เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

Leverage คืออะไร : นักเทรด Forex ควรใช้ 'เลเวอเรจ' เท่าไหร่ดี?

กันยายน 10, 2020 12:55 UTC
Reading time: 20 minutes

Leverage

ในบทสนทนาทั่วไป คำว่า Leverage แปลว่า "ความสามารถในการมีอิทธิพลต่อการกระทำของผู้อื่น" หรืออาจจะแปลว่า "การงัด" ก็ได้

ในทางธุรกิจและการเงิน Leverage แปลว่า ความสัมพันธ์หรืออัตราส่วนระหว่างหนี้สินของบริษัทต่อมูลค่าของสินทรัพย์ คำศัพท์อย่างเป็นทางการคือ debt-to-equity หรือ D/E ratio คำว่า 'เลเวอเรจ' ในที่นี้อาจใช้คำว่า "Gearing" แทนก็ได้ ความหมายเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ และเพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา " ตลาด Forex" มาได้ไม่นาน นี่เหมือนจะไม่ใช่ความหมายที่คุณกำลังตามหาอยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไป ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าในวงการ 'นักเทรด' นั้น Leverage คืออะไร และสำคัญกับตลาด Forex อย่างไรบ้าง โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

Leverage คือ

Leverage คืออะไร

Leverage (เลเวอเรจ) คือ เครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สามารถ 'ก่อหนี้' เพื่อซื้อสินทรัพย์มาครอบครองได้ สามารถพูดได้ว่า เลเวอเรจ คือการ "ยืมเงินเพื่อซื้อของ" นั่นเอง และสำหรับการเทรด Forex นั้น มันก็คือการยืมเงินจากโบรกเกอร์มาบางส่วน เพื่อที่จะสามารถซื้อสินทรัพย์หนึ่งๆ ที่มีมูลค่ามากกว่าเงินที่เรามีอยู่จริงๆ ได้

  • การเทรดโดยใช้เลเวอเรจ เราเรียกอีกอย่างว่า "Margin Trading"
  • Margin คือ หลักประกันที่ต้องวาง "จำคำนี้ไว้ดีๆ"

ซึ่งนั่นหมายความว่า Leverage จะช่วยให้นักลงทุน สามารถ "เพิ่มผลลัพธ์" หรือขนาดของการลงทุนได้มากกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่จริงๆ เมื่อได้กำไรก็จะได้กำไรมากกว่าปกติ แน่นอนว่า มันสามารถทำให้เกิดการขาดทุนอย่างหนักได้เช่นกัน ดังนั้น เทรดเดอร์ที่ใช้ เลเวอเรจ ควรจะต้องเข้าใจเทคนิคการตั้ง Stop Loss เป็นอย่างดี

เริ่มเทรดโดย "ไร้ความเสี่ยง" กับบัญชีเงินจำลอง

การเทรดด้วย Leverage นั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการใช้เลเวอเรจจะเกี่ยวข้องกับการคำนวณเงินทุนและหลักประกัน (Margin) อยู่ตลอด การทดสอบในระบบที่จำลองเงินขึ้นมา จึงเป็นสิ่งสำคัญและปลอดภัย

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึง Price Action ขั้นสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

Leverage Forex

เราทราบแล้วว่า Leverage คือการยืมเงินเพื่อซื้อสินทรัพย์ โดยมีพื้นฐานจากอัตราส่วน Debt to Equity ซึ่งสำหรับ Leverage Forex จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงที่ Leverage Forex จะใช้อธิบายความสัมพันธ์และกำหนดให้อยู่ในรูปของ "เงินหลักประกันที่ต้องวาง : มูลค่าสินทรัพย์" เช่น 1 : 500, 1 : 30 เป็นต้น

  • 1 : 1 มีความหมายว่า "ไม่ใช้เลเวอเรจ"
  • 1 : 2 มีความหมายว่า เงินทุน 1 USD จะสามารถถือครองสถานะได้มากสุดถึง 2 USD
    • หรือจริงๆ อาจพูดได้ว่า ขนาดสัญญาทุกๆ 2 USD เราจะต้องวาง "เงินหลักประกัน" เป็นจำนวน 1 USD
  • 1 : 50 มีความหมายว่า วางเงิน Margin 1 USD ก็สามารถถือครองสถานะขนาด 50 USD ได้
  • 1 : 500 ก็เช่นเดียวกัน เราสามารถวางเงินหลักประกันเพียง 1 USD ก็สามารถถือครองสถานะขนาด 500 USD ได้
    • ดังนั้น ถ้ามีเงินทุน 1,000 USD ก็จะเทรดขนาดสัญญาได้สูงสุด 1,000 x 500 = 500,000 USD

ทำไมเราจึงต้องใช้ Leverage ระดับ 1 : 100, 1 : 500 ทำไมเราต้องยืมมาเป็นร้อยๆ เท่า เพื่อใช้ในการเทรด Forex คำตอบของเรื่องนี้อยู่ในภาพที่ 1.1 ด้านล่าง ให้สังเกตการเคลื่อนไหวตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของคู่เงิน EURUSD ให้ดีๆ โดยแต่ละเส้นแบ่งแนวตั้ง คือระยะเวลา 1 ปี

เลเวอเรจ ถูกใช้ในตลาด Forex เสมอ

ภาพ 1.1 : กราฟ EURUSD ราย Weekly, ตั้งแต่ 29 Jan 2017 - 19 Aug 2020, แสดงให้เห็นส่วนต่างของราคาอันน้อยนิดในคู่เงิน Forex

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

จะเห็นว่า ในภาพ 1.1 เราได้ลองมาร์คราคาไว้ที่บริเวณ 1.2170 อันเป็นจุดเกือบสูงสุดในปลายปี 2017 และมาร์คจุดต่ำสุดไว้บริเวณ 1.0900 ในช่วงต้นปี จะเห็นว่า รอบของขาลงในภาพคือประมาณ 3 ปี และการเปลี่ยนแปลงของคู่เงิน 1.2170 - 1.0900 = 0.1270 หรือคิดเป็น 12.7% เลยทีเดียว

  • สมมติสถานการณ์ว่าคุณเป็นผู้ซื้อสกุลเงิน EUR โดยคุณซื้อยูโรมา 1 EUR ด้วยเงินจำนวน 1.0900
    • เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี คุณนำ 1 EUR ไปขายออกที่ราคา 1.2170 เท่ากับว่า กำไรของคุณคือ 0.1270 USD
    • ถ้าคุณซื้อ 1,000 EUR คุณจะได้กำไรถึง 127 USD
    • แต่ถ้าคุณใช้เลเวอเรจสูง 10 เท่า จำนวนเงินที่คุณจะได้รับก็คือ 1,270 USD
    • สรุปก็คือ การใช้ Leverage มีวัตถุประสงค์เพื่อ "ผลลัพธ์ในการลงทุน"

ก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการซื้อสกุลเงิน EUR เป็นปริมาณเท่าใด จากตัวอย่างในภาพ ถ้าคุณต้องการกำไร 127 USD คุณก็จำเป็นต้องซื้อ 1,000 EUR ซึ่งตามตัวอย่าง คุณต้องใช้เงินถึง 1090 USD (1,000 x 1.0900) แต่ถ้าคุณมีเงินเพียง 220 USD มันก็จำเป็นที่คุณจะต้องใช้ Leverage อย่างน้อย 5 เท่า หรือ 1 : 5 นั่นเอง

ทั้งนี้ ตามมาตรฐานของการเทรดตราสาร CFD ซึ่งเป็นตราสารมาตรฐานสำหรับการเทรด Forex (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ " CFD คืออะไร") เราจะไม่ได้กำหนดปริมาณการเทรดเป็นหน่วยสกุลเงิน แต่จะกำหนดให้อยู่ในรูปของ Lot ดังต่อไปนี้

  • 1 Lot = 100,000 Unit
  • 0.1 Lot = 10,000 Unit
  • 0.01 Lot = 1000 Unit

ซึ่งหมายความว่า ถ้ายึดตามตัวอย่างในภาพ 1.1 และคุณอยากได้กำไร 127 USD คุณก็ต้องซื้อ 1,000 EUR ซึ่งตามมาตรฐาน CFD คุณจะต้องเข้า Buy เป็นจำนวน 0.01 Lot หรือถ้าต้องการซื้อมากกว่า เช่น 500,000 EUR ก็เท่ากับว่า คุณต้องกดซื้อเป็นจำนวน 5 Lot ทั้งนี้ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง Lot ได้ที่บทความ " Lot คืออะไร"

เริ่มฝึกใช้ Leverage ในการเทรดจริง!

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ มันจะทำให้คุณเข้าใจเรื่อง Leverage ได้มากยิ่งขึ้นผ่านระบบเงินจำลองที่ให้คุณไปลองเทรดจริง! พร้อมปลั๊กอินพิเศษแถมให้ฟรีๆ

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดยแพลตฟอร์มการเทรด MetaTrader 5 รุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5

Leverage และ Margin

ในหัวข้อ "เลเวอเรจ คืออะไร" ข้างต้นนั้น เราได้เกริ่นไปบ้างแล้วว่า การเทรดด้วย Leverage คือการเทรดที่เรียกว่า "Margin Trading" ซึ่งมันคือการที่เราต้องวางเงินเป็นหลักประกันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อที่จะสามารถถือครองสถานะหนึ่งๆ ได้ และเราจะต้องวาง Margin เท่าไหร่นั้น มันบอกไว้ในส่วนของ Leverage Ratio อยู่แล้ว

  • เลเวอเรจจะกำหนดให้อยู่ในรูปของ "เงินหลักประกันที่ต้องวาง (Margin) : มูลค่าสินทรัพย์"
  • ถ้าเราใช้เลเวอเรจ 1 : 500 ความหมายก็คือ เราต้องวาง Margin ไว้ 1 หน่วย เพื่อที่จะถือครองสถานะ 500 หน่วยได้
  • กรณีตัวอย่าง เช่นถ้าเราต้องการ Buy คู่เงิน AUDUSD เป็นจำนวน 1 Lot
    • มูลค่าสินทรัพย์ที่จะถือครอง (ขนาดสัญญา) จะเท่ากับ 100,000 AUD
    • ถ้าเราใช้เลเวอเรจ 1 : 500 ก็จะหมายถึง เราวางเงิน Margin ไว้ 1 AUD ต่อการถือครองสินทรัพย์ 500 AUD
    • หรือ "ทุกๆ 500 AUD เราจะต้องวางเงินหลักประกันไว้ 1 AUD
    • ดังนั้น ถ้าเทรด 1 Lot หรือ 100,000 AUD จำนวนเงิน Margin ที่เราต้องวางก็คือ [(100,000 x ราคาปัจจุบัน) ÷ 500] = ประมาณ 200 AUD
    • ถ้าต้องการเทรด EURUSD เป็นจำนวน 5 Lot เราก็ต้องวาง Margin [(500,000 x ราคาปัจจุบัน) ÷ 500] = ประมาณ 1,000 EUR

EURUSD 1 Lot เท่ากับ 100,000 EUR

ลองศึกษาจากภาพด้านบนนี้จะเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยนี่เป็นหน้าต่างคำสั่งการเทรด จะเห็นตรงลูกศรสีแดงว่า เวลาเราเลือกปริมาณ Volume เป็นเท่าไหร่ก็ตาม มันจะแสดงขนาดสัญญาจริงๆ ไว้ด้านขวา ในกรณีนี้ คือ 1 Lot ในคู่เงิน EURUSD ก็มีมูลค่าเท่ากับสัญญาขนาด 100,000 EUR นั่นเอง โดยราคา Buy อยู่ที่ 1.18623

Leverage และ Margin

ภาพด้านบนนี้ คือภาพถัดมาหลังจากได้เข้า Buy คู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.18624 เป็นจำนวน 1 Lot โดยบัญชีนี้ใช้สกุลเงินของบัญชีเป็น USD และใช้ Leverage ในอัตรา 1 : 500

  • ในภาพจะเห็นว่า มีการระบุว่า Margin: 237.25 หมายถึง เราได้วางเงิน Margin ไป 237.25 USD เพื่อถือครองสัญญาขนาด 1 Lot นี้
  • ถ้ายังไม่เข้าใจให้คิดจาก EUR ก่อน โดยถ้ากรณีที่สกุลเงินของบัญชีนี้เป็น EUR เงิน Margin ที่ต้องวางจะเป็น 200 EUR พอดี เพราะสัญญา 1 Lot ใน EURUSD เท่ากับ 100,000 EUR และบัญชีใช้เลเวอเรจ 1 : 500 ดังนั้นจึงต้องวางหลักประกัน 100,000 ÷ 500 = 200 EUR
  • ซึ่งเงิน 200 EUR เมื่อแปลงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ณ ราคาที่เข้าซื้อ) จะได้ 200 x 1.18624 = 237.248 USD (ตัวแพลตฟอร์มจะปัดค่าเป็น 237.25 USD ดังที่เห็นในภาพด้านบนนั่นเอง)
  • ไม่ว่าคุณจะ Buy หรือ Sell มันมีค่าเท่ากับคุณกำลังถือครองสัญญาขนาด 100,000 EUR อยู่
    • ถ้าคุณ Buy คู่เงิน EURUSD = คุณกำลัง Long EUR (ซื้อตัวหน้า ขายตัวหลัง) เป็นจำนวน 100,000 EUR
    • ถ้าคุณ Sell คู่เงิน EURUSD = คุณกำลัง Long USD (ซื้อตัวหลัง ขายตัวหน้า) เป็นจำนวน 118,624 USD

ในหัวข้อนี้หวังว่า เราจะเข้าใจเรื่องเลเวอเรจมากยิ่งขึ้น มันไม่ใช่ว่า เราไปมองแต่เรื่องผลลัพธ์ที่มากขึ้นทั้งฝั่งของกำไรและขาดทุน แต่การใช้ Leverage มีผลโดยตรงต่อปริมาณเงินทุนที่เราต้องวางไว้เป็นหลักประกัน หรือวาง Margin นั่นเอง

ควรใช้ Leverage เท่าไหร่ดี?

เทรดเดอร์มือใหม่ มักมีคำถามว่า Leverage เท่าไหร่ดี จึงจะถือว่าเป็นค่าที่เหมาะสม เพราะโบรกเกอร์เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เป็นคนเลือกเองว่าจะใช้ Leverage เท่าไหร่ มีตั้งแต่ 1 : 1, 1 : 50 และ สำหรับโบรกเกอร์ Admiral Markets เทรดเดอร์จะสามารถเลือกค่าเลเวอเรจได้สูงสุดถึง 1 : 500

ซึ่งความจริงแล้ว การเลือก Leverage ไว้เยอะๆ ก็เหมือนมีวงเงินบัตรเครดิตติดตัว ซึ่งนั่นแปลว่า "เรามีไว้ แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ให้เต็ม" เราสามารถเลือกเลเวอเรจสูงสุดเท่าที่โบรกเกอร์เสนอให้กับเราได้เลย เพียงแต่เราต้องออกแบบไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า พอร์ตของเราจะใช้ขนาดการเทรดสูงสุดที่เท่าใด คิดออกมาเป็นจำนวน Lot หรือจำนวนไม้ในการเข้าเทรด

นั่นแปลว่า เราต้องรู้จักตัวเราเองและกลยุทธ์ของเราก่อนว่า เราจะสามารถยอมให้มีการเข้าเทรดได้สูงสุดพร้อมกันกี่ Lot? ลองดูตัวอย่างได้ที่หัวข้อ "หัวใจของ Grid : การใช้ประโยชน์จาก Volatility" ซึ่งในบทความดังกล่าว ได้ออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จำนวนสูงสุดที่จะเทรดคือไม้ละ 0.01 Lot เป็นจำนวน 20 ไม้

  • ในกรณีตามตัวอย่าง Lot สูงสุดที่ออกแบบไว้ คือ 0.2 Lot (หรือประมาณ 20,000 EUR)

จะเห็นว่า ถ้าเรามีเงินลงทุน 2,000 EUR เราสามารถใช้ Leverage ที่ระดับ 1 : 20, 1 : 50 ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะถ้าใช้เลเวอเรจ 50 เท่า ก็หมายความว่า เราสามารถลงทุนได้สูงสุด 2,000 x 50 = 100,000 EUR หรือ 1 Lot แต่ตามกลยุทธ์เราวางไว้เพียง 0.2 Lot เท่านั้น

ไม่สำคัญว่าตอนเปิดบัญชีคุณจะเลือกเลเวอเรจเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ แต่สำคัญที่ตอนเข้าเทรด คุณได้ควบคุมขนาดของการเทรดได้เหมาะสมตามแผนที่คุณวางไว้หรือไม่ ดังนั้น คุณจะใช้บัญชีที่มี Leverage 1 : 500 ก็ได้ แต่ถ้าเวลาเทรด คุณไม่เปิดสถานะเกิน 0.2 Lot ตามที่วางแผนไว้ ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย

เริ่มต้นเทรดออนไลน์กับโบรกเกอร์ Admiral Markets

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ที่พยายามอธิบายเรื่อง Leverage ให้เข้าใจได้ง่ายมากที่สุด และหากคุณพร้อมกับการเทรดจริงๆ แล้ว เราขอแนะนำให้คุณทดสอบความข้าใจของคุณในบัญชีเงินจำลองหรือ "Demo Account" ซึ่งมันจะทำคุณสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ สามารถทดสอบกลยุทธิ์ใหม่ๆ ผ่านการซื้อขายที่เหมือนตลาดจริง และเหมือนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ

คุณจะได้ซื้อขายด้วยราคา Real-Time กำไร-ขาดทุนตามการคำนวณจริงๆ เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง ดังนั้น Demo Account ก็เปรียบเสมือนห้องเรียนที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ