เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

การเทรด Fibonacci Forex: กลยุทธ์ Fibonacci Trading สำหรับเทรนด์ขาขึ้นและเทรนด์ขาลง

กันยายน 27, 2020 09:05 UTC
Reading time: 25 minutes

ในศตวรรษที่ 13 Leonardo Bigollo Pisano คือ ผู้ที่ทำให้ลำดับเลข Fibonacci (ฟีโบนักชี) เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตก มันคือชุดตัวเลขเกี่ยวกับสัดส่วนทางคณิตศาสตร์ที่มีความพิเศษ สัดส่วนตัวเลข Fibonacci แทรกซึมอยู่ทุกอณูของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม ชีววิทยา รวมไปถึงตลาดหุ้น, Forex อีกด้วย

Fibonacci คืออะไร

ด้วยความที่ Fibonacci มันคือ "ธรรมชาติ" มันจึงกลายเป็นเครื่องมือในการอธิบายการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน มันจึงเป็นสาเหตุที่นักเทรด Forex หลายๆ คนเลือกที่จะใช้กลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci เป็นหลักอย่างเดียวเลย แถมมันยังใช้ได้ผลดีเอามากๆ

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานแนวคิดของลำดับเลข Fibonacci, การตั้งค่า Fibonacci, ความแตกต่างของ Fibonacci level ต่างๆ และแน่นอนว่าต้องมีเรื่องกลยุทธ์การเทรด ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง Fibonacci Retracement มากหน่อย เรียงลำดับเนื้อหาดังต่อไปนี้

Fibonacci คืออะไร

ตัวเลข Fibonacci คือ ลำดับตัวเลข (อนุกรม) ที่ตัวเลขแต่ละตัวเป็นผลลัพธ์จากการบวกกันของลำดับตัวเลข 2 อันดับก่อนหน้า เราเรียกลำดับดังกล่าวว่า "Fibonacci Sequence" โดยลำดับ Fibonacci ถูกนำไปประยุกต์กับงานในหลากหลายแขนง ทั้งการสร้างอัลกอริทึม การวิจัยทางชีววิทยา จนถึงการใช้ Fibonacci ในการเทรด Forex, หุ้น

เหตุผลเพราะว่า 'ผลต่างของตัวเลขแต่ละลำดับ' มีการถ่างขยายตัวออกอย่างสวยงาม และสิ่งใดที่มีโครงสร้างการขยายตัวที่สอดคล้องกับ ตัวเลข Fibonacci มันก็จะมีลักษณะที่ "สบายตา" เรื่องนี้ไม่เชิงว่าเป็นเรื่อง 'อัตวิสัย' แต่เป็นธรรมชาติที่คนทั่วไปจะมองแบบนั้น ถ้ายังไม่เชื่อก็ลองศึกษาตัวเลข Fibonacci ด้านล่างนี้ก่อน

ตัวเลข Fibonacci

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Fibonacci Sequence เป็นชุดตัวเลขที่เริ่มตั้งแต่ 0 กับ 1 และตัวเลขต่อจากนั้นจะเป็นผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า และจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น 0+1=1, 34+55=86, 2584+4181=6765 เป็นต้น

0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233, 377, 610, 987, 1597, 2584, 4181, 6765….

มีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยของตัวเลข Fibonacci แต่จะขอยกเฉพาะส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งคุณจำเป็นต้องรู้ก่อนจะถึงหัวข้อการใช้ Fibonacci และตัวละครลับที่ซ่อนอยู่ใน Fibonacci Sequence เหล่านี้ คือ "สัดส่วนทองคำ" หรือที่เรียกว่า Golden Ratio

  • หากคุณหารตัวเลขตัวหนึ่งๆ ด้วยตัวเลขก่อนหน้า คุณจะได้ผลลัพธ์เท่ากับประมาณ 1.618 ซึ่งนี่จะชุดตัวเลข Fibonacci Extension Level (สำหรับการหาเป้าหมายของราคา)
  • หากคุณหารตัวเลขตัวหนึ่งๆ ด้วยตัวเลขที่มีค่ามากกว่าตัวถัดไป คุณจะได้ผลลัพธ์เท่ากับประมาณ 0.618 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นี้คือชุดตัวเลขของ Fibonacci Retracement Level (สำหรับการหา แนวรับ แนวต้าน Fibonacci ที่แข็งแกร่ง)
  • หากคุณหารตัวเลขตัวหนึ่งๆ ด้วยตัวเลขที่มีค่ามากกว่าสองอันดับถัดไป ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากับประมาณ 0.382 (แนวรับ แนวต้าน Fibonacci อีกระดับ)

กลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับ Fibonacci ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อหา "ระดับราคา" ที่น่าสนใจหรือมีความสวยงามตามฉบับ "Golden Ratio" ซึ่งมันก็คือแนวคิดในเรื่อง " แนวรับ-แนวต้าน" นั่นเอง แต่เป็น แนวรับ-แนวต้าน Fibonacci สำหรับมือใหม่สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าเรียนออนไลน์ได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เรียน Forex ออนไลน์ฟรี

การใช้ Fibonacci ในการเทรด

การประยุกต์ใช้ Fibonacci จุดประสงค์หลักคือการหา "ระดับราคา" แบ่งเป็นการหา "แนวรับ-แนวต้าน" กับการหา "เป้าหมายราคา" ซึ่งทั้งหมดการจะทำความเข้าใจวิธีการเทรด Fibonacci ได้ลึกซึ้งมากขึ้น ควรมีพื้นฐานความรู้เรื่อง Dow Theory มาบ้าง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ต้องการทางลัด จะสรุปแนวคิดคร่าวๆ

โดยการเคลื่อนไหวของราคาไม่ว่าจะหุ้นหรือ Forex จะไม่ได้ขึ้นหรือลงยาวๆ รวดเดียวจบ แต่จะมีการเคลื่อนไหวสวนทิศทางกลับมาอยู่เรื่อยๆ คุณมักจะได้ยินคำว่า "ย่อ" เมื่อหุ้นขึ้นเยอะๆ มันก็จะย่อปรับฐานลงมาบ้าง แต่ถ้าคู่เงิน Forex ตัวไหนเป็นขาลงอยู่ มันก็อาจจะเกิดอาการ "เด้ง" สวนขึ้นมา

การเคลื่อนไหว "สวนทิศทาง" จากแนวโน้มหลักเพื่อเป็นการปรับฐาน ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะ "ย่อ" หรือ "เด้ง" เราเรียกมันว่า "Retracement" และการใช้ Fibonacci เพื่อคาดการณ์ระดับราคาที่การย่อนั้นจะจบลง เราเรียกว่าการใช้ Fibonacci Retracement

แนวคิด Fibonacci Retracement ดังกล่าว มันสอดคล้องกับแนวคิดของ Dow Theory ในประเด็น "ความแข็งแกร่งของแนวโน้ม" โดยทฤษฎีดาวมองว่า การย่อเป็นระยะทาง 1/3 (33%) หรือ 2/3 (66%) ของราคา เป็นจุดสำคัญในการเข้าซื้อ ซึ่งกลยุทธ์ Fibonacci ก็มองระดับ 38.2% กับ 61.8% ของราคาว่าเป็นระดับที่สำคัญ ซึ่งจะเห็นว่า "%" ใกล้เคียงกัน

วิธีลากเส้น Fibonacci

ภาพ 1.1 : กราฟ JP225 ราย 1 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 18 - 30 Nov 2020, ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวจากจุดต่ำสุดประมาณวันที่ 19 Nov ไปจุดสูงสุด ก่อนจะเกิดการย่อ (มาหยุด) มาที่แนว Fibonacci Retracement ระดับ 38.2% ดังภาพ

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

การตั้งค่า Fibonacci ใน MT5

ก่อนที่จะเริ่มต้นหาแนวรับ-แนวต้าน Fibonacci Retracement หรือเป้าหมายราคาด้วย Fibonacci Extension ได้นั้น เราต้องรู้จักลำดับฟีโบนักชีที่สำคัญก่อน และเมื่อแยกความแตกต่างได้หมดแล้ว ก็ต้องเข้าไปตั้งค่า Fibonacci ใน MT5 ให้พร้อมก่อนด้วย เพราะค่ามาตรฐานจะให้ค่าที่สำคัญมาให้ไม่ครบ

  • 1] เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ของ Admiral Markets ขึ้นมา
  • 2] จากเมนูด้านบน เลือก Insert > Objects > Fibonacci จะพบเครื่องมือตระกูล Fibonacci ทั้งหมด ซึ่งมีวิธีการใช้แตกต่างกันขึ้นมาดังที่เห็นด้านล่างนี้

หน้าต่างเครื่องมือ Fibonacci

การเพิ่มค่า Fibonacci

  • 3] ให้เราเลือก Fibonacci Retracement ตัวนี้จะเป็นตัวหลักที่ใช้หา Retracement และใช้หาเป้าหมายหรือที่เรียกว่า Extension ได้ด้วย
  • 4] หลังจากที่เลือกเมนู Fibonacci Retracement แล้ว เคอร์เซอร์ของคุณจะเปลี่ยนจากลูกศรเป็นเครื่องหมายบวก และมีเส้นแนวนอนเล็กๆ อยู่ข้างใต้
  • 5] หลังจากคลิกลงไปที่กราฟ จะมีหน้าต่างเล็กแสดงขึ้นมาเพื่อให้คุณปรับแต่ง Fibonacci Levels ของคุณ ดังที่แสดงด้านล่าง

การตั้งค่า Fibonacci

ระดับ Fibonacci ที่สำคัญ

ต่อจากการตั้งค่า Fibonacci เมื่อสักครู่ ในคอลัมน์ 'Level' จะเป็นสัดส่วน Fibonacci ที่ได้มาจากชุดลำดับเลข Fibonacci Sequence ทั้งนี้ หน่วยของคอลัมน์ Level นั้นจะ "เต็มหนึ่ง" เช่น 0.1 จะมีค่าเท่ากับ 10%, 1 เท่ากับ 100% และถ้ามากกว่า 1 เช่น 1.61 ก็จะเท่ากับ 161% เป็นต้น ส่วนคอลัมน์ 'Description' จะเป็นคำอธิบายที่เราใส่ได้อิสระ ตัวอย่างในภาพที่เขียนว่า 38.2 มันจะแสดงบนเวลาเราลาก Fibonacci ว่าระดับนี้คือ "38.2" ตรงนี้เราใส่อะไรมันก็ขึ้นแบบนั้น

การตั้งค่า Fibonacci เราจะพิจารณาระดับที่สอดคล้องกับแนวคิดการหาแนวรับ-แนวต้านที่แข็งแกร่ง ส่วนการหาเป้าหมาย จะอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด "การอ่อนกำลังของราคา" ดังต่อไปนี้

Fibonacci Retracement - การหาจุดย่อของราคาเพื่อเข้าซื้อ

  • 0.236 หรือ 23.6% | ถ้าราคาย่อมาแนวนี้แล้วไปต่อเลย แปลว่าแนวโน้มแข็งแกร่งมาก
  • 0.382 หรือ 38.2% | จุดนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นในการ "ซื้อไม้แรก" ราคามาพักจุดนี้แล้วไปต่อ ถือว่าแนวโน้มยังแข็งแกร่งพอสมควร
  • 0.5, 0.618 หรือ 50-61.8% | เทรดเดอร์ที่ยังเชื่อมั่นในแนวโน้ม จะเข้ามาซื้อเพิ่มในจุดนี้ ถ้าย่อมาแนวนี้ถือว่าแนวโน้มอ่อนกำลังลง ราคาอาจไปต่อได้ แต่มักจะเคลื่อนเป็นไซด์เวย์ก่อน (ต้องสะสมกำลังใหม่อีกสักพัก ถึงจะมีแรงขึ้นต่อได้)

Fibonacci Extension - การหาเป้าหมายเพื่อ Take Profit

  • 1.618 หรือ 161.8% | นี่คือเป้าหมายยอดฮิตของบรรดา Day Trader ถ้าราคายังเป็นแนวโน้มอยู่ นี่เป็นจุดทำกำไรที่ราคาจะมาถึงได้ง่ายมากๆ
  • 200% | ในกรณีที่แนวโน้มแข็งแกร่งมาก เช่น ย่อมาที่ระดับ 23.6%, 38.2% เราอาจพิจารณาเป้าหมายที่ระดับนี้ พูดง่ายๆ คือ "2 เท่าของกรอบ" นั่นเอง
  • 2.618 หรือ 261.8% | ถ้าราคาแรงจริงๆ เป้าหมายสุดท้ายที่เราควรจะพอ คือ 261.8% เป็นระดับที่ค่อนข้าง "Maximum" สำหรับตลาด Forex
  • 426.6% เป้าหมายนี่เกิดขึ้นได้ยากในตลาด Forex เป็นสามารถเกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ "เพิ่งเกิด" หุ้นที่มีอนาคตและราคายังต่ำมากๆ

ฝึกฝนการใช้เทคนิค Fibonacci Retracement ด้วยบัญชีทดลองฟรี!

การเทรดด้วย Fibonacci Retracement นั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิค Fibonacci ขั้นสูง (ตามแต่คุณจะเรียกเลย) โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex Demo

Fibonacci ลากยังไง

เมื่อใช้โปรแกรมเทรดด้วย Fibonacci (Fibonacci Trading Software) จะมีอินดิเคเตอร์ Fibonacci อยู่สองชนิดด้วยกันที่ช่วยเทรดเดอร์ในการวาง Fibonacci retracement levels และ Fibonacci extension levels ลงบนกราฟ ที่เทรดเดอร์ต้องทำก็แค่วัดค่าจากจุด X ไปยังจุด A ดังที่เห็นในตัวอย่างด้านบน ซึ่งเราจะอธิบายเพิ่มเติมต่อไปในบทความนี้

เมื่อเทรดเดอร์ทำการวัดค่าความแตกต่างระหว่างจุด X และจุด A โดยใช้เครื่องมือ Fibonacci แล้ว โปรแกรมก็จะทำการแบ่งระยะในแนวตั้งโดยใช้สัดส่วน Fibonacci (23.6%, 38.2%, 61.8%, 78.6% และต่อไปเรื่อย ๆ) เพื่อลาก Fibonacci levels หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการคำนวณ Fibonacci retracement levels หรือ Fibonacci extension levels ด้วยตัวเอง เพราะโปรแกรมจะทำการคำนวณและวาดลงบนกราฟให้คุณโดยอัตโนมัติ ถือว่าช่วยคุณประหยัดเวลาไปได้มากเลยทีเดียว

ตัวอย่างเครื่องมือ Fibonacci ใน MetaTrader 5

ภาพ 1.1 : กราฟ EURNZD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 7 - 28 Sep 2020, ตัวอย่างของ Fibonacci Retracement levels บนกราฟราคาในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 ของ Admiral Markets

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ด้วยแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader โดย Admiral Markets ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอินดิเคเตอร์และเครื่องมือ Fibonacci หลากหลายชนิด อีกทั้งยังสามารถเลือกใช้อินดิเคเตอร์สำหรับการเทรด รวมถึงเครื่องมือทางเทคนิคอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถวางคำสั่งเทรดได้โดยตรงจากหน้าต่างกราฟ จึงถือเป็นแพลตฟอร์มเทรดอเนกประสงค์ที่สามารถทำได้ทุกอย่างจริง ๆ Admiral Markets มีแพลตฟอร์มเทรดที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ดังนี้

แพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 เปิดให้เทรดเดอร์สามารถเทรดสินทรัพย์ได้หลากหลายชนิดและยังมีฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมจาก MetaTrader 4 ด้วย อาทิเช่น กรอบระยะเวลาและสไตล์ของกราฟราคาหลายรูปแบบ เป็นต้น เริ่มต้นใช้งานอินดิเคเตอร์ Fibonacci เต็มรูปแบบและเพื่อให้เข้าใจตัวอย่างการเทรดที่เราจะกล่าวถึงต่อไปในบทความนี้ได้ดีขึ้น โปรดคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง MetaTrader 5

เทรดด้วย MetaTrader 5

วิธีลากเส้น Fibonacci ในกราฟ "ขาขึ้น"

  1. หารูปแบบราคา X ถึง A ซึ่งถือเป็นช่วงเคลื่อนไหวราคาอย่างมาก หรือเป็นคลื่นสูงขึ้นไป
  2. เลือกเครื่องมือ Fibonacci Retracement จากเมนูด้านบน: Insert -> Objects -> Fibonacci -> Fibonacci Retracement
  3. คลิกซ้ายค้างไว้ที่ด้านล่างของรูปแบบราคาดังกล่าว ณ จุด X
  4. คลิกค้างไว้แล้วลากเส้นขึ้นไปยังจุด A
  5. อินดิเคเตอร์ Fibonacci จะลาก Fibonacci retracement levels ให้โดยอัตโนมัติ ดังที่เห็นด้านล่าง

Fibonacci retracement levels

ภาพ 1.2 : กราฟ USDJPY ราย 1 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 14 - 16 Oct 2020, แสดง Fibonacci retracement levels ที่ถูกลากบนกราฟโดยใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement ในเทรนด์ตลาดขาขึ้น

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จากตัวอย่างกราฟราคาด้านบน Fibonacci levels ถูกลากเป็นเส้นแนวนอนโดยมี Fibonacci description ปรากฏอยู่ที่ด้านขวาของกราฟ คุณจะเห็นว่าระดับของจุด X จะอยู่ที่ 100 และระดับของจุด A จะอยู่ที่ 0 ทั้งนี้หากราคาเกิดมีการย่อตัวจากจุด A ลงไปจนถึงจุด X ก็แสดงว่ามีการย่อตัวของราคาอยู่ที่ 100% พอดี

นี่ยังหมายความว่าหากราคาย่อตัวลงไปยังระดับ 38.2 แสดงว่าราคาได้มีการย่อตัวไป 38.2% ในเทรนด์ตลาดขาขึ้น (uptrend) ระดับ Fibonacci levels เหล่านี้จะบ่งบอกช่วงของแนวรับซึ่งราคาตลาดอาจมีการเด้งกลับสูงขึ้นไปและจะขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จนเป็นเทรนด์ขาขึ้น จากตัวอย่างด้านบน ราคาเจอกับแนวรับที่ Fibonacci level 38.2% ในกรณีนี้ เทรดเดอร์จะใช้ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคตัวอื่นเข้าช่วยด้วย เช่น รูปแบบพฤติกรรมราคา เพื่อหาตัวบ่งชี้เพิ่มเติมว่าราคาจะเด้งกลับขึ้นไปถึงจุดนี้หรือไม่

วิธีลากเส้น Fibonacci ในกราฟ "ขาลง"

  1. หารูปแบบราคา X ถึง A ซึ่งถือเป็นช่วงเคลื่อนไหวราคาอย่างมาก หรือเป็นคลื่นดิ่งต่ำลง
  2. เลือกเครื่องมือ Fibonacci Retracement จากเมนูด้านบน: Insert -> Objects -> Fibonacci -> Fibonacci Retracement
  3. คลิกซ้ายค้างไว้ที่ด้านล่างของรูปแบบราคาดังกล่าว ณ จุด X
  4. คลิกค้างไว้แล้วลากเส้นขึ้นไปยังจุด A
  5. อินดิเคเตอร์ Fibonacci จะลาก Fibonacci retracement levels ให้โดยอัตโนมัติ ดังที่เห็นด้านล่าง

การตี Fibonacci retracement ขาลง

ภาพ 1.3 : กราฟ USDCAD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 4 - 16 Oct 2020, แนวโน้มขาลงก็ใช้เทคนิคการตี Fibonacci retracement แบบเดียวกัน แต่กลับด้าน

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จากตัวอย่างกราฟราคาด้านบน Fibonacci levels ถูกลากเป็นเส้นแนวนอนโดยมี Fibonacci description ปรากฏอยู่ที่ด้านขวาของกราฟ จะเห็นว่าระดับของจุด X จะอยู่ที่ 100 และระดับของจุด A จะอยู่ที่ 0 ถ้าราคามีการปรับขึ้นจากจุด A ไปยังจุด X ก็จะเป็นการกลับตัวของราคาที่ 100% พอดี Fibonacci levels เหล่านี้จะบ่งบอกช่วงของแนวต้านซึ่งราคาจะมีการปรับฐานลดลงและราคาลดลงต่อไปเรื่อย ๆ จนเป็นเทรนด์ขาลง จากตัวอย่างด้านบน ราคาเจอกับแนวต้านที่ Fibonacci level 38.2% แล้วจึงปรับฐานลดลง โดยทั่วไปแล้ว เทรดเดอร์จะใช้เครื่องมือทางเทคนิคตัวอื่นช่วยยืนยันอีกทางหนึ่งถึงโอกาสที่ราคาจะปรับฐานลดลงไปอีก ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเรากล่าวถึงกลยุทธ์เทคนิคการเทรดด้วย Fibonacci ใน Forex ต่อไป

กลยุทธ์ Fibonacci Forex

ตอนนี้คุณคงจะพอเข้าใจในเรื่องของ Fibonacci retracement levels ใน Uptrend ว่าเป็นตัวระบุระดับแนวรับซึ่งราคาอาจเด้งกลับขึ้นไปและสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ในทางกลับกันใน Downtrend นั้น Fibonacci retracement levels ก็จะทำหน้าที่ระบุระดับแนวต้านที่ราคาจะปรับฐานลงไปและดิ่งลงไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ในเรื่องของการลาก Fibonacci levels เหล่านี้โดยใช้อินดิเคเตอร์ Fibonacci ในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader โดย Admiral Markets รวมถึงวิธีการใช้ Fibonacci extension levels ด้วย

เทรดเดอร์หลากหลายประเภทต่างก็ใช้ทั้ง Fibonacci retracement levels และ Fibonacci extension levels ในสไตล์การเทรดของตน ไม่ว่าจะเป็นการเทรดแบบระยะยาว, เดย์เทรด หรือสวิงเทรด ระดับ Fibonacci levels เหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ในหลาย ๆ ตลาดด้วยกัน อาทิเช่น Forex, หุ้น, ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์

ในส่วนต่อไปเราจะมาพูดถึงกลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci ใน Forex กัน ซึ่งคุณสามารถนำหลักการเดียวกันนี้ไปใช้และทดสอบได้ในสินทรัพย์หลากประเภทด้วยกัน อันที่จริงแล้วที่ Admiral Markets คุณสามารถเข้าถึงและลองเทรดสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภทแบบไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิงด้วยบัญชีทดลอง ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณได้ฝึกฝนและทดสอบทักษะ Fibonacci Trading ของคุณได้แบบไม่มีความเสี่ยงใด ๆ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้เพื่อเปิดบัญชีทดลองได้เลยวันนี้

Fibonacci Retracement

Fibonacci retracement levels ช่วยระบุระดับราคาของแนวรับและแนวต้านซึ่งอาจทำให้เกิดการกลับตัวหรือย่อตัวของราคา และยังใช้เป็นตัวหาระดับราคาในการเข้าเทรดอีกด้วย Fibonacci retracement levels ได้มาจากการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหน้าในตลาด

  • หลังจากที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เทรดเดอร์จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงจากราคาต่ำสุดไปจนถึงราคาสูงสุดเพื่อหาว่าราคาจะมีการย่อตัวกลับไปอยู่ตรงจุดไหนก่อนที่จะเด้งกลับพุ่งสูงขึ้นไปอีกและไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
  • หลังจากที่ราคาดิ่งลงต่ำมาก เทรดเดอร์จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงจากราคาสูงสุดไปจนถึงราคาต่ำสุดเพื่อหาว่าราคาจะมีการปรับฐานกลับไปอยู่ตรงจุดไหนก่อนที่จะเด้งตกลงมาอีกครั้งและตกลงไปเรื่อย ๆ

ก่อนที่เราจะไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้โปรแกรมเทรดด้วย Fibonacci และอินดิเคเตอร์ Fibonacci เพื่อช่วยระบุระดับการย่อตัวของราคา (retracement levels) คุณควรจะดูรูปแบบราคาดังต่อไปนี้ให้เป็นเสียก่อน

การใช้ Fibonacci Retracement

ก่อนหน้านี้ เราได้ทำการคำนวณชุดลำดับเลขฟีโบนักชีเพื่อหาสัดส่วน Fibonacci ที่สำคัญ อย่างเช่น 0.618 (ซึ่งเป็นฐานของ 61.8% ใน Fibonacci retracement levels) และ 0.382 (ซึ่งเป็นฐานของ 38.2% ใน Fibonacci retracement levels)

นอกจากนี้ยังมีสัดส่วน Fibonacci Trading อื่น ๆ ที่เทรดเดอร์นำมาใช้ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น 23.6% และ 78.6% เป็นต้น ตัวเลขที่แสดงอยู่ในภาพตัวอย่างด้านบนนี้คือ Fibonacci retracement levels ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด

  • รูปแบบ buy (ซื้อ) จะใช้เมื่อตลาดอยู่ในทิศทางขาขึ้น (uptrend) เทรดเดอร์จะพยายามหาว่าราคาจะย่อตัวลงไปมากแค่ไหนหลังจากที่ราคาเคลื่อนที่ขึ้นจากจุด X ไปยังจุด A (swing low ไปยัง swing high) ก่อนที่จะหาแนวรับและเด้งกลับสูงขึ้นไปอีก (B) ระดับแนวรับดังกล่าวก็คือ Fibonacci retracement levels นั่นเอง ซึ่งได้แก่ราคาจะย่อตัวหลังจากการเคลื่อนไหวจากจุด X ไปยังจุด A อยู่ในระดับ 23.6%, 38.2%, 61.8% และ 78.6%
  • รูปแบบ sell (ขาย) จะใช้เมื่อตลาดอยู่ในทิศทางขาลง (downtrend) เทรดเดอร์จะพยายามหาว่าราคาจะกลับตัวขึ้นไปมากแค่ไหนหลังจากที่ราคาเคลื่อนที่จากจุด X ลงไปยังจุด A (swing high ไปยัง swing low) ก่อนที่จะหาแนวต้านและปรับฐานกลับลงไปอีก (B) จุด B นั้นอาจจะเป็น Fibonacci retracement levels ค่าใดค่าหนึ่งก็ได้ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

เป็นเรื่องปกติสำหรับเทรดเดอร์ที่จะเอาเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ อย่างเช่น อินดิเคเตอร์สำหรับการเทรด หรือรูปแบบการเทรดที่ใช้พฤติกรรมราคา เข้ามาใช้ร่วมด้วยเพื่อยืนยันว่าราคาจะกลับตัวไปยัง Fibonacci retracement level ระดับไหน โดยเราจะกล่าวถึงโดยละเอียดต่อไปในส่วนของกลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci ใน Forex

ก่อนที่เราจะไปดูรายละเอียดเรื่องการคำนวณ Fibonacci retracement levels และ Fibonacci extension levels รวมถึงวิธีการใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement ในโปรแกรมเทรดของคุณ มาทำความเข้าใจในส่วนของ Fibonacci extension levels กันก่อน

หาเป้าราคาในตลาด Forex ด้วย Fibonacci

วิธีใช้ Fibonacci extension levels ใน Fibonacci Trading

Fibonacci extension levels นั้น นอกจากจะช่วยในการหาระดับราคาในแนวรับและแนวต้านแล้ว ยังสามารถใช้ในการคำนวณหาว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นหรือดิ่งต่ำลงเท่าไหร่หลังจากที่เกิดการย่อตัวหรือกลับตัวของราคาแล้ว หลัก ๆ แล้วก็คือ Fibonacci retracement levels จะถูกใช้ในการหาจุดเริ่มต้นเกิดเทรนด์ ส่วน Fibonacci extension levels จะถูกใช้ในการหาจุดสิ้นสุดของเทรนด์นั้นนั่นเอง

ดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าตัวเลขสัดส่วน 1.618 เป็นตัวเลขสำคัญในชุดลำดับเลขฟีโบนักชี และยังเป็นตัวเลขที่ถูกยกให้เป็นสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) อีกด้วย ตัวเลข 1.618 นี้ยังเป็นฐานของ Fibonacci extension level ที่ได้รับความนิยมที่สุด ซึ่งก็คือ ระดับ 161.8% นั่นเอง

Fibonacci extension levels

ในเทรนด์ขาขึ้น (uptrend) เทรดเดอร์จะพยายามเข้าตลาดเมื่อเกิดการ 'เด้งกลับ' (bounce) ของราคาที่จุด B และจากนั้นก็จะทำการวัดค่าการย่อตัวครั้งล่าสุดจากจุด A ไปยังจุด B เพื่อหาว่าเทรนด์จะเคลื่อนที่ไปไกลแค่ไหนก่อนที่จะทะลุไปถึงจุด C ซึ่งก็คือระดับ 161.8% นั่นเอง

ในเทรนด์ขาลง (downtrend) เทรดเดอร์จะพยายามเข้าตลาดเมื่อเกิดการ 'ปรับฐานลง' (correction) ของราคาที่จุด B และจากนั้นก็จะทำการวัดค่าการกลับตัวของราคาครั้งล่าสุดจากจุด A ไปยังจุด B เพื่อหาว่าเทรนด์จะไปไกลแค่ไหนก่อนจะทะลุลงไปถึงจุด C ซึ่งก็คือระดับ 161.8% นั่นเอง

เทรดเดอร์ที่เทรดในช่วงที่มีการกลับตัวของราคาก็จะใช้ระดับ 161.8% เช่นกันในการเข้าเทรดย้อนเทรนด์ แต่วิธีการเช่นนี้จะเหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีความเชี่ยวชาญขั้นสูงมากกว่า

ถึงตรงนี้ คุณก็น่าจะพอเข้าใจหลักการพื้นฐานแล้วว่า Fibonacci retracement levels นั้นใช้สำหรับการหาระดับแนวรับและแนวต้านเพื่อเข้าเทรดในทิศทางของเทรนด์ก่อนหน้า ส่วน Fibonacci extension levels นั้นใช้สำหรับการคำนวณหาว่าเทรนด์จะไปได้ไกลแค่ไหนก่อนที่ราคาจะกลับตัวและใช้เป็นตัวระบุระดับราคาที่ควรออกจากเทรดด้วย

ตอนนี้คุณก็คงพอทราบแล้วว่าควรจะต้องมองหารูปแบบและวัฏจักร หรือคลื่นในกราฟราคาลักษณะใดแล้ว ทีนี้จะลากกราฟอย่างไรเพื่อหาระดับราคาเข้าและออกจากตลาด สิ่งจำเป็นที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือโปรแกรม Fibonacci Trading Software โดยเทรดเดอร์สามารถใช้งานได้แบบฟรี ๆ ที่ Admiral Markets

Fibonacci Forex ควบคู่ Price Action

เราได้เอ่ยถึงไปแล้วว่าราคาตลาดนั้นมีการกลับตัวได้อยู่บ่อย ๆ หรืออาจปรับไปเจอกับแนวรับหรือแนวต้านได้ที่ Fibonacci levels ระดับต่าง ๆ ในกลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci นี้ เทรดเดอร์จะยกระดับฝีมือขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใส่การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อช่วยยืนยันว่าราคาตลาดจะมีการกลับตัวหรือไม่

เครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่งซึ่งจะช่วยระบุได้ว่าราคาตลาดจะมีการกลับตัวหรือไม่ก็คือการวิเคราะห์พฤติกรรมราคา โดยเป็นการศึกษาการเกิดแท่งเทียนหรือแท่งกราฟในกราฟราคา ซึ่งมีรูปแบบพฤติกรรมราคาหลากหลายรูปแบบด้วยกันให้เทรดเดอร์เลือกใช้ หาก Fibonacci retracement levels บ่งชี้ช่วงระดับราคาที่ควรเข้าซื้อหรือขายได้ รูปแบบพฤติกรรมราคาก็จะช่วยบ่งชี้เวลาที่ควรเข้าซื้อหรือขายได้นั่นเอง

ประเภทของรูปแบบพฤติกรรมราคาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด 2 ประเภท ได้แก่ 'hammer' และ 'shooting star'

รูปแบบ hammer

รูปแบบ hammer ดังที่แสดงอยู่ในภาพด้านบนเป็นสัญญาณตลาดกระทิง / ตลาดขาขึ้นซึ่งบ่งบอกว่าผู้ขายไม่สามารถผลักราคาตลาดให้ปิดที่ราคาต่ำสุดใหม่ (new low) ได้ ทำให้ผู้ซื้อกลับเข้าสู่ตลาดและดันราคาตลาดให้ปิดใกล้กับระดับราคาสูงสุด

รูปแบบ shooting star

รูปแบบ shooting star ดังที่แสดงอยู่ในภาพด้านบนจะเป็นรูปแบบพฤติกรรมราคาที่ตรงข้ามกับรูปแบบ hammer คือเป็นสัญญาณตลาดหมี / ตลาดขาลงซึ่งบ่งบอกว่าผู้ซื้อไม่สามารถดันราคาตลาดให้ปิดที่ราคาสูงสุดใหม่ (new high) ได้ ทำให้ผู้ขายกลับเข้าสู่ตลาดและผลักราคาตลาดให้ปิดใกล้กับระดับราคาต่ำสุด

แล้วเราจะเอารูปแบบพฤติกรรมราคาเหล่านี้มาใช้กับ Fibonacci levels ได้อย่างไร ลองมาดูตัวอย่างกันสักหน่อย โปรดทราบว่ากลยุทธ์ดังกล่าวยังไม่ได้มีการทดสอบกับข้อมูลย้อนหลังว่ามีประสิทธิภาพอย่างไร แต่สามารถนำไปใช้ในการเริ่มสร้างกลยุทธ์เทคนิคการเทรดให้กับคุณได้ เทรดเดอร์อาจยกระดับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดนี้ขึ้นไปอีกขั้นได้ด้วยการทดลองใช้ร่วมกับเครื่องมือทางเทคนิคตัวอื่น ๆ, สัดส่วน Fibonacci อื่น ๆ และใช้ในตลาดอื่น ๆ โดยสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ใน คลังความรู้และการศึกษาของ Admiral Markets

การใช้ Price Action กับ Fibonacci Forex ตลาดขาขึ้น

เรามาเริ่มจากการตั้งหลักเกณฑ์ง่าย ๆ เพื่อใช้สำหรับภาวะตลาด uptrend (เทรนด์ขาขึ้น) ดังนี้

  1. หาจุดที่มีการเคลื่อนที่ของราคามาก (จาก X ถึง A) แล้วลาก Fibonacci retracement levels จากจุดต่ำสุดคือ X ไปถึงจุดสูงสุดคือ A โดยใช้อินดิเคเตอร์ Fibonacci ในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader โดย Admiral Markets
  2. หารูปแบบพฤติกรรมราคาตลาดกระทิง / ตลาดขาขึ้น เช่น รูปแบบ 'hammer' ณ Fibonacci retracement levels ระดับใดระดับหนึ่ง

หลักเกณฑ์ทั้งสองข้อนี้แสดงอยู่ในตัวอย่างกราฟราคาด้านล่าง

รูปแบบพฤติกรรมราคา 'hammer'

ภาพ 1.4 : กราฟ USDCAD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 4 - 16 Oct 2020, ตัวอย่างแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 โดย Admiral Markets แสดง Fibonacci retracement levels และรูปแบบพฤติกรรมราคา 'hammer' ที่ไปเจอกับแนวรับที่ Fibonacci level 23.6%

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

เรายังสามารถใส่หลักเกณฑ์ข้อที่สามเพิ่มลงไปได้อีกเพื่อระบุระดับราคาเป้าหมายที่สามารถทำกำไรได้จากการเทรด

  1. ใช้ Fibonacci extension level 161.8% เป็นระดับราคาเป้าหมายโดยใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement และวัดค่าการเคลื่อนที่ของราคาจาก A ถึง B ดังที่แสดงในภาพตัวอย่างด้านล่าง

Fibonacci extension level

ภาพ 1.5 : กราฟ USDCAD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 4 - 16 Oct 2020, แนวโน้มขาลงก็ใช้เทคนิคการตี Fibonacci retracement แบบเดียวกัน แต่กลับด้าน

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จากตัวอย่างข้างต้น ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นรูปแบบพฤติกรรมราคา 'hammer' ซึ่งเกิดขึ้นที่ Fibonacci retracement level 23.6% แต่ราคายังขึ้นไปไม่ถึงระดับราคาเป้าหมายที่ 161.8% เทรดเดอร์อาจจะรอให้ราคาขยับขึ้นไปให้ถึงระดับราคาเป้าหมาย แต่ก็ไม่มีการรับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เพราะตลาดอาจเกิดการกลับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามและเปลี่ยนทิศทางของเทรนด์ได้ทุกเมื่อ

จึงเป็นเหตุผลที่การบริหารความเสี่ยงและการใช้จุดหยุดขาดทุนจะมีประโยชน์อย่างมากในระยะยาวเพราะมันจะช่วยจำกัดการสูญเสียให้น้อยลงได้

การใช้ Price Action กับ Fibonacci Forex ตลาดขาลง

เรามาเริ่มจากการตั้งหลักเกณฑ์ง่าย ๆ เพื่อใช้สำหรับภาวะตลาด downtrend (เทรนด์ขาลง) ดังนี้

  1. หาจุดที่มีการเคลื่อนที่ของราคามาก (จาก X ถึง A) แล้วลาก Fibonacci retracement levels จากจุดสูงสุดคือ X ไปถึงจุดต่ำสุดคือ A โดยใช้อินดิเคเตอร์ Fibonacci ในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader โดย Admiral Markets
  2. หารูปแบบพฤติกรรมราคาตลาดหมี / ตลาดขาลง เช่น รูปแบบ 'shooting star' ณ Fibonacci retracement levels ระดับใดระดับหนึ่ง

หลักเกณฑ์ทั้งสองข้อนี้แสดงอยู่ในตัวอย่างกราฟราคาด้านล่าง

รูปแบบพฤติกรรมราคา 'shooting star'

ภาพ 1.6 : กราฟ GBPUSD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 4 - 16 Oct 2020, รูปแบบพฤติกรรมราคา 'shooting star' ที่ไปเจอกับแนวต้านที่ Fibonacci level 23.6%

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

เรายังสามารถใส่หลักเกณฑ์ข้อที่สามเพิ่มลงไปได้อีกเพื่อระบุระดับราคาเป้าหมายที่สามารถทำกำไรได้จากการเทรด

  1. ใช้ Fibonacci extension level 161.8% เป็นระดับราคาเป้าหมายโดยใช้เครื่องมือ Fibonacci retracement และวัดค่าการเคลื่อนที่ของราคาจาก A ถึง B ดังที่แสดงในภาพตัวอย่างด้านล่าง

Fibonacci downtrend target

ภาพ 1.7 : กราฟ GBPUSD ราย 4 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 4 - 16 Oct 2020, ตัวอย่างแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader 5 โดย Admiral Markets ที่แสดง Fibonacci extension level 161.8%

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จากตัวอย่างข้างต้น ราคามีการปรับตัวลดลงเป็นรูปแบบพฤติกรรมราคา 'shooting star' ซึ่งเกิดขึ้นที่ Fibonacci retracement level 23.6% ในกรณีนี้ ราคามีการปรับฐานลดลงไปจนถึง Fibonacci extension level 161.8%

สำหรับกลยุทธ์การเทรดด้วย Fibonacci ใน Forex ทั้งใน uptrend และ downtrend เราจะใช้ทั้ง Fibonacci retracement levels, Fibonacci extension levels และรูปแบบพฤติกรรมราคา

ทดสอบกลยุทธ์ Fibonacci Forex กับโบรกเกอร์ Admiral Markets

คุณพร้อมแล้วใช่หรือไม่ที่จะได้ทดสอบระบบเทรด Fibonacci Trading ในตลาด Forex แบบจริงจัง? เราเชื่อว่าเป็นแบบนั้น! แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบก่อนว่า ระบบเทรดของคุณใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลองหรือ "Demo Account" ซึ่งทำให้คุณสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ สามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ๆ ผ่านการซื้อขายที่เหมือนตลาดจริง และเหมือนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ

คุณจะได้ซื้อขายด้วยราคา Real-Time กำไร-ขาดทุนตามการคำนวณจริงๆ คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์ Fibonacci ขั้นสูงของคุณได้แบบไม่มีขีดจำกัด เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น Demo Account ก็เปรียบเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ