Pip คือ : ทำความเข้าใจ pip คืออะไรในตลาด Forex

Reading time: 12 minutes

pip คือ? หากคุณเริ่มมีความสนใจในตลาด Forex ยิ่งถ้าหากคุณได้ติดตามบทวิเคราะห์หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาด Forex อย่างเป็นประจำแล้ว คุณก็มีแนวโน้มที่จะเจอคำว่า pip หรือ pips เนื่องจากคำว่า pip เป็นคำสามัญสำหรับเทรดเดอร์ที่คุ้นเคยกับตลาด Forex มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับมือใหม่อาจจะเกิดคำถามว่า pip คืออะไร? ซึ่งบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง pip ในตลาด Forex, pip คือ, การคำนวณ pip ว่า 1 pip เท่ากับกี่จุด และสุดท้ายเป็นแนวคิดในภาคปฏิบัติเกี่ยวกับ pip เมื่อต้องเข้าไปเทรดในตลาด Forex จริงๆ

Pip คืออะไร

pip คือ : ความหมายของ pip ในตลาด Forex

pip คือหน่วยของการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด Forex, CFD ซึ่งในตราสารทางการเงินที่แตกต่างกัน การเปลี่ยนแปลงของราคาดังกล่าวก็จะมีมูลค่าที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน โดยมูลค่าของการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเรียกว่า pip value สรุปอย่างง่ายๆ คือ pip เป็น "หน่วยวัด" ในตลาด Forex, CFD ว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด

ตลาด Forex ยุคก่อนนั้น หน่วย pip เป็นหน่วยการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุด และตามปกติของตลาด Forex จะมีการกำหนดราคา (Quote) ของสกุลเงินต่างๆ ให้เป็นตัวเลขที่มีทศนิยม 4 หลัก โดยเลขทศนิยมหลักที่ 4 จะเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ดังนั้น การเปลี่ยนแปลง 1 pip ก็คือการเปลี่ยนแปลง 1 หน่วยของเลขทศนิยมในหลักที่ 4 นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีวิธีการวัดการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นทศนิยมในหลักที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยที่ย่อยต่อมาจาก pip โดยเราจะเรียกหน่วยของการเปลี่ยนแปลงในทศนิยมหลักที่ 5 ว่า point หรือ "จุด" ซึ่งก็สรุปได้ว่า 1 pip เท่ากับ 10 จุด

แม้ว่าปัจจุบัน เกือบทุกโบรกเกอร์จะกำหนดราคาในสกุลเงินต่างๆ หรือในตลาด Forex ให้มีหน่วยทศนิยมในหลักที่ 5 กันหมดแล้ว ซึ่งทำให้คำนิยามเดิมของคำว่า pip ที่เคยหมายถึง "ทศนิยมหลักสุดท้าย" เปลี่ยนไป โดย point กลายเป็นทศนิยมหลักสุดท้ายแทน อย่างไรก็ตาม หน่วย pip ยังคงเป็นหน่วยมาตรฐานสำหรับทุกๆ โบรกเกอร์และทุกแพลตฟอร์ม คำว่า pip ยังคงเป็นหน่วยวัดที่ใช้สื่อสารได้มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าใจตรงกันได้มากกว่า เนื่องจาก pip มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าคำว่า point ที่มีความหมายทั่วๆ ไป

pip value คืออะไร : 1 pip เท่ากี่จุด, มีมูลค่าเท่าไหร่

สำหรับ คู่สกุลเงิน ส่วนใหญ่ 1 pip คือการเปลี่ยนแปลงของราคาในทศนิยมในหลักที่ 4 แต่จะมีข้อแตกต่างบางประการหากเป็นคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินเยน (Japanese Yen) เนื่องจากโดยทั่วไปจะกำหนดราคาเป็นเลขทศนิยม 2 หลัก นั่นคือ 1 pip ในคู่เงินที่มีสกุลเงินเยน จะเป็นการเปลี่ยนแปลงของราคาในทศนิยมหลักที่ 2

pip value คือ มูลค่าที่เป็นจำนวนเงินต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาในหน่วย pip หรือก็คือ pip value จะเป็นการพิจารณาว่า 1 pip ในสกุลเงินหรือสินค้าต่างๆ จะมีมูลค่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่บนสัญญาขนาดต่างๆ การที่คุณเข้าใจว่า 1 pip มีมูลค่าเท่าไหร่ จะยิ่งมีความสำคัญเมื่อคุณมีการเทรดด้วยขนาดสัญญาที่หลากหลายมากขึ้น คุณจำเป็นต้องรู้ว่า เวลาที่คุณเพิ่มขนาดสัญญาในการเทรด มูลค่าเป็นจำนวนเงินนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ยกตัวอย่าง หากคุณต้องการเทรดสกุลเงิน EUR/USD ซึ่งเรารู้แล้วว่า 1 pip ของ EUR/USD จะเท่ากับการเปลี่ยนแปลง 0.0001 (การเปลี่ยนแปลงในทศนิยมหลักที่ 4) หากคุณซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.16650 และขายออกที่ราคา 1.16660 การเปลี่ยนแปลงของราคาหรือจำนวน pip จะเท่ากับ

  • 1.16660 - 1.16650 = 0.00010
  • นั่นคือทศนิยมหลักที่ 4 เปลี่ยนแปลงไป 1 หรือเท่ากับ 1 pip นั่นเอง

และหากคุณต้องการเทรด EUR/USD ด้วยสัญญาขนาด 1 Lot (1 Lot ใน EUR/USD = 100,000 ยูโร : หน่วยของขนาดสัญญาจะมีหน่วยเป็นสกุลเงินที่อยู่ด้านหน้าของคู่เงิน หรือ Base Currency) เราจะสามารถหามูลค่าของ pip อย่างคร่าวๆ ต่อขนาดสัญญาต่างๆ ได้โดยการนำขนาดสัญญา x การเปลี่ยนแปลงของราคา ก็จะได้ 100,000 x 0.0001 = 10 USD

พูดง่ายๆ ก็คือที่สัญญาขนาด 1 Lot การเคลื่อนไหว 1 pip จะเท่ากับ 10 USD นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ให้สังเกตว่า หน่วยของสกุลเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามสกุลเงินที่อยู่ด้านหลังของคู่เงิน (Quote Currency) เช่น USDCHF แต่ละ pip จะมีค่าเท่ากับ 10 CHF ในขณะที่ 1 pip ใน USDJPY จะเท่ากับ 1,000 Yen

คู่สกุลเงิน

1 pip เท่ากับ

ตัวอย่างราคา

สัญญา 1 Lot เท่ากับ

1 pip เท่ากับจำนวนเงิน

EURUSD

0.0001

1.16671

100,000 EUR

10 USD

GBPUSD

0.0001

1.31114

100,000 GBP

10 USD

USDJPY

0.01

113.553

100,000 USD

1,000 JPY

USDCAD

0.0001

1.27326

100,000 USD

10 CAD

USDCHF

0.0001

0.99543

100,000 USD

10 CHF

AUDUSD

0.0001

0.76260

100,000 AUD

10 USD

NZDUSD

0.0001

0.69008

100,000 NZD

10 USD

มาคำนวณ Forex Pip

สมมติว่าคุณเข้าเทรด EUR/USD ด้วยสัญญาขนาด 1 Lot ที่ราคา 1.16650 ในฝั่ง Buy มันจะมีค่าเท่ากับคุณซื้อสัญญาขนาด 100,000 EUR ซึ่งในทางทฤษฎี คุณกำลังขายสกุลเงิน USD เพื่อมาซื้อ EUR อยู่ ซึ่งมูลค่าของเงิน USD ที่คุณกำลังขายนั้น จะถูกกำหนดโดยอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขนะนั้น

ตัวอย่าง

  • EUR 100,000 x 1.16650 = 116,650 USD
  • ต่อมา คุณได้ทำการปิดสถานะของฝั่ง Buy ที่ราคา 1.16660 ซึ่งมีค่าเท่ากับการ Sell กลับ โดยเป็นการขาย EUR ที่ซื้อมาออกไป และซื้อ USD กลับคืนมา
  • EUR 100,000 x 1.16660 = 116,660 USD
  • สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจริงๆ คือ คุณซื้อสัญญา EUR มาด้วยเงิน 166,650 USD และคุณก็ขายสัญญานี้ออกไปด้วยราคาที่สูงขึ้น คือ 166,660 USD ซึ่งทำให้คุณได้กำไรเท่ากับ 166,650 - 166,660 = 10 USD

สรุปอีกครั้งว่า หากคุณกำลังเทรดด้วยสัญญาขนาด 1 Lot จะหมายถึง 100,000 หน่วยสกุลเงินหลัก (Base Currency) เช่น 1 Lot ใน EUR/USD จะเท่ากับ 100,000 EUR ทั้งนี้ ตัว pip value จะเป็นการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของราคาในทศนิยมหลักที่ 4 ในคู่สกุลเงินต่างๆ โดย 1 pip จะมีค่าเท่ากับ 10 หน่วยในสกุลเงินรอง (สกุลเงินที่อยู่ด้านหลัง หรือ Quote Currency) เช่น EUR/USD ราคาขยับ 1 pip จะเท่ากับ 10 USD

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโบรกเกอร์ Forex ให้มากกว่านี้ สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ : เลือกโบรกเกอร์ Forex และโบรกเกอร์ CFD อย่างไรให้ได้รายที่ดีที่สุดประจำปี 2019

pip value ของสกุลเงินเยน (JPY) ที่ต่างออกไป

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า มีสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งเลยก็คือ สกุลเงินเยน (Japanese Yen) หรือคู่เงินที่มีสกุลเงินเยนเข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีการกำหนดราคาเป็นตัวเลขทศนิยมเพียง 2 หลักเท่านั้น ทำให้ 1 pip ในคู่เงิน JPY จะนับจากทศนิยมหลักที่ 2 และหากคุณเทรดที่คู่เงินดังกล่าวด้วยสัญญาขนาด 1 Lot ทุกๆ การเคลื่อนไหว 1 pip จะมีมูลค่าเท่ากับ 1,000 เยน มือใหม่อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นเช่นนั้นได้

เราจึงจะพาไปคำนวณค่า pip ในคู่เงิน USDJPY แล้วคุณจะเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง การคำนวณ pip value ในคู่เงิน USD / JPY

  • สมมติว่า คุณเปิด Sell คู่เงิน USD/JPY ด้วยขนาด 2 Lot ที่ราคา 113.607 ทั้งนี้ 1 Lot ของ USD/JPY เท่ากับ 100,000 USD คุณ Sell ไป 2 Lot ก็จะเท่ากับคุณขาย 200,000 USD แล้วซื้อ 22,721,400 JPY กลับคืนมา (2 x100,000x113.607)
  • หากราคาขยับไปในทิศทางตรงข้ามกับคุณ และคุณตัดสินใจปิดการเทรดเพื่อตัดขาดทุนที่ราคา 114.107 โดย 1 pip มีค่าเท่ากับการเปลี่ยนแปลงในทศนิยมหลักที่ 2 ของ USD/JPY เท่ากับว่า คุณเสียหายไปทั้งหมด 50 Pips (113.607-114.107 = -50)
  • อธิบายเพิ่มเติมคือในตอนที่คุณปิดสัญญา Sell ของคุณ มันคือการที่คุณ Buy กลับมา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตลาดจะเท่ากับการที่คุณขาย 22,821,400 JPY แล้วซื้อ 200,000 USD กลับคืนมา (ขาย 22,821,400 JPY ด้วยราคา 200,000 USD)
  • ให้สังเกตว่า ความจริงคุณมีปริมาณเงินเยนเพิ่มมากขึ้น คือ 22,821,400 - 22,721,400 = 100,000 JPY แต่คุณกลับขายเงินทั้งหมดด้วยราคา 200,000 USD เท่าเดิม ซึ่งหมายความว่า จำนวนเงิน 100,000 JPY ที่เพิ่มขึ้นมาไม่มีความหมาย หรือก็คือ คุณขาดทุน 100,000 JPY นั่นเอง
  • คุณขาดทุน 100,000 JPY จากระยะทางการเคลื่อนไหวของราคาทั้งหมด 50 pip จะได้ว่าคุณขาดทุน pip ละ 100,000/50 = 2,000 JPY ต่อสัญญา 2 Lot สรุปสุดท้ายคือ มันจะพอดีกับค่า pip value พอดี คือ คุณจะขาดทุนในรอบนี้ pip ละ 1,000 JPY

หากบัญชีเทรดของคุณมีหน่วยเป็นสกุลเงินที่แตกต่างจากหน่วยของสกุลเงินรอง (quote currency) การคำนวณ pip value ที่แท้จริง จะต้องปรับเป็นสกุลเงินของคุณอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้ว กระบวนการทั้งหมดนี้ สามารถคำนวณผ่านโปรแกรม " เครื่องคำนวณการซื้อขาย (Trading Calculator)" ของเรา เพื่อหา pip และคำนวณ pip value ได้อย่างแม่นยำและง่ายดาย

เทรดโดยปราศจากความเสี่ยงกับ Admiral Markets

เทรดเดอร์มืออาชีพที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า พวกเขาสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ ได้จากระบบบัญชีทดลอง (demo) เพราะแทนที่จะมุ่งไปที่ตลาดจริงๆ บัญชีเงินจริงเลย เราสามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ ของเราได้บนสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ฝึกเทรดและใช้กลยุทธิ์นั้นๆ ได้จนกว่าจะพร้อมที่จะเข้าเทรดในตลาดด้วยเงินจริง เป็นบัญชีที่คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

Banner บัญชี Demo - pip คือ

เกร็ดความรู้ : pip คือ? ย่อมาจากอะไรกันแน่

บางคนบอกว่า pip มีต้นกำเนิดมาจากคำว่า Percentage-In-Point แต่ข้อสันนิษฐานที่ยก นักวิชาการเชื่อว่า อาจมีความผิดพลาดในเชิงศัพทมูลวิทยาอยู่บ้าง (etymology: การศึกษาที่มาของคำศัพท์) ส่วนต้นกำเนิดอื่นๆ ที่เชื่อว่า อาจเป็นไปได้เหมือนกันคือคำว่า Price Interest Point แต่ไม่ว่าต้นกำเนิดมันจะมาจากไหน คำว่า pip เป็นคำที่ใช้สื่อสารระหว่างเทรดเดอร์ด้วยกันได้อย่างเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว

จริงๆ เรื่องนี้คล้ายกับคำว่า basis point เวลาพูดถึงหน่วยของการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย เรียกสั้นๆ ว่า "bip" ซึ่งมันง่ายกว่ามากๆ หากเราพูดว่า อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 55 bip แทนที่จะบอกว่า อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.55 ยิ่งเราไปดูตัวอย่างใน MetaTrader 4 (MT4) เราจะยิ่งเห็นภาพมากขึ้นว่า ทำไมควรจะเรียกมันให้สั้นๆ ก็พอ

pip Forex กับราคาใน MT4

ภาพด้านล่างแสดงหน้าต่าง "ส่งคำสั่งซื้อขาย" สำหรับคู่สกุลเงิน GBP / USD ใน MetaTrader 4

จากภาพเป็นแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ที่ให้บริการโดย Admiral Markets ซึ่งมีการแสดงราคาของคู่เงิน GBP/USD

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ราคาที่แสดงในภาพคือ 1.31190/1.31208 เราจะเห็นว่าตัวเลขทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายมีขนาดเล็กกว่าตัวเลขอื่นๆ ซึ่งหมายถึงตัวเลขทศนิยมในหลักที่ 5 ดังกล่าวนั้น เป็นตัวเลขในระดับที่ย่อยลงจาก pip (fractional pip) ซึ่งเราเรียกมันว่า point นั่นเอง

อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือความแตกต่างระหว่าง "ราคา bid" กับ "ราคา offer" (ราคาเสนอซื้อ, ราคาเสนอขาย) ซึ่งมีความแตกต่างกัน 1.8 pips ความหมายก็คือ หากคุณเข้าเทรดไม่ว่าจะ buy หรือ sell ณ ราคานี้ คุณจะมีค่าใช้จ่ายจำนวน 1.8 pips ทั้งนี้หากคุณลืมตั้งค่าตำแหน่ง Take Profit หรือ Stop Loss คุณก็สามารถดับเบิลคลิกในรายการคำสั่งซื้อขายของคุณในหน้าต่าง Terminal ขึ้นมาได้ ซึ่งมันกลายมาเป็นหน้าต่าง Modify Order แบบภาพด้านล่าง

จากภาพเป็นแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ที่ให้บริการโดย Admiral Markets ซึ่งมีการแสดงราคาของคู่เงิน GBP/USD

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ในหน้าต่าง Modify Order เราจะเห็นว่า มีปุ่มให้กดตรงคำว่า Level ซึ่งจะมีเมนู Drop-Down แสดงลงมา เราสามารถระยะทางในการ Take Profit หรือ Stop Loss อย่างรวดเร็วได้จากแท็บนี้เลย ทั้งนี้ ตามที่เราเรียนกันไปแล้วว่า 1 pip มีค่าเท่ากับ 10 จุด หรือ 10 points ดังนั้น เราจะเห็นว่า ในภาพที่แสดง 10 point ก็หมายถึง เรากำลังจะตั้ง Stop Loss ที่ระยะ 1 pip นั่นเอง

แต่ไม่ว่าอย่างไร การทดลองเข้าเทรดด้วยบนแพลตฟอร์มจริงๆ ย่อมจะเรียนรู้ได้รวดเร็วกว่า ซึ่งแน่นอนว่า คุณสามารถทดลองเทรดได้ด้วยเงินทดลองโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ คุณสามารถฝึกตั้งค่า Stop Loss หรือ Take Profit ได้อย่างอิสระ คุณสามารถฝึกได้ฟรีๆ ด้วยบัญชีทดลอง (demo) บัญชีนี้จะอนุญาตให้คุณสามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ เทรดบนสภาพแวดล้อมที่เหมือนจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ

ค่า pip value ในการเทรด CFD หุ้น

ทั้งหมดที่กล่าวมาจะค่อนข้างเกี่ยวข้องกับสกุลเงินหรือ Forex แต่หากคุณกำลังสนใจที่จะเทรดหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านโบรกเกอร์ Admiral Markets คุณสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผลิตภัณฑ์ "หุ้น" (Shares) อย่างไรก็ตาม คุณอาจจะต้องยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่า ไม่มีการใช้ pip ในการเทรดหุ้น โดยเวลาคุณเทรดคุณสามารถคำนวณเป็นราคาหุ้นตามที่แสดงได้โดยตรง เช่น pence หรือ cents

ตัวอย่าง ภาพด้านล่างแสดงหน้าต่างคำสั่งซื้อในหุ้นที่ชื่อ IBM

จากภาพเป็นแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ที่ให้บริการโดย Admiral Markets ซึ่งมีการแสดงราคาหุ้น IBM

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง: กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

ตัวเลขทั้งหมดที่แสดงในหน้าต่างข้างต้นซื้อขาย IMB ข้างต้น จะเห็นว่ามีหน่วยเป็น USD ทั้งหมด โดยตัวเลขทศนิยมก็มีมูลค่าเท่ากับ Cent ในสกุลเงิน USD จริงๆ ซึ่งทำให้เราสามารถคำนวณราคาตามที่ปรากฏได้เลย ไม่ต้องแปลงค่าใดๆ อีก แต่ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้มีการใช้คำว่า pip ในการเทรดหุ้น แต่จะมีคำว่า Tick เข้ามาแทน โดยหมายถึงหน่วยของการเปลี่ยนแปลงที่เล็กที่สุดที่เท่าที่เป็นไปได้ตามแต่ละสินค้า ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ 1 Tick เท่ากับ 1 Cent นั่นเอง

ไม่ว่าคุณกำลังวางแผนที่จะเทรด Forex หรือเทรดหุ้นผ่านสัญญา CFD คุณจำเป็นจะต้องเทรดผ่านแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณควรจะเลือกเทรดผ่าน MetaTrader Supreme Edition (MTSE) ซึ่งเป็นปลั๊กอินเสริมสำหรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 โดยตัว MTSE เป็นปลั๊กอินที่ทันสมัย มาพร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดในการแสดงผลเกี่ยวกับตัวชี้วัด (Indicator) ต่างๆ ในตลาดในมุมมองที่กว้างมากขึ้น มันจะทำให้คุณเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นมาตรฐานที่คุณเคยใช้

บทสรุปของคำถามว่า pip คืออะไร!

มาถึงตอนนี้คุณน่าจะตอบคำถามได้แล้วว่า pip คืออะไร และมันสำคัญอย่างไรสำหรับการเทรดในตลาด Forex การคุ้นเคยการหน่วย pip จะทำให้คุณสามารถก้าวไปสู่อีก Step ในการเป็นเทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญได้ ถ้าหากคุณรู้สึก Enjoy กับการอ่านบทความเกี่ยวกับ pip และตลาด Forex ทำไมคุณไม่ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการเทรดดูล่ะ?

คู่มือแนะนำเทคนิคการเทรด Forex ระยะสั้น (Scalping Forex) และกลยุทธ์ Scalping Forex 1 นาที

MetaTrader Supreme Edition - Admiral Markets

คุณรู้หรือไม่ว่า Admiral Markets ให้บริการแพลตฟอร์ม Metatrader ในเวอร์ชั่นที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเทรดของคุณ โดยคุณสามารถเทรดด้วยเครื่องมือเสริมขั้นสูงผ่าน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งมีทั้งฟีเจอร์ที่แสดงค่าความสัมพันธ์ของทุกสกุลเงินในตลาด ทำให้คุณสามารถเปรียบเทียบการอ่อนหรือแข็งค่าของแต่ละสกุลเงินได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมให้คุณสามารถเทรดผ่านหน้าต่าง Window ขนาดเล็กได้โดยที่คุณก็ทำงานอื่นควบคู่ไปด้วยได้ และที่สำคัญก็คือ คุณสามารถโหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

pip คืออะไรในตลาด forex

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ