เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

คู่มือการเทรด Forex : กลยุทธ์และเทคนิคการเทรด Forex สำหรับมือใหม่

กันยายน 10, 2020 14:20 UTC
Reading time: 17 minutes

เทรด Forex?

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า การเทรด Forex เป็นสิ่งที่สามารถสร้างรายได้อย่างไม่จำกัด และเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันแล้วว่า การเทรด Forex ต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า 'วินัย' อันถือเป็นกุญแจสำคัญในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ อีกสิ่งสำคัญที่จะเน้นในบทความนี้ก็คือ "ตัววิธีการ" เป็นวิธีเทรด Forex ให้ได้กำไร หรือ 'กลยุทธ์การเทรด' นั่นเอง

การเทรด Forex

กลยุทธ์การเทรด Forex ที่ดีก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการเทรด Forex ที่สมเหตุสมผล และควรผ่านการทดสอบข้อมูลย้อนหลัง (Back-testing) มาพอสมควร เรารับรองว่า วันนี้คุณจะได้ เทคนิคการเล่น Forex ที่ดีกลับไปอย่างแน่นอน โดยในบทความคุณจะได้เรียนรู้หัวข้อเกี่ยวกับกลยุทธ์ Forex ตั้งแต่พื้นฐานดังต่อไปนี้

การเทรด Forex คืออะไร

การเทรด Forex คือ การซื้อขาย Forex หรือ 'ซื้อขายสกุลเงิน' เพื่อเก็งกำไร ซึ่งในการเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์ เราจะเทรดผ่านตราสารที่เรียกว่า CFD เรียกอย่างเป็นทางการว่า "การเทรด CFD ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงิน" อย่างไรก็ตาม เราอาจจำง่ายๆ การเทรด Forex ก็คือการซื้อขายสกุลเงิน หรือเทรดค่าเงินนั่นเอง

โดยเหตุผลที่ "ฟอเร็กซ์" สามารถสร้างกำไรให้เราได้ทุกวันนั้น ก็เป็นเพราะอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้คุณสามารถศึกษาความรู้พื้นฐานทั้งหมดเกี่ยวกับตลาด Forex ได้ที่บทความ " Forex คืออะไร" ส่วนเรื่อง CFD อย่างละเอียด สามารถอ่านได้ที่บทความ "CFD คืออะไร"

เทรด Forex มือใหม่

ในหัวข้อนี้จะอธิบายพื้นฐานวิธีเทรด Forex เบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ลงลึกรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ Forex โดยจะเริ่มตั้งแต่วิธีการเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายสกุลเงิน 'ฟอเร็กซ์' ซึ่งบัญชีเดียวกันนี้ก็สามารถใช้เทรดหุ้น, กองทุน ETF และยังสามาถ ' เทรดทอง' ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ในตอนท้ายของหัวข้อนี้ จะอธิบายว่า เราจะได้เงินจากตรงไหน?

การเปิดบัญชีเทรด Forex

ถ้าคิดจะเริ่มต้นเทรดค่าเงินฟอเร็กซ์แล้ว ก็ควรจะเลือกเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Admiral Markets เพราะจะได้เปรียบตรงที่ คุณจะมีฝ่ายบริการลูกค้าและนักวิเคราะห์ที่คอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ ดูแลคุณตั้งแต่การเปิดบัญชี ให้ความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสกุลเงิน, หุ้น, ทองคำ ฯลฯ จนกว่าคุณจะพร้อมที่จะเริ่มต้นเทรด Forex ได้ด้วยตัวของคุณเอง ดังนั้น หากคุณเป็นนักเทรด Forex มือใหม่ โบรกเกอร์ Admiral Markets ยิ่งเหมาะกับคุณ!

สำหรับการเปิดบัญชีเทรดจริง คุณสามารถ คลิกที่นี่ หรือที่ปุ่ม "เริ่มต้นซื้อขาย" ในเว็บไซต์ของเรา โดยจะเห็นว่า ขั้นตอนการเปิดบัญชีนั้นง่ายมาก เพียงแค่กรอก ชื่อ-นามสกุล และอีเมลเพื่อรับรหัสสำหรับการเข้าเทรด

การเปิดบัญชีเทรดค่าเงิน

เทรด Forex โดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอง

แต่สำหรับท่านที่ยังไม่พร้อมกับการลงสนามจริง หรือต้องการทดสอบกลยุทธ์ Forex ให้มั่นใจก่อน เรามีบริการบัญชีเงินจำลอง ซึ่งจริงๆ ถือว่า "เหมาะสมกับทุกคน" เพราะแม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการเทรด Forex ที่คุณได้ไปเรียนรู้มา โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

ล็อกอินเข้าบัญชีซื้อขาย Forex

ข้างต้นเป็นช่องทางสำหรับการเปิดบัญชีฟอเร็กซ์ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวเราจะได้ ID กับ Password สำหรับการเข้าเทรด ซึ่งรหัสผ่านดังกล่าวที่ส่งเข้าไปในอีเมลของคุณ จะเป็นรหัสที่คุณต้องกรอกเข้าไปในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ( ดาวน์โหลด MT5 ได้โดยตรงที่นี่) มีส่วนสำคัญ 3 อย่าง

  • ID บัญชี
  • รหัสผ่านบัญชี
  • เซิร์ฟเวอร์ MT5

รายละเอียดบัญชีเทรด Forex ของเรา

เมื่อคุณได้รหัสเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมดาวน์โหลด MetaTrader 5 ซึ่งถ้าดาวน์โหลดเสร็จแล้ว พอเปิดตัวโปรแกรมขึ้นมา จะเห็นหน้าต่างดังภาพด้านล่าง ให้คุณเลือก 'วงกลม' มีเขียนคำว่า "Connect with an existing trade account" เพราะเราต้องการใช้รหัสบัญชีที่เพิ่งส่งเข้ามาในอีเมลของเรา

MT5 Login

จะเห็นว่า มีช่องที่คุณต้องใส่ 3 ช่อง คือ Login, Password และ Server โดยคุณต้องนำ "ID บัญชี (ล็อกอิน)" จากในอีเมลไปใส่ในช่อง Login และแน่นอนว่า Password ให้คัดลอกจาก "รหัสผ่านบัญชี" สุดท้ายให้คุณเลือก Server ให้ตรงกับ "เซิร์ฟเวอร์ MT5" ตามที่ส่งไปในอีเมล์ โดยในกรณีนี้ เราได้เปิดบัญชีทดลองไว้ ชื่อ Server จึงเป็น AdmiralMarkets-Demo

เริ่มต้นเทรด Forex มีปุ่มอะไรให้กดบ้าง?

การเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Admiral Markets มีข้อดีตรงที่ การไม่ได้จำกัดสินค้าที่ให้เทรด เพราะนอกจากการเทรดค่าเงินแล้ว ยังมีหุ้นต่างประเทศ เช่น Facebook, Google อีกทั้งยังมีดัชนีหุ้นจากตลาดหุ้นทั่วโลก เช่น ตลาดหุ้นอเมริกา รวมถึงสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งทั้งหมดจะเทรดผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

ทั้งนี้ หลังจากเราได้ล็อกอินเข้าบัญชีเทรด Forex ของเราแล้ว ด้านล่างคือหน้าตาของแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่พร้อมทำการซื้อขาย Forex โดยในที่นี้จะอธิบายเพียงเครื่องมือที่สำคัญๆ รวมถึงคำสั่งในการเริ่มต้นเทรด Forex ก่อนเท่านั้น ท่านสามารถศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับ MT5 ได้ที่บทความ : วิธีใช้ MetaTrader 5 ฉบับสมบูรณ์

ภาพรวม MT5 ที่ควรรู้ สำหรับการเทรด Forex มือใหม่

  1. ตรงนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะแสดงกราฟราคาเพื่อให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์แนวโน้มได้ง่าย อย่างไรก็ตาม นักเทรด Forex มือใหม่ ที่ยังไม่ชำนาญด้านการวิเคราะห์และเทคนิคการเทรด Forex เราก็ได้จัดเตรียมเนื้อหาดังกล่าวไว้ในหัวข้อหลังๆ ของบทความนี้แล้ว
  2. นั้นคือราคาปัจจุบันของสินค้านั้นๆ หากเป็นการเทรดค่าเงิน เช่น EURUSD ดังภาพด้านบนนั้น ตรงนี้ก็คือจุดที่แสดงอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินนั่นเอง
  3. อีกส่วนสำคัญ เพราะเป็นส่วนที่แสดงสินค้าที่มีให้เทรด จะเห็นว่า มีทั้งค่าเงิน Forex, น้ำมันดิบ, หุ้นต่างประเทศ และสกุลเงินดิจิตอล และจะเห็นว่า มีปุ่ม "click to add.." เป็นปุ่มที่สามารถเพิ่มรายการสินค้าทั้งหมดของ Admiral Markets ซึ่งมีรวมกันมากกว่า 4,000+ ตราสาร
  4. ราคาของสินค้าต่างๆ จากข้อ [3]
  5. แท็บเครื่องมือหลักสำหรับการวิเคราะห์ ตีกราฟราคา สร้างสัญลักษณ์ ฯลฯ
  6. กดเลือกช่วงเวลาของกราฟราคา หรือที่เรียกว่า 'ไทม์เฟรม'
  7. แน่นอนว่า นี่คือส่วนสำคัญที่สุด เพราะมันปุ่มสำหรับการเปิดคำสั่ง 'ซื้อขาย Forex'

กำไรจาก 'การเทรดค่าเงิน' คำนวณอย่างไร?

การเทรด Forex แน่นอนว่า ต้องมีเรื่อง "กำไร-ขาดทุน" โดยหัวข้อนี้เราจะอธิบายว่า การเทรด Forex จะได้กำไรจากตรงไหน โดยอธิบายทั้งแบบเต็มแบบ "มีที่มาที่ไป" (วิธีคำนวณแบบดั้งเดิม) กับการคำนวณแบบง่ายด้วย "Pip Value"

ทั้งนี้ ในหน้าแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 เมื่อเรากดปุ่ม "New Order" ซึ่งเป็นปุ่มเพื่อเปิดคำสั่งซื้อขาย Forex เราก็จะพบหน้าต่างด้านล่าง และที่เคยเกริ่นไปแล้วว่า การเทรด Forex จะเทรดผ่านตราสาร CFD ซึ่งจะใช้หน่วยเป็น Lot เช่น 0.01, 0.1, 0.2 หรือ 1 Lot

  • 1 Lot = 100,000 Unit
  • 0.1 Lot = 10,000 Unit
  • 0.01 Lot = 1,000 Unit

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่า ที่ช่อง Volume ถ้าเราเลือก 0.01 จะมีค่าเท่ากับเรากำลังเทรดทีละ 1,000 EUR ตามมาตรฐานของการเทรด Forex ซึ่งโบรกเกอร์ Admiral Markets ให้เทรดเดอร์ใช้ Leverage ได้ 1:500 ดังนั้น เงินที่ใช้ลงทุนจริงๆ คือ 1,000 ÷ 500 = 2 EUR เท่านั้น (ศึกษาเกี่ยวกับเลเวอเรจเพิ่มเติมได้ที่ : Leverage คืออะไร) ที่นี่มาลองดูกันว่า เงินแค่ 2 EUR จะลงทุนได้กำไรมากสุดได้ขนาดไหน?

คำนวณกำไรแบบดั้งเดิม

ตัวอย่างที่สมมติขึ้นมาในคู่เงิน EURUSD เส้นประด้านล่างที่สร้างขึ้นมาอยู่ที่ราคา 1.1750 ส่วนเส้นประด้านบนอยู่ที่ราคา 1.19500 ดังนั้น หากเราเข้า Buy คู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.1750 USD แล้วไปปิดทำกำไรที่ 1.19500 USD กำไรจากการเทรด Forex ในครั้งนี้ จะคำนวณดังนี้

  • 1.19500 - 1.1750 = 0.02 USD
  • แต่เรากด 0.01 Lot ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 1,000 EUR จึงเป็น 0.02 x 1,000 = 20 USD
  • สรุป คือ วางเงินเพียง 2 EUR แต่ได้กำไรจากการเทรด Forex ในครั้งนี้ถึง 20 USD

คำนวณแบบ Pip Value

ในเรื่องนี้คุณต้องเข้าใจคำว่า Pip ก่อน โดย Pip เป็น "หน่วยของการเปลี่ยนแปลงของราคาในการเทรด Forex, CFD" (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : Pip คือ) โดย Pip ในสกุลเงิน Forex ทั่วไปจะนับทศนิยมหลักที่ 4 เป็นหน่วยเริ่มต้น ตัวอย่างดังต่อไปนี้

  • 1.19572 : ในกรณีนี้ ทศนิยมหลักที่ 4 คือเลข "7"
  • ถ้าราคาขยับจาก 1.19572 ไปเป็น 1.19532 ก็แปลว่า ราคาขยับไป 1.19572 - 1.19532 = 0.0004
    • ให้โฟกัสทศนิยมหลักที่ 4 ขยับไป 0.0004 ซึ่งก็คือ 4 Pips นั่นเอง
  • ถ้าราคาขยับจาก 1.19500 ไปเป็น 1.17500 = 0.0200 กรณีนี้ คือ 200 Pips

แต่ทั้งนี้ ในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 หรือ "MT5" ที่คุณได้ดาวน์โหลดไปแล้วนั้น จะมีเครื่องมือ "วัดระยะทาง" ว่าส่วนต่างราคามีระยะทางกี่ Pip ดั่งภาพด้านล่างนี้ โดยเมื่อคุณคลิกที่ปุ่มคล้ายเครื่องหมายบวกด้านซ้ายที่เราตีกรอบสีแดงไว้ จากนั้นลากไปบนกราฟราคา ระบบจะแสดงระยะทางให้ทันที โดย 10 Points = 1 Pips และในภาพด้านล่างมีระยะทาง 2775 Points หรือเท่ากับ 277.5 Pips นั่นเอง ที่นี่ลองไปดูวิธีการคำนวณด้านล่าง

วัด Pip ก่อนเทรด Forex

Pip Value คือจำนวนเงินต่อ 1 หน่วย Pip เช่น

  • คู่เงิน EURUSD เมื่อราคาขยับไป 1 Pips
    • ถ้ากด 0.01 Lot : จะได้ 0.1 USD ต่อ 1 Pips
    • ถ้ากด 0.1 Lot : จะได้ 1 USD ต่อ 1 Pips
    • ถ้ากด 1 Lot : จะได้ 10 USD ต่อ 1 Pips

สำหรับคู่เงินที่ลงท้ายด้วย USD จะเห็นว่า Pip Value เวลากด 1 Lot จะเท่ากับ (ประมาณ) 10 USD ต่อ 1 Pips พอดี เทรดเดอร์ที่เทรด Forex จะจำแค่ "Pip Value" กับระยะทางหรือส่วนต่างราคาว่าเป็นระยะทาง "กี่ Pip" ทั้งนี้ สูตรการคำนวณ Pip Value อย่างละเอียด รวมถึง Pip Value ของแต่ละคู่เงินหรือหุ้น สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ "เครื่องคำนวณการเทรด Forex"

  • ส่วนต่างราคา (กี่ Pip) x Pip Value
  • ภาพด้านบนระยะทาง 277.5 Pips x Pip Value
    • ถ้ากด 0.01 Lot : จะได้กำไร 277.5 x 0.1 = 27.75 USD (วางเงินลงทุน 2 EUR ได้กำไรกลับมาถึง 27.75 USD)
    • ถ้ากด 0.1 Lot : จะได้กำไร 277.5 x 1 = 277.5 USD (วางเงินลงทุน 20 EUR ได้กำไรกลับมาถึง 277.5 USD)
    • กด 1 Lot : จะได้กำไร 277.5 x 10 = 2,775 USD (วางเงินลงทุน 200 EUR ได้กำไรกลับมาถึง 2,775 USD)

เริ่มทดสอบกลยุทธ์การเทรด Forex ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรด Forex ชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองและดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรด Forex

การเทรด Forex สไตล์ต่างๆ

หากจะให้บอกว่ากลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ไหนที่ดีและทำกำไรได้มากที่สุด คงจะไม่ได้มีแค่กลยุทธ์ไหนเพียงกลยุทธ์เดียวที่จะตอบโจทย์นี้ได้ เพราะว่ากลยุทธ์ Forex แต่ละกลยุทธ์ก็จะเหมาะกับแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องคำนึงถึงลักษณะนิสัยของคุณเสียก่อนจึงค่อยมองหาว่ากลยุทธ์ Forex ตัวไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด บางอย่างอาจจะได้ผลดีกับบางคนแต่อาจจะเป็นหายนะสำหรับคุณก็เป็นได้

ในทางกลับกัน กลยุทธ์ Forex ที่หลาย ๆ คนบอกว่าไม่ดีอาจกลับกลายเป็นว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับคุณที่สุดก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการทดสอบใช้งานกลยุทธ์ Forex จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยให้การค้นหากลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่ได้ผลสำหรับคุณมากที่สุด และยังช่วยตัดกลยุทธ์ Forex ที่ไม่ได้ผลสำหรับคุณออกไปด้วย ตัวแปรหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นหลักเลยก็คือกรอบระยะเวลาในสไตล์การเทรดของคุณ

สไตล์การเทรดนั้นมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน (ซึ่งจะกล่าวต่อไปในบทความนี้) โดยมีตั้งแต่กรอบเวลาระยะสั้นไปจนถึงกรอบเวลาระยะยาว ซึ่งมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา และยังเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดแห่งปี 2020 อีกด้วย เทรดเดอร์ Forex ที่ดีจะต้องมีความเข้าใจในสไตล์และกลยุทธ์แบบต่าง ๆ เมื่อจะหาวิธีการเทรด Forex ที่ได้ผลและประสบความสำเร็จให้กับตัวเอง ด้วยความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวนี้เท่านั้น จึงจะสามารถเลือกสไตล์และกลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดและเหมาะกับภาวะตลาดปัจจุบัน

  • การเทรดแบบ Scalping - เป็นการเทรดแบบทำกำไรในระยะสั้น ๆ ซึ่งอาจใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น เทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Scalping จะรีบปิดออเดอร์เพื่อให้ได้ค่าสเปรด bid/offer ที่ต่ำ และช้อนเอากำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลยุทธ์นี้มักจะใช้ Tick chart ซึ่งมีให้ใช้งานใน MetaTrader 4 Supreme Edition ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มเทรดนี้ยังมีอินดิเคเตอร์ Forex อันเยี่ยมยอดสำหรับการเทรดแบบ Scalping ให้เลือกใช้งานอีกหลายตัวด้วย กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Forex-1 นาที ก็นับเป็นตัวอย่างของการเทรดในสไตล์นี้ด้วยเช่นกัน
  • การเทรดแบบ Day trading - เป็นการเทรดที่เทรดเดอร์จะปิดออเดอร์และออกจากการเทรดก่อนที่จะหมดเวลาทำการเทรดของวัน การเทรดสไตล์นี้จะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของตลาดในชั่วข้ามคืน กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Day trading นั้นถือเป็นกลยุทธ์ Forex ที่ดีมากสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ โดยอาจทำการเทรดในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง และตั้งค่าแท่งกราฟราคาเป็นแบบ 1 หรือ 2 นาที กลยุทธ์ Forex แบบ 50-pips ต่อวันเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งของกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Day trading
  • การเทรดแบบ Swing trading - เป็นการเทรดที่มีการเปิดสถานะค้างไว้หลาย ๆ วัน โดยที่เทรดเดอร์ตั้งเป้าที่จะทำกำไรจากรูปแบบราคาระยะสั้น เทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Swing trading มักจะดูแท่งกราฟราคาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงหรือทุกชั่วโมง
  • การเทรดแบบ Positional trading - เป็นการเทรดตามเทรนด์ในระยะยาว โดยตั้งเป้าที่จะทำกำไรให้ได้มากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาครั้งใหญ่ เทรดเดอร์ที่เลือกลงทุนในระยะยาวมักจะดูที่ราคาปิดในกราฟราคารายวัน กลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบ Positional trading ที่ดีจะต้องอาศัยความอดทนและวินัยในการเทรดจากเทรดเดอร์เป็นสำคัญ นอกจากนี้ตัวเทรดเดอร์เองยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของตลาดมากพอด้วย

กลยุทธ์ Forex

การแบ่งประเภทของกลยุทธ์การเทรด Forex ในเบื้องต้น เราจะนิยมแบ่งตามระยะเวลาในการถือครอง รวมถึงช่วงเวลาในการพิจารณาราคา (จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของราคา 'ไทม์เฟรม')

ซึ่งความจริงแล้ว กลยุทธ์หรือเทคนิคการเทรด Forex รูปแบบต่างๆ นั้น จะอยู่ภายใต้สไตล์การเทรดอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะเป็น Scalping หรือการเทรด Forex แบบ Day Trading เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ เราได้แบ่งประเภทของกลยุทธ์การเทรด Forex เป็น 2 ลักษณะ

กลยุทธ์ Forex ที่อ้างอิงกับ "กรอบเวลา"

  • การเทรด Forex แบบ Scalping
    • เทคนิคการเทรด Forex กราฟ 1 ชั่วโมง
  • การเทรด Forex แบบ Day Trading
    • กลยุทธ์ Forex แบบหวังผลกำไร 50 Pips ต่อวัน!
  • การเทรด Forex แบบ Swing Trading
    • กลยุทธ์ Forex ในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง
    • เทรด Forex ระยะยาว : รายสัปดาห์

Scalping : เทคนิคการเทรด Forex กราฟ 1 ชั่วโมง

ในที่นี้คุณจะใช้ประโยชน์จากกรอบระยะเวลา 60-นาที ซึ่งคู่สกุลเงินที่จะเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ได้ง่ายที่สุด ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และ AUD/USD โดยจะต้องใช้อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum และ indicator arrow ซึ่งจะพบได้ใน MetaTrader 4

หลักเกณฑ์ในการเทรด Buy:

คุณจะสามารถเข้าเทรดสถานะ long (ซื้อ) ได้ก็ต่อเมื่อตรงตามหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  • อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum ส่งสัญญาณซื้อ (Buy) เมื่อเส้นสีน้ำเงินทะลุผ่านเส้นสีแดงขึ้นไปจากด้านล่าง
  • Indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีเขียว

ในกรณีนี้ คุณอาจจะวางจุดหยุดขาดทุนไว้ต่ำกว่าเส้นอินดิเคเตอร์สีแดงหรือเส้นแนวรับล่าสุด คุณอาจจะปิดคำสั่งเทรดหลังจากทำกำไรได้ 30-pips หรือจะช้อนเอากำไรเมื่อ indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีแดงก็ได้

หลักเกณฑ์ในการเทรด Sell:

คุณจะสามารถเข้าเทรดสถานะ short (ขาย) ได้ก็ต่อเมื่อตรงตามหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  • อินดิเคเตอร์ 100-pips momentum ส่งสัญญาณขาย (Sell) เมื่อเส้นสีน้ำเงินทะลุเส้นสีแดงลงไปจากด้านบน
  • Indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีแดง

ให้วางจุดหยุดขาดทุนไว้เหนือเส้นอินดิเคเตอร์สีแดงหรือเส้นแนวต้านล่าสุด ปิดคำสั่งเทรดหลังจากทำกำไรได้ 30-pips หรือเมื่อ indicator arrow ส่งสัญญาณลูกศรสีเขียว

Day Trading : กลยุทธ์ Forex แบบหวังผลกำไร 50 Pips ต่อวัน

หลักการเทรด Forex แบบ "รายวัน"

เทรดเดอร์ Forex ที่ดีจะเชื่อข้อมูลกราฟรายวันมากกว่ากลยุทธ์การเทรดที่กรอบระยะเวลาสั้นกว่า หากเปรียบเทียบกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex 1-ชั่วโมง หรือแม้แต่กรอบระยะเวลาที่สั้นกว่า กับกราฟรายวัน จะเห็นว่ามีสัญญาณรบกวนของตลาด (market noise) น้อยกว่าในกราฟรายวัน โดยกราฟในลักษณะนี้ที่มีสัญญาณรบกวนของตลาดน้อยอาจทำให้คุณทำกำไรได้ถึงกว่า 100-pups ต่อวันเลยทีเดียวในกรอบเวลาระยะยาวขึ้น

สัญญาณการเทรดที่ได้ก็มีความน่าเชื่อถือมากกว่าและยังมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้มากกว่ามากด้วย ซึ่งในการเทรดแบบนี้ เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องไปกังวลในเรื่องของข่าวประจำวันหรือการผันผวนของราคาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระหว่างวัน โดยวิธีการเทรดวิธีนี้จะมีหลักการ 3 ประการด้วยกัน คือ

  1. ระบุเทรนด์ให้ได้: ตลาดจะมีการโน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่งและจะแข็งแรงขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลักสำคัญประการแรกของการเทรดในสไตล์นี้ก็คือต้องหาการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นค่อนข้างมากในตลาด Forex ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะสามารถระบุเทรนด์ของตลาด Forex ได้ก็คือต้องศึกษาข้อมูลตลาด Forex 180 period ขั้นตอนต่อไปก็คือระบุ Swing high และ Swing low เมื่อมีข้อมูลของราคาดังกล่าวแล้วและเอามาปรับใช้ในกราฟราคาปัจจุบัน ก็จะทำให้สามารถระบุทิศทางของตลาดได้
  2. ต้องโฟกัสอยู่ตลอด: ในจุดนี้คือต้องมีความอดทน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเอาชนะความต้องการที่อยากจะเข้าตลาดเดี๋ยวนั้นทันทีไปได้ เพราะการเทรดที่ดีให้ได้กำไรจะต้องรู้ว่าตอนไหนควรรอและเก็บเงินทุนเอาไว้สำหรับโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่า
  3. ใช้เลเวอเรจต่ำและกำหนดจุดหยุดขาดทุนให้กว้าง: ควรระวังการแกว่งตัวของราคาอย่างรุนแรงในระหว่างวัน เลือกใช้จุดหยุดขาดทุนที่กว้างไว้จะดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าให้คุณเอาเงินลงทุนไปเสี่ยงเป็นจำนวนมากตามไปด้วย

แม้ว่าจะมีคำแนะนำในเรื่องของกลยุทธ์เทคนิคการเทรดมากมายสำหรับเทรดเดอร์ FX มืออาชีพ แต่กลยุทธ์ Forex ที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้กำไรอย่างสม่ำเสมอจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีการฝึกฝนจนชำนาญแล้วเท่านั้น ต่อไปนี้เป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดอื่น ๆ ที่คุณอาจนำไปลองใช้ได้

เทคนิคการเล่น Forex ให้ได้ 50 Pips ต่อวัน

กลยุทธ์นี้จะใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงเปิดตลาดใหม่ ๆ ของคู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายสูง อย่างเช่นคู่สกุลเงิน GBPUSD และ EURUSD เป็นคู่สุกลเงินที่เหมาะกับกลยุทธ์ Forex นี้เป็นที่สุด หลังจากจบแท่งเทียน 7am GMT เทรดเดอร์จะเปิดคำสั่งไว้ 2 คำสั่งและเปิดคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าแบบตรงกันข้ามอีก 2 คำสั่ง เมื่อหนึ่งในนั้นถูกดำเนินการจากการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้น คำสั่งอื่น ๆ ที่เปิดไว้ก็จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ

เป้าหมายกำไรจะถูกตั้งไว้ที่ 50 pips และคำสั่งหยุดขาดทุนจะถูกไว้ในช่วงระหว่าง 5 ถึง 10 pips ในระดับเหนือกว่าหรือต่ำกว่าแท่งเทียน 7am GMT หลังจากที่เริ่มก่อตัว การทำเช่นนี้จะช่วยในการบริหารความเสี่ยงได้ เมื่อมีการตั้งเงื่อนไขดังกล่าวไว้แล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะดำเนินไปในทิศทางใด การเทรดทั้งแบบ Day trading และ Scalping ต่างก็เป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบระยะสั้น ซึ่งสิ่งที่ต้องพึงระวังไว้ก็คือการเทรดแบบระยะสั้นนั้นมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล

Swing Trading : เทคนิคการเทรด Forex ด้วยกราฟ 4 ชั่วโมง

หนึ่งในกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่มีประโยชน์และได้ผลอย่างมากก็คือกลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์แบบ 4 ชั่วโมง แต่กรอบระยะเวลา 4 ชั่วโมงนั้นจะเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดแบบ Swing Trading มากกว่า กลยุทธ์นี้จะใช้กราฟแบบ 4 ชั่วโมงเป็นกราฟ base ในการค้นหาบริเวณที่มีสัญญาณการเทรดที่จะทำกำไรได้ ส่วนกราฟแบบ 1 ชั่วโมงจะเป็นกราฟ signal ใช้เป็นตัวค้นหาจุดที่จะเปิดสถานะสัญญาซื้อขาย

ข้อควรระวังคือกรอบระยะเวลาสำหรับหาสัญญาณการเทรดในกราฟ signal ควรจะมีระยะเวลาน้อยกว่ากราฟ base อย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยจะมีการเลือกใช้เส้น MA 2 ชุดด้วยกัน ชุดแรกจะเป็นเส้น MA 34-period ส่วนอีกชุดหนึ่งจะเป็นเส้น MA 55-period และเพื่อยืนยันว่าเทรนด์นั้นคุ้มค่าพอที่จะเข้าเทรดหรือไม่ เส้น MA จะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมราคา

ในกรณีเทรนด์ขาขึ้น จะเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

  • ราคาจะยังคงอยู่เหนือเส้น MA
  • เส้น 34-MA จะยังคงอยู่เหนือเส้น 55-MA และยังเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
  • เส้น MA จะเฉียงขึ้นไปให้ได้นานที่สุดในระหว่างเทรนด์ขาขึ้น

ในกรณีเทรนด์ขาลง จะเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

  • ราคาจะยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น MA
  • เส้น 34-MA จะยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น 55-MA และยังเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
  • เส้น MA จะเฉียงลงไปให้ได้นานที่สุด

เส้น MA จะเป็นตัวแสดงโซนแนวรับในช่วงเทรนด์ขาขึ้น และแสดงโซนแนวต้านในช่วงเทรนด์ขาลง ภายในหรือรอบ ๆ โซนดังกล่าวนี้จะเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับกลยุทธ์เทคนิคการเทรดแบบตามเทรนด์

เทรด Forex ระยะยาว : รายสัปดาห์

แม้ว่าเทรดเดอร์ Forex หลาย ๆ คนชอบที่จะเทรดในระหว่างวันมากกว่าเนื่องจากความผันผวนของตลาดเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในกรอบระยะเวลาที่แคบลงได้ แต่กลยุทธ์การเทรด Forex แบบรายสัปดาห์นั้นมีความยืดหยุ่นและมั่นคงกว่า กราฟแท่งเทียนแบบรายสัปดาห์จะให้ข้อมูลตลาดที่ละเอียดยิ่งขึ้น โดยจะประกอบไปด้วยแท่งเทียนรายวัน 5 แท่ง และการเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มตลาดตามจริง กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex แบบรายสัปดาห์จะใช้ขนาดสถานะที่ค่อนข้างต่ำเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงมากเกินไป

สำหรับกลยุทธ์นี้เราจะใช้อินดิเคเตอร์เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average หรือ EMA) แท่งเทียนรายวันของวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนหน้าจะต้องปิดที่ระดับเหนือค่า EMA ทีนี้เราก็ต้องคอยจับตาดูตอนที่ราคาทะลุระดับราคาสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า จากนั้นก็วางคำสั่ง Buy stop ที่จบแท่งเทียน H4 ณ ระดับราคาใหม่ที่ทะลุระดับราคาสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าไปแล้ว

ส่วนจุดหยุดขาดทุนจะต้องถูกตั้งไว้ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดที่ใกล้ที่สุด ราว ๆ 50 ถึง 105 pips ค่าสูงสุดก่อนหน้าจะถูกนำมาคำนวณเมื่อระดับต่ำสุดที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่เกือบ ๆ 50 pips ในที่นี้ขอบเขตการเปลี่ยนแปลงของราคาในสัปดาห์ก่อนหน้าจะถูกนำมาคิดเป็นขอบเขตของกำไร

เทรด Forex ด้วย MT5

กลยุทธ์ Forex ที่อ้างอิงกับ "พฤติกรรมของราคา"

  • เทรด Forex จาก Price Action
  • เทรด Forex "ตามแนวโน้ม"
  • เทรด Forex "สวนแนวโน้ม"

เทรด Forex ให้ได้กําไร ด้วย "Price Action

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นจะถูกนำมาใช้ในแง่ไหนบ้างก็แตกต่างกันไปแล้วแต่เทรดเดอร์แต่ละคน และในขณะเดียวกันกลยุทธ์ Forex จะดีหรือไม่ดีก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะถือเป็น การวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การเทรดค่าสกุลเงินทางเทคนิคแล้วก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สไตล์หลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ เทรดแบบตามเทรนด์ และเทรดแบบตรงข้ามเทรนด์ โดยทั้งสองกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้ต่างก็มุ่งทำกำไรด้วยการใช้พฤติกรรมราคาเป็นหลัก

ถ้าจะให้พูดถึงพฤติกรรมราคาแล้ว หลักการสำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแนวรับและแนวต้าน หรือจะให้พูดง่าย ๆ เลยก็คือแนวโน้มของตลาดที่จะมีการกลับตัวของราคาจากจุดต่ำสุดก่อนหน้าและจุดสูงสุดก่อนหน้า แนวรับคือแนวโน้มของตลาดที่จะพุ่งสูงขึ้นจากจุดต่ำสุดก่อนหน้า ส่วนแนวต้านก็คือแนวโน้มของตลาดที่จะตกลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า โดยแนวรับและแนวต้านเกิดขึ้นจากนักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ทิศทางของราคาว่าจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้า

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตลาดเข้าใกล้จุดต่ำสุดก่อนหน้า พูดง่าย ๆ เลยก็คือผู้ซื้อจะเข้ากว้านซื้อส่วนที่คิดว่าราคาถูก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าตลาดเข้าใกล้จุดสูงสุดก่อนหน้า ก็คือผู้ขายจะเทขายส่วนที่คิดว่าราคาแพงหรือในจุดที่คิดว่าเหมาะกับการช้อนทำกำไร ดังนั้นจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดก่อนหน้าจึงเป็นเหมือนหน่วยมาตรฐานในการประเมินราคาปัจจุบัน

ระดับแนวรับและแนวต้านที่สามารถคาดการณ์ทิศทางตลาดได้นั้นเกิดขึ้นจริงตามทฤษฎี เนื่องจากนักลงทุนในตลาดจะคอยจนกว่าจะเกิดพฤติกรรมราคารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งขึ้นในระดับแนวรับและแนวต้านเพื่อทำการเทรดตามนั้น ส่งผลให้ตลาดดำเนินไปในทิศทางที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้นั่นเอง

แต่ก็มีข้อพึงระวัง 3 ประการที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้

  1. ระดับแนวรับและแนวต้านไม่ใช่หลักเกณฑ์ตายตัว แต่เป็นเพียงแค่ผลลัพธ์โดยทั่วไปที่มักจะเกิดจากพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาด
  2. ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะเน้นทำกำไรในช่วงที่เลยช่วงเวลาที่เกิดแนวรับและแนวต้านไปแล้ว
  3. สไตล์การเทรดแบบตรงข้ามเทรนด์จะตรงข้ามกับการเทรดแบบตามเทรนด์ คือจะขายเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ และซื้อเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่

กลยุทธ์ Forex แบบ "เทรดตามแนวโน้ม"

บางครั้งทิศทางของตลาดก็อาจเกิดขึ้นแบบเกินคาด คืออาจจะเปลี่ยนแปลงโดยลงไปต่ำกว่าแนวรับหรือขึ้นไปสูงกว่าแนวต้านจนเกิดเป็นเทรนด์ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อเลยช่วงเวลาที่เกิดแนวรับไปแล้ว และราคาปรับตัวไปที่จุดต่ำสุดใหม่ ผู้ซื้อก็จะเริ่มหยุดซื้อ เนื่องจากเห็นว่าราคาที่ปรับตัวลดลงเริ่มทรงตัวและต้องการรอให้ราคาปรับไปถึงระดับต่ำสุดที่จะเป็นไปได้เสียก่อน ในขณะเดียวกันก็จะมีเทรดเดอร์ที่ตื่นกลัวรีบเทขายหรือต้องปิดสถานะเนื่องจากพอร์ตถูกล้าง

เทรนด์จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการหยุดขายและผู้ซื้อเริ่มมั่นใจว่าราคาจะไม่ลดต่ำลงไปกว่านี้แล้ว กลยุทธ์การเทรดแบบตามเทรนด์นั้นคือเทรดเดอร์จะเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านและแรงขายไป แล้วตกลงมาที่ระดับแนวรับ

เทรนด์ของตลาดอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและยืดเยื้อกินเวลานาน เนื่องจากกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของราคาเป็นสำคัญจึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยเช่นกัน ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะใช้อินดิเคเตอร์ในการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเทรนด์ใหม่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่าจะเกิดขึ้นตามนั้นอย่างแน่นอน

ข่าวดีก็คือ

ถ้าอินดิเคเตอร์สามารถบ่งบอกเวลาที่มีโอกาสที่เทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้นได้ละก็ ถือว่าเป็นประโยชน์ในการเทรดเป็นอย่างมาก การแจ้งเตือนว่าอาจมีเทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้นเรียกว่า 'breakout' โดยจะเป็นตอนที่ราคามีการเคลื่อนไหวทะลุขึ้นไปสูงกว่าระดับราคาสูงสุดหรือลงต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วงเวลาตามจำนวนวันที่กำหนดไว้สำหรับดูข้อมูล ตัวอย่างเช่น breakout ของระยะเวลา 20 วันเป็นไปในทิศทางขาขึ้น หมายถึงราคาพุ่งสูงขึ้นไปทะลุระดับราคาสูงสุดในช่วงระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา

ระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จะต้องมีการควบคุมอารมณ์ในการเทรดให้ได้ด้วย เพราะเป็นการเทรดในระยะเวลานาน ซึ่งในระหว่างนั้นผลกำไรอาจจะหายไปได้หากเกิดการแกว่งตัวของราคาในตลาด เมื่อตลาดมีความผันผวน เราจะเห็นการแกว่งตัวของราคาได้ชัดเจนกว่าเทรนด์ ดังนั้นระบบการเทรดแบบตามเทรนด์จึงเป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่เหมาะที่สุดสำหรับตลาด Forex ที่เป็นเทรนด์แต่ผันผวนไม่มากนัก

ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งของกลยุทธ์การเทรดแบบตามเทรนด์ก็คือระบบ Donchian Trend ซึ่ง Donchian channel นั้นถูกคิดค้นขึ้นมาจากนักเทรดฟิวเจอร์สที่ชื่อ Richard Donchian โดย Donchian channel เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ระบุการเริ่มเกิดเทรนด์ คุณสามารถปรับพารามิเตอร์ Donchian channel ได้ตามความเหมาะสม แต่สำหรับตัวอย่างนี้เราจะดูที่กรอบระยะเวลา 20 วัน

โดยหลักแล้ว Donchian channel จะให้คำแนะนำในการเทรดอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ

  • ซื้อเมื่อราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้นไปเหนือระดับราคาสูงสุดในช่วง 20 วันก่อนหน้า
  • ขายเมื่อราคาปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วง 20 วันก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์ในการเทรดเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งเมื่อภาวะของตลาดเหมาะกับระบบการเทรดดังกล่าว หลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อกรองเอา breakout ที่ตรงข้ามกับเทรนด์ในระยะยาว หรือจะให้กล่าวสั้น ๆ ก็คือให้ดูเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) แบบ 25-วัน กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน ทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะเวลาสั้นกว่าจะบ่งบอกแนวทางการเทรดให้กับคุณ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะบอกว่าคุณสามารถเทรด

  • short ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 25-วันอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน

หรือ

  • long ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 25-วันอยู่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 300-วัน

การออกจากเทรดก็จะทำในแบบเดียวกันกับการเข้าเทรด แต่จะใช้กรอบระยะเวลาแค่ 10 วัน หมายความว่าถ้าคุณเปิดสถานะ long แล้วราคาตลาดปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับราคาต่ำสุดในช่วง 10 วันก่อนหน้า คุณอาจจะต้องทำการขายเพื่อออกจากเทรด หรือในทางตรงกันข้าม

กลยุทธ์ Forex แบบ "สวนตามแนวโน้ม"

กลยุทธ์การเทรดตรงข้ามเทรนด์จะยึดหลักความจริงที่ว่า breakout ส่วนใหญ่จะไม่พัฒนาไปเป็นเทรนด์ระยะยาว ดังนั้นเทรดเดอร์จึงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้เพื่อหาประโยชน์จากแนวโน้มที่ราคาจะพลิกตัวจากระดับราคาสูงสุดและต่ำสุดก่อนหน้า ในทางทฤษฎี กลยุทธ์การเทรดตรงข้ามเทรนด์ถือเป็นกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดในการเพิ่มความมั่นใจ เนื่องจากมีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จค่อนข้างสูง

แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทำเลยก็คือต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมและเคร่งครัด กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex นี้จะใช้ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นสำคัญ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสูญเสียอย่างมากเช่นกันเมื่อผ่านช่วงแนวรับและแนวต้านไปแล้ว ควรมีการติดตามดูตลาดอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งสภาวะตลาดที่เหมาะกับกลยุทธ์นี้ที่สุดคือตลาดที่เสถียรและมีความผันผวน เพราะสภาวะตลาดดังกล่าวจะมีการแกว่งตัวของราคาที่เหมาะสมไม่ออกไปนอกกรอบ แต่ควรพึงระวังไว้ด้วยว่าสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างเช่น ตลาดที่เสถียรและไม่มีการเคลื่อนไหวมากนักอาจจะเริ่มเกิดเทรนด์ขึ้นได้ จากนั้นก็จะเริ่มมีความผันผวนเกิดขึ้นเมื่อเทรนด์เริ่มก่อตัวขึ้น โดยสภาวะของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดนั้นจะยังไม่แน่นอน คุณควรมองหาเบาะแสที่จะบ่งชี้สภาวะตลาดปัจจุบัน เพื่อตัดสินว่าเหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่

เทรด Forex กับ Admiral Markets

ค้นหากลยุทธ์ Forex ที่เหมาะกับคุณที่สุด

แหล่งที่มา: ตัวอย่างบัญชีทดลองของ Admiral Markets

มีการพัฒนาอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคหลาย ๆ ตัวขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีในการเทรดออนไลน์ที่ล้ำสมัยขึ้นทำให้คนเราสามารถเข้าถึงเครื่องมือและแพลตฟอร์มในการสร้างอินดิเคเตอร์และระบบสำหรับการเทรดของตนเองได้มากยิ่งขึ้น

คุณสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคในส่วนการเรียนรู้ของเราหรือในแพลตฟอร์มเทรดที่เรามีให้บริการ กลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่นั้นควรจะเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน และใช้ได้ผลในหมู่เทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว คุณจะค้นพบกลยุทธ์เทคนิคการเทรด Forex ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณที่สุดได้ก็ต่อเมื่อผ่านการทดลองและความล้มเหลวมาแล้วหลาย ๆ ครั้ง ลองเข้าไปทดสอบกลยุทธ์เทคนิคการเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยงกับบัญชีทดลองเทรดของเรา

เปิดบัญชี Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ