เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

คู่มือการใช้ Ichimoku Kinko Hyo และระบบเทรดแบบต่างๆ

กรกฎาคม 28, 2020 04:50 UTC
Reading time: 20 minutes

เทคนิคการเทรดที่มาจากดินแดนปลาดิบ "ญี่ปุ่น" มีเทคนิคที่เป็นที่รู้จักกันดีในโลกของการวิเคราะห์ทางเทคนิค นั่นก็คือ "กราฟแท่งเทียนญี่ปุ่น" (Japanese candlesticks) แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ยังมีอีกองค์ความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับการเทรดที่มาจากญี่ปุ่น? คำตอบก็คือ "Ichimoku Kinko Hyo" หรือบางคนจะนิยมเรียกสั้นๆ ว่า "Ichimoku Cloud"

Ichimoku Kinko Hyo คือ

ที่เรียกว่า Ichimoku Cloud เพราะลักษณะเป็นเหมือน "ก้อนเมฆ" ที่ทำหน้าที่ในการติดตามแนวโน้ม (trend-following) และทำให้คุณสังเกตเห็น Price Action ในภาพรวมได้อย่างรวดเร็ว และในบทความนี้เอง คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวของ Ichimoku Kinko Hyo ดังนี้

Ichimoku Kinko Hyo คือ?

Ichimoku Kinko Hyo คือ Indicator วิเคราะห์กราฟราคาที่มีความสามารถหลากหลาย ตั้งแต่ระบุแนวรับ-แนวต้าน ยืนยันทิศทางของราคา ประเมินกำลังของแนวโน้ม และสามารถใช้เป็นตัวให้สัญญาณในการเข้าเทรดได้โดยตรง

Ichimoku Kinko Hyo ส่วนใหญ่จะเรียกสั้นๆ ว่า Ichimoku Cloud มันได้รับการออกแบบขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930 โดย Goichi Hosoda "นักข่าวชาวญี่ปุ่น" ผู้ใช้เวลากว่า 30 ปี ในการปรับปรุงเทคนิคนี้ของเขาให้สมบูรณ์ก่อนที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะในช่วงราว 1960

มันเป็นระบบการเทรดที่ทำงานกับได้ดีกับทุกไทม์เฟรมและทุกๆ สินค้าทางการเงินใดๆ Indicator ตัวนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าใจสภาวะตลาดในสินค้าประเภทต่างๆ ที่แตกต่างกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ค้นพบโอกาสในการเข้าเทรดได้มากกว่า พูดง่ายๆ ก็คือ มันจะช่วย "กรอง" สภาวะตลาดที่เรา "จะเทรด" หรือ "ไม่เทรด" ได้ทีละหลายๆ สินค้าในช่วงเวลาเดียวกันได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการมอนิเตอร์ตลาดลงไปได้อย่างมาก

ทั้งนี้ Ichimoku Kinko Hyo สามารถใช้ได้ดีทั้งตลาดที่เป็น Uptrend หรือ Downtrend โดยมันได้รับความนิยมอย่างมากในการเทรดในตลาด Forex ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาด Forex ได้ที่บทความ " Forex คืออะไร" ในเว็บไซต์ของเรา

ส่วนประกอบของ Ichimoku Kinko Hyo

Ichimoku Kinko Hyo ประกอบด้วยกราฟิกจำนวนมากที่พล็อตลงบนกราฟราคา ซึ่งส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เราสามารถระบุว่าแนวรับและแนวต้านว่าอยู่ที่บริเวณใด และจะมีส่วนที่บอกว่า ตลาดมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ดังที่จะได้อธิบายต่อไปนี้

การตั้งค่า Ichimoku Cloud

เวลาเราใส่ Ichimoku Kinko Hyo เข้าไปในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 มันจะมีให้ปรับแต่งอยู่ 5 อย่าง โดยตัวหลัก คือ Up Kumo กับ Down Kumo ซึ่งจะเป็นตัวที่แสดงก้อนเมฆ ให้สังเกตที่ภาพ 1.1 ด้านล่าง ถ้า Up Kumo อยู่ด้านบน ตัวก้อนเมฆจะเปลี่ยนเป็นสีของ Up Kumo หรือก็คือ "เป็นขาขึ้น" ซึ่งในกรณีนี้ตั้งค่าไว้เป็นสีฟ้า แต่ถ้า Down Kumo อยู่ด้านบน ตัวก้อนเมฆจะเปลี่ยนเป็นสีของ Down Kumo หรือ "ขาลง" ซึ่งในกรณีนี้ตั้งค่าไว้ให้เป็นสีแดง

ตัวอย่างกราฟิกต่างๆ ของ Ichimoku Kinko Hyo

ภาพ 1.1 : กราฟ EURCHF ราย 1 ชั่วโมง, ตั้งแต่ 15 Jun - 28 Jul 2020, แสดงกราฟิกต่างๆ ที่จะแสดงเมื่อใช้ Ichimoku Kinko Hyo ในแพลตฟอร์มของ Admiral Markets

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

Kumo หรือ "ก้อนเมฆ"

Kumo นับว่าสำคัญที่สุดสำหรับการใช้ Ichimoku Kinko Hyo จะแบ่งเป็น Up Kumo กับ Down Kumo โดย Up Kumo เดิมทีจะเรียกว่า Senkou Span A (SSA) ในขณะที่ Down Kumo จะเรียกว่า Senkou Span B (SSB) หน้าที่หลักของ Kumo คือการระบุแนวโน้ม

  • ถ้า SSA อยู่เหนือ SSB = แนวโน้มจะเป็นขาขึ้น (หรือดูว่าเป็นก้อนเมฆสีตาม Up Komo)
  • ถ้า SSB อยู่เหนือ SSA = แนวโน้มจะเป็นขาลง (หรือดูว่าเป็นก้อนเมฆสีตาม Down Komo)
  • ถ้าก้อนเมฆวิ่งตัดกลับไปกลับมา หรือราคาวิ่งมาพันกับแนวก้อนเมฆ แน่นอนว่า สภาวะแบบนี้คือช่วงที่ตลาดเป็น Sideways
  • ถ้าก้อนเมฆ "แคบ" = ช่วงที่ตลาดมีความผันผวนน้อย
  • ถ้าก้อนเมฆ "กว้าง" = ก็คือช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมาก โดยหลักการนี้จะเหมือนกับแนวคิดของ Bollinger Bands

Tenkan-Sen และ Kijun-Sen

Tenkan หรือเส้น "Fast Line" กับ Kijun Sen หรือเส้น "Slow Line" ทั้ง 2 อย่างนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือระบุสัญญาณการเทรด โดยจะใช้แนวคิดเดียวกันกับ Moving Average โดย Tenkan ทำหน้าที่เป็นภาพแทนของแนวโน้มระยะสั้น ในขณะที่ Kijun-Sen คือภาพแทนของแนวโน้มระยะกลาง

  • Tenkan จะถูกพิจารณามากกว่า โดยเป็นภาพแทนของโมเมนตัมในระยะสั้น
  • Tenkan ที่เพิ่งตัดเหนือ Kijun-Sen ขึ้นก็เปรียบเสมือนเส้นค่าเฉลี่ยที่ตัดขึ้น และสะท้อนภาพ Bullish ในระยะสั้น
  • ในทางตรงกันข้าม หาก Tenkan ตัดเส้น Kijun-Sen ลงมา ย่อมหมายถึง ภาพที่เป็น Bearish

Chikou หรือ "ภาพใหญ่"

หน้าที่ของ Chikou คือการแสดงการเคลื่อนไหวของราคาในช่วง 26 แท่งเทียนที่ผ่านมา ซึ่งในกรณีนี้เราสามารถปรับวันเป็นจำนวนวันอย่างอื่นได้ แต่ที่ต้องใช้ 26 วันเพราะมองว่า จะเป็นตัวแทนของภาพการเทรดในรอบ 1 เดือน ซึ่งจะอยู่ประมาณ 20 - 30 วันนั่นเอง ฉันหมายถึงมันเป็นรูปแก้วที่มีราคาแพง แต่มันเปลี่ยนไป 26 แท่งเทียน ด้วยเหตุนี้สถานการณ์ราคาปัจจุบันจึงเปรียบได้กับช่วงเวลา 26 ก่อนหน้า การวิเคราะห์ของ Chikou ยืนยันถึงแนวโน้มใหม่และศักยภาพของมันเมื่อเทียบกับระดับอื่นๆ ใน Ichimoku Kinko Hyo

ทดลองเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ด้วย Ichimoku Kinko Hyo

คุณคงไม่ทราบว่า เทคนิคการเทรดของค่ายแดนปลาดิบไม่ว่าจะเป็น "การแท่งเทียน" หรือที่เรากำลังพูดถึงในบทความนี้อย่าง Ichimoku Kinko Hyo นั้น หลักๆ พัฒนาเพื่อการเทรดในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะการเทรดในตลาดข้าว ดังนั้น การคุณกำลังทดลองที่จะใช้ Ichimoku Kinko Hyo แล้ว เราอยากขอให้แนะนำให้คุณทดลองเปิดบัญชีเทรด Commodity กับ Admiral Markets ดู คุณสามารถทดลองเทรดด้วยบัญชีเงินจำลองได้อย่างไม่จำกัด ง่ายๆ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เปิดบัญชีฟรี!

เปิดบัญชีเทรด Commodity

วิธีการตีความด้วย Ichimoku Kinko Hyo

การพิจารณา Tenkan-sen + Kijun-sen + Chikou span

Tenkan-sen "เส้นเร็ว" แสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น ซึ่งมันก็เปรียบเสมือน "เส้นเร็ว" เวลาเราใช้ Moving Average แบบเป็นคู่ ถ้าหากราคาสูงกว่าเส้น Tenkan-sen มันก็บ่งบอกว่า ในระยะสั้นนั้น ราคาเป็นขาขึ้น แต่หากราคาต่ำกว่า Tenkan-sen ก็หมายถึง ตลาดกำลังเป็นขาลงในระยะสั้น จะเห็นว่า แนวคิดเหมือนเรื่องเส้นค่าเฉลี่ยทุกประการ

  • Tenkan-sen คือ ภาพรวมของการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น

เทคนิคของ Tenkan-sen คือการที่เราต้องพยายามสังเกตลักษณะการเคลื่อนที่ของมัน โดยถ้าเส้น Tenkan-sen มีลักษณะราบเรียบ หรือยักไปยักมา นั่นจะบ่งบอกว่า ในระยะสั้น ตลาดยังเคลื่อนเป็น Sideways อยู่ ซึ่งถ้าภาพในระยะสั้นยังไม่มีแนวโน้ม เราก็ยังไม่ควรเข้าไปเทรด แต่ถ้า Tenkan-sen เคลื่อนเป็นแนวโน้ม เช่น มีการทำ Higher High ในตัวเส้น Tenkan-sen นั่นก็อาจหมายถึง ตลาดกำลังจะเคลื่อนเป็นแนวโน้มครั้งใหม่

เนื่องจาก Ichimoku Cloud พัฒนาขึ้นมาโดยเน้นให้เทรดเกาะไปตามแนวโน้มเป็นหลัก ดังนั้น คุณควรจะใช้ Ichimoku Kinko Hyo เมื่อตลาดมีแนวโน้มเท่านั้น และการจะยืนยันแนวโน้มได้ เราจะใช้ Tenkan-sen (เส้นเร็ว) และ Kijun-sen (เส้นช้า) ประกอบกัน โดยตัว Kijun-sen นั้นก็ใช้แนวคิดเรื่อง Moving Average เช่นเดียวกัน แต่มันจะเป็นภาพแทนของไทม์เฟรมที่ใหญ่กว่า

  • Kijun-sen คือ ภาพรวมของการเคลื่อนไหวของราคาในระยะกลาง

การทำงานร่วมกันระหว่างของ Tenkan-sen และ Kijun-sen จะสามารถให้สัญญาณการเทรดแก่เราในลักษณะคล้ายกับการ 'ครอสโอเวอร์' ของเส้นค่าเฉลี่ยได้ กล่าวคือ หาก Tenkan-sen (เส้นเร็ว) เคลื่อนที่ตัดขึ้นไปเหนือ Kijun-sen (เส้นช้า) นี่ก็เท่ากับเป็นสัญญาณให้เข้า Buy ได้ ในทางกลับกัน ถ้า 'เส้นสั้น' ตัด 'เส้นยาว' ลงมา ก็ใช้เป็นสัญญาณ Sell ได้

แต่ทั้งนี้ Chikou span จะเป็นตัวคุมภาพรวมในการเทรดระยะสั้นทั้งหมด ตัว Chikou span จะเป็นตัวบอก "Big Picture" หรือภาพใหญ่ ณ ขณะนั้นว่า สัญญาณจาก Tenkan-sen และ Kijun-sen จะสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ วิธีการดู Chikou span คือให้โฟกัสที่เส้น Chikou span เลยว่า มันอยู่เหนือราคาหรือใต้ราคา

  • ถ้า Chikou span สูงกว่าราคา = อยู่ในโทน Bullish
  • ถ้า Chikou span ต่ำกว่าราคา = อยู่ในโทน Bearish

คุณควรจะใช้ Chikou span เป็นตัวกรอง ก่อนที่จะใช้สัญญาณกาตัดกันของ Tenkan-sen และ Kijun-sen เช่นในกรณีที่คุณต้องการ Sell คุณต้องรอให้ Chikou span ต่ำกว่าราคาก่อน แล้วค่อยไปดู Tenkan-sen (เส้นสั้น) ว่ามันได้ตัด Kijun-sen (เส้นยาว) ลงมาหรือไม่

Cloud

Kumu หรือ "ก้อนเมฆ" เป็นพื้นที่ระหว่าง Senko Span A และ Senko Span B คืออะไร หากราคาอยู่เหนือก้อนเมฆก็เป็นสัญญาณ Bullish ส่วนบนของคลาวด์ทำหน้าที่เป็นบรรทัดแรกและส่วนล่างของก้อนเมฆเป็นบรรทัดที่สอง หากราคาต่ำกว่าคลาวด์การกลับรายการจะเป็นจริง

อย่างที่เคยบอกว่า Cloud นั่นถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุดของ Ichimoku Kinko Hyo นี่คือเครื่องหมายคร่าวๆ และด้านล่างของก้อนเมฆทำหน้าที่เป็นแนวต้านระดับแรก มีเหตุผลส่วนบนของก้อนเมฆเป็นระดับที่สองของแนวต้าน ยิ่งก้อนเมฆกว้างเท่าไหร่ก็จะยิ่งรองรับหรือต้านทานได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกรณีที่ก้อนเมฆมีขนาดบาง นั่นหมายถึงความแข็งแกร่งของแนวนั้นๆ ก็เบากว่าก้อนเมฆที่มีขนาดใหญ่

เริ่มเทรดโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอง

หากคุณเริ่มได้ไอเดียเกี่ยวกับการเทรดด้วย Ichimoku Kinko Hyo แล้ว เราก็ภูมิใจเช่นกันที่จะนำเสนอว่า เทรดเดอร์มืออาชีพที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets สามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ ได้จากระบบบัญชีเงินจำลอง (Demo Account) ได้ ซึ่งทำให้สามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ แน่นอนว่า รวมถึงกลยุทธ์ Ichimoku Kinko Hyo ของคุณอีกด้วย คุณจะสามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ บนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

สรุปประโยชน์ของ Ichimoku Kinko Hyo

จากคำอธิบายส่วนประกอบต่างๆ ของ Ichimoku Kinko Hyo จะเห็นว่า แต่ละองค์ประกอบมีประโยชน์ในตัวของมันเอง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • สามารถใช้เทรดในตลาดการเงินได้เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น, ฟิวเจอร์สหรือออปชั่น แน่นอนว่ารวมถึงตลาด Forex ด้วย ซึ่งที่ทำให้ Ichimoku Cloud สามารถใช้ได้กับสินค้าที่หลากหลายเนื่องจากมันถูกออกแบบในแก้จุดอ่อนของเครื่องมืออื่นๆ ที่ไม่สามารถประเมิน "ความผันผวน" ของตลาดได้อย่างสะดวก โดยในกรณีของ Ichimoku Kinko Hyo จะสามารถวิเคราะห์ความผันผวนผ่าน "ขนาดของเมฆ" ได้ทันที
  • Ichimoku Kinko Hyoช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่กระชับหรือแลกเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วรวมถึงความเข้าใจอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับทิศทางความรู้สึกแรงผลักดันและความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคา
  • Ichimoku Kinko Hyo แสดงภาพที่ชัดเจนขึ้นเพราะมันแสดงข้อมูลจำนวนมากขึ้นซึ่งให้ความน่าเชื่อถือมากขึ้นในการทำความเข้าใจกับการเคลื่อนไหวของราคา เทคโนโลยีนี้รวมตัวบ่งชี้สามตัวบนแผนที่ทำให้ผู้ค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น
  • Ichimoku Kinko Hyo เป็นระบบกราฟแนวโน้มความชอบ นั่นคือมันทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่แสดงแนวโน้มที่ชัดเจน สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ค้าหาทิศทางของการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อให้เขาสามารถเข้าใจแนวโน้มโดยรวมได้ดีขึ้น วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถจับทิศทางของแนวโน้มระหว่างชั่วโมงการซื้อขายเพื่อที่ Ichimoku Kinko Hyo จะได้รับการแบ่งราคาผิด

กลยุทธ์การเทรด Ichimoku Kinko Hyo

ทฤษฎีหรือแนวคิดเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ Ichimoku Kinko Hyo แต่หัวข้อนี้จะแสดงตัวอย่างวิธีการเข้าเทรดด้วยสัญญาณจาก Ichimoku Kinko Hyo โดยท่านสามารถเลือกใช้วิธีการเทรดได้อย่างหลากหลาย โดยจะแบ่งเป็นหัวข้อดังที่แสดงต่อไปนี้

ก้อนเมฑน้ำทิศ "เทรดแนวโน้ม"

การดูแนวโน้มราคาทองคำด้วย Ichimoku Cloud

ภาพ 1.2 : กราฟ Gold ราย 1 Day, ตั้งแต่ 7 May - 29 Nov 2019, แสดงตัวอย่างวิธีการอ่านแนวโน้มด้วย Ichimoku Cloud

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

สำหรับคนที่เทรดตามแนวโน้ม จะมี 2 จังหวะ อย่างแรกคือที่แสดงตามภาพ 1.2 จะเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ราคาวิ่งจากด้านบนทะลุเมฆลงมา นั่นจะถือเป็นจังหวะในการเข้า Sell ในทางตรงกันข้าม หากราคาอยู่ใต้ดินมาตลอด แล้วสามารถสะสมกำลังจนวิ่งขึ้นไปทะลุก้อนเมฆของ Ichimoku Kinko Hyo ได้ ก็จะถือว่าเป็นสัญญาณ Buy ลองสังเกตลูกศรตามภาพที่ 1.2

อีกประการหนึ่งที่เป็นข้อสังเกต คือ กรณีที่มีการวิ่งทะลุเมฆ หลายครั้งมักเกิดจากการสะสมกำลังจนเปลี่ยนทิศ ซึ่งก่อนจะเปลี่ยนทิศมักมีสัญญาณ Divergence ในเครื่องมือประเภท Oscillator ดังนั้น ในกรณีที่เราจะใช้วิธีการเทรดตามแน้วโน้มโดยรอให้ราคาวิ่งทะลุเมฆ อยากให้สังเกตว่า ก่อนหน้านั้นได้มีสัญญาณ Divergence จากเครื่องมือ เช่น MACD หรือ RSI หรือไม่

การซื้อสะสม

ยังอยู่ที่ภาพ 1.1 เช่นเดิม ตอนแรกเป็นการเทรดตามแนวโน้ม ส่วนในกรณีของการ "ซื้อสะสม" ก็ยังอาศัยการเทรดตามแนวโน้มเช่นเดิม แต่จะใช้แนวคิดของการซื้อสะสม ซึ่งคุณสามารถประยุกตร์ใช้เข้ากับเทคนิคการเทรดแบบ Grid Trading ได้ด้วย โดยการซื้อสะสมจะเข้าซื้อในจังหวะการย่อตัวของราคาที่เป็นแนวโน้ม

สิ่งที่เราต้องทำคือให้สังเกตว่า ขนาดของก้อนเมฆที่มารอรับเรานั้น มีขนาดใหญ่ขนาดไหน เช่น ถ้า Range ของก้อนเมฆอยู่ที่ประมาณ 50 Pips ก็ให้เราเตรียมเงินที่จะซื้อในช่วง 50 Pips หรืออาจจะคูณ 1.5 เพื่อขยายพื้นที่ในการรับซื้อก็ได้

คำถามคือว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่า จะต้องเตรียมตัวตอนไหน วิธีการดูก็คือให้ดูที่ Tenkan-sen เพราะมันคือ คือ ภาพรวมของการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น ถ้าในขณะที่ราคาเคลื่อนเป็นแนวโน้มขาขึ้นแล้ว แต่แล้วหลังจากนั้น Tenkan-sen ได้เคลื่อนตัดเส้น Kijun-sen ลงมา ก็ถือว่า การพักตัวได้เริ่มขึ้นแล้ว และให้เรารอสะสม Buy ตามขนาดของก้อนเมฆ

เริ่มทดสอบกลยุทธ์การเทรด Ichimoku Kinko Hyo ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5

คุณรู้หรือไม่ว่า? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและระบบเทรดได้ตามต้องการ ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย และโบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรด Forex

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ