เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

กลยุทธ์ Hedging Forex คืออะไร : พื้นฐานการเทรดแบบ Hedging

กรกฎาคม 15, 2020 14:57 UTC
Reading time: 15 minutes

คำว่า Hedge ในพจนานุกรม แปลว่า "วิธีการป้องกันจากการสูญเสีย" และในแวดวงการเงินการลงทุน Hedge หรือ Hedging ก็คือการกระทำที่เป็นไปเพื่อ "ป้องกันความเสี่ยง" จากการสูญเสียเงินที่ลงทุนไป เราจะเห็นว่า ในโลกของการลงทุนมีกองทุนประเภทที่เรียกว่า Hedge Fund ซึ่งก็แปลตรงตัวว่า "กองทุนที่จะปกป้องเงินให้กับคุณ" ในขณะที่พยายามทำกำไรไปพร้อมๆ กันด้วย

การ Hedging มีวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งในบทความนี้จะพาคุณไปศึกษาเรื่อง Hedging Forex ว่าเทรดเดอร์ในตลาด Forex นั่นมีวิธีการหรือแนวคิดในการเทรดแบบ Hedging อย่างไรบ้าง โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

hedging คือ

Hedging คืออะไร

Hedging คือ เปิดสถานะการซื้อขายใดๆ เพื่อเป็นการชดเชยความเสี่ยง (Offset) จากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในอนาคต เป็นธุรกรรมทางการเงินพื้นฐานที่พบบ่อยได้ทั่วไปในบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า โดยการ Hedging จะทำให้บริษัทได้รับ "ผลกำไรเป็นตัวเงิน" เพื่อทดแทนสิ่งที่สูญเสียไปจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกี่ยวกับราคา เช่น ค่าเงินที่แข็งหรืออ่อน, ราคาวัตถุดิบอาหารที่ทำให้ต้นทุนของร้านอาหารผันผวน

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดกลยุทธ์ Hedging โดยแทบจะทุกบริษัทหรือเทรดเดอร์ จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาทำ Hedging เพื่อเป็นการลดหรือขจัดความเสี่ยงในด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ตลาดการเงินก็มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็เพื่อสนับสนุนธุรกรรมการเทรดแบบ Hedging เพราะมันจะทำให้ธุรกิจสามารถป้องกันความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างสมบูรณ์ เช่น สายการบินที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงงอากาศยานซึ่งสัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

หรือยกตัวอย่าง บริษัทข้ามชาติของสหรัฐอเมริกาที่แม้จะได้รับรายได้เป็นสกุลเงินต่างๆ แต่ก็ต้องปรับและรายงานรายได้ รวมถึง "จ่ายเงินปันผลเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น บริษัทนี้ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนจากสกุลเงินต่างประเทศมาเป็นสกุลเงินดอลลลาร์สหรัฐ ดังนั้น จะมีปัญหาที่เห็นได้ชัดในกรณีดังนี้

  • ถ้าสกุลเงินต่างประเทศอ่อนค่ามากๆ เวลาแลกคืนกลับมาเป็น USD ก็จะทำให้ปริมาณของ USD น้อยลง
  • สกุลเงินต่างประเทศอาจจะไม่ได้อ่อนค่าผิดปกติ แต่เป็นสกุลเงิน USD เองที่แข็งค่า ผลลัพธ์ก็คือ เวลาแลกคืนกลับมาเป็น USD ก็จะทำให้ปริมาณของ USD น้อยเช่นกัน

การ Hedging เพื่อเป็นการชดเชยความเสี่ยงในกรณีนี้ จะได้แก่การซื้อตราสารที่อ้างอิงกับสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ถ้ารายรับเป็นสกุลเงิน GBP ของสหราชอาณาจักร ก็ต้องซื้อสัญญาว่าจะซื้อ GBP ที่ราคาหนึ่งๆ ไว้ (ตราสารฟิวเจอร์ส) ซึ่งถ้าค่าเงิน GBP แข็งค่าขึ้น บริษัทก็จะได้รับเงินชดเชย แต่ถ้า GBP อ่อนค่า ตราสารที่ซื้อไว้ก็จะไม่มีมูลค่าใดๆ แต่เราจะถือว่าเป็นเงินที่หายไปเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรืออย่างกรณีของสายบินข้างต้น ที่จะมีปัญหาเวลาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้น เพราะทำให้ต้นทุนการออกบินแต่ละครั้งสูงขึ้น แน่นอนว่า ในกรณีนี้ สิ่งที่สายการบินต้องทำก็คือการ Hedging ด้วยการซื้อตราสาร Cruide Oil ไว้ล่วงหน้า

หากคิดง่ายๆ จะเห็นว่า การ Hedging ก็เหมือนจะซื้อ "สิ่งที่ไม่พึงประสงค์" ถ้าเราไม่ชอบให้ค่าเงิน GBP แข็งค่า เราจะซื้อ GBP ไว้ ถ้าไม่ชอบให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น เราจะก็ซื้อตราสาร Crude Oil เก็บไว้ อย่างไรก็ตาม ตราสารสำหรับการ Hedging ไม่ได้มีแค่การป้องกันในกรณีที่สินทรัพย์ใดๆ มีมูลค่าสูงขึ้น แต่ยังสามารถซื้อเพื่อป้องกันในกรณีที่สินทรัพย์ที่มูลค่าลดลงได้ด้วย เช่น กรณีที่บริษัทถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สิ่งที่บริษัทไม่ต้องการก็คือการที่ USD อ่อนค่าลง ดังนั้น บริษัทจะซื้อตราสารที่ป้องกันการเสื่อมค่าที่เรียกว่า "Short" หรือถ้าซื้อ Option จะเป็นกรณีซื้อตราสาร "Put" ในตลาด Option ซึ่งเมื่อ USD เสื่อมค่าลง บริษัทก็จะได้รับเงินชดเชยจากตราสารที่ซื้อไว้

แนวคิดพื้นฐานของการ Hedging

เรารู้แล้วว่า Hedging จริงๆ คือการเปิดสถานะเพื่อชดเชยหรือป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น และการ Hedging ในตลาด Forex ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น คุณอาจจะเลือก Hedging แค่บางส่วน ซึ่งพวกนักวิชาการการเทรดจะเรียกว่า "Partially Hedge" หรือในถ้ามากกว่านั้น เราสามารถเลือกที่จะ Fully Hedge ซึ่งจะทำให้สถานะ กำไร-ขาดทุน ของพอร์ตหยุดนิ่งทันที เช่น ถ้าขาดทุนอยู่ 500 USD ไม่ว่าตลาดจะวิ่งไปทิศทางใด พอร์ตคุณก็จะติดลบ 500 USD อยู่แบบนั้น จนกว่าคุณจะหาหนทางแก้เกมได้ ลองดูตัวอย่างในภาพ 1.1 ด้านล่าง

ตัวอย่างการทำ Hedging

ภาพ 1.1 : แสดงตัวอย่างการซื้อตราสาร CFD ในฝั่ง Sell เพื่อที่จะ Hedging กับสถานะ Buy ในคู่เงิน EURUSD ที่มีอยู่ก่อน ซึ่งในภาพหากใช้แพลตฟอร์ม MetaTrader 5 จะมีคำสั่ง "Hedge" ที่จะเปิดสถานะตรงข้ามให้อัตโนมัติ ทั้งนี้ในตลาด Forex จริงๆ คุณสามารถจะเลือกใช้ตราสาร Option หรือ Future ได้ แต่ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงกรณีของตรสาร CFD เท่านั้น ซิ่งเป็นตราสารมาตรฐานที่ใช้สำหรับการเทรดในตลาด Forex โดยคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตราสาร CFD ได้ทีบทความ : CFD อะไร

เราจะพูดถึงตลาด Forex แบบทั่วไปก่อน เช่น หากคุณอาศัยที่ประเทศหนึ่งๆ อาจจะเป็นสหราชอาณาจักร และตอนนั้น Pokemon Go กำลังมาแรง คุณจึงเลือกที่จะถือครองหุ้น Nintendo ในประเทศญี่ปุ่น นั่นคือคุณกำลังถือครองสินทรัพย์ในต่างประเทศอยู่ เมื่อได้กำไรคุณก็ต้องการจะโอนเงินกลับประเทศ

ถ้ากำไรของคุณคือ 1,000,000 เยน (JPY) ซึ่งที่คุณต้องทำคือขายหุ้น Nintendo นี้ทิ้งเสีย และแลกกำไร 1,000,000 JPY ของคุณ เปลี่ยนเป็นสกุลเงิน GBP และที่อัตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้น GBP/JPY เท่ากับ 137.38 ดังนั้น กำไรของคุณจะเท่ากับ 1,000,000/137.38 = 7,279 GBP (ในความเป็นจริง จะมีค่าธรรมต่างๆ ด้วย)

ความเสี่ยงในกรณีนี้คืออะไร?

ให้จำว่า เราไปลงทุนที่ไหน แล้วค่าเงินของประเทศนั้นอ่อนค่าลง เราจะขาดทุน ตัวอย่างเช่นในกรณีนี้ คือ หากเงินเยน (JPY) อ่อนค่าลง เวลาคุณแลกกลับมาเป็น GBP คุณจะทำให้ปริมาณ GBP น้อยลง ดังนั้น จะเห็นว่า สิ่งที่คุณกลัวก็คือ

  • กลัว GBP แข็งค่า หรือ
  • กลัว JPY อ่อนค่า

เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีใน ผลลัพธ์ก็คือการที่คุณได้รับปริมาณ GBP น้อยลง ดังนั้น ก็มีให้เลือก 2 กรณี คือ การใช้ตราสาร CFD เข้า Buy ในค่าเงิน GBP หรือเลือกที่จะเข้า Sell ในค่าเงิน JPY แต่ในกรณีนี้เมื่อเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่าง GBP กับ JPY สิ่งที่ควรทำก็คือการเข้า Buy ในคู่เงิน GBP/JPY ซึ่งก็เท่ากับว่า คุณกำลัง Buy คู่เงิน GBP/JPY เพื่อ Hedging ชดเชยความเสี่ยงในการโอนเงินกลับเข้าสหราชอาณาจักร อย่างที่เคยบอกไปว่า Hedging คือ "ซื้อสิ่งที่เรากลัว"

แต่คำถามต่อมาที่ยากกว่าหน่อยคือ แล้วต้องซื้อเป็นปริมาณเท่าใด? คำตอบคือ คุณต้องรู้ก่อนว่า ในตอนแรกคุณมีสถานะทั้งหมดเท่าใด และคุณประเมินว่า สถานะที่คุณต้องการขจัดความเสี่ยงออกไปนั้นมีปริมาณเป็นเท่าใด

ก่อนอื่นคุณต้องทราบก่อนว่า สัญญา 1 Lot มีมูลค่าเท่ากับ 100,000 GBP (คุณสามารถอ่านเพิ่มเกี่ยวกับ Lot ในตราสาร CFD ได้ที่บทความ : Lot คืออะไร) และในกรณีของเงินจำนวน 7,279 GBP ข้างต้น คุณจะต้องซื้อสัญญาทั้งหมดเพื่อ Hedging เป็นจำนวน 7,279/100,000 = 0.07279 Lot และเมื่อสิ่งที่คุณกลัวเกิดขึ้น นั้นคือค่าเงิน GBP แข็งค่าขึ้น คุณก็จะได้เงินชดเชยความเสี่ยงจากการเข้า Buy 0.07279 Lot ในคู่เงิน GBP/JPY นี่คือตัวอย่างแนวคิดการคำนวณการ Hedging ในกรณีการเทรด Forex โดยทั่วไป ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินกันจริงๆ แต่ในหัวข้อต่อไปเราจะพาคุณไปรู้จักการ Hedging ในตลาด Forex Online ทั้งนี้ คุณสามารถศึกษาภาพรวมเกี่ยวกับตลาด Forex ทั้งหมดได้ที่บทความ : Forex คืออะไร

เริ่มเทรดโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีทดลอง MetaTrader 5

หากคุณเริ่มได้ไอเดียเกี่ยวกับการเทรด Hedging บ้างแล้ว เราก็ภูมิใจเช่นกันที่จะนำเสนอว่า เทรดเดอร์มืออาชีพที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets สามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ ได้จากระบบบัญชีเงินจำลอง (Demo Account) ได้ ซึ่งทำให้สามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ รวมถึงกลยุทธ์ Hedging ได้ด้วย คุณจะสามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ บนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

เทรดแบบ Hedging ในตลาด Forex Online

ในการเทรด CFD หรือการเทรด Forex Online ทั่วๆ ไป Hedging เป็นเรื่องเกี่ยวกับการลดหรือป้องกันความเสี่ยงของคุณจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่พึงประสงค์จากสถานเดิมที่มีอยู่ เช่น กรณีที่กำลังจะมีประกาศเกี่ยวกับเหตุการณ์ Brexit ซึ่งค่าเงิน GBP จะต้องมีความผันผวนสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสถานะที่คุณถืออยู่มีดังต่อไปนี้

  • Buy 1 Lot ในคู่เงิน EUR/GBP
  • Sell 1 Lot ในคู่เงิน USD/CHF
  • Buy 1 Lot ในคู่เงิน GBP/CHF

ในกรณีนี้จะเห็นว่า ในรายการแรก การที่คุณ Sell คู่เงิน EUR/GBP จะมีค่าเท่ากับคุณกำลัง Sell 1 EUR และ Buy 1 GBP และรายการสุดท้ายคือคุณมี Buy คู่เงิน GBP/CHF คือคุณก็กำลังมี Buy 1 GBP และ Sell 1 CHF คุณต้องเข้าใจว่า ในพอร์ตของคุณ คุณได้ Buy สกุลเงิน GBP ไป 2 Lot ไปแล้ว พอคุณมีสถานะ GBP ในพอร์ตถึง 2 Lot คุณก็เริ่มกังวลแล้วว่า สถานะที่ถือครองอยู่จะขาดทุนอย่างหนักหรือเปล่า เพราะกำลังจะมีประกาศ Brexit ในรอบ Final และจากสถิติที่ผ่านๆ มา การออกมาประกาศเกี่ยวกับ Brexit แต่ละครั้ง ทำให้ค่าเงิน GBP ผันผวนอย่างรุนแรง ลองดูตัวอย่างในภาพ 1.2

เหตุการณ์ Brexit ในปี 2016 สร้างความผันผวนให้คู่เงิน GBPUSD

ภาพ 1.2 : กราฟ GBPUSD ราย 1 Day, ตั้งแต่ 12 February - 27 July 2016, แสดงความผันผวนของค่าเงิน GBP ณ วันที่มีประกาศเกี่ยวกับกรณี Brexit ดังนั้น หากเทรดเดอร์คนใดมีสถานะที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินปอนด์ GBP ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพอร์ตการลงทุนของพวกเขาอย่างมาก

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

คุณรู้แน่ๆ ว่า ค่าเงิน GBP ต้องผันผวนอย่างหนักแน่นอน และคุณมี Buy ค่าเงิน GBP อยู่ 2 Lot คุณสามารถเลือกทำได้อย่างหลากหลายเพื่อลดสัดส่วนการถือครอง GBP ในพอร์ตลง เช่น

  • คุณอาจจะ Buy คู่เงิน EUR/GBP กลับ 1 Lot และ Sell คู่เงิน GBP/CHF กลับ 1 Lot
  • คุณเลือก Sell คู่เงิน GBP/USD เป็นจำนวน 2 Lot ซึ่งในกรณีนี้ คุณจะสามารถลดสัดส่วนการถือ USD ในพอร์ตที่เคย Buy คู่เงิน USDCHF ไว้ได้ด้วย

ใช้ตารางการแข็ง-อ่อน ของคู่เงินเข้าช่วย (ขั้นสูง)

จะเห็นว่า การ Hedging ไม่จำเป็นต้องเทรดกลับข้างกับคู่เงินเดิมที่ถือครองอยู่ แต่สามารถมองแยกเป็นแต่ละสกุลเงินโดดๆ ได้ สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ว่า คุณถือครองอะไรอยู่ และการ Hedging จะเข้าไปลดสถานะการถือครองค่าเงินตัวไหนเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้ ในหัวนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Correlation Matrix ซึ่งเป็นปลั๊กอินพิเศษเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของคู่เงินต่างๆ ที่มีให้เทรดใน MetaTrader 5 ซึ่งการใช้ตาราง Correlation Matrix จะทำให้การ Hedging ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตารางดูเงิน Forex

ภาพ 1.3 : แสดงตารางความสัมพันธ์ของคู่เงินต่างๆ ในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 Supreme Edition

จากที่ผ่านมาเราจะ Hedging ตามสินทรัพย์ที่เราถือครองอยู่ แต่ในเทคนิคขั้นสูง เราสามารถ Hedging ตามพฤติกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละสินค้าหรือคู่เงินได้ ซึ่งอาจเรียกการกระทำในลักษณะนี้ว่าการ Arbitrage ก็ได้ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตที่คู่เงิน GBPUSD เมื่อเราพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่า คู่เงินที่วิ่งสวนทางกับ GBPUSD มากที่สุดก็คือ USDCAD เพราะความสัมพันธ์เป็น Negative ที่ติดลบ (-83) ถ้ายิ่งติดลบเยอะๆ แปลว่า ความสัมพันธ์นั้นวิ่งสวนทางกันมาก เมื่อคู่เงินทั้ง 2 วิ่งสวนทางกันอย่างชัดเจน และเรามี Buy ค่าเงิน GBP อยู่ 2 Lot การจะ Hedging ก็ทำได้โดย Buy คู่เงิน USDCAD อีก 2 Lot

แต่ถ้าเราเลือกคู่เงินที่มีความสัมพันธ์เป็น Positive กับ GBPUSD เช่น NZDUSD ที่มีค่าเป็น (+49) นั่นแปลว่า คู่เงิน GBPUSD กับ NZDUSD นั้นแม้จะไม่สอดคล้องกันมากนัก แต่ก็วิ่งไปทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ถ้าเรามี Buy ค่าเงิน GBP อยู่แล้ว เรายังไป Buy คู่เงิน NZDUSD อีก ก็เหมือนเรากำลัง Buy สินค้าที่มีทิศทางเดียวกันถึง 4 Lot ซึ่งจะเป็นความเพิ่มความเสี่ยง ไม่ใช่หลักการของ Hedging

เทรดแบบ Hedging ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่ว่า? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและระบบเทรดได้ตามต้องการ ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย และสำหรับท่านที่ต้องการใช้งาน Correlation Matrix ท่านต้องใช้งานผ่าน MetaTrader 5 Supreme Edition ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นพิเศษของ MT5 โดยมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 Supreme Edtion แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5 Supreme Edition

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ