เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

รวม 10 หลักจิตวิทยาการบริหารหน้าตัก Money Management Forex

พฤศจิกายน 04, 2019 10:43 UTC
Reading time: 12 minutes

การเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องมีทั้งความอดทนสูง, ความรู้ความเข้าใจที่มากพอ, การปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างทันท่วงที และคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย และที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือจะต้องมีแผนการเทรดที่ครบถ้วนสมบูรณ์จึงจะประสบความสำเร็จในการเทรดได้ แผนการเทรดที่ครบถ้วนสมบูรณ์จะช่วยบอกได้ว่าตอนไหนที่คุณควรเข้าเทรด, ตอนไหนที่ควรออกจากเทรด, ควรเทรดเงินคู่สกุลไหนดี และยังรวมถึงวิธีการบริหารเงินทุนของคุณด้วย Money Management หรือการบริหารเงินทุนนั้นเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการเทรดที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้

Money Management Forex คืออะไร

Money Management คืออะไร?

สาเหตุที่เทรดเดอร์จำนวนมากมักจะเทรดเสียและขาดทุนจากการเทรด Forex ก็คือขาดประสบการณ์ ซึ่งทำให้มองข้ามหลักการ Money Management Forex ไป ทั้งนี้เนื่องจากตลาด Forex มีความผันผวนสูง จึงทำให้เป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน Money Management ใน Forex จึงเป็นปัจจัยหลักที่จะขาดไปไม่ได้เลยทั้งสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์ที่มากประสบการณ์หากต้องการเทรดให้ประสบความสำเร็จ

บทความนี้จะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการบริหารเงินทุนสำหรับการเทรด FX ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญหากต้องการทำกำไรในระยะยาว หลาย ๆ คนมักจะลืมนึกไปว่าคุณไม่ควรวางแผนแค่เพียงทำกำไรจากการเทรดแค่ครั้งเดียว หรือแค่ดูเรื่องจุดที่จะเข้าและออกจากตลาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรจะต้องนำกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex มาใช้ในการทำกำไรในระยะยาวด้วย ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้การรู้จักบริหารจัดการด้านการเงินและการบริหารเงินทุนสำหรับการเทรดมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ในบทความนี้เราได้รวบรวมเอา 10 สุดยอดเคล็ดลับ Money Management ที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ Forex มือใหม่ และยังมีเคล็ดลับ Money Management เด็ดอื่น ๆ สำหรับเทรดเดอร์ Forex ขั้นสูงมาแบ่งปันกันด้วย

ทำไมต้องทำ Money Management Forex

ตลาด Forex เป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีธุรกรรมการซื้อขายต่อวันมากกว่า 5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อันประกอบด้วย ธนาคาร, สถาบันทางการเงิน รวมถึงนักลงทุนรายย่อยแบบพวกเราอีกจำนวนมาก ความหลากหลายของผู้เล่นทำให้ทิศทางของตลาดมีความไม่แน่นอน ผลลัพธ์คือความเสี่ยงในการลงทุนที่มากขึ้น

และเหตุผลว่า ทำไมต้องทำ Money Management โดยเฉพาะในตลาด Forex นั้นก็เพราะในตลาดมีผู้เล่นระดับโลกมากมายที่พร้อมจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานะการเทรดของเรา นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ ที่เราแทบจะไม่สามารถควบคุมได้เลย และอาจส่งผลให้เราขาดทุนอย่างหนักได้ตลอดเวลา ซึ่งจะยกตัวอย่างความเสี่ยงตามตำรา Forex Risk Management ดังนี้

  • Market Risk
    • 'ความเสี่ยงของทั้งตลาด' คำศัพท์คำนี้หมายถึง ความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยภายนอก และเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถลดทอนได้ด้วยการกระจายการลงทุน เช่น นโยบายทางการเงิน, สงคราม, ภัยพิบัติ ฯลฯ เพราะเมื่อปัจจัยเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ย่อมกระทบต่อทุกสินทรัพย์ในตลาด และกระทบต่อเราไม่ว่าเราจะกระจายการลงทุนมาแล้วอย่างดีก็ตาม
    • Market Risk คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Money Management Forex มีความสำคัญ เพราะในตลาด Forex จะอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เช่น เมื่อมีสงครามเกิดขึ้น จะเกิดความผันผวนทั้งในค่าเงิน Euro, USD แน่นอนว่า จะสร้างความผันผวนอย่างหนักในตลาดทองคำ ซึ่งทั้งหมดคือความเสี่ยง
  • Leverage Risk
    • ความจริงนี่เป็นความเสี่ยงที่ควบคุมได้ แต่อย่าลืมว่า โดยธรรมชาติของการเทรด Forex เราไม่สามารถถือครองสถานะด้วยเงินเต็มจำนวนได้ตลอดเวลา เนื่องจาก 1 สัญญา ก็มีมูลค่าประมาณ 100,000 Euro แล้ว ด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่มาก จึงบังคับให้เทรดเดอร์ต้องใช้การยืมเงิน หรือ 'เลเวอเรจ' มาบางส่วนเพื่อถือครองสถานะดังกล่าว
    • การใช้ Leverage ทำให้เวลาได้กำไร ก็จะได้กำไรเยอะกว่าปกติ แต่ถ้าขาดทุน ก็จะสามารถขาดทุนได้หนักเช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ "Leverage คืออะไร"
  • Interest Rate Risk
    • อัตราดอกเบี้ย จัดว่าเป็นหนึ่งในหมวดของ Market Risk แต่ที่ยกมาอธิบายต่างหาก เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเกี่ยวกับ Forex Risk Management เพราะอัตราดอกเบี้ยจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนในการถือครองสกุลเงินต่างๆ ทำให้สกุลเงินทั่วโลก หรือตลาด Forex เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย
  • Liquidity Risk
    • 'ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง' เป็นปัญหาเมื่อคุณเลือกที่จะเทรดในคู่เงิน Forex ที่ไม่ได้รับความนิยม หรือมีสภาพคล่องน้อย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเทรดของคุณสูงมาก บางครั้งคุณอาจจะไม่สามารถปิดสถานะการเทรดได้ทันทีที่ต้องการ หากต้องการขจัดความเสี่ยงในเรื่องนี้ แนะนำให้อ่านบทความพื้นฐานวิธีการเลือก "คู่เงิน Forex"

10 หลักจิตวิทยา Money Management Forex

1. ลดความเสี่ยงด้วยความ 'พัฒนาตัวเอง'

ก่อนที่คุณจะแสวงหาหัวข้อที่ยากขึ้นอย่างการคำนวณ Money Management Forex แล้ว เริ่มต้นคุณควรเริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะในการคำนวณก่อน รวมถึงพื้นฐานขนาดของสัญญาว่า การเข้าเทรดแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ 'หน่วยของการเทรด' โดยอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ " Forex Lot คืออะไร"

ซึ่งการฝึกการคำนวณ Lot และกำไร-ขาดทุนในการเทรดในตลาดจริง คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยเงินจริงเสมอไป เพราะแม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลองก่อนทั้งนั้น หรือที่เรียกว่า "Demo Account" ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึง Price Action ขั้นสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

2. รู้จักใช้จุดหยุดขาดทุน (Stop-loss)

การตั้งจุดตัดขาดทุน หรือ "Stop Loss" ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผน Money Management Forex ที่สำคัญที่สุด การมีจุด Stop Loss ที่ชัดเจน จะป้องกันไม่ได้เงินลงทุนเสียหายหนักเกินความจำเป็น และเราต้องอย่าลืมว่า ไม่มีใครสามารถเทรดได้ชนะตลอดเวลา

เทรดเดอร์ในตลาด Forex มักใช้กรอบของความผันผวนเป็นตัวคำนวณในการตั้ง Stop Loss ในขณะที่เทรดเดอร์ที่เทรดใน ตลาดหุ้นอเมริกา จะนิยมตั้งความเสี่ยงเป็นครั้งๆ เช่น จะไม่เสี่ยงเกินครั้งละ 2% ของเงินทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมอย่างละเอียดได้ที่บทความ Stop Loss คืออะไร

ทั้งนี้ จุดหยุดขาดทุนใน Forex มีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งคุณจะวางคำสั่งหยุดขาดทุนแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสไตล์และประสบการณ์ในการเทรดของคุณ ประเภทของคำสั่งหยุดขาดทุนที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่

  • Equity stop
  • Volatility stop
  • Chart stop (การวิเคราะห์ทางเทคนิค)
  • Margin stop

3. มีความสมเหตุสมผล

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่มักจะเอาเงินลงทุนไปเสี่ยงมากจนเกินไปก็เพราะตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินกว่าที่จะเป็นไปได้จริง ซึ่งนี่อาจจะมาจากความเชื่อที่ว่ายิ่งลงทุนด้วยเงินจำนวนมากขึ้นก็ยิ่งทำให้ได้เงินกลับคืนมาได้เร็วขึ้น แต่อันที่จริงแล้วเทรดเดอร์ที่ดีควรจะเทรดให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากกว่า การตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และสมเหตุผลเป็นจุดเริ่มต้นของการเทรดที่ถูกต้อง

4. ยอมรับเมื่อทำผิดพลาด

กฎเหล็กของการเทรดก็คือเทรดให้ได้กำไรและหยุดเมื่อขาดทุน สิ่งสำคัญก็คือต้องออกจากการเทรดให้ทันท่วงทีเมื่อใดก็ตามที่เห็นชัดแล้วว่าคุณกำลังเทรดเสีย เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เราที่อยากจะลองเทรดต่อเพราะคิดว่าอาจมีโอกาสพลิกสถานการณ์จากร้ายเป็นดีก็ได้ แต่นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดสำหรับการเทรด FX ที่ไม่ควรทำ

เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะคุณไม่มีทางควบคุมตลาดได้นั่นเอง

5. เตรียมตัวให้พร้อมรับมือสถานการณ์ที่แย่ที่สุด (ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต)

เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าภาวะตลาดในอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ก็สามารถใช้ข้อมูลในอดีตมาช่วยในการคาดเดาตลาดได้ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอาจจะไม่เกิดซ้ำอีก แต่ก็แสดงให้เห็นว่าอาจเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณจะต้องย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีตของคู่สกุลเงินที่คุณกำลังเทรดอยู่ด้วย และลองนึกดูว่าจะต้องใช้วิธีการอย่างไรเพื่อคุ้มครองเงินลงทุนของตนเองหากเกิดกรณีแย่ใด ๆ ซ้ำขึ้นอีก

อย่าประเมินค่าความผันผวนของราคาอย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นต่ำเกินไป แต่ควรจะเตรียมพร้อมสำหรับกรณีดังกล่าวไว้ด้วย คุณอาจไม่จำเป็นต้องขุดคุ้ยข้อมูลย้อนหลังไปในอดีตมากมายนักเพื่อหาตัวอย่างกรณีที่เกิดราคาผันผวนอย่างรุนแรงก็ได้ ตัวอย่างของกรณีเช่นนี้ก็เช่นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 ที่สกุลเงินฟรังก์สวิสต่อยูโรแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงถึง 30% ภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น

6. มองหาจุดออกจากตลาดไว้ก่อนที่จะเข้าเปิดสถานะสัญญาซื้อขาย

ลองคิดเอาไว้ในใจดูก่อนว่าคุณจะออกจากตลาดที่ระดับราคาไหนหากทำกำไรได้ และจุดหยุดขาดทุนของคุณจะอยู่ที่ระดับใด การเตรียมพร้อมเอาไว้เช่นนี้จะช่วยให้คุณยังเทรดตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้ได้ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้คุณรู้จักชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่จะได้รับอีกด้วย

7. หลีกเลี่ยงการเทรดในลักษณะที่มีความเสี่ยงมากเกินไป

การเทรดในลักษณะที่มีความเสี่ยงมากเกินไปถือเป็นข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่ชอบทำ ถ้าหากว่าการขาดทุนเพียงเล็กน้อยหลาย ๆ ครั้งต่อเนื่องกันทำเอาเกือบล้างพอร์ต (เงินลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ทั้งหมด) ของคุณได้ นั่นหมายความว่าการเทรดแต่ละเทรดนั้นมีความเสี่ยงมากเกินไป ข้อแนะนำในการกำหนดระดับความเสี่ยงให้เหมาะสมก็คือต้องปรับขนาดของสถานะสัญญาให้สอดคล้องกับความผันผวนของคู่สกุลเงินที่คุณกำลังเทรดอยู่ ต้องจำไว้ว่ายิ่งคู่สุกลเงินมีความผันผวนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องปรับขนาดของสถานะสัญญาให้เล็กลงเท่านั้น

ในกรณีที่คุณพยายามหลีกเลี่ยงการเทรดด้วย Lot ที่ใหญ่เกินไปก็แล้ว แต่ก็ยังขาดทุนอยู่ดี ในกรณีที่คุณพยายามหลีกเลี่ยงการเทรดด้วย Lot ที่ใหญ่เกินไปก็แล้ว แต่ก็ยังขาดทุนอยู่ดี คุณอาจต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้ MetaTrader 5 หรือ "MT5"

MT5 เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5

8. อย่าเทรดต่อเพื่อหวังเอาเงินทุนกลับคืนมา (Revenge Trading)

ณ จุดหนึ่ง คุณอาจจะเทรดเสียจนกินเงินทุนไปจำนวนไม่น้อย ซึ่งทำให้เกิดความคิดที่อยากจะเอาเงินทุนที่เสียไปกลับคืนมาในการเทรดครั้งต่อไป แต่ปัญหาก็คือการเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีกทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเสียเงินทุนไปเป็นจำนวนมากไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเอาซะเลย สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือลดขนาดการเทรดของคุณลงในเทรดที่กำลังเสีย หรือหยุดการเทรดไปก่อนจนกว่าจะหาเทรดที่น่าจะทำกำไรได้ และควรสร้างความสมดุลระหว่างอารมณ์ความรู้สึกกับขนาดของสถานะสัญญาซื้อขาย

9. ทำความเข้าใจและอย่ามองข้ามความสำคัญของเลเวอเรจ

เลเวอเรจถือเป็นตัวเปิดโอกาสให้คุณเพิ่มผลกำไรได้มากยิ่งขึ้นจากเงินทุนที่คุณมีอยู่ แต่เช่นเดียวกันมันก็เพิ่มความเสี่ยงให้มากขึ้นตามไปด้วย เลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก แต่คุณจะต้องรู้และเข้าใจในการใช้เลเวอเรจเป็นอย่างดีด้วย โบรกเกอร์ของคุณอาจจะให้เลเวอเรจสำหรับบัญชีของคุณเพื่อให้คุณสามารถเทรดและรับผลกำไรที่มากขึ้น แต่คุณก็ต้องระมัดระวังในการใช้เครื่องมือดังกล่าวด้วย ตัวอย่างเช่น ค่าเลเวอเรจ 1:200 ของบัญชีเงินทุนขนาด $400 แสดงว่าคุณสามารถวางคำสั่งเทรดได้ในปริมาณสูงสุดถึง $80,000 และหากเลือกใช้ค่าเลเวอเรจ 1:500 คุณก็จะสามารถเทรดได้ในปริมาณสูงสุดถึง $200,000 เลยทีเดียว

ระดับความเสี่ยงที่คุณต้องรับจึงมากขึ้นเมื่อคุณเลือกเลเวอเรจที่สูงขึ้น หากคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ค่าเลเวอเรจสูง แต่ให้เลือกใช้เลเวอเรจแค่เฉพาะตอนที่เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าความเสี่ยงที่ต้องรับนั้นมากขนาดไหน หากทำเช่นนี้แล้วคุณก็จะไม่ต้องประสบกับการขาดทุนอย่างรุนแรงในพอร์ตของคุณ เลเวอเรจถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ตัวหนึ่งสำหรับการเทรดตลาด Forex ซึ่งช่วยให้คุณทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ส่งผลเสียได้มากเช่นกันหากเกิดขาดทุนขึ้นมา ดังนั้นจึงต้องมีความรอบคอบในการใช้เลเวอเรจอยู่เสมอAdmiral Markets ให้บริการเลเวอเรจที่หลากหลายโดยขึ้นอยู่กับสถานะของเทรดเดอร์ ซึ่งในที่นี้เทรดเดอร์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ เทรดเดอร์รายย่อย และเทรดเดอร์มืออาชีพ สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย Admiral Markets จะให้บริการเลเวอเรจ 1:30 ส่วนเทรดเดอร์มืออาชีพจะได้ค่าเลเวอเรจ 1:500 ไม่ว่าจะเป็นเลเวอเรจเท่าไหร่ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น

10. ลงทุนโดยมองในระยะยาว

ระบบเทรดนั้น ๆ จะถือว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ต้องดูจากผลตอบแทนที่ได้ในระยะยาวเป็นหลัก ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับการวัดความสำเร็จหรือความล้มเหลวจากการเทรดที่กำลังเทรดอยู่มากนัก ที่สำคัญจะต้องยึดหลักเกณฑ์ในระบบเทรดของคุณอยู่ตลอดจึงจะทำให้การเทรดในปัจจุบันของคุณนั้นได้ผลดี

สูตร Money Management Forex แบบขั้นสูง

อีกหนึ่งปัญหาหลักที่มักจะเจอกันบ่อย ๆ สำหรับเทรดเดอร์ Forex ก็คือ Money Management และถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่เลยก็ว่าได้ และสำหรับเทรดเดอร์ Forex ขั้นสูงที่มากประสบการณ์ก็ต้องเจอกับปัญหานี้ไม่ต่างกัน เราลองมาดูเคล็ดลับ Money Management แบบขั้นสูงที่น่าสนใจกันบ้างดีกว่า โปรดทราบว่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จนั้นใช้สูตร Money Management Forex เหล่านี้เพื่อเพิ่มผลกำไรความสำเร็จในการเทรดของตน ซึ่งจะต้องมีวินัยในการเทรด และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์บางประการอย่างเคร่งครัด

เมื่อคุณสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับพื้นฐานที่ได้กล่าวไปข้างต้นได้อย่างชำนาญแล้ว ก็สามารถนำไปใช้กับกลยุทธ์ Money Management ของคุณดูได้เลย

ต้องมีแผนการเทรด Forex

คุณควรมีแผนการเทรด Forex ของตนอยู่ในมือและทำตามหลักเกณฑ์ในแผนการเทรดนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ ซึ่งแผนการเทรดของคุณจะต้องมีกลยุทธ์ Money Management รวมอยู่ในนั้นด้วย แผนการเทรดจะช่วยให้คุณเทรดโดยใช้อารมณ์ความรู้สึกน้อยที่สุดและยังป้องกันไม่ให้คุณเทรดมากจนเกินไปด้วย เมื่อมีแผนการเทรดแล้ว ก็จะมีกลยุทธ์สำหรับการเข้าและออกจากตลาดอย่างชัดเจน รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรเก็บกำไร และเมื่อไหร่ที่ควรหยุดการขาดทุน โดยไม่มีความกลัวหรือความโลภเข้ามาบงการการตัดสินใจเทรด วินัยในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารเงินทุน Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ

เคล็ดลับข้อนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับ Money Management โดยตรง แต่จะเกี่ยวข้องกับการสร้างวินัยในการเทรดเป็นสำคัญ

ชดเชยเงินทุนที่เสียไป

สำหรับ Money Management ในการเทรด Forex โปรดจำไว้ว่าการจะเอาเงินทุนที่เสียไปนั้นกลับคืนมาให้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวอย่างเช่นถ้าคุณลงทุนไป $5,000 แล้วขาดทุนไป $1,000 คิดเป็นสัดส่วนขาดทุน 20% ดังนั้นหากจะเอาเงินทุนที่เสียไปกลับคืนมา คุณจะต้องทำกำไรให้ได้ 25% จากเงินลงทุนจำนวนเท่ากัน นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับสเปรดและค่าคอมมิชชั่นที่จะต้องจ่ายด้วย เพราะนี่ก็เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเหมือนกัน ต้องแน่ใจว่าคุณสามารถชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบกันตัวคุณเอง

จุดหยุดขาดทุน Protective Stops

นอกเหนือจากสิ่งที่ได้กล่าวไปข้างต้นเกี่ยวกับจุดหยุดขาดทุนแล้ว การใช้ Protective Stops ในกลยุทธ์ Money Management Forex ก็เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งในการปรับปรุง Money Management ให้ดีขึ้น Protective Stops เป็นจุดหยุดขาดทุนที่ยังทำกำไรได้ หรือจะให้พูดง่าย ๆ ก็คือเมื่อคุณเปิดสถานะและมีกำไรลอยตัว $500 USD ให้ตั้งค่าจุดหยุดขาดทุนในระดับที่จะยังคงมีกำไรลอยตัวมากกว่า $100 USD (ขึ้นอยู่กับทิศทางของกราฟราคา) การทำเช่นนี้ทำให้แม้ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนทะลุไปถึงจุดหยุดขาดทุนที่คุณตั้งไว้ คุณก็ยังได้กำไรไม่ว่ายังไงก็ตาม

ไม่เครียดจนเกินไป

พยายามอย่าเครียดเมื่อทำการเทรด กลยุทธ์ Money Management Forex ที่ดีที่สุดจะแนะนำให้เทรดเดอร์ลดความเครียดลง โดยกำหนดเงินลงทุนในปริมาณที่คุณรับได้และจะไม่กังวลมากนักหากต้องขาดทุน

อย่าโลภ

กำจัดความโลภออกไปถือเป็นสูตรสำเร็จของการเทรด เพราะมันอาจทำให้คุณตัดสินใจเทรดผิดพลาดได้ การเทรดนั้นไม่ใช่แค่การเปิดเทรดเพื่อทำกำไรทุกนาที แต่เป็นการเปิดคำสั่งในเทรดที่ใช่และในเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการปิดเทรดก่อนเวลาถ้าเห็นว่าคาดการณ์ตลาดผิด นอกจากนี้คุณยังต้องมีวินัยและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในกลยุทธ์ Money Management Forex ด้วยจึงจะช่วยพัฒนาการเทรดของคุณให้ดียิ่งขึ้น

สรุปสูตร Money Management

Money Management ก็เหมือนกับหลักการเทรดอื่น ๆ ซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะเทรดเดอร์บางคนก็ทนต่อความเสี่ยงได้มากกว่าคนอื่น แต่ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ เคล็ดลับสำคัญเลยก็คือให้เริ่มเทรดในปริมาณน้อยไว้ก่อน เราแนะนำให้คุณฝึกใช้กลยุทธ์เทคนิคการเทรดใหม่ ๆ ดูเสียก่อนในสถานการณ์เทรดแบบไร้ความเสี่ยงด้วยบัญชีทดลองเทรดฟรีจากเรา

เทรดแบบไร้ความเสี่ยงกับ Admiral Markets

คุณรู้หรือไม่ว่าคุณสามารถเทรดด้วยสกุลเงินจำลอง โดยใช้ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์และข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดมืออาชีพได้ โดยไม่ต้องเอาเงินลงทุนของคุณเข้าไปเสี่ยงจริง ๆ ใช่แล้ว ด้วยบัญชีทดลองเทรดฟรีที่ไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิงของ Admiral Markets เทรดเดอร์มืออาชีพอย่างคุณก็จะสามารถทดสอบกลยุทธ์เทคนิคการเทรดของคุณและปรับปรุงจนสมบูรณ์แบบได้ตามความต้องการของคุณโดยไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปเสี่ยงจริง ๆ

บัญชีทดลองเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่จะทำความคุ้นเคยกับการเทรด รวมถึงเทรดเดอร์ที่มีความชำนาญแล้วก็ยังใช้เพื่อฝึกเทรดได้ด้วย ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม บัญชีทดลองถือเป็นสิ่งจำเป็นของเทรดเดอร์สมัยใหม่ที่จะขาดไปไม่ได้เลย เปิดบัญชีทดลองฟรีวันนี้เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เปิดบัญชี Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์

ข้อมูลนี้ไม่ใช่และและไม่ควรถือเป็นการแทนคำปรึกษาด้านการลงทุน คำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อเสนอหรือคำชักชวนในการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวกับตราสารทางการเงินทั้งสิ้น โปรดทราบว่าบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการเทรดดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงสภาวะของตลาดในปัจจุบันหรือในอนาคต เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ คุณควรขอคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจใน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ