เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

RSI คือ? : รวมเทคนิคการใช้ RSI ในตลาด Forex, สูตร RSI Divergence

เมษายน 09, 2020 12:50 UTC
Reading time: 10 minutes

ในบทความนี้ เราจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเครื่องมือการวิเคราะห์ RSI หรือชื่อเต็มว่า Relative Strength Index ซึ่งเป็น Indicator ประเภทหนึ่งที่ทรดเดอร์ในตลาด Forex นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง โดยบทความนี้จะเริ่มกันตั้งแต่ว่าความหมายว่า Indicator ชื่อ RSI คือ, RSI Indicator ใช้เพื่อประโยชน์อะไร , วิธีการใช้ RSI มีเทคนิคอะไรบ้าง ซึ่งจะประยุกต์เข้ากับเทคนิคอื่นๆ เช่น การใช้ RSI คู่กับ Trendline หรือเทคนิคการใช้ RSI Divergence แบบคู่

RSI คือ

Technical analysis หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นวิธีการทำนายการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของการศึกษากราฟราคาในอดีต และนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเป้าหมายสูงสุดก็เพื่อการพยายามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการ "พิจารณาปัจจุบัน" และการจะพิจารณาปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากจะสามารถเข้าไปศึกษากราฟย้อนหลังได้อย่างอิสระแล้ว ก็ต้องมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ที่ดีด้วย

ข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างหนึ่งของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์จะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินได้หลายๆ ตลาดพร้อมกัน โดยผ่านหลักการสำคัญ 3 ประการของ Technical Analysis ซึ่งจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดแจ้งก่อนที่จะเริ่มสู่เนื้อหาของ RSI อย่างจริงจัง

1. RSI Indicator กับ "Trend is your friend"

การวิเคราะห์ทางเทคนิค ถูกใช้เพื่ออธิบายลักษณะการเคลื่อนไหวและแนวโน้มของราคา และระบุรูปแบบของพฤติกรรมราคา ซึ่งรูปแบบราคามี Pattern หลายประเภทที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า เป็น Pattern ที่มีนัยสำคัญ และมีความน่าจะเป็นสูง ที่จะให้ผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ Pattern ของราคาจะส่งผลกระทบต่อ "แนวโน้ม" ของราคาอย่างมาก โดยเฉพาะรูปแบบการกลับตัวของราคา หรืออาจพูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า Technical Analysis มุ่งศึกษาไปที่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแนวโน้มของราคา

2. RSI และ "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"

รูปแบบของราคา หรือ Forex Pattern ต่างๆ ถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ และได้รับการยอมรับมามากกว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งสถิติและระยะเวลาที่ยาวนานของพัฒนาการของตลาดการเงิน บอกเราอย่างชัดเจนว่า ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นอย่างซ้ำๆ อยู่เสมอ เพราะ Pattern ของราคา เป็นสิ่งที่สะท้อนจิตวิทยาและส่งผลต่อวิธีคิดของผู้เล่นในตลาด สิ่งสำคัญของประเด็นนี้ก็คือ มนุษย์จะทำผิดพลาดในเรื่องเดิมๆ อยู่เสมอ และในตลาดการเงินก็เช่นกัน หากเราสังเกตดีๆ กลยุทธิ์การเทรด Forex ต่างๆ จะตั้งอยู่บนฐานของ Technical Analysis เป็นส่วนใหญ่

3. RSI สูตร และประเด็น "ราคาสะท้อนทุกอย่างในตลาด"

Price Discounts Everything คือ สมมติฐานว่า ราคาของสิ่งที่เทรดกันในตลาด ได้สะท้อนปัจจัยทุกอย่างที่ส่งผลต่อตลาดไปหมดแล้ว เช่น ปัจจัยทางการเมือง, ความเชื่อมั่นและอารมณ์ความรู้สึกของนักลงทุนในตลาด ฯลฯ ปัจจัยทุกอย่างจะสะท้อนผ่าน Demand และ Supply ของสินทรัพย์ทางการเงินนั้นๆ แล้ว เหตุผลนี่เองที่ทำให้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนหนึ่ง มักจะให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หนึ่งใน Indicator ที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่ถือว่าพึ่งพาได้มากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ RSI ชื่อเต็มๆ ก็คือ Relative Strength Index การเทรด Forex ด้วย RSI indicator ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากความทรงพลังของสูตรการคำนวณ RSI ที่สามารถส่งสัญญาณการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มต้นเทรด RSI Forex ด้วย MetaTrader 5

MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและระบบเทรดได้ตามต้องการ ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์สายข่าว หรือนักวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5 คือแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เพื่อดาวน์โหลดแพลตฟอร์มไปใช้งานได้ฟรี!

rsi indicator คือ

RSI คือ? : สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ RSI Indicator

RSI Indicator คืออะไร : พร้อมสูตรคำนวณ RSI (RSI Formula)

การคำนวณของ Indicator ที่ชื่อว่า RSI คือ การวัดอัตราส่วนของราคาเวลาเป็น "ขาขึ้น" เปรียบเทียบกับราคาตอนเป็น "ขาลง" ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ว่า มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคามากกว่ากัน โดยแสดงผลออกมาเป็น Index (ดัชนี) 0-100 หรือก็คือ การเปรียบเทียบว่า ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ขาขึ้นกับขาลง ใครแข็งแกร่งกว่ากัน จึงตั้งชื่อ Indicator นี้ว่า "Relative Strength"

คนที่พัฒนา RSI ขึ้นมาก็คือ J.Welles Wilder ทั้งนี้ หลักการที่ประยุกต์ใช้กันโดยทั่วไป คือ หากดัชนีของ RSI อยู่ที่ 70 หรือมากกว่า จะถือว่าราคากำลังอยู่ในสภาวะ Overbought ซึ่งคือสถานการณ์ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นมากเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เสียอีก เราอาจเรียกว่า "ซื้อมากเกินไป" และในทางตรงกันข้าม หาก RSI มาอยู่ที่ระดับ 30 หรือน้อยกว่านั้น ก็เรียกว่าเป็นสภาวะ Oversold เป็นสภาวะที่ราคาปรับตัวลดลงมากเกินไปกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งเราก็อาจเรียกง่ายๆ ว่า "ขายมากเกินไป"

ตรงกันข้ามกับความเห็นที่เป็นที่นิยม RSI เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ สูตรสำหรับตัวบ่งชี้ RSI ใช้สองสมการที่เกี่ยวข้องในการแก้สูตร สมการองค์ประกอบแรกได้รับค่าความสัมพันธ์สัมพัทธ์เริ่มต้น (RS) ซึ่งเป็นอัตราส่วนของค่าเฉลี่ย 'ขึ้น' 'ปิดกับค่าเฉลี่ยของ' ลง 'ปิดช่วงเวลา' N 'ที่แสดงในสูตรต่อไปนี้:

  • RS = ค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นของราคา 'N' วัน / ค่าเฉลี่ยการลดลงของราคา 'N' วัน

ค่า RSI ที่แท้จริง จะอยู่ในรูปของดัชนี ซึ่ง RSI Formula ของการแปลงเป็นดัชนี จะมีสูตรดังนี้

  • RSI = 100 - (100 /1 + RS)

หากคุณได้ทำการดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MetaTrader (MT5) เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเพิ่ม RSI Indicator ลงไปที่กราฟราคา ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงการลากวาง โดยคุณสามารถทำตามตัวอย่างในวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย

RSI Selection

ที่มา: MetaTrader - การใส่ RSI Indicator เข้าไปในแพลตฟอร์มการเทรด

ต่อไปนี้เป็นหัวข้อเกี่ยวกับกลยุทธิ์และการใช้งาน RSI ในการเทรด Forex, Gold บางส่วน โดยจะเป็นกลยุทธิ์หลักๆ หรือที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางเท่านั้น เนื่องจาก กลยุทธิ์ RSI Forex, RSI Gold มีหลายกลยุทธิ์มาก จึงนำเสนอสิ่งที่เป็นแนวคิดหลักเท่านั้นในบทความนี้

กลยุทธิ์การเทรด RSI Indicator

RSI และระดับ Overbought, Oversold

หากเส้น RSI มีค่าน้อยกว่า 30 ก็จะเป็นสภาวะ Oversold สมมติฐานของเราจะเชื่อว่า มันจะปรับตัวขึ้นมาได้ในที่สุด และเมื่อมีสัญญาณยืนยันการกลับตัวแล้ว ก็จะเป็นเวลาในการเข้าเทรดของนักเทรดสายเทคนิค ในทางตรงกันข้าม หากเส้น RSI มีค่ามากกว่า 70 ก็จะเกิดสภาวะ Overbought สภาวะที่เกิดการซื้อมากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา สมมติฐานคือ ราคาก็จะปรับตัวลงในไม่ช้า และเช่นเดียวกัน เมื่อมีสัญญาณยืนยันการกลับตัวแล้ว เทรดเดอร์ก็จะเข้ามา Sell หลังจากเกิดสัญญาณขึ้น

เส้น RSI ที่จุดกึ่งกลาง หรือ 50 นั้น คือเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ของ Bullish (ขาขึ้น) กับพื้นที่ของฝั่ง Bearish (ขาลง) ให้ลองสังเกตว่า หากราคาเป็นแนวโน้มขาขึ้น ค่า RSI ก็จะอยู่ในระดับสูงมากกว่า 50 ตรงกันข้าม เส้น RSI จะใช้เวลาส่วนใหญ่ต่ำกว่า 50 เมื่อราคาเป็นขาลง

rsi คือ อะไร

ตัวอย่างภาพใน MetaTrader 4 - Mini Terminal - EURUSD - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

RSI Divergence ผสม RSI Cross

สัญญาณที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของ Indicator ตัวนี้ก็คือ RSI Divergence ซึ่งจะใช้คู่กับเทคนิค RSI Cross โดยให้เราเพิ่มเส้น RSI ตั้งค่าไว้ที่ 5 เพิ่มเข้าไปกับเส้น RSI ของเดิมที่ปกติจะตั้งค่าไว้ที่ 14 เราจะได้ RSI 2 เส้นตามภาพด้านล่าง สัญญาณจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตัดกันของ RSI เส้นสั้น (5) เคลื่อนตัดผ่านเส้นที่ยาวกว่า (เส้นตัดกัน) ซึ่งลักษณะการตัดกันดังกล่าวนี้เราเรียกว่า Crossover

RSI Cross จะเข้ามาแก้ปัญหาที่บางครั้ง เส้น RSI จะวิ่งไปไม่ถึงระดับ Overbought หรือ Oversold แต่เกิดการกลับตัวเลย จึงทำให้เทรดเดอร์พลาดบางโอกาสไป ดังนั้น RSI Cross จะให้สัญญาณล่วงหน้าที่เร็วกว่า หาก RSI 5 ตัดเส้น RSI 14 ลงมา ก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของขาลงแล้ว หลังจากนั้นเป็นช่วงที่ต้องรอสัญญาณยืนยันอีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม หาก RSI เส้นสั้น เคลื่อนมาจากโซนต่ำ แล้ว Cross เส้น RSI ที่ยาวกว่าขึ้นไป ก็จะเป็นสัญญาณในฝั่งขาขึ้น ซึ่งเทรดเดอร์หลายคนจะใช้ควบคู่กับ Forex Pattern,Pivot Points หรือควบคู่กับกลยุทธิ์การเทรด Forex อื่นๆ

rsi gold

ตัวอย่างภาพใน MetaTrader 4 - EURUSD - ECN Hourly Chart - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

RSI Trendline

เทคนิคนี้คือการติดตามพฤติกรรมของเส้น RSI เอง โดยใช้ Trendline เข้ามาช่วย วิธีการลากเส้น Trendlien ใน RSI คือให้หาจุดสัมผัสอย่างน้อย 3 จุด หรือมากกว่า และเมื่อเส้น RSI ทะลุ Trendline ก็ถือว่าพฤติกรรมราคาไปเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม เทคนิคใช้เพียงเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าเท่านั้น เพราะการทะลุ Trendline ยังมีโอกาสที่ราคาจะขึ้นหรือลงต่อพอๆ กัน ดังนั้น ยังต้องใช้สัญญาณจากกราฟราคาประกอบด้วยเสมอ เทรดเดอร์หลายคนจะรอจังหวะที่ RSI ทะลุ Trendline ไปพร้อมๆ กับการ Break Trendline ในกราฟราคาด้วย

rsi cross คือ

ตัวอย่างภาพใน MetaTrader - EURUSD - ECN Hourly Chart - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

RSI Divergence : ความคลาสสิคที่แท้จริง

RSI Divergence คือสัญญาณการเทรดที่เกิดจากการที่ราคายังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ แต่เส้น RSI กลับเปลี่ยนทิศทาง ยกตัวอย่าง Divergence ขาลง (RSI bearish divergence) จะเกิดขึ้นเมื่อราคายังคงสร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) แต่เส้น RSI ได้ลดระดับลงแล้ว ซึ่งสัญญาณ Divergence "มักจะ" เกิดขึ้นในจังหวะที่ราคาเป็นจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของรอบนั้นๆ ซึ่งทำให้เทรดเดอร์หลายคนสามารถเข้าเทรดได้ในจังหวะที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดหรือต่ำสุด

ส่วน RSI Divergence ในฝั่งขาขึ้น ก็เป็นลักษณะที่ราคายังคงต่ำลงเรื่อยๆ (Lower High) แต่เส้น RSI ได้ปรับตัวขึ้นมาแล้ว จะเห็นว่า สัญญาณ RSI Divergence เป็นเทคนิคระดับที่สูงกว่าสัญญาณทั่วไป ที่ต้องรอให้เกิด RSI Cross หรือต้องรอให้ราคาทะลุ Trendline ก่อน ซึ่งทำให้ระบุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดได้ล่วงหน้า (หากราคาเกิดการกลับตัวจริงๆ) นี่คือเหตุผลที่ RSI Divergence เป็นเครื่องมือหลักๆ ของนักเทรดที่ใช้ Technical Analysis

rsi divergence

ตัวอย่างภาพใน MetaTrader - EURUSD - ECN Daily Chart - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

บทสรุป : การใช้ RSI Forex (ต้องทดสอบ)

มันง่ายมากๆ ที่จะเริ่มต้นด้วยการใช้ RSI เป็นพื้นฐานในการเทรด Forex และด้วยความนิยมอย่างมากในตลาด Forex, Gold เทรดเดอร์ต่างประเทศเลยมักเรียกรวมๆ ว่า RSI Gold, RSI Forex เพราะเหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์มือใหม่มักกระโดดเข้ามาในตลาดโดยที่ยังไม่ได้ทดสอบค่าต่างๆ ใน RSI (Parameter) ซึ่งอาจจะทดลองในบัญชี Demo ก็ได้ เพราะค่า 5 กับ 14 ที่อธิบายไป อาจไม่ได้เหมาะสมกับจริตในการเทรดของแต่ละคน ซึ่งนี่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อพอร์ตการลงทุนของคุณได้ นี่เองที่ทำให้ RSI มีการใช้อย่างผิดๆ หรืออาจจะไม่ผิดไปเลย แต่ใช้อย่างไม่เหมาะสม

แต่ถ้าศึกษาและทดสอบด้วยตัวเอง RSI จะช่วยให้คุณสามารถระบุแนวโน้มของราคา สัญญาณการกลับตัวของราคา ซึ่งจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเราเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับ แนวรับ-แนวต้าน มากยิ่งขึ้น จะทำให้คุณสามารถกรองสัญญาณการเทรดได้ดียิ่งขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเทรดขึ้นคุณกับตัวเองเป็นหลัก คุณต้องฝึกฝนกลยุทธิ์การเทรดด้วย RSI อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรดได้

ฝึกเทรดด้วยบัญชีทดลอง!

เทรดเดอร์มือใหม่สามารถฝึกเทรดด้วยบัญชีทดลอง (Demo) ได้โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ไม่ต้องใช้เงินจริงเพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมของตลาด โดยคุณจะสามารถเทรดสินค้าใดๆ ก็ได้ ราคาเหมือนจริงทุกประการ คำนวณผลกำไรขาดทุนตามจริงทุกประการ และคุณสามารถฝึกเทรดบนบัญชี Demo ได้เรื่อยๆ แบบไม่จำกัด ฝึกจนกว่าคุณจะพร้อมกับสนาม Forex สนามเทรดที่ดุเดือดที่สุดของโลก

ต้องการเปิดบัญชีเพื่ดทดลองเทรดได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

rsi indicator คือ

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ