่อนไหวของเงินเยนทั้งสองด้าน การกระจัดกระจายที่ละเอียดอ่อนข้ามเยนดูเหมือนจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและเงินเยนแข็งค่าและลดลงเมื่อเงินเยนแข็งค่าและลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยด้านสไตล์และอุตสาหกรรมความอ่อนไหวของเงินเยนก็มีส่วนสำคัญต่อความผันผวนของหุ้นและขนาดของการบริจาคนี้เพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาที่สังเกต ในที่สุดหนังสือพิมพ์พบว่ามีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในช่วงเวลาของการสังเกตหน้าจอรวมถึงหน้าจอหุ้นตามความไวของเงินเยน ผู้ส่งออกโน้มตัวไปด้านข้าง

กลยุทธ์หุ้นญี่ปุ่น

กลยุทธ์การซื้อขายมีประสิทธิภาพมากในการซื้อขายตลาดการเงิน นี่เป็นเพราะมันช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจการค้าที่มีโครงสร้างมากขึ้นโดยใช้วิธีการที่สอดคล้องกัน สรุปแล้วช่วยปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจและช่วยหลีกเลี่ยงการซื้อขายทางอารมณ์และรวดเร็ว การวิเคราะห์กลยุทธ์มีสองประเภททั่วไป:

  1. การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental analysis) มันเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ภาพเศรษฐกิจขนาดใหญ่และข้อมูลเฉพาะองค์กร เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นสนับสนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นผู้ค้าจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญจากพวกเขา การวิเคราะห์นี้รวมถึงการประกาศข้อมูลผลิตภัณฑ์และการตรวจสอบเงินเยนของญี่ปุ่นเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับการส่งออกผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก
  2. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical analysis) การวิเคราะห์นี้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรูปแบบในราคาหุ้นของ บริษัท ผู้ค้ามักใช้แผนภูมิกราฟิกเพื่อระบุรูปแบบแผนภูมิที่เกิดซ้ำรวมถึงเครื่องหมายการค้าด้านเทคนิคสำหรับคำแนะนำในจุดเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นในตลาด การรวมกันของการวิเคราะห์พื้นฐานและทางเทคนิคสามารถมีประสิทธิภาพมาก

เริ่มต้นเทรดดัชนีนิเคอิกับโบรกเกอร์ Admiral Markets

คุณพร้อมแล้วใช่หรือไม่ที่จะได้ทดสอบระบบเทรดตลาดหุ้นญี่ปุ่น "JP225" แบบจริงจัง? เราเชื่อว่าเป็นแบบนั้น! แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบก่อนว่า ระบบเทรดของคุณใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลองหรือ "Demo Account" ซึ่งทำให้คุณสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ สามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ๆ ผ่านการซื้อขายที่เหมือนตลาดจริง และเหมือนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ

คุณจะได้ซื้อขายด้วยราคา Real-Time กำไร-ขาดทุนตามการคำนวณจริงๆ เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น Demo Account ก็เปรียบเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ