ลงทุนในหุ้นตอนไหนดี

Reading time: 13 minutes

ว่าสิ่งหนึ่งที่เทรดเดอร์และนักลงทุนทั้งหลายทั่วโลกกลัวมากที่สุดก็คือการลงทุนในตลาดหุ้นผิดเวลา เพราะไม่ว่าอย่างไรจังหวะเวลาที่ทำการซื้อขายนี่แหละที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดผลกำไรและผลขาดทุนทั้งหมดของคุณ แต่โชคยังดีที่วิธีการที่จะรู้ได้ว่าช่วงเวลาไหนควรทำการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยากซึ่งคุณจะได้ค้นพบวิธีการนั้นได้ในบทความนี้

ลงทุนในหุ้นตอนไหนดี

ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้ว่าเวลาไหนคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะลงทุนในตลาดหุ้น วิธีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยในการหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้น รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นเทรด รวมถึงวิธีที่คุณจะเริ่มต้นลงทุนในหุ้นตั้งแต่วันนี้

ตลาดหุ้นกับการลงทุนหุ้นคืออะไร

คำว่า 'ตลาดหุ้น' คือคำที่ใช้อธิบายถึงสถานที่ที่มีการซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์ของบริษัทมหาชน ในสมัยก่อนมักจะพบได้ในจัตุรัสกลางเมืองของหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันตลาดหุ้นนั้นมีการดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์

ตัวอย่างเช่นบริษัทมหาชนอย่าง Apple, BP และ Facebook ที่ได้มีการจดทะเบียนหุ้นบนตลาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กหรือตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยตลาดหลักทรัพย์นั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อและขายหุ้น รวมถึงติดตามอุปสงค์และอุปทานของหุ้นที่จดทะเบียนซึ่งจะมีผลต่อราคาของหุ้นนั้น ๆ

การเรียนรู้ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานของหุ้นของแต่ละบริษัทจะช่วยให้คุณสามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลงทุนในตลาดหุ้นได้

ตอนไหนคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนหุ้นในตลาดหุ้น

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่แต่ละคนตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นก็ด้วยความหวังว่ามูลค่าเงินที่ลงทุนไปจะงอกเงยเพิ่มขึ้นนั่นเอง สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทหนึ่ง ๆ ในราคาต่ำแล้วจากนั้นเมื่ออุปสงค์โดยรวมของหุ้นเพิ่มขึ้นก็ขายออกไปได้ในราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง โบรกเกอร์ของคุณอย่างเช่น Admiral Markets จะเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมซื้อขายดังกล่าวโดยมีบริการด้านเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณซื้อและขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้นั่นเอง

ดังนั้นกุญแจสำคัญในการตอบคำถามที่ว่า 'จะรู้ได้อย่างไรว่าควรลงทุนในหุ้นตอนไหน' ก็คือหาให้ได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อุปสงค์ของหุ้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ของหุ้นโดยปัจจัยหลัก ๆ ที่คุณควรทราบนั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

#1 การลงทุนหุ้นกับเวลาทำการของตลาดหุ้น

ทุกตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน หมายความว่าถ้านักลงทุนต้องการที่จะซื้อหรือขายหุ้นของบริษัทหนึ่ง ๆ พวกเขาก็จะต้องรอให้ตลาดหุ้นนั้น ๆ เปิดทำการเสียก่อน ถ้าหากเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในขณะที่ตลาดหุ้นปิดทำการอยู่ เมื่อตลาดเปิดทำการก็มักจะก่อให้เกิดความผันผวนอย่างมากซึ่งทำให้ราคาหุ้นแกว่งอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นช่วงแรกที่นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายในวันนั้นได้

การรู้ว่าจะลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อใดหมายถึงจะต้องรู้ด้วยว่าตลาดหุ้นนั้น ๆ เปิดและปิดทำการในเวลาใด ต่อไปนี้เป็นเวลาทำการของตลาดหุ้นใหญ่ ๆ ที่สำคัญของโลก

  • ตลาดหุ้นนิวยอกร์ก: 9:30 น. - 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • ตลาดหุ้นลอนดอน: 8:00 น. - 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • ตลาดหุ้นโตเกียว: 9:00 น. - 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเวลาพักกลางวันตั้งแต่ 11:30 น. - 12:30 น.

นักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ลงทุนหุ้นระยะสั้นมักจะเน้นทำการเทรดและลงทุนภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของเวลาทำการของตลาดหุ้นเนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่มีปริมาณออเดอร์หรือปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขายมากที่สุด ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อยที่สุดนั่นเอง

หากคุณไม่แน่ใจว่าบริษัทที่คุณต้องการลงทุนในหุ้นนั้นเปิดให้เทรดหรือลงทุนในเวลาใด สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่หน้าข้อกำหนดของสัญญาของ Admiral Markets ซึ่งจะแสดงเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ที่คุณต้องการทราบดังที่เห็นด้านล่างนี้

เวลาทำการตลาดหลักทรัพย์

จากตัวอย่างด้านบน ในหน้าข้อกำหนดของสัญญาจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของ Royal Dutch Shell กับ Admiral Markets ในตอนท้ายยังมีการกล่าวถึงตารางเวลาการซื้อขายตามโซนเวลายุโรปตะวันออก (EET) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก และที่ Admiral Markets คุณสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ บนตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้ถึง 15 แห่ง แล้วจะลงทุนอย่างไรน่ะเหรอ ง่ายนิดเดียว

บัญชี Invest.MT5 ของ Admiral Markets ให้คุณสามารถลงทุนในหุ้นกว่า 4,000 รายการได้จากแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader เรียนรู้เพิ่มเติมโดยคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Invest in Stocks & ETFs

#2 การลงทุนหุ้นกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการประกาศข่าว

ในแต่ละวันก็จะมีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการประกาศข่าวต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทนั้น ๆ ได้ โดยทั่วไปแล้วข่าวประกาศของบริษัทใด ๆ มักจะส่งผลอย่างมากต่อมูลค่าราคาหุ้นของบริษัทนั้น ๆ

การประกาศข่าวการออกสินค้าตัวใหม่ ยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือรายงานผลประกอบการที่ดีต่างก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทนั้นมากขึ้น ในทางกลับกันหากมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับยอดขาย การเรียกคืนสินค้า ข่าวลือเสียหาย การทำบัญชีผิดพลาด เป็นต้นก็จะทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งในทั้งสองกรณีนั้นต่างก็ส่งผลต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทนั้น ๆ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรง

ลองดูตัวอย่างกราฟราคาในระยะเวลา 5 นาทีของหุ้นบริษัท Apple เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 จากแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 ของ Admiral Markets

กราฟหุ้น Apple 31 ก.ค. 2562

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 2 ในวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 หลังจากตลาดหุ้นปิดทำการแล้ว ทำให้เมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการในวันรุ่งขึ้น อุปสงค์ของหุ้นนั้นสูงมาก (หมายความว่าเทรดเดอร์และนักลงทุนจำนวนมากต้องการซื้อหุ้นของบริษัท Apple เพิ่ม) ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

การประกาศข่าวทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทหนึ่ง ๆ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นข่าวที่ธนาคารกลางตัดสินใจเพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ยสามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นของประเทศนั้น ๆ อย่างมากซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าของหุ้นแต่ละตัวในตลาดหุ้นนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

แล้วคุณจะตามให้ทันข่าวและข้อมูลล่าสุดของบริษัทนั้น ๆ ที่คุณลงทุนหรือจะลงทุนได้อย่างไรกัน สำหรับผู้ถือบัญชีทดลองและบัญชีเทรดจริงของ Admiral Markets จะสามารถเข้าถึงแดชบอร์ด Premium Analytics สุดพิเศษได้โดยตรงจาก Trader's Room ของตนหลังจากทำการล็อกอินแล้ว ดังที่แสดงด้านล่าง

Premium Analytics dashboard

แหล่งที่มา: แดชบอร์ด Premium Analytics เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้งานของ Admiral Markets เท่านั้น

ในภาพด้านบนจะเห็นแดชบอร์ด Premium Analytics ที่แสดงแค่ข้อมูลบางส่วนที่เทรดเดอร์และนักลงทุนสามารถเข้าไปดูได้ เช่น ข่าวตลาด (Market News) ข่าวตราสารการเงิน (Instrument News) สภาวะตลาด (Market State) เทอร์มินัลวิจัยตลาด (Market Research Terminal) ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ปฏิทินองค์กร (Corporate Calendar) และข้อคิดเห็นเชิงเทคนิคจากเทรดเดอร์มืออาชีพ (Technical Insight) เป็นต้น แต่ในส่วนของข่าวสารนั้นจะสามารถเข้าดูได้เฉพาะผู้ที่เปิดบัญชีเทรดจริงเท่านั้น ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้มีประโยชน์อย่างมากที่จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้นว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะทำการลงทุนในหุ้นเมื่อใด

#3 การลงทุนหุ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจและวัฏจักรธุรกิจ

รู้หรือไม่ว่าโดยปกติแล้วเศรษฐกิจโลกจะมีการผันแปรระหว่างช่วงเศรษฐกิจเติบโต (ขยายตัว) และช่วงเศรษฐกิจหดตัว (ถดถอย) ตัวอย่างเช่นในปีพ.ศ. 2551 เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นซึ่งทำให้เศรษฐกิจโลกมีการหดตัวและเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากนั้นเศรษฐกิจในประเทศหลัก ๆ ส่วนใหญ่ก็เริ่มฟื้นตัวแล้วเข้าสู่ระยะเติบโตอย่างมาก อย่างเช่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เพียงแค่ 10 ปีหลังจากภาวะถดถอยทางการเงินก็กลับมามีการซื้อขายในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนนักลงทุนหุ้นระยะยาวส่วนใหญ่มักจะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มในการเติบโตได้ดี หรือมีระยะการขยายตัวอย่างเช่นบริษัทด้านเทคโนโลยีหรือบริษัทด้านพลังงาน แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้น นักลงทุนหุ้นระยะยาวอาจจะเลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่มีความมั่นคงแทนอย่างเช่นบริษัทด้านสาธารณูปโภคและธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ โดยสถานการณ์เช่นนี้มักจะเรียกกันว่า 'การสับเปลี่ยนกลุ่มการลงทุน (sector rotation)' ซึ่งนักลงทุนจะวิเคราะห์วัฏจักรเศรษฐกิจและวัฏจักรธุรกิจเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นในช่วงเวลาที่ดีที่สุด

นี่ใช่เวลาที่ดีในการลงทุนหุ้นในตลาดหุ้นแล้วรึยัง

กราฟราคาด้านล่างแสดงให้เห็นถึงราคาประวัติการณ์ของดัชนี S&P 500 โดยตลาดหุ้นนี้ถูกใช้เป็นตัววัดแบบกว้าง ๆ ของความสามารถหุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก โดยคุณจะเห็นว่าตลาดหุ้นมีระยะการเพิ่มขึ้นของราคา (การเติบโต) และระยะการตกลงของราคา (การหดตัว)

ดัชนี S&P 500

เมื่อราคาหุ้นมีการขยับสูงขึ้น นักลงทุนก็มักจะเปิดสถานะซื้อ (long position) เพื่อกอบโกยประโยชน์จากภาวะตลาดขาขึ้น ทางหนึ่งที่จะทำได้ก็คือการเข้าซื้อหุ้นจริงของบริษัทและเป็นเจ้าของในส่วนเล็ก ๆ ของบริษัท ในระหว่างช่วงภาวะเศรษฐกิจหดตัว ก็ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในการเทรดแบบเฉพาะเจาะจงอย่างเช่นสัญญาซื้อขายส่วนต่าง หรือที่เรียกว่า CFD (Contracts of Difference) เพื่อ 'ขาย' (short) หุ้นของบริษัทเพื่อทำกำไรจากภาวะตลาดขาลงได้ด้วย และที่ Admiral Markets คุณสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในการเทรดและการลงทุนได้อย่างหลากหลาย

ด้วยความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลกได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส จึงทำให้ในปัจจุบันเกิดโอกาสในการทำกำไรจากการเทรดได้มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็เป็นเพราะเทรดเดอร์สามารถเข้าถึงตลาดหุ้นยุโรป เอเชีย และสหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นประเภทอื่น ๆ ได้ด้วยการใช้แล็บท็อปหรือคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว

เมื่อมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่มีผลต่อจังหวะเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว (ทั้งเวลาเปิดทำการของตลาดหุ้น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การประกาศข่าว และความเข้าใจในเรื่องของวัฏจักรเศรษฐกิจ) เทรดเดอร์ก็อาจยกระดับความสามารถขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน มาช่วยในการตัดสินใจว่าถึงเวลาที่เหมาะแล้วหรือยังที่จะลงทุนในตลาดหุ้น

หากคุณอยากจะพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อใด ขอเชิญมาลงทะเบียนหลักสูตรการเทรด Admiral Markets Zero to Hero 21 วันฟรีซึ่งคุณจะได้เรียนรู้

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
  • เทคนิคต่าง ๆ สำหรับสภาวะตลาดจริงและแบบเรียลไทม์
  • กระบวนการทางความคิด ทัศนคติ และเครื่องมือสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
  • กลยุทธ์เทรดพร้อม 20 วิดีโอสาธิตจากเทรดเดอร์มืออาชีพ

และคุณยังสามารถเข้าไปอ่านเพื่อเรียนรู้ว่าจะเริ่มลงทุนออนไลน์ในตลาดหุ้นได้อย่างไรรวมถึงประโยชน์สุดพิเศษเมื่อลงทุนกับ Admiral Markets ซึ่งคุณไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน

จะลงทุนในหุ้นแบบออนไลน์ในตลาดหุ้นกับ Admiral Markets ได้อย่างไร

การเรียนรู้วิธีลงทุนออนไลน์ในตลาดหุ้นอาจจะดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อยในตอนแรกเริ่ม แต่จริง ๆ แล้วคุณสามารถทำได้ด้วยไม่กี่ขั้นตอนง่าย ๆ เท่านั้นเอง คือหลังจากเปิดบัญชีเทรดจริง หรือบัญชีทดลองแล้ว ก็แค่ทำการเปิดแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ขึ้นมา เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเข้าถึงดัชนีในตลาดหุ้นอันหลากหลายรวมไปถึงหุ้นรายตัวจากตลาดหลักทรัพย์หลัก ๆ 15 แห่งทั่วโลก

เพียงเลือกหน้าต่าง Market Watch (กด Ctrl + M หรือ View -> เลือกแท็บ Market Watch) คุณก็จะสามารถดูรายการตลาดหุ้นที่สามารถเทรดได้ทั้งหมด ดังภาพด้านล่าง

MetaTrader Market Watch window

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อคุณเลือกตลาดหุ้นที่ต้องการเทรดแล้ว ก็เหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียวนั่นก็คือทำการเทรดหุ้นที่ต้องการนั่นเอง แค่คลิกขวาที่กราฟ เลือก 'Trading' แล้วเลือก 'New Order' ซึ่งจะมีตั๋วออเดอร์เทรดของคุณแสดงขึ้นมาดังที่ปรากฎในภาพด้านล่าง

วางคำสั่งเทรดใน MetaTrader

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทำไมจึงควรลงทุนในหุ้นในตลาดหุ้นกับ Admiral Markets

เมื่อเทรดกับ Admiral Markets คุณจะได้พบการฟีเจอร์การใช้งานสุดพิเศษพร้อมทั้งได้รับประโยชน์มากมายไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ที่ลงทุนระยะสั้นหรือลงทุนระยะยาวก็ตาม

เทรดเดอร์และนักลงทุนจะได้เพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์การใช้งานในบัญชี Trade.MT4 ซึ่งมอบประโยชน์มากมายอย่างเช่นความสามารถที่จะ:

  • เทรด CFD หุ้นได้ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเทรดโดยใช้สินเชื่อ (trade on margin) หมายความว่าจะต้องใช้เงินฝากจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นในการเปิดสถานะที่ใหญ่กว่า
  • ซื้อและ 'short' หุ้นได้หมายความว่าคุณสามารถทำกำไรได้ทั้งสองทางคือตลาดขาขึ้นและขาลง
  • ใช้งานแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 พร้อมด้วยปลั๊กอิน Admiral Markets Supreme Edition เอกสิทธิ์เฉพาะจากเราซึ่งเพิ่มขีดความสามารถขั้นสูงในการจัดการออเดอร์ซื้อขาย, เมทริกซ์สหสัมพันธ์, เครื่องมือวิเคราะห์อารมณ์ตลาด และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ถ้าคุณต้องการจะลองลงทุนในหุ้นแบบระยะยาวดู และอยากลงทุนในบริษัทมหาชนจากทั่วโลกดูละก็ สามารถเลือกใช้บัญชี Invest.MT5 แทนซึ่งคุณจะได้รับประโยชน์มากมาย อาทิเช่น

  • ความสามารถในการลงทุนในหุ้นและ ETF เป็นพัน ๆ รายการจากตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด 15 แห่งทั่วโลก
  • เปิดบัญชีด้วยเงินฝากขั้นต่ำเพียง €1 และลงทุนได้ตั้งแต่ $0.01 ต่อหุ้นซึ่งคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำหรับการทำธุรกรรมในหุ้นสหรัฐฯ เพียงแค่ $1 เท่านั้น ได้รับข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ ไม่มีการดีเลย์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
  • สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้วยเงินทุน (passive income) หลาย ๆ ทางซึ่งได้รับมาจากการจ่ายเงินปันผล
  • ได้ใช้แพลตฟอร์มเทรดระดับโลกที่สามารถเทรดหลักทรัพย์ได้หลากหลายชนิดอย่าง MetaTrader 5

เริ่มต้นเทรดกับเราได้ทันทีเพียงแค่คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และอื่น ๆ อีกมากมาย

Invest in Stocks & ETFs

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์

ข้อมูลข้างต้นเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่จัดทำโดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ การประเมิน การทำนาย การพยากรณ์ และการประมวลผลหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า "บทวิเคราะห์") ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนตัดสินใจในการลงทุนใด ๆ กรุณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยความระมัดระวัง

  1. ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นการสื่อสารทางการตลาด บทวิเคราะห์นี้เป็นการเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวและจะต้องไม่ถือเป็นการแทนคำปรึกษาหรือคำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการส่งเสริมความเป็นอิสระในการค้นคว้าวิจัยด้านการลงทุน และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามในการทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการเผยแพร่บทวิจัยด้านการลงทุน
  2. Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนทุกประเภทของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะมาจากเนื้อหาในบทวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
  3. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเป็นกลางของบทวิเคราะห์ Admiral Markets ได้จัดทำกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  4. แม้ว่าเราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของเนื้อหาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงอยู่ในเนื้อหานั้นมีความแม่นยำ สมบูรณ์ ความเป็นปัจจุบัน และเข้าใจได้มากที่สุด แต่ Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในบทวิเคราะห์ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่แสดงถึงผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตได้
  5. เนื้อหาในบทวิเคราะห์จะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ว่าลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวในบทวิเคราะห์ และขอสงวนความรับผิดชอบในการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาบทวิเคราะห์
  6. ผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ในอดีต หรือตัวอย่างผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ของตราสารทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาจะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ถึงผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และจะไม่มีการรับประกันมูลค่าหลักทรัพย์
  7. ตัวอย่างที่แสดงอยู่ในบทวิเคราะห์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเรียกเก็บภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับหัวข้อของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยมีการระบุรายการค่าบริการที่เรียกเก็บโดย Admiral Markets อย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets
  8. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วย) ถือเป็นการเก็งกำไร และอาจมีการขาดทุนหรือทำกำไรได้ ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ