เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

Forex คือ : ความรู้เบื้องต้น และวิธีการเล่นฟอเร็กซ์สำหรับมือใหม่

กันยายน 11, 2020 11:25 UTC
Reading time: 15 minutes

Forex คืออะไร และมีวิธีการทํากําไรอย่างไร

Forex คืออะไร กลายเป็นคำถามที่แพร่กระจายไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีประเด็นการหลอกลวงที่เกี่ยวกับ Forex มากมาย ซึ่งเป็นการ "แอบอ้าง" ชื่อของตลาด Forex มาระดมทุน และหลอกลวงว่าเป็นการ "ลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงิน" เช่น แชร์ลูกโซ่ Forex, FX Trading เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บทความนี้อธิบายทั้งหมดว่า การลงทุน Forex ที่ถูกต้องและถูกกฎหมาย เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง

forex คืออะไร

บทความนี้จะอธิบายภาพรวม และข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน Forex ตั้งแต่ประเด็นว่า 'Forex คืออะไร' หรือ 'ตลาด Forex คืออะไร' แตกต่างจากตลาดหุ้นที่เราคุ้นเคยอย่างไร ไปจนถึงสิ่งที่ทุกคนน่าจะอยากรู้กันมากที่สุด คือ ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเล่น Forex อย่างละเอียด โดยคุณจะได้เรียนรู้หัวข้อดังต่อไปนี้

Forex คืออะไร?

Forex คือ ธุรกรรมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง โดยคำศัพท์ Forex มาจากคำเต็มว่า "Foreign Exchange" ซึ่งหากยึดตามความหมายในพจนานุกรม Oxford คำว่า Forex จะมีความหมายได้ทั้งตัวธุรกรรม ระบบการแลกเปลี่ยน รวมถึงตลาดซึ่งใช้แลกเปลี่ยนสกุลเงิน อย่างไรก็ตาม ในแวดวงนักลงทุน นิยมใช้คำว่า Forex แทนตัว "ธุรกรรม" เท่านั้น

ทั้งนี้ หากต้องการพูดถึง "ตลาดแลกเปลี่ยน" จะใช้คำว่า Forex Market (Foreign Exchange Market) โดยการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดังกล่าว เราอาจเรียกติดปากว่า "การซื้อขายสกุลเงิน" เพราะหากเรานำเงินบาทที่เรามี ไปแลกกลับมาเป็นเงินดอลลาร์ ในความรู้สึกของเรามันคือการ "ขายเงินบาท" เพื่อ "ซื้อดอลลาร์" กลับคืนมานั้นเอง

  • Forex = แลกเปลี่ยนสกุลเงิน
  • แลกเปลี่ยน, ซื้อขาย = "เทรด"

ตลาด Forex คืออะไร

คำว่า "Foreign Exchange Market" หลังจากนี้จะเรียกสั้นๆ ว่า "ตลาด Forex" โดยตลาด Forex หมายถึงสถานที่อันถูกใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ ทั้งนี้ เหมือนเวลาที่เราพูดว่า "ตลาดหุ้น" มันก็หมายถึง ตลาดที่เปิดให้ซื้อขายหุ้นของบริษัทต่างๆ

เช่นเดียวกับคำว่า "ตลาด Forex" มันก็ย่อมหมายถึง ตลาดที่เปิดให้ซื้อขาย (แลกเปลี่ยน) สกุลเงินของประเทศต่างๆ นั้นเอง อย่างไรก็ตาม คำว่า "ตลาด Forex" มักใช้เรียกอย่างเฉพาะเจาะจงกับตลาดแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ลองนึกภาพว่า เราจะไม่พูดทำนองว่า "ไปแลกเงินที่ตลาด Forex กัน" หรือ "ร้านซุปเปอร์ริช เป็นตลาด Forex" โดยถ้าพูดว่า "เทรดฟอเร็กซ์" ก็หมายถึงเทรดบนระบบออนไลน์ ไม่ใช่เดินไปแลกเงินที่ร้าน

  • ตลาด Forex = สถานที่ซึ่งเป็นระบบออนไลน์ที่ให้ซื้อขายสกุลเงิน

ข้อดีของตลาด Forex

Forex คือตลาดที่ทำงานผ่านระบบออนไลน์และเชื่อมต่อกันได้ทั่วโลก (Global Marketplace) เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต ทำให้ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายวันละประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์ ใหญ่กว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กที่มีมูลค่าการซื้อขายเพียง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน โดยหากจะสรุปข้อดีของตลาด Forex อาจสรุปได้ดังนี้

  • สภาพคล่อง คือ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนสินค้า โดย Forex Market คือตลาดที่มีปริมาณสินค้า (สกุลเงิน) มหาศาลและมีความต้องการซื้อขายกันตลอดเวลา เรียกว่า "มีสภาพคล่องสูง" อยากซื้อเมื่อไหร่ ก็สามารถซื้อได้ในราคานั้นทันที
    • ผู้เล่นที่หนาแน่น ทำให้การปั่นราคากระทำได้ยากมาก คุณจะไม่เสียเปรียบเหมือนเทรดในตลาดหุ้น
  • ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
  • เทรดจากที่ไหนก็ได้ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น
  • ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายต่ำมาก

เริ่มเล่น Forex กับบัญชีเงินจำลอง!

การเริ่มต้นเล่น Forex นั้น จำเป็นต้องเรียนรู้พื้นฐานการซื้อขายและต้องฝึกฝนตัวเองอย่างเสมอ เพราะแม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า "Demo Account" อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถเล่น Forex ได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคพิสดารของคุณ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

Forex กับ หุ้น

  • ตลาด OTC คืออะไร
  • สรุป : Forex กับ หุ้น ต่างกันอย่างไร

นักลงทุนมือใหม่หลายคนสับสนเล็กน้อย เพราะคิดว่า Forex เป็นหุ้นแบบหนึ่ง จนไปเผลอเรียกว่า "หุ้น Forex" แต่จริงๆ คำว่า 'หุ้น Forex' นั้นไม่มีความหมาย เพราะเป็นคนละสิ่งกัน Forex คือการเล่นค่าเงิน, ลงทุนในตลาดเงินตราต่างประเทศ แต่หุ้นจะเป็นการซื้อหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

ตลาดหุ้น คือ "ตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ" (Organized Market) อธิบายก็คือ จะมี "องค์กรกลาง" ทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับซื้อขายหุ้น ทุกการซื้อขายของนักลงทุนจะเกิดขึ้นภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลขององค์กรกลางดังกล่าว

ลักษณะของตลาดที่มีการควบคุมธุรกรรมการซื้อขาย โดยรวมศูนย์การควบคุมมาที่องค์กรเดียว เราเรียกลักษณะดังกล่าวว่า "Centralized Market" สำหรับประเทศไทย องค์กรกลางที่ควบคุมธุรกรรมดังกล่าวก็คือ "ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" ในขณะที่ ตลาด Forex เป็นตลาดในลักษณะที่เรียกว่า "OTC" (Over The Counter) หรือ "ตลาด OTC"

ตลาด OTC คืออะไร

ตลาด OTC คือ ตลาดทางการเงินที่ซื้อขายกันแบบไม่มี "องค์กรกลาง" ที่เข้ามารวมศูนย์หรือควบคุมธุรกรรมการซื้อขาย จึงเรียกว่า "Decentralized Market" (กระจายศูนย์การซื้อขาย) ทั้งนี้ การเล่น Forex จะเป็นการซื้อขายแบบ OTC ธุรกรรมจากการเล่น Forex จึงไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ "ตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ" (Organized Market)

  • เล่น Forex คือการซื้อขายแบบ "OTC" (Decentralized Market)
  • การเล่น Forex จึงไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์

'คำสั่งซื้อ' จะจับคู่กับ 'คำสั่งขาย' โดยไม่ผ่านตลาดทางการ คำสั่งซื้อขายจะลอยอยู่ในเครือข่ายเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์จากสถาบันการเงินจากทั่วโลกที่เชื่อมต่อกันเป็นตลาด OTC ซึ่งทำให้ระบบการจับคู่คำสั่งซื้อขายมีความซับซ้อนมาก การจับคู่คำสั่งซื้อขายสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ กระบวนการ เช่น อาจจับคู่คำสั่งจบกันตั้งแต่ภายใน Broker หรือส่งต่อไปผู้ให้สภาพคล่องปลายทาง (Liquidity Provider) ก็ได้

ทั้งนี้ Liquidity Provider (LP) จะเป็นเหมือน "ด่านสุดท้าย" ที่คอยทำหน้าที่เป็นผู้ "รับซื้อ" คำสั่งซื้อขายของเรา (ผู้มาช่วยรับประกันว่า คำสั่งซื้อขายของเราจะได้รับการสั่งซื้อ (Filled) เช่น ถ้าเราอยากขาย เขาก็จะมาเป็นผู้ซื้อ --- ถ้าเราอยากซื้อ เขาจะมาเป็นผู้ขายให้) ไม่ว่าจะเป็น Dealer รายย่อยหรือสถาบันใหญ่ๆ เราเรียกรวมๆ ว่า "ผู้ให้สภาพคล่อง" (Liquidity Provider)

  • คำสั่งซื้อขายในตลาด Forex จะลอยอยู่ในเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ และอาจจับคู่กับใครในโลกก็ได้
  • Liquidity Provider คือผู้ที่ทำหน้าที่มารับซื้อในคำสั่งซื้อขายของเรา
  • Liquidity Provider อาจเป็น Dealer รายย่อยหรือสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็ได้

Forex กับ หุ้น ต่างกันอย่างไร

  • ตลาดหุ้นเป็นตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ หรือ "Organized Market"
    • ทุกคำสั่งซื้อขายเกิดขึ้นภายใต้ตลาดทางการ เรียกลักษณะนี้ว่า "Centralized Market" (รวมศูนย์)
    • คำสั่งซื้อขาย อาจไม่ได้รับการ "Filled" เพราะไม่มีคนมาซื้อหรือขายด้วย
  • ตลาด Forex เป็นตลาดแบบ OTC ( Over The Counter ) หรือก็คือ "ไม่มีองค์กรกลาง"
    • คำสั่งซื้อขายในตลาด Forex อาจจับคู่กับเทรดเดอร์หรือ Dealer เจ้าไหนในโลกก็ได้ผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์
    • คำสั๋งซื้อขายจะได้รับการ "Filled" อย่างรวดเร็ว เพราะมี Liquidity Provider คอยรับซื้อหรือขายเสมอ
  • เวลาทำการ
    • Forex จะซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    • หุ้น จะซื้อขายได้เฉพาะในช่วงเวลาทำการเท่านั้น เช่น 9.00 - 16.00 น. เป็นต้น
  • ในตลาดหุ้นจะให้ซื้อเป็นหุ้นเป็นตัวๆ
  • ตลาด Forex จะให้เลือกเทรดเป็น "คู่เงิน" เช่น USDJPY

ลงทุน Forex เริ่มต้น : ควรรู้อะไรก่อนบ้าง

ในส่วนนี้จะอธิบายกว้างๆ ว่าก่อนจะเริ่มเล่น Forex จักรวาลเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือของมันมีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่คำศัพท์ Forex ที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งในช่วงเริ่มต้น อาจไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดก็ได้ เพราะบางคำศัพท์ต้องทดลองเล่น Forex ในแพลตฟอร์มจริงๆ ก่อน จะเข้าใจง่ายกว่า

คำศัพท์ Forex

ในเบื้องต้นจะให้คุณได้ผ่านๆ ตาเกี่ยวกับคำศัพท์พื้นฐานในวงการการเทรด Forex ว่ามีอะไรที่สำคัญๆ บ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่บรรดา โบรกเกอร์ Forex และนักเทรดที่ประสบความสำเร็จต่างเข้าใจกันเป็นอย่างดีแล้ว

  • คู่เงิน Forex
  • แพลต์ฟอร์ม MT4, MT5
  • Spread : คือส่วนต่างราคาซื้อและขาย ซึ่งเป็นเหมือนค่าธรรมเนียมในการเทรด
  • Pip : หน่วยในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด Forex
  • Margin : เงินประกันขั้นต่ำที่คุณต้องมีสำหรับการเทรดในสถานะหนึ่งๆ
  • เลเวอเลจ : นี่คือตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถเทรดในสถานะที่มากกว่าปกติได้
  • CFD : คือตราสารอนุพันธ์ที่เป็นสื่อกลางสำหรับการเทรดในตลาด Forex

คำศัพท์ Forex เหล่านี้เป็นความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเทรด คุณจะต้องเริ่มจากการเลือกคู่เงิน Forex ในการเทรด และคุณจะเทรดได้ผ่านแพลต์ฟอร์ม MT4 หรือ MT5 ในขณะที่ Spread, Pip จะเริ่มเกี่ยวข้องกับการคำนวณการซื้อขาย ในบทต่อไปเราจะพาไปทำความรู้จักกับ Bid, Ask หรือราคาเสนอซื้อ-เสนอขาย ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับเรื่อง Spread โดยตรง

Bid,Ask ในตลาด Forex

ในตลาด Forex ยิ่งคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงๆ จะมีค่าธรรมเนียมที่เป็นส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขาย ซึ่งเก็บค่าดำเนินการที่เรียกเก็บจากโบรกเกอร์ (แต่เป็นจำนวนน้อยมาก) ซึ่งส่วนต่างดังกล่าวจะเรียกว่า Spread และหากคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงหรือมีการปริมาณการซื้อขายมากที่สุดอย่าง EURUSD ค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็จะถูกลง บางครั้งก็เหมือนแทบจะไม่ต้องเสียเลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ราคาซื้อกับขายนั้นจะแบ่งเป็น Bid กับ Ask

  • Bid = ราคาที่ตลาดเสนอซื้อจากเรา
  • Ask หรือ Offer = ราคาขายของตลาด

เพื่อให้เข้าใจว่า Forex คืออะไร จำเป็นต้องเข้าใจด้วยว่า Bid กับ Ask คืออะไร การจะจำเรื่อง Bid, Ask ได้ คุณต้องมองในมุมมองของ "ตลาด" โดย Bid คือราคาที่ตลาดอยากซื้อจากเรา ดังนั้น ถ้าเราเป็นคนขาย เวลาเราจะ Sell เราจะ Sell ที่ราคา Bid เพราะ Bid คือราคาที่ตลาดอยากซื้อจากเรา ในทางกลับกัน Ask หรือ Offer คือราคาขายของตลาด หรือราคาที่ตลาดอยากขายให้กับเรา ดังนั้น หากเราเป็นผู้ซื้อ เราก็จะ Buy ที่ราคา Ask หรือ Offer นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากคุณดูตัวอย่างการซื้อขายในคู่เงิน EURUSD คุณจะเห็นว่า โดยปกติตัวแพลตฟอร์มจะแสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่า ฝั่งไหน Sell หรือ Buy

Bid, Ask เป็นสิ่งสำคัญต่อจากเรื่อง Forex คืออะไร

ที่มา: แพลตฟอร์ม Admiral Markets MT4 - กราฟ EURUSD รายวัน แสดงให้เห็นปุ่มทางลัดในการซื้อขายด้านบนซ้าย ซึ่งจะมีปุ่ม Sell และ Buy โดยเทรดเดอร์สามารถเลือกปริมาณการซื้อขายและเทรดได้จากปุ่มลัดดังกล่าว

จะเห็นว่าหากคุณใช้แพลตฟอร์ม MT4 ในการเทรด Forex มันจะสะดวกสบายกว่ามาก เพราะคุณไม่ต้องมานั่งจำ Bid หรือ Ask ใดๆ จากตัวอย่างข้างต้น คุณจะสามารถ Sell ซึ่งอยู่ด้านซ้าย และราคาเมื่อคุณ Sell จะอยู่ที่ 1.10347 แต่หากถ้าต้องการจะ Buy คุณต้องเลือกปุ่ม Buy ด้านขวาและจะได้ที่ราคา 1.10353 ส่วนตัวเลข 1.00 ตรงกลางนั้น คือปริมาณ Lot ที่คุณต้องเลือก โดยขั้นต่ำสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 0.01 Lot

ซึ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจให้ดีคือการเทรด Forex นั้นจะเทรดเป็นคู่ๆ หรือ คู่เงิน Forex (Currency Pair) ดังนั้นคุณไม่สามารถเลือกซื้อสกุลเงินสกุลหนึ่งเหมือนซื้อหุ้นได้ คุณไม่สามารถเลือกแค่ Euro แต่คุณต้องเลือกเทรดเป็นคู่ว่าจะเทรดเงินยูโรกับสกุลเงินอะไร เช่น หากจะเทรด Euro กับ Dollar คุณต้องเลือกเทรด EUR/USD ดังนั้น หลังจากเรียนรู้ว่า Forex คืออะไร แล้ว ต่อไปคุณต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง " คู่เงิน Forex"

ภาษี Forex

กำไรจากการลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงิน หรือจากการเล่น Forex นั้น จำเป็นต้องเสียภาษีตามปกติ โดยไม่ได้รับการยกเว้นเหมือนกำไรจากการเทรดในตลาดหุ้น ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตรา 40(4)(ช)

Forex คือการเทรดแบบ Spot หรือไม่?

หากคุณเคยสงสัยว่า Forex คืออะไร และลองค้นคว้าทำการวิจัยดู คุณจะพบว่า การเทรด Forex สำหรับธนาคารจะเป็นลักษณะที่เรียกว่าการเทรดแบบ Spot นั้นคือซื้อขายกันที่ราคานั้นๆ และจะมีการส่งมอบกันจริงๆ (การส่งมอบอาจล่าช้า 1-2 วันหลังจากมีคำสั่งซื้อขาย) ดังนั้น หากมีการซื้อขาย ณ ราคานั้นๆ ของราคา และมีการส่งมอบสกุลเงินกันจริงๆ ก็จะเป็นลักษณะที่เรียกว่าการเทรด Spot แต่หากเป็นสัญญา Future ราคาซื้อขายอาจจะมากหรือน้อยกว่าราคาปัจจุบันของสินทรัพย์ก็ได้

แต่การเทรด Forex สำหรับบุคคลทั่วไป จะเทรดผ่านโบรกเกอร์ที่รับราคามาจากผู้ให้สภาพคล่องหรือธนาคารอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากลูกค้ารายย่อยไม่ได้มีปริมาณคำสั่งซื้อขายที่มหาศาลเทียบเท่ากับพวกธนาคาร ซึ่งจะเทรดผ่านสัญญาที่เรียกว่า CFD ย่อมาจาก " Contract for Difference" ดังนั้น การเทรด Forex ของย่อยจะไม่ใช้การเทรดแบบ Spot แต่เป็นการเทรด CFD

โดยคุณสมบัติของ CFD คือจะทำให้คุณสามารถเทรดได้เหมือนการเทรด Spot นั่นคือ เราจะเทรด ณ ราคาปัจจุบันของสินทรัพย์นั้นๆ ได้เลย แต่ไม่ต้องมีการส่งมอบสกุลเงินกันจริงๆ CFD จะมีคุณสมบัติที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Spot และ Future ดังนั้น CFD สามารถใช้เทรดบนสินค้าอ้างอิงใดๆ ไม่ใช่แค่ Forex แต่ยังรวมถึงสกุลเงินดิจิตอลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ripple ที่กำลังได้รับความนิยม โดยถ้าหากคุณต้องการทดลองเทรด Cryptocurrency คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองเทรดได้ฟรี! เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้

เล่น Forex ดูอะไรบ้าง

ในตลาด Forex เรื่องพื้นฐานอย่างหนึ่งก็คือ คุณควรจะรู้ว่าสกุลเงินเป็นสกุลเงินหลักที่ซื้อขายกันมากที่สุด การที่สกุลเงินมีการซื้อขายมากๆ เปลี่ยนมือกันได้ง่าย เราเรียกว่า "มีสภาพคล่องสูง" ซึ่งสกุลเงินเหล่านั้นย่อมได้แก่สกุลเงินของประเทศที่สำคัญของโลกอย่าง ยูโร (EUR), ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD), เยนญี่ปุ่น (JPY), ปอนด์อังกฤษ (GBP) ฟรังก์สวิส (CHF) โดยมีสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD), ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ที่มีปริมาณการซื้อขายรองลงมา แต่สกุลเงินหลักๆ เหล่านี้เราจะเรียกรวมๆ ว่า Major Currency

ตลาด Forex มีอะไรน่าเทรดบ้าง

ให้ลองสังเกตดีๆ ว่าแพลตฟอร์มของ MT4 มักจะเรียงคู่เงินอย่างน้อย 4-5 คู่เงินที่ได้รับความนิยมไว้อันดับต้นๆ จากภาพด้านบนเลย คือ EURUSD ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ก็อยู่อันดับแรกๆ ทั้งนี้คู่เงิน Forex ที่ได้รับความนิยมมักเป็นการจับคู่ระหว่างดอลลาร์สหรัฐฯ กับสกุลเงินอื่นๆ เช่น

  • EURUSD
  • GBPUSD
  • USDJPY
  • AUDUSD
  • USDCHF

คู่เงิน Forex ที่ได้รับความนิยม สามารถดูได้จาก MT4

ความจริงก็มีสกุลเงินของประเทศพัฒนาแล้วต่างๆ อย่างเช่น ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ที่ปริมาณการซื้อขายไม่ได้สูงเท่าพวกดอลลาร์สหรัฐฯ, ปอนด์ แต่ก็ได้รับความนิยมสำหรับนักเทรดเก็งกำไรเช่นกัน และหากคุณคลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Symbols คุณจะเจอคู่เงินน่าสนใจอีกจำนวนมาก เช่น รูเบิลรัสเซีย (RUB), โปแลนด์ซลูตี้ (ซวอตีโปแลนด์), โครนสวีเดน (SEK) เป็นต้น

ผู้เล่นในตลาด Forex คือใคร

จากที่ได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่า ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีผู้เล่นในเข้ามาเทรด Forex เป็นจำนวนมหาศาล และตลอดเวลา นี้คือรายชื่อหลักๆ ที่เป็นผู้เล่นในตลาด Forex

  • ธนาคารกลาง
  • รัฐบาล
  • ธนาคารเอกชน
  • กองทุนรวมต่างๆ
  • สถาบันการเงิน, บริษัทประกันภัย
  • กองทุน ETF
  • โบรกเกอร์
  • นักลงทุนรายย่อย

อธิบายอย่างคร่าวๆ ธนาคารกลางมักเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาด Forex เนื่องจากเป็นผู้กำหนดนโยบายทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของสกุลเงินต่างๆ เช่น หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เลือกที่จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก 5% ก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยพันธบัตรสูงขึ้นไปด้วย ก็อาจเป็นผลให้มีนักลงทุนสถาบันการเงินขนาดใหญ่ กองทุนรวมต่างๆ ย้ายเงินที่ตัวเองบริหารอยู่ แล้วนำไปซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งพอพันธบัตรสหรัฐฯ มีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามหลักการเลย คือ Demand มากขึ้น ก็ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

ส่วนกรณีของธนาคารเอกชนนั้น จะมีความต้องการสกุลเงินของประเทศต่างๆ เพื่อนำไปให้บริการกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งธนาคารจะเทรด Forex ระหว่างธนาคารด้วยกันเอง คุณจะสังเกตว่า จริงๆ แล้วกลุ่มที่ค่อนข้างมีพลังหรือ Smart Money กลายเป็นกลุ่มสถาบันการลงทุนต่างๆ กองทุนรวม บริษัทประกันภัยที่ครองเม็ดเงินไว้ภายใต้การบริหาร บริษัทพวกนี้จะพยายามย้ายเงินที่ๆ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าถือเงินสดไว้เฉยๆ

โบรกเกอร์ Forex มีความสำคัญอย่างไร

ตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตลาด Forex ก็เหมือนมหาสมุทรที่มีรอให้จับเต็มไปหมด แต่ใช่ว่าคุณจะกระโดดลงไปจับปลามือเปล่าๆ เพราะน้ำทะเลย่อมมีคลื่นซัดแรง คุณต้องมีเครื่องมือหรือตัวกลางในการจับปลา คุณต้องมีเบ็ดสำหรับปลาขนาดไม่ใหญ่มาก หรือเครื่องจักรในการจับปลาแบบมืออาชีพที่ใช้จับปลาในทะเลโดยเฉพาะ และโบรกเกอร์ก็คือเครื่องมืออันเป็นตัวกลางในการจับปลาเหล่านั้น

โบรกเกอร์ Forex อย่าง Admiral Markets จะมีพนักงานคอยบริการคุณตลอด คุณสามารถสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Software ต่างๆ ได้ จะมีคนคอยดูแลคุณตั้งแต่วิธีการเปิดบัญชี การฝากเงินเข้าไปลงทุน รวมถึงมีโปรแกรมสอนวิธีการใช้งานขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมต่างๆ รวมถึงวิธีการเทรดด้วย

นอกจากนี้ โบรกเกอร์ Forex ที่เปรียบเหมือนเบ็ดตกปลาของคุณ ก็จะเตรียมเบ็ดที่ชื่อว่า MetaTrader 4 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำ ที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟระดับสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและระบบเทรดได้ตามต้องการ ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์สายข่าว หรือนักวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 4 คือแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง เพื่อดาวน์โหลดแพลตฟอร์มไปใช้งานได้ฟรี!

เปิดบัญชี Forex

เล่น Forex เริ่มต้นอย่างไร

กระบวนการซื้อขายในตลาด Forex นั้นง่ายมาก เพียงแต่คุณต้องตระหนักเท่านั้นว่า การซื้อสกุลเงินหนึ่ง จะมีค่าเท่ากับคุณกำลังขายสกุลหนึ่งทันที เช่น ถ้าคุณ Buy คู่เงิน EUR/USD จะเสมือนคุณกำลังซื้อ Euro และขาย U.S.Dollar แต่กลับกันหากคุณกำลัง Sell คู่เงิน EUR/USD มันก็ซื้อการ Sell ตัวหน้าที่ขายยูโร แล้วซื้อ U.S.Dollar กลับมา อย่างไรก็ตาม อย่างที่อธิบายไปแล้วว่า คุณสามารถมองคู่เงิน Forex เหมือนเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่คุณเลือกได้ว่า หุ้นตัวนี้ คุณอยากจะซื้อหรืออยากจะขาย

จากภาพตัวอย่างด้านล่าง จะเห็นว่า เหมือนคุณได้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MT4 ลงเครื่องเรียบร้อยแล้ว ตัวแพลตฟอร์มจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายที่สุด โดยมีข้อสังเกตดังนี้

  • มีหน้าต่าง Market Watch ซ้ายมือ : สำหรับเลือกคู่เงิน Forex ในการเทรด
  • คุณจะเห็นว่า คุณสามารถเปิดหลายๆ หน้าต่างคู่เงิน Forex พร้อมๆ กันได้
  • จากตัวอย่างคือคู่เงิน GBPUSD และกราฟราคาเป็นแบบ Real-Time
  • ในกราฟราคาจะมีปุ่มสำหรับการซื้อขาย Sell และ Buy ตามลำดับ
  • 1.00 ในรูปคือปริมาณ Volume ที่คุณเลือกเองได้ โดยขนาดสัญญาต่ำสุด คือ 0.01 Lot

หน้าต่างการซื้อขายในตลาด Forex

ที่มา: กราฟรายวัน GBPUSD กราฟรายวัน แสดงตัวอย่างหน้าต่างการซื้อขายในตลาด Forex - คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : กราฟของสินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในบทความนี้ ใช้ในจุดประสงค์เพื่อการอธิบาย ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือชักชวนให้ซื้อขายเครื่องมือการทางเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets (CFDs, ETFs, Shares) สถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวนอนาคตได้

คุณจะเห็นว่า วิธีการเทรด Forex สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่ม Sell หรือ Buy (แน่นอนว่า คุณควรลองในบัญชีทดลองหรือบัญชี Demo ให้คุ้นเคยเสียก่อน) ซึ่งความจริงก่อนคุณจะเริ่มเทรด คุณต้องวางแผนการเทรด วิเคราะห์แนวโน้มของราคา ซึ่งอาจใช้เทคนิค กราฟแท่งเทียนในการวิเคราะห์ว่าราคาจะกลับตัวหรือยัง เป็นต้น คุณถึงจะสามารถเข้าไปเทรดได้อย่างมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงเรื่องการวิเคราะห์ราคา คุณควรมีไอเดียเบื้องต้นก่อนว่า เวลาคุณเข้าไปซื้อขายแล้ว คุณจะได้กำไรหรือขาดทุนประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องการ Volume ที่เลือก จำนวน Pips และทิศทางของราคาที่จะได้อธิบายต่อไปข้างล่าง

Forex เริ่มต้นคำนวณกำไร

ในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายคร่าวๆ ว่า Forex จะสร้างกำไรได้อย่างไร โดยจะยกตัวอย่างจาก EURUSD ซึ่งเป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ต่อมาคือคุณต้องเลือกที่ Sell หรือ Buy

  • ถ้าคุณเลือก Sell ที่ราคาหนึ่งๆ คุณก็ต้องคาดหวังว่า ราคาจะลดลงกว่าตอนที่คุณเรา Sell
  • ถ้าคุณเลือก Buy ที่ราคาหนึ่งๆ คุณก็ต้องหวังว่า ราคามันจะสูงขึ้น : ซื้อไปขายแพงกว่า

ตัวอย่างเช่น สมมติว่า คุณเลือกที่จะกด Buy หรือปุ่มแดงด้านขวา และคุณเข้า Buy คู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.1450 การที่คุณจะมีกำไรได้คุณต้องคาดหวังว่า EURUSD จะมีค่ามากกว่า 1.1450 เช่น ถ้าราคาขยับไปที่ 1.1457 ก็หมายความว่า คุณจะได้ส่วนต่างกำไร 1.1457 - 1.1450 = 0.0007 ซึ่งทศนิยมในหลักที่ 4 จะเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด เราเรียกว่า Pip กรณีนี้คือคุณได้กำไร 7 Pips

ถ้าคุณเลือกใช้ 1.00 Lot กำไรของ 7 Pips ของคุณจะมีมูลค่าเท่ากับ 70 USD แต่หากคุณเลือก Lot ต่ำสุด คือ 0.01 Lot คุณจะได้กำไรเท่ากับ 0.7 USD จะเห็นว่า คุณจะรู้ได้ว่ากำไรที่จะได้รับเป็นเท่าไหร่ คุณต้องรู้ 2 อย่าง คือ ขนาดของสัญญาหรือ Lot ที่คุณใส่เข้าไป และอย่างที่ 2 ที่สำคัญคือเรื่อง Pip ซึ่งมันคือระยะส่วนต่างของราคาที่คุณทำกำไรได้ โดยเรื่อง Pip คุณสามารถศึกษาอย่างละเอียดได้ที่บทความ Pip คือ : ทำความเข้าใจ pip คืออะไรในตลาด Forex

คำแนะนำอย่างเป็นทางการของเราก็คือ คุณไม่ควรรีบร้อนในการลงทุน เพราะคุณต้องเรียนรู้ที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าให้ได้ก่อนว่า แต่ละครั้งที่คุณเข้าเทรดนั้นมีความเสี่ยงขนาดไหน? คุณจะตั้ง Stop Loss และ Take Profit ได้อย่าง (ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในบทความที่ลงลึกถึงการเทรดโดยเฉพาะ) ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือการเปิดบัญชีเงินจำลองเพื่อที่คุณจะฝึกเทรดได้ ทดลองคำนวณเงินเสมือนคุณกำลังเทรดด้วยเงินจริงๆ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้เพื่อบัญชีเทรด โดยคุณสามารถเลือกที่ว่าจะเปิดบัญชีจริงเลย หรือ Demo Account ก็ย่อมได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ "อย่ารีบ"

บัญชี demo จะบอกคุณได้ว่า forex คืออะไรกันแน่

วิเคราะห์กราฟ Forex

หลักการอย่างกว้างๆ ของการวิเคราะห์ก่อนการเทรด Forex ซึ่งรวมถึงการเทรดตราสารทางการเงินอื่นๆ มักแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ลักษณะ

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)

ซึ่งในส่วนนี้จะเข้ามาตอบคำถามว่า คุณจะเข้าเทรดได้เมื่อไหร่ สำหรับเทรดเดอร์ Forex โดยทั่วไปจะชำนาญการวิเคราะห์กราฟแบบ Technical Analysis อย่างมาก เพราะมันจะศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของกราฟและมันสามารถบอกได้ด้วยว่า นี่จะเป็นจุดที่คุณควรจะเข้าเทรดได้หรือยัง? และนี่คือตัวอย่างของเทคนิคการวิเคราะห์แบบ Technical Analysis ซึ่งแต่ละเทคนิคก็จะมีวิธีการซื้อขายที่แตกต่างกัน

  • การวิเคราะห์ Fibonacci
  • RSI กับการวิเคราะห์จุดกลับตัวต่างๆ
  • เจาะลึกการใช้ MACD
  • แท่งเทียนวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน Candlestick Pattern

การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ถนัดในการประมวลผลตัวเลขเศรษฐกิจมากนัก เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาไม่ว่าจะเป็น GDP, อัตราการว่างงาน, เงินเฟ้อ, ดุลการค้า, ยอดค้าปลีก, การเลือกตั้ง ฯลฯ พวกนี้มีรายละเอียดที่เยอะมาก แต่หากเราสามารถเข้าใจเทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน Fundamental Analysis จะทำให้เราสามารถประเมินแนวโน้มของเศรษฐกิจและค่าเงินในระยะยาวได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด Forex คืออะไร

ตลาด Forex ก็เฉกเช่นเดียวกันกับตลาดทางการเงินอื่นๆ หรือสินค้าอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อสินค้าใดที่ความต้องการซื้อหรือมี Demand มากกว่าปริมาณสินค้าหรือฝั่ง Supply สินค้านั้นๆ ก็จะมีราคาแพงขึ้น ดังนั้น ทุกๆ ธุรกรรมในตลาด Forex มันมีผลกระทบต่อราคา จะมากหรือน้อยก็ตามแต่ปริมาณการซื้อขายนั้นๆ

แต่การที่สกุลเงินหนึ่งๆ จะเป็นที่ต้องการหรือไร้ค่าได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตลาดรับรู้ ข่าวและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมักมีผลกระทบต่อตลาด ปัจจัยภายนอกต่างๆ สามารถส่งผลต่อระดับ Demand หรือ Supply ของตลาดได้ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อ Forex อาจพิจารณาได้ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ย
  • อัตราเงินเฟ้อ
  • การเมืองและความมั่นคงของรัฐบาล
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
  • นโยบายพิเศษต่างๆ เช่น มาตรการ QE
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

ลองพิจารณาปฏิทินเศรษฐกิจด้านล่างนี้

ตัวอย่างปฏิทินเศรษฐกิจ ที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด Forex

จากภาพคือตารางปฏิทินเศรษฐกิจ ซึ่งจะถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ว่าวันไหนจะมีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจอะไร ของประเทศอะไรบ้าง และจะเห็นว่า จะมีจุด 1-3 จุด สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ยิ่งมี 3 จุดหรือสีแดงนั้น แปลว่า เป็นข่าวที่มีความสำคัญ เมื่อเวลาประกาศออกมามักจะสร้างความผันผวนให้ตลาดอย่างมาก

ดังนั้น จึงจำเป็นมากที่คุณควรจะทราบก่อนว่า แต่ละวันมีประกาศข่าวเศรษฐกิจอะไรบ้าง เพราะมันคือปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด Forex โดยตรง โดยคุณสามารถเข้าไปตรวจสอบตารางข่าวได้ทุกวันที่เว็บไซต์ของ Admiral Markets ในหมวด " ปฏิทินเศรษฐกิจ"

แพลตฟอร์มการเทรด Forex ที่ดีที่สุด?

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำที่มีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี MT5

ในตลาด Forex คุณคือผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวในธุรกิจของคุณ คุณไม่ต้องบริหารจัดการร้านหรือคลังสินค้าที่มีรายละเอียดมากมายแบบนักธุรกิจคนอื่นๆ เพราะธุรกิจการเทรด Forex คุณเพียงแค่ต้องตัดสินใจว่า คุณจะซื้อหรือขายคู่เงิน Forex ตัวไหน คุณเพียงแค่ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินต่างๆ เมื่อคุณวางแผนการเทรดมาเรียบร้อยแล้ว คุณเพียงแค่รอเวลาและตัดสินใจเข้าซื้อเท่านั้นเอง

วิกฤตการณ์ทางการเงินจะไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับคุณมากนัก เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ คุณไม่จำเป็นต้องรับเงินเดือนจากใคร คุณเพียงแค่วางแผนและเลือกตัดสินใจที่จะเข้าเทรดเพียงเท่านั้น คุณจะยังมีรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบทุนนิยมมากนัก สิ่งที่คุณต้องทำหลังจากนี้คือการเรียนรู้ที่จะ เทรดออนไลน์ว่ามีเทคนิคหรือจะต้องเริ่มต้นอย่างไร แต่เชื่อเถอะว่า Forex นั้นมีข้อดีมากมาย ลองพิจารณาข้อดีของตลาด Forex ด้านล่างนี้ดู!

>บทสรุป : เล่น Forex ได้อะไร?

บทความนี้เพียงตอบคำถามเกี่ยวกับว่า Forex คืออะไร อธิบายเกี่ยวกับตลาด Forex และอธิบายคร่าวๆ ว่า คุณจะเริ่มเทรดได้อย่างไร โดยการคำนวณ Pip และราคาซื้อขายจริงๆ ให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม การที่คุณจะสามารถเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณยังต้องฝึกฝนการใช้กลยุทธิ์ในการเทรดอย่างสม่ำเสมอ และก่อนที่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ เค้าเหล่านั้นต่างต้องฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดในบัญชี Demo Account มาอย่างดีก่อนแล้ว

เริ่มเทรดด้วยบัญชีทดลอง!

เทรดเดอร์มืออาชีพที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า พวกเขาสามารถเทรดในตลาดโดยปราศจากความเสี่ยงใดๆ ได้จากระบบบัญชีทดลอง (Demo Account) คุณสามารถทดลองกลยุทธิ์ใหม่ๆ เทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ บนสภาพแวดล้อมจริงทุกประการ คำนวณเงินและราคาได้ตามตลาดจริง เพียงแต่เป็นการเทรดด้วยเงินที่จำลองขึ้นมาเท่านั้นเอง คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ Demo Account คือบัญชีที่คุณจะได้ออกแบบประสบการณ์การเทรดได้ด้วยตัวของคุณเอง! เปิดบัญชีได้ง่ายๆ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง ฟรี!

เปิดบัญชี Forex Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกตีความว่า มีการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำเสนอสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงินต่าๆ โปรดทราบว่าการวิเคราะห์การซื้อขายดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เนื่องจากสภาวการณ์อาจมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก่อนการตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงดังกล่าวอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ