เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

Divergence คืออะไร : การเทรด Divergence ในตลาด Forex ทำอย่างไร?

ธันวาคม 15, 2020 11:16 UTC

Forex Divergence มักเป็นที่พูดถึงในวงการการเทรด Forex โดยเป็นกลยุทธ์การซื้อขายได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดการเงิน สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ Divergence เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญและสามารถนำหน้าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการเคลื่อนไหวของราคา ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้

  • Forex Divergence คืออะไร?
  • การเพิ่ม Divergence Indicator ในโปรแกรมเทรด MT5
  • ประเภทของ Forex Divergence
    • Bullish Divergence คืออะไร
    • Bearish Divergence คืออะไร
    • Hidden Bullish Divergence คืออะไร
    • Hidden Bearish Divergence คืออะไร
  • ทำไมต้องเทรด Divergence บนโปรแกรม Admiral Markets

Forex Divergence คืออะไร

Forex Divergence คืออะไร?

Divergence เกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ซึ่งรวมถึงหุ้น, ทองคำ, น้ำมันอีกด้วย ไม่ใช่แค่ Forex เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับ Indicator ทางเทคนิคโดยปกติจะเป็นโมเมนตัมออสซิลเลเตอร์หรือตัวบ่งชี้ความแข็งแรงสัมพัทธ์ เมื่อทำการซื้อขายสกุลเงินความแตกต่างของ Forex มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าทิศทางราคาปัจจุบันอ่อนตัวลงและสูญเสียโมเมนตัมส่งผลให้ทิศทางที่เป็นไปได้เปลี่ยนไป

ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงในทิศทางจะเป็นการย้อนกลับอย่างง่าย ๆ หรือการดึงกลับหรือสัญญาณของการกลับตัวของแนวโน้มที่มีนัยสำคัญมากขึ้นมักขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่มีการซื้อขายและการวิเคราะห์แบบ Technical Analysis เช่น สินทรัพย์มีการซื้อขายในแนวรับหรือแนวต้านในอดีตหรือไม่

ผู้ค้าบางรายอาจดูตัวบ่งชี้การลู่เข้าเพื่อช่วยระบุว่าการเคลื่อนไหวมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในทิศทางของมันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Forex Divergence Indicator นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าและใช้กันทั่วไปมากกว่า มีความแตกต่างหลายประเภทที่ควรทราบ ได้แก่

  1. Bullish divergence
  2. Bearish divergence
  3. Bullish hidden หรือ Divergence ไปต่อแบบ "ขาขึ้น"
  4. Bearish hidden หรือ Divergence ไปต่อแบบ "ขาลง"

โหลดโปรแกรมฝึกดูกราฟและ Divergence

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5

การเพิ่ม Divergence Indicator ในโปรแกรมเทรด MT5

ดังนั้นคุณจะตรวจจับ Forex Divergence ได้อย่างไร? ในการเริ่มต้นเทรดเดอร์จำเป็นต้องระบุ Indicator ทางเทคนิคที่พวกเขาจะใช้เพื่อระบุความแตกต่าง มีตัวบ่งชี้ทางเทคนิคหลายประเภทที่พร้อมใช้งาน ตัวบ่งชี้ที่พบบ่อยที่สุดอยู่ในประเภทที่เรียกว่า 'Oscillators' ในแพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader 5 ของคุณ หรือที่เรียกว่า MT5

Divergence Indicator

ภาพหน้าจอของหน้าต่าง Indicators -> Oscillators ใน MetaTrader 5 ที่จัดทำโดย Admiral Markets.

เมื่อผู้ค้ากำลังสร้างกลยุทธ์และระบุว่าวิธีการ Forex Divergence แบบใดที่เหมาะกับพวกเขามากที่สุดสิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า Indicator ที่ใช้บ่อยที่สุดคืออะไร เหตุผลนี้ก็คือยิ่งมีผู้เข้าร่วมตลาดที่เห็นสัญญาณหรือรูปแบบเดียวกันมากขึ้นก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นเท่านั้น จากรายการด้านบนออสซิลเลเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้บ่อยที่สุดเพื่อตรวจจับ Divergence ได้แก่

คำถามยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์หลายๆ คนคือ การเทรดแบบ Divergence แม่นยำแค่ไหน? ในคำตอบนี้สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าเครื่องมือทางเทคนิคไม่ใช่เครื่องมือทำนาย เพียงแค่ให้ความน่าจะเป็นทางสถิติของสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเหนืออีกสิ่งหนึ่ง ดังนั้นการใช้เครื่องมือและการวิเคราะห์ร่วมกันสามารถช่วยสร้างความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้น เนื่องจากผู้ค้าเป็นเพียงการจัดการในความน่าจะเป็นและจะใช้การซื้อขายที่สูญเสียเพื่อพยายามได้รับการซื้อขายที่ชนะการจัดการความเสี่ยงควรเป็นจุดเด่นของกลยุทธ์ Forex Divergence

ในตัวอย่างด้านล่างเราใช้กลยุทธ์ Divergence ด้วย RSI เพื่อแลกเปลี่ยนความแตกต่างทั้งสามประเภท ผู้ใช้สามารถสลับตัวบ่งชี้ RSI สำหรับ Indicator อื่นๆ ได้ แต่ยังคงวิเคราะห์สัญญาณในลักษณะเดียวกันทำให้การซื้อขายที่แตกต่างกันมีความหลากหลายมาก

ประเภทของ Forex Divergence

1. Bullish Divergence คืออะไร

Bullish Divergence ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงในทิศทางจากการเคลื่อนที่ลงไปสู่การเคลื่อนที่ขึ้น เกิดขึ้นเมื่อวัฏจักรของราคาสร้างจุดต่ำสุดที่ต่ำลงและในเวลาเดียวกันตัวบ่งชี้ทางเทคนิคกำลังทำระดับต่ำมาก โดยพื้นฐานแล้วตัวบ่งชี้ไม่ได้เป็นไปตามราคาที่ลดลงซึ่งบ่งชี้ว่าการเคลื่อนตัวที่ต่ำลงกำลังอ่อนตัวลงและสูญเสียโมเมนตัมส่งผลให้อาจมีการขยับขึ้น

bullish divergence

ตัวอย่างที่แสดง Bullish Divergence ระหว่างวัฏจักรราคาและ Relative Strength Index (RSI, 6)

ในตัวอย่างข้างต้นวัฏจักรราคาได้ทำจุดต่ำสุดในขณะเดียวกันตัว Divergence Indicator ซึ่งก็คือ Relative Strength Index (RSI, 6) ในตัวอย่างนี้ - ไม่ได้ติดตามราคาลงและทำระดับต่ำมากขึ้น ผู้ค้าจะถือเอาสิ่งนี้เป็นสัญญาณว่าผู้ขายที่ขับเคลื่อนตลาดล่างนั้นอ่อนแอทำให้มีโอกาสสำหรับผู้ซื้อที่จะก้าวเข้ามาและเข้าควบคุม โดยปกติแล้วผู้ค้าจะรวมการวิเคราะห์นี้กับตัวบ่งชี้การวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ หรือการวิเคราะห์แบบ Price Action

2. Bearish Divergence คืออะไร

Bearish Divergence ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงในทิศทางจากการเคลื่อนที่ขึ้นไปสู่การเคลื่อนที่ลง เกิดขึ้นเมื่อวัฏจักรของราคาสร้างจุดสูงสุดที่สูงขึ้นและในเวลาเดียวกัน Divergence Indicator กำลังทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า โดยพื้นฐานแล้วตัวบ่งชี้ไม่ได้ติดตามราคาขึ้นโดยบอกว่าการขยับที่สูงขึ้นนั้นอ่อนตัวลงและสูญเสียโมเมนตัมส่งผลให้การเคลื่อนไหวต่ำลง

bearish divergence

ตัวอย่างที่แสดง Bearish Divergence ระหว่างวัฏจักรราคาและ Relative Strength Index (RSI, 6)

ในตัวอย่างข้างต้นวัฏจักรของราคาได้ทำสูงขึ้นในขณะเดียวกันตัว Divergence Indicator ซึ่งก็คือ Relative Strength Index (RSI, 6) ในตัวอย่างนี้ - ไม่ได้ติดตามราคาที่สูงขึ้นและทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า ผู้ค้าจะถือเป็นสัญญาณว่าผู้ซื้อที่ขับเคลื่อนตลาดสูงขึ้นนั้นอ่อนแอทำให้มีโอกาสที่ผู้ขายจะก้าวเข้ามาและเข้าควบคุม โดยปกติแล้วผู้ค้าจะรวมการวิเคราะห์นี้กับตัวบ่งชี้การวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ

เริ่มเทรดโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอง

การเทรดแบบ Forex Divergence นั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึง Forex Divergence ขั้นสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex Demo

3. Hidden Bullish Divergence คืออะไร

Hidden Bullish Divergence เป็นรูปแบบ Divergence แบบความ "ต่อเนื่อง" ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนความต่อเนื่องของแนวโน้มและทำงานแตกต่างกันเล็กน้อยกับความแตกต่างที่เป็นขาขึ้นและขาลง ในสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรั้นหรือความแตกต่างอย่างต่อเนื่องตัวบ่งชี้ทางเทคนิคจะลดระดับต่ำลงในขณะที่วัฏจักรราคาทำระดับต่ำมากขึ้น

โดยพื้นฐานแล้วมันกำลังบอกว่าในขณะที่ราคาสูงกว่าที่เคยเป็นมา แต่ตัวบ่งชี้จะต่ำกว่าซึ่งบ่งบอกว่าตลาดมีการขายมากเกินไป สิ่งนี้สามารถดึงดูดผู้ซื้อที่ต้องการใช้กลยุทธ์การซื้อขายแบบเดิม ๆ เช่นแนวโน้มวิธีต่อไปนี้ในการ 'ซื้อต่ำขายสูง' ในช่วงขาขึ้น

hidden bullish divergence

ตัวอย่างที่แสดง Bullish Hidden Divergence ระหว่างวัฏจักรราคาและ Relative Strength Index (RSI, 6)

ในตัวอย่างข้างต้นวัฏจักรราคาได้ทำระดับต่ำมากขึ้นในขณะเดียวกัน Divergence Indicator ก็เคลื่อนตัวต่ำลงซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมีการขายมากเกินไป ผู้ค้าจะถือเอาสิ่งนี้เป็นสัญญาณว่าอาจมีผู้ขายเหลืออยู่น้อยมากในตลาดซึ่งทำให้ผู้ซื้อสามารถผลักดันตลาดได้ Bullish Divergence เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ค้าตามเทรนด์และผู้ที่ใช้กลยุทธ์แบบ Scalping ในการเทรด Forex

4. Hidden Bearish Divergence คืออะไร

Hidden Bearish Divergence  แน่นอนว่าเป็นรูปแบบต่อเนื่องเช่นกัน แต่บ่งบอกถึงขาลง โดย Indicator ทำให้สูงขึ้นในขณะที่รอบราคาทำระดับสูงต่ำ

โดยพื้นฐานแล้วมันกำลังบอกว่าแม้ว่าราคาจะต่ำกว่าเดิม แต่ตัวบ่งชี้ก็สูงขึ้นบ่งบอกว่าตลาดมีการซื้อมากเกินไป สิ่งนี้สามารถดึงดูดผู้ขายที่ต้องการใช้กลยุทธ์การซื้อขายแบบเดิม ๆ เช่นแนวโน้มตามวิธีการ 'ขายสูงซื้อต่ำ' ในช่วงขาลง

hidden bearish divergence

ตัวอย่างที่แสดง Bearish Hidden Divergence ระหว่างวัฏจักรราคาและ Relative Strength Index (RSI, 6)

ในตัวอย่างข้างต้นวัฏจักรราคาได้ทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงในขณะเดียวกันตัวบ่งชี้ Divergence Indicator ก็ขยับสูงขึ้นซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมีการซื้อมากเกินไป ผู้ค้าจะถือเอาสิ่งนี้เป็นสัญญาณว่าอาจมีผู้ซื้อเหลืออยู่น้อยมากในตลาดที่ปล่อยให้ผู้ขายขับเคลื่อนตลาดกลับลงมา ความแตกต่างที่ Bearish Divergence เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ค้าตามเทรนด์และแน่นอน รวมถึง Scalping อีกเช่นกัน

ทำไมต้องเทรด Divergence บนโปรแกรม Admiral Markets

  • เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:500
  • Forex ค่าสเปรดเริ่มที่ 0.5 pips ค่าธรรมเนียมต่ำทั้งในบัญชีค่าเงินและบัญชีเทรดหุ้น
  • เทรดหุ้นผ่านสัญญา CFD แบบไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่น
  • ดูกราฟราคาแบบเรียลไทม์ ให้บริการข่าวสารและบทวิจัยเกี่ยวกับตลาดการเงิน
  • เทรดได้มากกว่า 4,000+ ตราสาร ทั้งค่าเงิน, ดัชนีหุ้น, ทองคำ-น้ำมัน, หุ้น, กองทุน ETF หรือแม้แต่สกุลเงินดิจิตอล
  • กองทุน ETF และหุ้นรายบริษัทมากกว่า 4,500 บริษัท

คุณสามารถทดสอบกลยุทธิ์การเทรดใหม่ๆ ผ่านการเทรดในตลาดเสมือนจริง สภาพแวดล้อมเหมือนจริงทุกประการ คำนวณกำไร-ขาดทุนให้ตามราคาตลาดจริงๆ แต่เพียงเป็นระบบเงินจำลองเท่านั้น บัญชี Demo จึงเป็นเหมือนห้องแล็บสำหรับการเทรด และถ้าพร้อมแล้ว คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง! เปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ