เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

คู่มือพื้นฐานการเทรดหุ้น : จะเริ่มต้นเล่นหุ้นจากตรงไหนดี

สิงหาคม 14, 2020 14:10 UTC
Reading time: 13 minutes

ตลาดหุ้น คืออะไร

สิ่งหนึ่งที่เทรดเดอร์และนักลงทุนทั้งหลายทั่วโลกกลัวมากที่สุดก็คือการลงทุนในตลาดหุ้นผิดเวลา เพราะไม่ว่าอย่างไรจังหวะเวลาที่ทำการซื้อขายนี่แหละที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดผลกำไรและผลขาดทุนทั้งหมดของคุณ แต่ถ้าคุณรู้หลักการต่างๆ การเทรดหุ้นให้พอเหมาะกับเวลาที่เหมาะสมจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

ตลาดหุ้น คืออะไร

ตลาดหุ้น คือ สถานที่ที่มีการซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์ของบริษัทมหาชน ในสมัยก่อนมักจะพบได้ในจัตุรัสกลางเมืองของหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันตลาดหุ้นนั้นมีการดำเนินการโดย ตลาดหลักทรัพย์

ตัวอย่างเช่นบริษัทมหาชนอย่าง Apple, BP และ Facebook ที่ได้มีการจดทะเบียนหุ้นบนตลาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กหรือตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยตลาดหลักทรัพย์นั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อและขายหุ้น รวมถึงติดตามอุปสงค์และอุปทานของหุ้นที่จดทะเบียนซึ่งจะมีผลต่อราคาของหุ้นนั้น ๆ

การเรียนรู้ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานของหุ้นของแต่ละบริษัทจะช่วยให้คุณสามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลงทุนในตลาดหุ้นได้

จะซื้อหุ้นตัวไหนดี เริ่มจากดูอะไรบ้าง

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่แต่ละคนตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นก็ด้วยความหวังว่ามูลค่าเงินที่ลงทุนไปจะงอกเงยเพิ่มขึ้นนั่นเอง สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทหนึ่ง ๆ ในราคาต่ำแล้วจากนั้นเมื่ออุปสงค์โดยรวมของหุ้นเพิ่มขึ้นก็ขายออกไปได้ในราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง โบรกเกอร์ของคุณอย่างเช่น Admiral Markets จะเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมซื้อขายดังกล่าวโดยมีบริการด้านเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณซื้อและขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้นั่นเอง

ดังนั้นกุญแจสำคัญในการตอบคำถามที่ว่า 'จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเทรดหุ้นตอนไหน' ก็คือหาให้ได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อุปสงค์ของหุ้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ของหุ้นโดยปัจจัยหลัก ๆ ที่คุณควรทราบนั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

#1 การเทรดหุ้นกับเวลาทำการของตลาดหุ้น

ทุกตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน หมายความว่าถ้านักลงทุนต้องการที่จะเทรดหุ้นของบริษัทหนึ่ง ๆ พวกเขาก็จะต้องรอให้ตลาดหุ้นนั้น ๆ เปิดทำการเสียก่อน หรือต้องเทรดหุ้นตามเวลาเปิดปิดตลาดหุ้นนั่นเอง ถ้าหากเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในขณะที่ตลาดหุ้นปิดทำการอยู่ เมื่อตลาดเปิดทำการก็มักจะก่อให้เกิดความผันผวนอย่างมากซึ่งทำให้ราคาหุ้นแกว่งอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นช่วงแรกที่นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายในวันนั้นได้

การรู้ว่าจะลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อใดหมายถึงจะต้องรู้ด้วยว่าตลาดหุ้นนั้น ๆ เปิดและปิดทำการในเวลาใด ต่อไปนี้เป็นเวลาทำการของตลาดหุ้นใหญ่ ๆ ที่สำคัญของโลก

  • ตลาดหุ้นนิวยอกร์ก: 9:30 น. - 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • ตลาดหุ้นลอนดอน: 8:00 น. - 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • ตลาดหุ้นโตเกียว: 9:00 น. - 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเวลาพักกลางวันตั้งแต่ 11:30 น. - 12:30 น.

นักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่เทรดหุ้นระยะสั้นมักจะเน้นทำการเทรดและลงทุนภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของเวลาทำการของตลาดหุ้นเนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่มีปริมาณออเดอร์หรือปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขายมากที่สุด ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาบ่อยที่สุดนั่นเอง

เนื่องจาดอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ที่สุด เราจึงได้เตรียมบทความ " ตลาดหุ้นอเมริกา คืออะไร" ไว้ต่างหาก ส่วนในตลาดอื่นๆ หรือหากคุณไม่แน่ใจว่าบริษัทที่คุณต้องกาเทรดหุ้นนั้นเปิดให้เทรดหรือลงทุนในเวลาใด สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่หน้า ข้อกำหนดของสัญญาของ Admiral Markets ที่จะตอบคำถามของคุณได้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงแน่?

เวลาเปิดปิดตลาดหุ้น

จากตัวอย่างด้านบน ในหน้าข้อกำหนดของสัญญาจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของ Royal Dutch Shell กับ Admiral Markets ในตอนท้ายยังมีการกล่าวถึงเวลาเปิดปิดตลาดหุ้นโซนเวลาตามเวลา EET ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก และที่ Admiral Markets คุณสามารถเทรดหุ้นของบริษัทต่าง ๆ บนตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้ถึง 15 แห่ง แล้วจะลงทุนอย่างไรน่ะเหรอ ง่ายนิดเดียว

บัญชีเทรดหุ้นของ Admiral Markets ให้คุณสามารถเทรดหุ้นกว่า 4,000 รายการได้จากแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader เรียนรู้เพิ่มเติมโดยคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เปิดบัญชีเล่นหุ้น

#2 การลงทุนหุ้นกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการประกาศข่าว

ในแต่ละวันก็จะมี เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ (Economic Calendar) หรือที่เทรดเดอร์ไทยจะนิยมเรียกง่ายๆ ว่า " ตารางข่าว Forex" และการประกาศข่าวต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทนั้น ๆ ได้ โดยทั่วไปแล้วข่าวประกาศของบริษัทใด ๆ มักจะส่งผลอย่างมากต่อมูลค่าราคาหุ้นของบริษัทนั้น ๆ

การประกาศข่าวการออกสินค้าตัวใหม่ ยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือรายงานผลประกอบการที่ดีต่างก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทนั้นมากขึ้น ในทางกลับกันหากมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับยอดขาย การเรียกคืนสินค้า ข่าวลือเสียหาย การทำบัญชีผิดพลาด เป็นต้นก็จะทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งในทั้งสองกรณีนั้นต่างก็ส่งผลต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทนั้น ๆ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรง

ตัวอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการเทรดหุ้น ได้แก่ "การจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐฯ" (Nonfarm Payrolls) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประกาศโดยสำนักงานสถิติสหรัฐฯ ( Bureau of Labor Statistics) ซึ่งหากตัวเลขนี้ดี ตลาดหุ้นอเมริกาก็จะดีไปด้วย

ลองดูตัวอย่างกราฟราคาในระยะเวลา 5 นาทีของหุ้นบริษัท Apple เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 จากแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 ของ Admiral Markets

กราฟหุ้น Apple 31 ก.ค. 2562

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

บริษัทได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 2 ในวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 หลังจากตลาดหุ้นปิดทำการแล้ว ทำให้เมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการในวันรุ่งขึ้น อุปสงค์ของหุ้นนั้นสูงมาก (หมายความว่าเทรดเดอร์และนักลงทุนจำนวนมากต้องการซื้อหุ้นของบริษัท Apple เพิ่ม) ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

การประกาศข่าวทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของหุ้นบริษัทหนึ่ง ๆ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นข่าวที่ธนาคารกลางตัดสินใจเพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ยสามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นของประเทศนั้น ๆ อย่างมากซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าของหุ้นแต่ละตัวในตลาดหุ้นนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

แล้วคุณจะตามให้ทันข่าวและข้อมูลล่าสุดของบริษัทนั้น ๆ ที่คุณลงทุนหรือจะลงทุนได้อย่างไรกัน สำหรับผู้ถือบัญชีทดลองและบัญชีเทรดจริงของ Admiral Markets จะสามารถเข้าถึงแดชบอร์ด Premium Analytics สุดพิเศษได้โดยตรงจาก Trader's Room ของตนหลังจากทำการล็อกอินแล้ว ดังที่แสดงด้านล่าง

Premium Analytics dashboard

แหล่งที่มา: แดชบอร์ด Premium Analytics เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้งานของ Admiral Markets เท่านั้น

ในภาพด้านบนจะเห็นแดชบอร์ด Premium Analytics ที่แสดงแค่ข้อมูลบางส่วนที่เทรดเดอร์และนักลงทุนสามารถเข้าไปดูได้ เช่น ข่าวตลาด (Market News) ข่าวตราสารการเงิน (Instrument News) สภาวะตลาด (Market State) เทอร์มินัลวิจัยตลาด (Market Research Terminal) ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ปฏิทินองค์กร (Corporate Calendar) และข้อคิดเห็นเชิงเทคนิคจากเทรดเดอร์มืออาชีพ (Technical Insight) เป็นต้น แต่ในส่วนของข่าวสารนั้นจะสามารถเข้าดูได้เฉพาะผู้ที่เปิดบัญชีเทรดจริงเท่านั้น ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้มีประโยชน์อย่างมากที่จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้นว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะทำการลงทุนในหุ้นเมื่อใด

#3 การเทรดหุ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจและวัฏจักรธุรกิจ

รู้หรือไม่ว่าโดยปกติแล้วเศรษฐกิจโลกจะมีการผันแปรระหว่างช่วงเศรษฐกิจเติบโต (ขยายตัว) และช่วงเศรษฐกิจหดตัว (ถดถอย) ตัวอย่างเช่นในปีพ.ศ. 2551 เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นซึ่งทำให้เศรษฐกิจโลกมีการหดตัวและเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากนั้นเศรษฐกิจในประเทศหลัก ๆ ส่วนใหญ่ก็เริ่มฟื้นตัวแล้วเข้าสู่ระยะเติบโตอย่างมาก อย่างเช่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เพียงแค่ 10 ปีหลังจากภาวะถดถอยทางการเงินก็กลับมามีการซื้อขายในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์

การเทรดหุ้นที่อ้างอิงกับวัฏจักรเศรษฐกิจ เราสามารถติดตามสภาวะตลาดได้จากการดูราคาของ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า Commodity ได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ นักเทรดหุ้นระยะยาวส่วนใหญ่มักจะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มในการเติบโตได้ดี หรือมีระยะการขยายตัวอย่างเช่นบริษัทด้านเทคโนโลยีหรือบริษัทด้านพลังงาน แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้น นักเทรดหุ้นระยะยาวอาจจะเลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่มีความมั่นคงแทนอย่างเช่นบริษัทด้านสาธารณูปโภคและธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ โดยสถานการณ์เช่นนี้มักจะเรียกกันว่า 'การสับเปลี่ยนกลุ่มการลงทุน (sector rotation)' ซึ่งนักลงทุนจะวิเคราะห์วัฏจักรเศรษฐกิจและวัฏจักรธุรกิจเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นในช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ตอนนี้เริ่มต้นเล่นหุ้นได้หรือยัง?

กราฟราคาด้านล่างแสดงให้เห็นถึงราคาประวัติการณ์ของดัชนี S&P 500 โดยตลาดหุ้นนี้ถูกใช้เป็นตัววัดแบบกว้าง ๆ ของความสามารถหุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก โดยคุณจะเห็นว่าตลาดหุ้นมีระยะการเพิ่มขึ้นของราคา (การเติบโต) และระยะการตกลงของราคา (การหดตัว)

ดัชนี S&P 500

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

เมื่อราคาหุ้นมีการขยับสูงขึ้น นักลงทุนก็มักจะเปิดสถานะซื้อ (long position) เพื่อกอบโกยประโยชน์จากภาวะตลาดขาขึ้น ทางหนึ่งที่จะทำได้ก็คือการเข้าซื้อหุ้นจริงของบริษัทและเป็นเจ้าของในส่วนเล็ก ๆ ของบริษัท ในระหว่างช่วงภาวะเศรษฐกิจหดตัว ก็ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในการเทรดแบบเฉพาะเจาะจงอย่างเช่นสัญญาซื้อขายส่วนต่าง หรือที่เรียกว่า CFD (Contracts of Difference) เพื่อ 'ขาย' (short) หุ้นของบริษัทเพื่อทำกำไรจากภาวะตลาดขาลงได้ด้วย และที่ Admiral Markets คุณสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในการเทรดและการลงทุนได้อย่างหลากหลาย

ด้วยความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลกได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส จึงทำให้ในปัจจุบันเกิดโอกาสในการทำกำไรจากการเทรดได้มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็เป็นเพราะเทรดเดอร์สามารถเข้าถึงตลาดหุ้นยุโรป เอเชีย และสหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นประเภทอื่น ๆ ได้ด้วยการใช้แล็บท็อปหรือคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว

เมื่อมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่มีผลต่อจังหวะเวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว (ทั้งเวลาเปิดทำการของตลาดหุ้น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การประกาศข่าว และความเข้าใจในเรื่องของวัฏจักรเศรษฐกิจ) เทรดเดอร์ก็อาจยกระดับความสามารถขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน มาช่วยในการตัดสินใจว่าถึงเวลาที่เหมาะแล้วหรือยังที่จะลงทุนในตลาดหุ้น

หากคุณอยากจะพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะลงทุนในตลาดหุ้นเมื่อใด ขอเชิญมาลงทะเบียนหลักสูตรการเทรดออลไน์ได้ที่ Webinar ของเรา

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
  • เทคนิคต่าง ๆ สำหรับสภาวะตลาดจริงและแบบเรียลไทม์
  • กระบวนการทางความคิด ทัศนคติ และเครื่องมือสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

และคุณยังสามารถเข้าไปอ่านเพื่อเรียนรู้ว่าจะเริ่มลงทุนออนไลน์ในตลาดหุ้นได้อย่างไรรวมถึงประโยชน์สุดพิเศษเมื่อลงทุนกับ Admiral Markets ซึ่งคุณไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

สอนเล่นหุ้นออนไลน์

เริ่มต้นเล่นหุ้นกับโบรกเกอร์ Admiral Markets

การเรียนรู้วิธีลงทุนออนไลน์ในตลาดหุ้นอาจจะดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อยในตอนแรกเริ่ม แต่จริง ๆ แล้วคุณสามารถทำได้ด้วยไม่กี่ขั้นตอนง่าย ๆ เท่านั้นเอง คือหลังจากเปิดบัญชีเทรดจริง หรือบัญชีทดลองแล้ว ก็แค่ทำการเปิดแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ขึ้นมา เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเข้าถึงดัชนีในตลาดหุ้นอันหลากหลายรวมไปถึงหุ้นรายตัวจากตลาดหลักทรัพย์หลัก ๆ 15 แห่งทั่วโลก

เพียงเลือกหน้าต่าง Market Watch (กด Ctrl + M หรือ View -> เลือกแท็บ Market Watch) คุณก็จะสามารถดูรายการตลาดหุ้นที่สามารถเทรดได้ทั้งหมด ดังภาพด้านล่าง

รายชื่อหุ้น

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

เมื่อคุณเลือกตลาดหุ้นที่ต้องการเทรดแล้ว ก็เหลืออีกเพียงขั้นตอนเดียวนั่นก็คือทำการเทรดหุ้นที่ต้องการนั่นเอง แค่คลิกขวาที่กราฟ เลือก 'Trading' แล้วเลือก 'New Order' ซึ่งจะมีตั๋วออเดอร์เทรดของคุณแสดงขึ้นมาดังที่ปรากฎในภาพด้านล่าง

วางคำสั่งเทรดใน MetaTrader

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

เริ่มต้นเทรดหุ้นออนไลน์กับโบรกเกอร์ Admiral Markets

คุณพร้อมแล้วใช่หรือไม่ที่จะได้ทดสอบระบบเทรดหุ้นในตลาดแบบจริงจัง? เราเชื่อว่าเป็นแบบนั้น! แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบก่อนว่า ระบบเทรดของคุณใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลองหรือ "Demo Account" ซึ่งทำให้คุณสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ สามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ๆ ผ่านการซื้อขายที่เหมือนตลาดจริง และเหมือนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ

คุณจะได้ซื้อขายด้วยราคา Real-Time กำไร-ขาดทุนตามการคำนวณจริงๆ เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น Demo Account ก็เปรียบเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ