เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

กลยุทธ์การเทรด Inside Bar สำหรับตลาด Forex

กรกฎาคม 13, 2020 01:18 UTC
Reading time: 20 minutes

Inside Bar นับว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบ Price Action ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และบางคนก็ถือกันเป็นรูปแบบที่ดีหรือทรงพลังมากที่สุดรูปแบบหนึ่งในการเทรดในตลาด Forex เนื่องจากว่ามันมีโอกาสที่จะทำกำไรจากรูปแบบนี้ได้ค่อนข้างสูง โดยให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดี (Risk-Reward Ratio) หรือคือการที่เราสามารถเข้าเทรดได้ด้วย Stop Loss ที่ที่กว้างนัก ในขณะที่เป้าหมายในการ Take Profit จะไกลกว่ามาก ในบทความนี้เราจะพาคุณไปเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ Inside Bar จนกว่าคุณจะเทรดได้

inside bar forex trading

Inside Bar คืออะไร

Inside Bar คือ ชุดของ Bar หรือกราฟแท่งเทียนเคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบ High-Low ของแท่งเทียนก่อนหน้า โดยแท่งเทียนก่อนหน้าจะเรียกว่า "Mother Bar" ทั้งนี้ แท่งเทียนที่เป็น Inside Bar จะมีลักษณะที่เล็กกว่าแท่งเทียนก่อนหน้า โดยบีบตัวตรงเป็น Higher Low และ Lower High ลงมา จะเห็นว่า ความจริงแล้ว การเกิด Inside Bar ในภาพใหญ่ เช่น กราฟแบบ Daily เมื่อซูมเข้าไปดูในภาพเล็กๆ การที่ราคาจะบีบตัวเองเป็น Higher Low และ Lower High นั้น มันก็คือลักษณะการเคลื่อนตัวเป็นรูปแบบสามเหลี่ยม หรือ Triangular Pattern นั่นเอง

คุณควรทราบว่า เนื่องจากกลยุทธ์การเทรดแบบ Inside Bar นั้น จะคล้ายกับลักษณะของการเทรดแบบ Breakout มาก โดยในทางตำราที่แนะนำกันก็คือ คุณควรรอให้ราคามีการเคลื่อนผ่านจุด High หรือ Low ของแท่ง Mother Bar ไปก่อน แล้วจึงเข้าเทรด เช่น ถ้าคุณกำลังรอจังหวะที่จะ Sell ก็ต้องรอให้ราคา Breakout ผ่าน Low ของแท่ง Mother Bar ไปก่อน ลองดูตัวอย่างในภาพ 1.1

Inside Bar ในอุดมคติในคู่เงิน EURUSD

ภาพ 1.1 : กราฟ EURUSD ราย 1 Day, ตั้งแต่ 4 Dec 2019 - 24 FEB 2020, ตัวอย่างการเกิด Inside Bar จากภาพจะเห็นว่า กราฟแท่งเทียนหมายถึง [1] ก็คือ Mother Bar และกราฟแท่งเทียนหมายเลข [2] เป็นตัว Inside Bar เพราะทั้ง High และ Low ของแท่งเทียนที่ [2] นั่นบีบแคบลง มี High ที่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า และมี Low ที่สูงกว่าแท่งก่อนหน้า

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ในภาพ 1.1 จะเห็นว่า พอเกิดเป็นลักษณะของ Inside Bar สิ่งที่เรามักจะทำไว้ก่อนก็คือการตีกรอบ High และ Low ของแท่ง Mother Bar ไว้ และเมื่อมีการ Breakout แนวดังกล่าวออกไป นั่นก็จะถือเป็นสัญญาณการเข้าเทรด โดย ณ จุดที่ [3] เมื่อกราฟ Breakout จุด Low ของแท่ง Mother Bar ได้แล้ว ราคาจะลงไปเรื่อยๆ ตามทิศทางนั้น

หากพิจารณาให้ลึกซึ้งจะเห็นว่า การเทรด Breakout เมื่อเกิด Inside Bar นั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการพิจารณาการเกิดรูปแบบสามเหลี่ยม ซึ่งเมื่อราคา Breakout จากกรอบไปแล้ว ราคาจะวิ่งไปทิศทางนั้นๆ เป็นระยะทางประมาณ 2 เท่าของกรอบอยู่เสมอ แต่จงระวัง! แนวคิดนี้ถือเป็น Inside Bar ในอุดมคติ เพราะในตลาดจริงๆ บ่อยครั้งราคาก็วิ่งไปไม่ถึง ลองพิจารณาจากภาพ 1.2

Inside Bar ในตลาดจริงๆ บ่อยครั้งก็วิ่งไปได้ไม่ไกล

ภาพ 1.2 : กราฟ NZDJPY ราย 1 Day, ตั้งแต่ 3 July - 19 Sep 2019, แสดงการเกิด Inside Bar เช่นเดียวกับภาพ 1.1 แต่จะเห็นว่า ระยะทางเมื่อ Breakout ไปแล้ว กลับวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก และเพียงผ่านไปไม่กี่วัน ราคาก็วิ่งกลับเข้ามาในกรอบเช่นเดิม

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ในเบื้องต้นเกี่ยวกับ Inside Bar Trading จะมีข้อสังเกตดังนี้

  • เราไม่รู้หรอกว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจะรู้ตัวเร็วสุดเมื่อแท่ง Inside Bar ได้ปิดแท่งแล้ว
  • แท่งเทียน Inside Bar เมื่อซูมเล็กลงไป จะเคลื่อนเป็นกรอบสามเหลี่ยม
  • Inside Bar สามารถมีหลายๆ แท่งเรียงติดต่อกันได้
  • ยิ่งมี Inside Bar เรียงติดๆ กันมากเท่าไหร่ จะหมายถึง การบีบอัดที่ยาวนาน ซึ่งนำไปสู่การ Breakout ที่รุนแรง

เริ่มเทรดโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอง

หากคุณเริ่มได้ไอเดียเกี่ยวกับการเทรดแบบ Inside Bar แล้ว เราก็ภูมิใจเช่นกันที่จะนำเสนอว่า เทรดเดอร์มืออาชีพที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets สามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ ได้จากระบบบัญชีเงินจำลอง (Demo Account) ได้ ซึ่งทำให้สามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ รวมถึง Inside Bar Trading ด้วย คุณจะสามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ บนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

ความสำคัญของ Inside Bar

Inside Bar เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการกลับตัว (Reversal) หรือเคลื่อนทะลุต่อไป (Continuation) และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ Inside Bar จะทำให้เราสังเกตเห็นว่า "ระยะเวลา" ของการพักตัวภายในกรอบ Mother Bar นั้นยาวนานขนาดไหน ซึ่งก็ได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่า การบีบอัดที่ยาวนาน จะนำไปสู่การ Breakout ที่รุนแรง ดังนั้น Inside Bar เป็นลักษณะหนึ่งของการพักตัวนั้นเอง ซึ่งมันจะมีนัยสำคัญก็ต่อเมื่อมันฟอร์มรูปแบบที่บริเวณแนวรับ-แนวต้าน

"ขนาด" ของ Inside Bar มีความหมายแตกต่างกัน

Inside Bar มักให้สัญญาณที่สร้างโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถเข้าไปเทรดได้ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ หากเป็นการฟอร์ม Inside Bar ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เทรดเดอร์สามารถเร่งอัตราการทำกำไรด้วยการเพิ่ม Lot ให้ใหญ่ขึ้นได้ ในประเด็นนี้มีเหตุผล 2 ประการ ประการที่ [1] Inside Bar ที่มีขนาดเล็ก หรือในไทม์เฟรมย่อยๆ มักจะเป็นลักษระ "การพักตัวเพื่อไปต่อ" หรือที่เรียกว่า การพักตัวด้วยความผันผวนที่ต่ำ [2] การพักตัวเป็น Inside Bar ในไทม์เฟรมย่อยๆ แบบนี้ จะยังได้รับแรงส่งจากการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหน้า ดังนั้น หากเป็นกรณีที่เกิด Inside Bar ขนาดเล็ก เทรดเดอร์มักเทรดตามแนวโน้มเดิม และอาจเพิ่ม Size การเทรดให้ใหญ่ขึ้น ดูภาพ 1.3 เป็นตัวอย่าง

Inside Bar ใน EURUSD แสดงการไปต่อ

ภาพ 1.3 : กราฟ EURUSD ราย 30 นาที, ตั้งแต่ 14 - 15 Jul 2020, Inside Bar ในไทม์เฟรมเล็กๆ ราคามักไปต่อ

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

แต่หากเป็น Inside Bar ขนาดใหญ่? ต้องย้อนกลับมาที่พื้นฐานก็คือ การเกิด Inside Bar มันมีไส้ในของแท่งเทียนเป็น "สามเหลี่ยม" นั่นเอง ดังนั้น ถ้า Inside Bar ขนาดใหญ่ ก็หมายถึงมันเกิดการฟอร์มเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งจะมีความยากลำบากในการเทรดมากกว่า Inside Bar ขนาดเล็ก โดย

  • Inside Bar ขนาดใหญ่ หมายถึง การเหวี่ยงเป็นสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ ดังนั้น การที่ราคาจะ Breakout ไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง (โดยเฉพาะวิ่งไปทางแนวโน้มเดิม) มันจะต้องใช้กำลังมาก (ต้องใช้เงินในการดันราคาสูง ซึ่งก็ย่อมหมายถึง โอกาส Fail ก็จะง่ายกว่า)
  • เมื่อต้องใช้กำลังมาก ดังนั้น ราคาหลังจากการ Breakout มักมีความไม่แน่นอนสูง สามารถไปต่อหรือวิ่งกลับเข้าโซนเดิมได้เป็นเรื่องปกติ
  • ไม่ควรใช้กลยุทธ์ Breakout กับ Inside Bar ขนาดใหญ่
  • ควรใช้กลยุทธ์ซื้อสะสมในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวโน้มเดิม เช่น ถ้าราคาเป็นขาขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วอยู่ๆ ก็เกิด Inside Bar ขนาดใหญ่ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการค่อยๆ สะสมสถานะ Sell ทีละน้อยๆ

การเกิด Inside Bar ขนาดใหญ่

ภาพ 1.4 : กราฟ EURUSD ราย Weekly, ตั้งแต่ Oct 2018 - June 2020, แสดงให้เห็นการเกิด Inside Bar ในไทม์เฟรมใหญ่ ซึ่งสร้างความปวดหัวได้มากกว่า

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

จากภาพ 1.4 จะเห็นปัญหาของการเทรด Inside Bar ในไทม์เฟรมใหญ่ค่อนข้างชัดเจน ในหมายถึง [1] มีการเกิด Inside Bar ขึ้นมา และหากเรายึกตำราว่า รอให้ Breakout ออกจากกรอบ แล้ว Buy สิ่งที่เกิดขึ้นในจุด [A] ก็คือการเกิด False Breakout และอีกจุดที่น่าสนใจ คือ [2] ที่ราคาได้ Breakout จากกรอบ Mother Bar ลงไป ซึ่งถ้าเราย้อนไปดูตัวอย่างที่ 1.1 จะเห็นว่า ราคาน่าจะลงไปต่อได้อีกเยอะ แต่พอมาเป็น Inside Bar ขนาดใหญ่แล้ว ราคาก็มักมีความไม่แน่นอนสูง และเพียงไม่กี่สัปดาห์ ราคาก็วิ่งไปเข้ามาที่โซนเดิม

เริ่มทดสอบกลยุทธ์การเทรด Inside Bar ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่ว่า? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและระบบเทรดได้ตามต้องการ ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย และโบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรด MT5

กลยุทธ์ Inside Bar

จากที่เราปูพื้นฐานมาให้แต่ต้น จะเห็นว่า ในทางเทคนิคแล้ว เมื่อเกิด Inside Bar ก็จะพิจารณาออกมาเป็น 2 ลักษณะคือเป็นแบบกลับตัว (Reversal) หรือไปต่อ (Continuation) โดยถ้าเป็นกรณีของการกลับตัว มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อมีการฟอร์ม Inside Bar ในไทม์เฟรมใหญ่ ส่วน "ไปต่อ" นั้น เทรดเดอร์นิยมมองว่า Inside Bar ในไทม์เฟรมเล็กๆ เช่น 1 ชั่วโมง หรือ 30 นาที เป็นต้น โดยเราสามารถต่อยอดเป็นกลยุทธ์ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตามน้ำ

กรณีนี้จะเป็นการเทรดตามแนวโน้มนั้นเอง โดย Inside Bar ที่เกิดขึ้น ต้องเกิดขึ้นในไทม์เฟรมเล็ก เช่น 1 ชั่วโมง หรือ 30 นาที ลงมาเท่านั้น เพราะอย่างที่รู้กันแล้วก็คือ ยิ่งไทม์เฟรมใหญ่ๆ โอกาสที่จะเกิด False Breakout ก็สูง ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเทรดแบบ "ตามน้ำ" ทั้งนี้ ลองดูเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในภาพที่ 1.5

EMA Inside Bar

ภาพ 1.5 : กราฟ EURGBP ราย 5 นาที, 14 - 15 Jul 2020, แสดงตัวอย่างจังหวะการเข้าเทรดเวลาเกิด Inside Bar ในไทม์เฟรมเล็กๆ ในภาพคือการเกิด Inside Bar ในไทม์เฟรม 1 ชั่วโมง และเมื่อซูมมาภาพเล็กที่กราฟ 5 นาที เราจะเห็นจังหวะการเทรดได้ชัดเจนขึ้น จากภาพ 1.5 จะเห็นว่า มีการใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA เข้ามากรองจังหวะการเทรด โดยในภาพจะเป็น EMA 20, 50 และ 200 ไม่สำคัญว่าจะใช้ EMA ค่าเท่าใด แต่จุดประสงค์เพื่อช่วยให้มองเห็นความชันและการเคลื่อนไหวของกราฟได้ชัดเจน

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

โดยในจุดที่ [1] จะเห็นว่า จริงๆ แล้วก็ควรเป็นจังหวะเข้า Sell แต่เมื่อเป็น Inside Bar เราต้องรอให้ราคาทะลุผ่าน Low ของ Mother Bar ไปก่อน ดังนั้น จังหวะเทรดตามน้ำจังหวะแรก คือจุดที่ [2] ซึ่งราคาได้ผ่าน Low ของ Mother Bar ไปแล้ว และราคาวกกลับมาสัมผัสที่บริเวณแนวเส้น EMA นี่คือจังหวะการเข้า Sell ที่งดงามที่สุดจังหวะหนึ่ง

ดัก Kill

กรณีนี้ เราจะเล่นกับความผันผวนของตลาด ซึ่งเราสามารถใช้กลยุทธ์แบบ Swing Trading เข้ามาผสมผสานได้เช่นกัน แต่แนวคิดหลักคือเราจะอาศัยประโยชน์จาก Inside Bar ในไทม์เฟรมที่ใหญ่ และดักเทรดในจุดที่มีแนวโน้มจะเกิด False Breakout


ภาพ 1.6 : กราฟ NZDCHF ราย Weekly, Aug 2015 - Sep 2016, แสดงตัวอย่างการ Breakout แต่ราคาจะหยุดถึงแค่ 127.2% เท่านั้น

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

การดัก Kill ในภาพ 1.6 เหมือนเดิมคือแท่งเทียนที่ [1] คือ Mother Bar และ [2] คือ Inside Bar (แม้จะไม่สมบูรณ์นัก) ทังนี้จะเห็นว่า ราคาได้ Breakout แท่ง Mother Bar ลงไป แต่ก็ไปได้ไม่ไกล ซึ่งคล้ายกับกรณีของภาพที่ 1.4 ที่ราคากลับเข้าโซนอีกครั้ง ซึ่งกรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับไทม์เฟรมใหญ่ และบ่อยครั้งมีราคามักจะหยุดที่บริเวณ 127.2% (มันคือระยะทางที่บวกเพิ่มไปอีก 27.2% จากกรอบ High-Low ของแท่ง Mother Bar ซึ่งสามารถสรุปเป็นขั้นตอนการเทรดได้ดังนี้

  1. รอให้เกิด Inside Bar
  2. ตีแนว Fibonacci Retracement ไว้ และรอสังเกตพฤติกรรมราคาที่แนว 127.2%
  3. เมื่อราคามาถึงแนว 127.2% ให้กลับไปดูไทม์เฟรมเล็กลงไปว่าเกิดสัญญาณกลับตัวหรือไม่ เช่น สัญญาณ Divergence เป็นต้น

และนั่นคือทั้งหมดสำหรับบทความ Inside Trading ในวันนี้ ขอฝากไว้อีกอย่างหนึ่ง 127.2% จะยังเป็น Level ที่พิจารณาการ False Breakout ส่วนถ้าราคาหลุดไปบริเวณ 161.8% แล้วสามารถกลับตัวไป อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างใด เพราะระยะทางที่ไกลถึงขนาด 161.8% ราคามีโอกาสที่จะอ่อนแรงลงได้ง่าย และเกิดรูปแบบการกลับตัวขึ้น นั่นก็แปลว่า เราจะสามารถดัก Kill ได้ทั้ง 127.2% และ 161.8% เพียงแต่ความหมายของกราฟจะแตกต่างกันเท่านั้นเอง

เริ่มต้นเทรดออนไลน์กับโบรกเกอร์ Admiral Markets

คุณพร้อมแล้วใช่หรือไม่ที่จะได้ทดสอบระบบเทรด Inside Bar ในตลาด Forex แบบจริงจัง? เราเชื่อว่าเป็นแบบนั้น! แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบก่อนว่า ระบบเทรดของคุณใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลองหรือ "Demo Account" ซึ่งทำให้คุณสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ สามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ๆ ผ่านการซื้อขายที่เหมือนตลาดจริง และเหมือนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ

คุณจะได้ซื้อขายด้วยราคา Real-Time กำไร-ขาดทุนตามการคำนวณจริงๆ เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น Demo Account ก็เปรียบเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ