เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

ADX คืออะไร : เทคนิคการเทรดด้วย ADX Forex Indicator

เมษายน 21, 2020 23:59 UTC
Reading time: 11 minutes

บทความนี้ จะเป็นหมวดเทคนิคการใช้งาน Indicator ซึ่งคราวนี้จะเป็น Indicator ยอดนิยมที่ชื่อว่า ADX Indicator แต่ก็อาจเป็น Indicator MT4 ที่อีกหลายคนเลือกที่จะ "ไม่ใช้" เช่นกัน เนื่องจากเป็น Indicator ที่ไม่ได้ให้สัญญาณการเทรดอย่างตรงตัว ต้องใช้การตีความร่วมกับเทคนิคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในบทเรียนนี้เราจะเริ่มอธิบายกันตั้งแต่ ADX คืออะไร, ADX Indicator มีวิธีการคำนวณอย่างไร, ADX Forex จะตีความสภาวะตลาดได้อย่างไรบ้าง, เส้น ADX คืออะไรบ้าง รวมถึงเทคนิคขั้นสูงสำหรับแพลตฟอร์ม ADX Indicator MT4 พร้อมแล้วไปลุยกัน!

ADX Indicator คืออะไร - อธิบายเกี่ยวกับ ADX แบบครบๆ

กลยุทธ์การเทรด ที่ "ทรงพลังที่สุด" บางอย่างก็เป็นกลยุทธิ์ง่ายๆ ที่ถูกต้องเล่าต่อๆ กันในตลาดการเงินแห่งนี้ ไม่ว่าจะใน Forex ก็ดี หรือ Commodity ก็ดี แต่อยากให้คุณลองทบทวนดูดีๆ ว่า กลยุทธิ์ที่เรียบง่ายเหล่านี้ มีองค์ประกอบอะไรซุกซ่อนอยู่ ถ้ายังคิดไม่ออก จะเฉลยให้เลยว่า การที่คุณสามารถ "ระบุแนวโน้ม" ได้ คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด เพราะหากคุณไม่สามารถระบุสภาวะปัจจุบันของตลาดได้ มันก็จะไม่นำไปสู่ขั้นตอนการเลือกกลยุทธิ์การเทรดว่า คุณจะเทรดตามแนวโน้ม หรือเทรดสวนแน้วโน้ม (Counter to the Trend)

และในการระบุแนวโน้ม ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับ "ความแข็งแกร่ง" ของแนวโน้มอีกด้วย ซึ่งนี่จะเป็นเทคนิคที่ทำให้สามารถวิเคราะห์สภาวะตลาดได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกระดับ โดย Indicator ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ ก็คือ ADX Forex Indicator เป็น Indicator MT4 อีกชนิดที่แถมมาให้อยู่แล้วในแพลตฟอร์ม พัฒนาขึ้นมาโดย J. Welles Wilder ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้เทรดเดอร์ที่อยู่ใน CTA โดยเขาเป็นผู้คิดคิด Indicator ยอดนิยมอีกหลายตัว เช่น

  • RSI Indicator
  • ATR Indicator
  • Parabolic SAR Indicator

ADX คือ

ADX คือ Indicator วัดสภาวะตลาดทางการเงินชนิดหนึ่ง ย่อมาจาก "Average Directional Movement Index" เหมาะทั้งสำหรับการเทรด Forex, หุ้น, ทองคำ ฯลฯ ออกแบบมาเพื่อ "วัดความแข็งแกร่ง" ของสภาวะแนวโน้มของตลาด ดังนั้น ADX Indicator คือเครื่องที่จะวิเคราะห์ได้ว่า แนวโน้มมีโอกาสจบลงหรือยัง, วิเคราะห์ว่าสภาวะตลาดปัจจุบันมีความเป็น "ไซด์เวย์" หรือไม่ ซึ่งจะแตกต่างจาก Indicator ตัวอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์ในการ "ให้สัญญาณ" เทรดตรงๆ ทำให้ ADX อาจจะไม่ได้รับความนิยมสำหรับการเทรดแบบ Scalping มากนัก แต่สำหรับการเทรดระยะยาว นั้นนับว่า เป็นเครื่องมือหลักของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว

หลักการพื้นฐานของ ADX Indicator

ความจริงจะเหมือน ADX เป็นการยัดรวมของหลายๆ เครื่องมือ เพราะตัวหลักๆ การคำนวณมันจะมาจาก Indicator ที่ J. Welles Wilder ได้สร้างไว้ 2 ตัว ที่เรียกว่า Directional Indicator โดยจะแบ่งเป็น

  • Directional Indicator ที่เป็น "บวก" : เรียกว่า (+DI)
  • Directional Indicator ที่เป็น "ลบ" : เรียกว่า (-DI)

หลักการของทำงานของ เส้น ADX ชุด DI ทั้งบวกและลบ คือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "แนวโน้ม" ว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร โดยนำจุดราคาสูงสุดของวัน (High), จุดต่ำสุดของวัน (Low) และราคาปิด (Close) นำมาเปรียบเทียบกัน โดยเส้น +DI จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) หรือพิจารณาแท่งเทียนที่ปิดบวกว่า มีความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า

ในทางตรงกันข้าม การอ่านเส้น ADX ในชุด -DI จะบอกเราว่า ความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาลง (Bearish) หรือก็คือการพิจารณาแท่งเทียนที่ "ปิดลบ" เทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าที่กำหนด นั้นจะมีความแข็งแกร่งขนาดไหน ทำให้ ADX Indicator บอกข้อมูลของแนวโน้มได้ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาลงใน Indicator เดียวกัน นี้คือจุดแข็งสำคัญที่สุดของ ADX เราจะรู้ว่า ในช่วงเวลาที่เรากำหนดนั้น "ขาขึ้น" กับ "ขาลง" แสดงพฤติกรรมต่างกันอย่างไร

การสังเกตเส้น DI บวกและลบ ใน ADX Indicator

ภาพตัวอย่างหน้าต่างของ ADX ที่ใช้งานจริงๆ ในแพลตฟอร์มของ Admiral Markets - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

จากภาพด้านบน ให้ลองสังเกตบริเวณกล่องสีฟ้าใน ADX Indicator เส้นสีแดง คือ -DI และเส้นสีเขียว คือ +DI โดยในกล่องสีฟ้าจะเป็นช่วงที่เส้น DI ทั้งสองพันกันไม่ยอมไปไหน นั่นก็คือในช่วงเวลาที่กำหนด (ในรูปคือ 14 แท่งเทียน) ความแข็งแกร่งของทั้งขาขึ้นและขาลง มีกำลังที่พอๆ กัน แต่หลังจากนั้น ลูกศรสีฟ้าๆ จะเห็นว่า เส้นสีแดง หรือ -DI เริ่มขยายตัวฉีกออกไปมากยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่กราฟแท่งเทียนด้านบนยังไม่ลงเลยด้วยซ้ำ นั่นจะเห็นว่า เส้น DI จะให้สัญญาณได้ก่อนว่า ตลาดเริ่มอ่อนแรงหรือพลิกไปฝั่งตรงข้าม

หลักการพื้นฐานของ ADX Indicator จะทำให้เราเห็นว่า DI ทั้งเส้นแดงและเขียว (ต้องตั้งค่าสีของเส้น DI เอง) เหมือนเป็นขั้วตรงข้าม ช่วงที่ตลาดกระทิงแข็งแกร่งกว่า เส้นสีเขียวจะวิ่งไปด้านบน ซึ่งเส้นแดงก็จะอยู่ด้านล่าง ในขณะที่ถ้าตลาดมีทิศทางขาลงที่หนักแน่นกว่า เส้นสีแดงจะอยู่ด้านบน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ DI เส้นไหนอยู่ด้านบน เราจะตีความได้อย่างง่ายๆ ว่า นี่เป็นช่วงที่เส้นนั้นๆ มีอิทธิพลเหนือกว่าอีกฝั่ง และอย่าลืมข้อสังเกตที่สำคัญก็คือ ช่วงจังหวะที่เส้น DI พันกันเหมือนในกล่องสีฟ้า มันมักจะมีการวิ่งออกจากกรอบในไม่ช้า!

คุณรู้หรือไม่ว่า Admiral Markets ได้นำเสนอแพลตฟอร์มการเทรดอันดับ 1 ที่สามารถเข้าถึงตราสารทางการเงินที่หลากหลายจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ที่สำคัญคือ FREE! เทรดเดอร์สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่ทรงพลังของ MT4 อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ และลูกเล่นอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดของคุณ

คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดและเปิดบัญชีได้ฟรี!

เทรดด้วย ADX ผ่านการเปิดบัญชีเทรด Forex ได้ที่นี่

การตั้งค่า ADX Forex ใน MT4

เมื่อคุณติดตั้ง MetaTrader 4 บนอุปกรณ์ของคุณแล้ว คุณจะเห็นว่า ในตัวแพลตฟอร์มจะมีหน้าต่างทางลัดอยู่ด้านซ้าย ซึ่ง ADX จะอยู่ในหมวด Trend โดยใช้ชื่อเต็มเลยว่า Average Directional Movement Index ซึ่งเราสามารถลากเม้าส์แล้วไปวางบนกราฟได้เลย ดังตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวที่แสดงอยู่ด้านล่างนี้

ภาพแสดงการใส่ ADX ในกราฟ EURUSD แบบรายชั่วโมงใน MetaTrader 4

ภาพแสดงการใส่ ADX ในกราฟ EURUSD แบบรายชั่วโมงในแพลตฟอร์ม MT4 ของ Admiral Markets - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

หลังจากที่คุณลาก ADX ไปวางบนกราฟแล้ว จะมีหน้าต่างการตั้งค่าสำหรับ ADX แจ้งเตือนขึ้นมาให้คุณป้อนค่าสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการจะเปรียบเทียบ โดยค่าปกติคือ 14 แท่งเทียน และในส่วนนี้เอง ที่คุณจะสามารถเปลี่ยนสีใน ADX Indicator ของคุณได้ ซึ่งจากตัวอย่างของเรา จะเห็นว่า เราจะเลือก +DI ให้เป็นเสียวและปรับเส้นให้หนาขึ้นหน่อย อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณ

หน้าต่างการตั้งค่า ADX ในแพลตฟอร์ม MT4

ที่มา: MT4 แสดงหน้าต่างตั้งค่าเปลี่ยนสีใน ADX

ค่าเริ่มต้นคือ 14 แต่สำหรับตลาดที่มีรวบการเทรดที่บ่อยหรือรวดเร็ว อาจจะปรับใช้เป็น 10, 12 ก็ได้ แต่ตัวเลขนี้ต้องมาจากการทดสอบและอยู่บนหลักการทางสถิติที่คุณได้ไปตรวจเช็คย้อนหลังมาอย่างดีแล้ว หลังจากนั้น เมื่อผ่านขั้นตอนของการตั้งค่า MT4 ก็จะแสดงหน้าต่าง ADX ไว้ด้านล่าง คุณจะเห็นว่า มันจะมีเส้น DI ทั้งสองเส้น และมีเส้น ADX อีก 1 เส้นที่เราจะอธิบายต่อไปข้างล่าง นี่คือเส้นที่บอกลักษณะของแนวโน้มโดยเฉพาะ

หน้าต่าง ADX ที่แสดงในกราฟ EUR/USD ราย 4 ชั่วโมง

ที่มา: MetaTrader 4 - EUR/USD กราฟรายชั่วโมง - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

การอ่านเส้น ADX

ถึงตอนนี้ คุณจะมีพื้นฐานเกี่ยวกับ ADX ไปพอสมควรแล้ว โดยการใช้ DI อ่านว่าตลาดมีความแข็งแกร่งอย่างไร แต่เราจะรู้ได้อย่างไรเมื่อมีแนวโน้มเกิดขึ้น? แน่นอนว่าจะต้องใช้เส้น ADX ที่เหลือ ซึ่งโดยทั่วไปเราจะใช้การสังเกตเป็นโซนๆ อยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 และเจ้าของที่พัฒนา ADX อย่าง Wilder ก็อธิบายว่าค่าที่สูงกว่า 25 จะหมายถึงตลาดที่มีแนวโน้ม ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่า 20 แสดงว่ามีแนวโน้มน้อยหรือไม่มีเลย ดังนั้น โซน 20 - 25 เหมือนเป็นโซนวัดใจว่าจะเป็น Trend หรือ Sideway

ADX Forex บอกแนวโน้มค่าเงิน

ระบบการเทรด ADX จะแบ่งความแข็งแกร่งของตลาด โดยแบ่งโซนออกเป็นช่วงต่างๆ ที่นิยมกันคือการแบ่ง ADX เป็น 4 ระดับ ได้แก่

  • ถ้าเส้น ADX มีค่า 0-25 : ความแข็งแกร่งของแนวโน้ม : "ไม่มี" หรือ "อ่อนแอ"
  • ถ้าเส้น ADX มีค่า 25-50 : แนวโน้มถือว่ามี "ความแข็งแกร่ง"
  • ถ้าเส้น ADX มีค่า 50-75 : แนวโน้มแข็งแกร่งมาก
  • ถ้าเส้น ADX มีค่า 75-100 : แข็งแกร่งเกินค่าเฉลี่ยทั่วไปอย่างมาก เกิดขึ้นได้น้อย และสภาวะแบบนี้จะอยู่ได้ไม่นานนัก

โดยคุณสามารถเพิ่มเส้นแบ่งเพื่อให้สังเกตได้ชัดเจนจากหน้าต่างการตั้งค่าของ ADX ใน MT4 ดังภาพด้านล่างนี้

การตั้งค่าของ ADX ใน MT4 เพื่อเพิ่มเส้นแบ่งระดับ

ที่มา: แพลตฟอร์ม MT4 แสดงการตั้งค่า ADX เพื่อเพิ่มเส้นแบ่งระดับ

ใช้ ADX แยก "แนวโน้ม" กับ "ไซด์เวย์"

อย่างที่เราเห็น ADX สามารถบอกความเป็นแนวโน้มได้ โดยสังเกตว่าเส้น ADX อยู่ในโซนไหน ให้ลองสังเกตจากกราฟด้านล่างในจังหวะที่ราคาเปลี่ยนจากแนวโน้มขาลงที่ยาวนาน ดีดกลับตัวขึ้นมา (เราจะยังไม่รู้ว่าจะเป็น "ไซด์เวย์" หรือ "กลับตัว") ตัวเส้น ADX จะลดระดับลงมาใกล้ๆ 50 นั่นคือแนวโน้มยังแข็งแกร่งอยู่ แต่ลดความรุนแรงลง แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูก่อนหน้านั้น จะเป็นช่วงที่ ADX วิ่งต่ำกว่า 25 โดยมันจะเป็นช่วงที่ตลาดเทรดเป็นกรอบหรือไซด์เวย์ ซึ่งจากเทคนิค DI ที่อธิบายไปก่อนหน้า คุณจะเห็นว่า ไม่ว่า ADX จะเป็นแนวโน้มหรือไซด์เวย์ ตัวเส้น DI จะเสมือนเป็นตัวชี้เป้าว่า ในช่วงเวลานี้ควรจะเล่นหน้า Buy หรือ Sell มากกว่ากัน ให้จำง่ายๆ แบบนี้ก็ได้ว่า

  • ADX บอก "แนวโน้ม" หรือ "ไซด์เวย์" : ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดกลยุทธิ์ว่าจะเล่นแบบ Trend, Breakout หรืออื่นๆ ฯลฯ
  • DI จะบอกภาพรวมว่า หน้า Buy หรือ Sell แข็งแกร่งกว่ากัน
    • ซึ่ง DI อาจจะให้สัญญาณได้ก่อนด้วย อย่างตัวอย่างที่อธิบายก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ เทรดเดอร์หลายคนก็นิยมอ่านค่าแบบสำเร็จรูปไปเลย ซึ่งก็ถือว่ามีประสิทธิภาพพอสมควร เช่น ถ้า +DI อยู่สูงกว่า -DI และเส้น ADX อยู่เหนือกว่า 25 ก็ถือว่าเป็นสัญญาณในการเข้าถือ Buy แบบระยะยาว เป็นต้น

วอย่างการอ่านค่า ADX ในกราฟ USD/CAD

ตัวอย่างการอ่านค่า ADX ในกราฟ USD/CAD Daily Chart - MetaTrader 4 - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ตัวอย่างระบบเทรด ADX

ADX ยังสามารถใช้ในกลยุทธ์การเทรด Forex ที่แตกต่างกันได้ นี่คือตัวอย่างของกลยุทธ์การซื้อขายด้วย ADX ที่เราสามารถใช้กับตลาด Forex ได้ โดยระบบเทรดนี้ยังเสริม Indicator อีกตัวเข้ามา คือ MACD ซึ่งใช้การตั้งค่าที่แตกต่างจากค่าเริ่มต้น และคิดว่า คุณควรจะดาวน์โหลด MT4 เวอร์ชั่นพิเศษของ Admiral Markets ด้วย เพื่อที่จะสามารถใช้ Admiral Pivot ได้

  • ไทม์เฟรม: รายวัน (Daily)
  • คู่เงิน Forex ที่ใช้ได้ผลดี: EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, USD/CHF, GBP/JPY, EUR/JPY, NZD/USD, USD/CAD
  • Indicator ทั้งหมดที่ต้องใช้ ได้แก่
    • MACD(3,10,18)
    • ADX (18 ตัวอย่างจะใช้สีฟ้าเป็น +DI และสีแดงเป็น -DI)
    • Admiral Pivot (ตั้งค่าเป็นรายเดือน หรือ MN1)

การตั้งค่า Admiral Pivot เพื่อใช้ประกอบในระบบเทรด ADX

ที่มา: MetaTrader 4 - การตั้งค่า Pivot ในกราฟรายเดือน

สัญญาณเทรดฝั่ง Buy

  • เส้น +DI สีฟ้า ต้องอยู่เหนือ เส้น -DI สีแดง
  • ต้องให้ค่า ADX เหนือกว่า 25 หรือมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
  • สัญญาณเกิดจาก Histogram ของ MACD เปลี่ยนจากใต้ดิน ตัดขึ้นมาเหนือ 0 Line

สัญญาณเทรดฝั่ง Sell

  • เส้น +DI สีฟ้า ต้องอยู่ต่ำกว่า เส้น -DI สีแดง
  • ต้องให้ค่า ADX เหนือกว่า 25 หรือมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
  • สัญญาณเกิดจาก Histogram ของ MACD เปลี่ยนจากบนดิน ตัดลงมาต่ำกว่า 0 Line

สัญญาณการเทรด ADX ในคู่เงิน GBP/USD

ภาพตัวอย่างแสดงการเข้าเทรด GBP/USD ด้วยระบบเทรด ADX ใน MT4 - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

เป้าหมายการทำกำไร รวมถึง Stop-Loss จะถูกกำหนดจากแนว Pivot Point จากปลั๊กอิน Admiral Pivot คุณจะเป็นระยะของการ Stop Loss ก่อนเลยว่า มีระยะทางกี่ Pips หลังจากนั้นคุณก็ไปคำนวณ Lot ต่อว่า จะใช้ความเสี่ยงเท่าไหร่ ซึ่งเทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ความเสี่ยงต่อการเทรด 1 ครั้งไม่เกิน 2% ทั้งนี้ Take Profit ก็หลักคิดเดียวกัน คุณเข้าเทรดที่จุดไหน ก็ให้ Take Profit ที่แนว Pivot แนวต่อไป

บทสรุปวิธีการใช้ ADX

คุณจะเห็นว่า ADX คือ Indicator ที่ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายมากๆ แม้ว่าตัวมันเองจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเน้นที่การเทรดบนสภาวะตลาดที่เป็น Trend อย่างไรก็ตาม มันสามารถบอกได้ชัดเจนเหมือนกันว่า ช่วงนี้ตลาดเป็น Sideway หรือเปล่า ซึ่งทำให้คุณระมัดระวังและเปลี่ยนไปใช้กลยุทธิ์ที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดนั้นๆ แต่การเทรดด้วย ADX จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากลบจุดอ่อนของมันด้วย Indicator ตัวอื่นๆ เพราะ ADX ไม่ได้พัฒนามาให้แสดงสัญญาณการเข้าเทรดตรงๆ ในตัวอย่างจึงมีการเพิ่ม MACD เข้าไปด้วย อีกทั้งยังต้องใช้การวัดระยะการทำกำไรหรือจุดตัดขาดทุนจาก Pivot Point อีกต่อหนึ่ง

ในทางปฏิบัติจริงๆ คุณควรจะต้องมีการทดสอบสัญญาณการซื้อขายของคุณว่า ใช้งานได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือการทดสอบในบัญชีเงินจำลองหรือที่เรียกว่า Demo Account ซึ่งเปิดโอกาสในคุณสามารถทดลองกลยุทธิ์การเทรด Forex ได้ทุกประเภทโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ เลย เนื่องจากไม่ต้องใส่เงินจริงๆ เข้าไป คุณสามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ เทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ บนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง

ลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

ฝีกใช้ระบบเทรด ADX ผ่านบัญชี Demo ได้ที่นี่

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ