ทุกอย่างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการเทรดด้วยกราฟแท่งเทียน

Reading time: 21 minutes

กราฟแท่งเทียนเป็นกราฟที่ทำให้มองเห็นสัญญาณต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมราคาได้ง่ายขึ้น การใช้กราฟแท่งเทียนแบบญี่ปุ่นสำหรับกรอบระยะเวลาในการเทรดจะทำให้เทรดเดอร์เข้าใจอารมณ์ตลาดได้ดียิ่งขึ้น ต้องขอบคุณ Steve Nison ที่ทำให้เราได้รู้จักนำเอากราฟแท่งเทียนเข้ามาใช้ในการเทรดเพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึกยิ่งขึ้นกว่าการใช้กราฟแท่งแบบดั้งเดิมทั่ว ๆ ไป

ทุกอย่างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการเทรดด้วยกราฟแท่งเทียน

สำหรับกราฟแท่งทั่วไปนั้นจะเน้นไปที่ระดับราคาสูงสุดและระดับราคาต่ำสุดเป็นหลัก ในขณะที่กราฟแท่งเทียนแบบญี่ปุ่นนั้นจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด โดยกราฟแท่งเทียนจะแสดงลักษณะของกราฟราคาอย่างละเอียดในแบบเกือบ ๆ จะ 3 มิติเลยทีเดียว

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของกราฟแท่งเทียนก็คือเมื่ออ่านกราฟแท่งเทียนเราจะมองเห็นรูปแบบราคาได้อย่างชัดเจนมากกว่าเมื่อเทียบกับกราฟแบบอื่น ๆ เทรดเดอร์ที่ใช้รูปแบบแท่งเทียนต่าง ๆ จะสามารถระบุพฤติกรรมราคาประเภทต่าง ๆ ซึ่งช่วยทำนายการเกิดการพลิกกลับของราคาหรือเทรนด์ที่จะคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ได้ นอกจากนี้เมื่อเรานำเอากราฟแท่งเทียนเข้าไปใช้ร่วมกับเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว ก็จะยิ่งสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วย

คำอธิบายของกราฟแท่งเทียน

ตัวอย่างเพื่ออธิบายกราฟแท่งเทียน

จากตัวอย่างในภาพข้างต้นจะเห็นได้ว่าเมื่อราคาปิดนั้นสูงกว่าราคาเปิดซึ่งทำให้เกิดเป็นแท่งเทียนสีขาว (bullish/ตลาดขาขึ้น) และเมื่อราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดก็จะทำให้เกิดเป็นแท่งเทียนสีดำ (bearish/ตลาดขาลง) ส่วนกล่องที่ปรากฏอยู่นั้นจะเป็นตัวแสดงถึงพฤติกรรมราคาซึ่งเรียกว่า 'body' (ลำตัว) ส่วนบริเวณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคามากที่สุดของวันจะถูกแสดงด้วยเส้นที่ยืดออกจากตัวแท่งเทียน ซึ่งเรียกว่า 'tail' (wick หรือ shadow) และยังมีส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นเส้นสั้น ๆ ออกมาจากแท่งเทียนซึ่งเรียกว่า 'nose' อีกส่วนหนึ่งด้วย

หากราคาปิดในระดับเดียวกับราคาเปิดหรือปิดใกล้กับระดับราคาเปิดมาก ๆ ในลักษณะนี้เราจะเรียกว่า 'Doji' อย่างไรก็ตามแม้ว่าการท่องจำชื่อของแท่งเทียนแบบญี่ปุ่นและรายละเอียดการเกิดแท่งเทียนในการเทรดไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เทรดได้ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นตัวช่วยได้มากในการระบุพฤติกรรมราคาให้กับเทรดเดอร์ เมื่ออ่านกราฟแท่งเทียน เทรดเดอร์ก็จะสามารถแยกและระบุทั้งโมเมนตัม, ทิศทาง, ผู้ซื้อหรือผู้ขายที่คุมตลาดในขณะนั้น และอคติของนักลงทุนที่มีต่อตลาดโดยทั่วไป

กราฟ EUR/USD H4

แหล่งที่มา: กราฟ EURUSD H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

วัดความยาวของกราฟแท่งเทียนอย่างไร

กราฟแท่งเทียนเป็นการวัดค่าจากระดับราคาสูงสุดไปถึงระดับราคาต่ำสุด จุดสูงสุดของกราฟแท่งเทียนแสดงถึงแนวต้าน ส่วนจุดต่ำสุดของกราฟแท่งเทียนจะแสดงถึงแนวรับ ยิ่งแท่งเทียนใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าระดับแนวรับและแนวต้านนั้นแข็งแรงเพียงใด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิด Master Candle Trading ที่จะกล่าวถึงในย่อหน้าถัดไป)

กราฟ AUDUSD H1

แหล่งที่มา: กราฟ AUDUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หน้าต่างทางด้านซ้ายของคุณ คือ หน้าต่างข้อมูล ซึ่งจะแสดงข้อมูลของกราฟแท่งเทียนที่สำคัญที่คุณควรทราบ ไปจนถึงระดับราคาสูงสุดและต่ำสุด รวมทั้งราคาเปิดและราคาปิดด้วย ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเริ่มต้นที่จะพบได้ในแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4)

องค์ประกอบหลัก 3 ส่วนของกราฟแท่งเทียน

  1. ขนาด/ความยาวของกราฟแท่งเทียนทั้งแท่ง
  2. ความสัมพันธ์กันของราคาเปิดและราคาปิด
  3. shadow และความสัมพันธ์กันของตัวแท่งเทียน

ขนาด/ความยาวของกราฟแท่งเทียนทั้งแท่ง

แท่งเทียนที่เปิดในระดับราคาต่ำและปิดในระดับราคาสูง หรือแท่งเทียนที่มีความยาวมากถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าหากเกิดเทรนด์ขาลงในระยะยาว แท่งเทียนดังกล่าวจะส่งสัญญาณให้เห็นว่ากำลังจะเกิดเทรนด์กลับตัวขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญขึ้น ในทางตรงกันข้ามเมื่อเกิดเทรนด์ขาขึ้นยาวนานในระยะหนึ่งแล้ว ถ้ามีการปิดแท่งเทียนที่มีความยาวผิดปกติขึ้น ก็จะเกิดเป็นเส้น wick ยาวขึ้นไปด้านบนของแท่งเทียน หรือเกิดเป็นตัวแท่งเทียนที่เป็นตลาดขาลงอย่างรุนแรงจากด้านบนลงมา ในที่นี้จะหมายถึงลักษณะการเกิด 'blow off-top condition' จากตัวอย่างด้านล่าง แท่งเทียนที่แสดงการพลิกกลับของราคาจะถูกเน้นด้วยสีน้ำเงิน

กราฟ EURUSD H4

แหล่งที่มา: กราฟ EURUSD H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ความสัมพันธ์กันของราคาเปิดและราคาปิดในกราฟแท่งเทียน

เมื่อตัวแท่งเทียนที่เป็นสีดำแสดงถึงการอ่านค่าในแง่บวกหรือแง่ลบในระหว่างการเกิดเทรนด์ขาขึ้น หรือในช่วงภาวะตลาดขาขึ้น (bullish market) แรงซื้อมักจะเกิดขึ้นตอนเปิดแท่งเทียน ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น และเกิดเป็นแท่งเทียนสีขาวขึ้นตามมา เมื่อช่วงขาขึ้นเข้าควบคุมพฤติกรรมราคาในตลาด ความยาวหรือระยะห่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดของแท่งเทียนก็จะสะท้อนให้เห็นถึงตัวแปรที่ควบคุมนั่นเอง

ส่วนในภาวะตลาดขาลง (bearish market) หรือในช่วงที่เทรนด์ขาลงรุนแรง ก็จะทำให้ตัวแท่งเทียนที่เป็นสีดำเริ่มก่อตัวขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้ขายเริ่มเข้าตลาดในช่วงเปิดแท่งเทียนและเข้าคุมตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว กราฟแท่งเทียนเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ดีมากตัวหนึ่งซึ่งสามารถดูได้ทั้งจากรูปร่างและสีของตัวแท่งเทียนเมื่อเทียบกับกราฟแท่งทั่วไป

shadow และความสัมพันธ์กันของตัวแท่งเทียนของกราฟแท่งเทียน

ความยาวของ wick ในกราฟแท่งเทียนแสดงให้เห็นถึงระดับราคาต่ำสุด และ/หรือระดับราคาสูงสุด ส่วนราคาเปิดและราคาปิดจะแสดงอยู่ตรงตัวแท่งเทียน ซึ่งยังบ่งบอกถึงการปฏิเสธระดับแนวรับหรือแนวต้านของตลาดได้ด้วย หากเราเห็น tail, shadow หรือ wick ยาว ๆ ก็จะต้องคำนึงถึงตัวแปรสำคัญคือมันเกิดขึ้นหลังจากการเกิดเทรนด์ขาลงระยะยาวหรือไม่ เนื่องจากนี่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเทรนด์กำลังจะจบลงหรือไม่ และอุปสงค์กำลังเพิ่มขึ้นหรืออุปทานกำลังลดลงหรือเปล่า

แต่หากเกิด tail, shadow หรือ wick เกิดขึ้นที่ด้านบนของตัวแท่งเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเกิดเทรนด์ขาขึ้นในระยะยาว ถือว่าอุปสงค์กำลังลดลง และอุปทานกำลังเพิ่มมากขึ้น ยิ่ง shadow ยาวมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องคำนึงถึงการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแท่งเทียนให้มากยิ่งขึ้น เพราะนี่เป็นตัวแปรสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการพลิกกลับของราคา ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นรุนแรงที่สุดก็จะกลายเป็นแท่งเทียนในรูปแบบ Pin Bar ขึ้น

ตัวอย่าง Bullish และ Bearish Pin Bar

จากภาพตัวอย่างด้านบนจะเห็นว่า tail ของ Bullish Pin Bar จะตรึงอยู่ที่ด้านล่างของตัวแท่งเทียน เป็นการปฏิเสธแนวรับ ซึ่งแสดงว่าจาก Bullish Pin Bar ที่เห็นดังกล่าว หลังจากนี้เราจะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของ 'now-moment buyers' (ผู้ซื้อในขณะนั้น) ซึ่งส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้น ในทางกลับกันเมื่อเกิด Bearish Pin Bar ขึ้น tail จะตรึงอยู่ที่ด้านบนของตัวแท่งเทียน เป็นการปฏิเสธแนวต้าน ซึ่งเราจะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของ 'now-moment sellers' (ผู้ขายในขณะนั้น) ทำให้ราคาดิ่งต่ำลงนั่นเอง แท่งเทียนแบบพลิกกลับที่รุนแรงที่สุดมักจะมี wick ที่ยาวกว่าตัวแท่งเทียนและมี nose ที่สั้นมากหรือแทบจะไม่มี nose ให้เห็นเลย

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

กราฟแท่งเทียน Momentum ที่รุนแรง (Momentum Candle)

กราฟแท่งเทียน Momentum ที่รุนแรงซึ่งมักจะเปิดที่ระดับแนวรับหรือระดับแนวต้านมักจะเรียกกันว่ารูปแบบแท่งเทียน Marubozu ซึ่งรูปแบบแท่งเทียน Marubozu นั้นจะเป็นแท่งเทียน Momentum ที่มี tail สั้นมาก ๆ หรือไม่มี tail หรือ shadow อยู่เลย รูปแบบแท่งเทียนลักษณะนี้มีความสำคัญมากในแง่ของการเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงเทขายอย่างรุนแรงหรือแรงช้อนซื้ออย่างรุนแรง Marubozu มีความหมายว่า 'หัวล้าน' หรือ 'หัวที่ถูกโกน' ในภาษาญี่ปุ่น

ทั้งนี้เป็นคำที่แสดงความหมายของรูปแบบแท่งเทียนนี้ได้อย่างดีเนื่องจากไม่มี shadow เลย หรือถ้ามีก็เล็กมาก ๆ การเทรดในตลาดสมัยใหม่ รูปแบบแท่งเทียน Marubozu อาจมี wick ที่สั้นมาก ๆ อยู่ทั้งสองด้านของตัวแท่งเทียนก็ได้ และยังถูกนับให้เป็นรูปแบบแท่งเทียนประเภทนี้อยู่ นี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมจึงมีการใช้คำว่าแท่งเทียน Momentum มาใช้เรียกรูปแบบแท่งเทียนลักษณะนี้ด้วย รูปแบบแท่งเทียน Marubozu สีขาวที่เกิดในเทรนด์ขาขึ้นอาจสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่อาจดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเกิดรูปแบบแท่งเทียน Marubozu สีขาวในเทรนด์ขาลงแสดงว่าอาจเกิดรูปแบบราคาพลิกกลับขึ้นได้ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบแท่งเทียน Marubozu สีขาว (Momentum)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในทางกลับกัน รูปแบบแท่งเทียน Marubozu สีดำที่เกิดในเทรนด์ขาลงอาจสะท้อนว่าเทรนด์จะดำเนินเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่หากเกิดในเทรนด์ขาขึ้น อาจแสดงว่าจะเกิดรูปแบบพลิกกลับของราคาขึ้นได้ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบแท่งเทียน Marubozu สีดำ (Momentum)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียนทั่วไป

เราจะพบรูปแบบแท่งเทียนได้บ่อย ๆ ในตลาด Forex, CFD, หุ้น และดัชนี (ตราสารทุน) ซึ่งรูปแบบแท่งเทียนที่ได้รับความนิยมที่สุดนั้น ได้แก่

  • รูปแบบแท่งเทียน Hammer
  • รูปแบบแท่งเทียน Shooting Star
  • รูปแบบแท่งเทียน Hanging Man
  • รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line
  • รูปแบบแท่งเทียน Bullish/Bearish Engulfing
  • รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud
  • รูปแบบแท่งเทียน Spinning Top
  • รูปแบบแท่งเทียน Three Black Crows
  • รูปแบบแท่งเทียน Morning Star

แน่นอนว่ายังมีรูปแบบแท่งเทียนนอกเหนือจากนี้อีกมากมาย หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียนแล้วละก็ สามารถเข้าไปอ่านบทความเกี่ยวกับรูปแบบกราฟขั้นสูงได้

ทีนี้เราลองมาดูรูปแบบแท่งเทียนบางรูปแบบอย่างละเอียดกันดูบ้าง

รูปแบบแท่งเทียน Hammer

รูปแบบแท่งเทียน Hammer

แหล่งที่มา: กราฟ GBPUSD H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Hammer จะมี shadow ที่ยาวและต่ำกว่าตัวแท่งเทียน โดยปกติแล้วจะมีความยาวกว่าตัวแท่งเทียนประมาณ 2 เท่า รูปแบบแท่งเทียน Hammer นั้นเป็นรูปแบบแท่งเทียนพลิกกลับเป็นตลาดขาขึ้น และมักจะปรากฏอยู่ที่ด้านล่างสุดของเทรนด์ขาลง ตัวแท่งเทียนอาจเป็นขาขึ้นหรือขาลงก็ได้ แต่จะมีความแข็งแรงกว่าถ้าเป็นตลาดขาขึ้น

รูปแบบแท่งเทียน Shooting Star

รูปแบบแท่งเทียน Shooting Star

แหล่งที่มา: กราฟ GBPUSD H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Shooting Star จะปรากฏในเทรนด์ขาขึ้น เป็ฯการส่งสัญญาณความเป็นไปได้ที่จะเกิดรูปแบบราคาพลิกกลับ โดยมี wick ที่ยาวขึ้นด้านบน และมีความยาวกว่าตัวแท่งเทียน ตัวแท่งเทียนนั้นอาจเป็นขาขึ้นหรือขาลงก็ได้ แต่จะมีความแข็งแรงกว่าเมื่อเป็นตลาดขาลง

รูปแบบแท่งเทียน Hanging Man

รูปแบบแท่งเทียน Hanging Man

แหล่งที่มา: กราฟ EURUSD D1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Hanging Man จะมีลักษณะเหมือนกับรูปแบบแท่งเทียน Hammer แต่หลัก ๆ แล้วจะเกิดที่จุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น และเป็นตัวส่งสัญญาณเตือนว่าอาจเกิดการพลิกกลับของราคาเป็นขาลงได้

รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line

รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line

แหล่งที่มา: กราฟ EURUSD D1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line เป็นรูปแบบแท่งเทียนแสดงการพลิกกลับเป็นตลาดขาขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ในตลาด Forex รูปแบบแท่งเทียนรูปแบบนี้จะเกิดเมื่อแท่งเทียนแบบขาขึ้นแท่งที่สองปิดในระดับที่เหนือกว่าครึ่งหนึ่งของแท่งเทียนขาลงในแท่งแรก จุดต่ำสุดของแท่งเทียนแท่งที่สองจะต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนแท่งแรก ในตลาด Forex รูปแบบแท่งเทียนยังคงใช้ได้แม้ว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนแท่งที่สองอยู่ในระดับเท่ากันกับจุดต่ำสุดของแท่งเทียนแท่งแรก

รูปแบบแท่งเทียน Bullish และ Bearish Engulfing

รูปแบบแท่งเทียน Bullish และ Bearish Engulfing เป็นรูปแบบราคาพลิกกลับ ซึ่งแท่งเทียนขาขึ้นมักจะเกิดขึ้นที่จุดต่ำสุดของเทรนด์ขาลง ในขณะที่แท่งเทียนขาขึ้นจะเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น รูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing จะประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง แท่งเทียนแท่งแรกจะอยู่ภายในตัวแท่งเทียนที่สองซึ่งเป็นขาขึ้นเสมอ ส่วนรูปแบบแท่งเทียน Bearish Engulfing ก็ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่งเช่นกัน โดยแท่งเทียนแท่งแรกจะอยู่ในแท่งเทียนที่สองซึ่งเป็นขาลงเสมอ

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing

รูปแบบแท่งเทียน Bullish และ Bearish Engulfing

แหล่งที่มา: กราฟ EURUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing

รูปแบบแท่งเทียน Bullish และ Bearish Engulfing

แหล่งที่มา: กราฟ GBPUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud Cover

รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud Cover

แหล่งที่มา: กราฟ AUDUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud Cover เป็นรูปแบบราคาพลิกกลับเป็นตลาดขาลงซึ่งปรากฏในเทรนด์ขาขึ้น โดยจะประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง แท่งเทียนแท่งแรกจะเป็นขาขึ้น ส่วนแท่งเทียนแท่งที่สองจะเป็นขาลง รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud Cover จะเกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนแท่งที่สองเปิดเหนือจุดสูงสุดของแท่งเทียนแท่งแรก แล้วจากนั้นก็ตกลงมาและปิดที่เหนือราคาเปิดของแท่งเทียนแท่งแรก

รูปแบบแท่งเทียนลักษณะนี้เป็นรูปแบบตรงกันข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน Piercing Line เช่นเดียวกับที่เกิดในตลาด Forex รูปแบบแท่งเทียน Dark Cloud Cover จะยังใช้ได้แม้ว่าแท่งเทียนที่สองจะเปิดในระดับที่เหนือกว่าแท่งเทียนแท่งแรกก็ตาม แต่สิ่งสำคัญก็คือแท่งเทียนแท่งที่สองจะต้องปิดที่ระดับต่ำกว่า 50% ของแท่งเทียนแท่งแรก (ตัวแท่งเทียนขาลง)

รูปแบบแท่งเทียน Master Candle

รูปแบบแท่งเทียน Master Candle

แหล่งที่มา: กราฟ AUDUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียน Master Candle เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่เทรดเดอร์ที่ใช้พฤติกรรมราคาในการเทรด โดยรูปแท่งเทียน Master Candle คือแท่งเทียน 30 – 150 pip ที่ครอบคลุม (หรือกลืนกิน) แท่งเทียน 4 แท่งที่ตามมา และจะสามารถเทรดรูปแบบแท่งเทียนนี้ได้ก็ต่อเมื่อแท่งเทียนที่ 5, 6 หรือ 7 ทะลุกรอบของแท่งเทียน Master Candle ไป

กราฟ GBPUSD H1

แหล่งที่มา: กราฟ GBPUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

กราฟ NZDUSD H1

แหล่งที่มา: กราฟ NZDUSD H1 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบแท่งเทียนนี้จะใช้ได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับ Admiral Pivot ในการวางคำสั่งทำกำไรและคำสั่งหยุดขาดทุน ซึ่งถือเป็นรูปแบบการเกิดแท่งเทียนที่ดีมากอย่างหนึ่งที่คุณควรจะเรียนรู้เอาไว้

กลยุทธ์เทคนิคการเทรดด้วยรูปแบบแท่งเทียน

อย่างที่ชื่อของมันบอก กลยุทธ์เทคนิคการเทรดรูปแบบนี้จะเน้นที่รูปแบบแท่งเทียนเป็นสำคัญ และเหมาะกับเทรดเดอร์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น intraday, swing หรือแม้แต่ scalper ที่ต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้น

ลองมาดูตัวอย่างต่อไปนี้

  • อินดิเคเตอร์: EMA (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล) ตั้งค่าปิดที่ 30, 60, 100
  • สัญญาณเข้าตลาด: รูปแบบแท่งเทียน
  • กรอบระยะเวลา: 4H

ก่อนอื่นเราต้องตั้งค่า EMA ให้สอดคล้องกับทิศทางของเทรนด์ ซึ่งจะต้องใส่ EMA ทั้งหมด 3 เส้นลงไปบนกราฟ เมื่อดูที่ตัวอย่างกราฟราคาด้านล่างแล้วจะเห็นว่ามีเส้น EMA 20 สีน้ำเงิน เส้น EMA 60 สีแดง และเส้น EMA 100 สีเขียว โดยเส้น EMA ทั้งสามเส้นนี้จะต้องเป็นแนวขนานกันอย่างเหมาะสมเพื่อแสดงเทรนด์ที่เกิดขึ้น เมื่อเส้น EMA สีน้ำเงินอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA สีแดงและสีเขียว หมายความว่าเป็นเทรนด์ขาลง (bearish) แต่ถ้าเส้น EMA สีน้ำเงินอยู่เหนือเส้น EMA สีแดงและสีเขียว หมายความว่าเป็นเทรนด์ขาขึ้น (bullish)

เทรนด์ Bearish (ขาลง)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เทรนด์ Bullish (ขาขึ้น)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โปรดทราบว่าเส้น EMA จะต้องขนานกันอย่างถูกต้องถึงจะแสดงเทรนด์ที่เกิดขึ้นได้ หากเส้น EMA นั้นมีการพันเกี่ยวกันขึ้น หมายความว่าไม่มีเทรนด์เกิดขึ้นแต่อย่างใด การเข้าตลาดจะทำได้ก็ต่อเมื่อราคาเกิดการเด้งกลับไปยังเส้น EMA เมื่อเราเห็นราคาเด้งกลับเกิดขึ้น ก็สามารถคาดการณ์ได้ว่ากำลังจะเกิดรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น (bullish) หรือรูปแบบแท่งเทียนขาลง (bearish) ตามมาโดยขึ้นอยู่กับทิศทางของเทรนด์ในขณะนั้น ซึ่งการเข้าตลาดจะทำได้เมื่อเกิดรูปแบบแท่งเทียนใด ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น คือ

  • Hammer
  • Shooting Star
  • Hanging Man
  • Piercing Line
  • Bullish/Bearish Engulfing
  • Dark Cloud

จุดหยุดขาดทุนในตัวอย่างนี้ถูกกำหนดไว้ที่ 10 pip เหนือแท่งเทียนที่ได้เข้าออเดอร์ไป สำหรับเป้าหมาย เราแนะนำให้ใช้ Admiral Pivot ในการกำหนด 'Weekly Timeframe' (กรอบระยะเวลารายสัปดาห์)

ตัวอย่าง Admiral Pivot

แหล่งที่มา: Admiral Pivot - MetaTrader 4 Supreme Edition

ตัวอย่างการเทรดตลาด Bearish (ขาลง)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างการเทรดตลาด Bullish (ขาขึ้น)

กราฟ GBPJPY H4

แหล่งที่มา: กราฟ GBPJPY H4 - Admiral Markets Platform - คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เคล็ดลับ: จะเป็นการดีที่สุดหากคุณรอให้ราคาเด้งกลับไปจนแตะเส้น EMA สีน้ำเงินเป็นอย่างน้อยก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด การเทรดด้วยรูปแบบแท่งเทียนนั้นจะทำกำไรได้ดีหากคุณมีการบริหารความเสี่ยงอยู่ภายในขอบเขตกลยุทธ์การเทรดของคุณ และมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ คุณควรจะฝึกเทรดด้วยบัญชีทดลองเทรดดูเสียก่อนที่จะเริ่มเทรดด้วยบัญชีเทรดจริง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้ลองถูกผิดและเรียนรู้วิธีการเทรดจนเข้าใจและชำนาญได้โดยไร้ความเสี่ยงก่อนที่จะนำเอากลยุทธ์การเทรดของตนไปใช้กับการเทรดในตลาดจริงต่อไป

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เทรดกับ Admiral Markets

หากคุณพร้อมที่จะเทรดในตลาดจริงแล้วละก็ บัญชีเทรดจริงของเราคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ที่ Admiral Markets เทรดเดอร์มืออาชีพทั้งหลายสามารถเทรดสกุลเงินต่าง ๆ ได้มากกว่า 80 สกุลเงิน ซึ่งมีทั้งคู่สกุลเงินหลัก, คู่สกุลเงินรอง และคู่สกุลเงินแปลกใหม่ เปิดบัญชีเทรดจริงกับเราได้เลยเพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เทรด Forex & CFD

คำสงวนสิทธิ์: ข้อมูลข้างต้นเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่จัดทำโดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ การประเมิน การทำนาย การพยากรณ์ และการประมวลผลหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า "บทวิเคราะห์") ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนตัดสินใจในการลงทุนใด ๆ กรุณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยความระมัดระวัง

  1. ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นการสื่อสารทางการตลาด บทวิเคราะห์นี้เป็นการเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวและจะต้องไม่ถือเป็นการแทนคำปรึกษาหรือคำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการส่งเสริมความเป็นอิสระในการค้นคว้าวิจัยด้านการลงทุน และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามในการทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการเผยแพร่บทวิจัยด้านการลงทุน
  2. Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนทุกประเภทของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะมาจากเนื้อหาในบทวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
  3. บทวิเคราะห์ถูกจัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระซึ่งเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพและนักวิเคราะห์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้เขียน") โดยยึดตามการประเมินส่วนบุคคล
  4. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเป็นกลางของบทวิเคราะห์ Admiral Markets ได้จัดทำกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. แม้ว่าเราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของเนื้อหาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงอยู่ในเนื้อหานั้นมีความแม่นยำ สมบูรณ์ ความเป็นปัจจุบัน และเข้าใจได้มากที่สุด แต่ Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในบทวิเคราะห์ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่แสดงถึงผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตได้
  6. เนื้อหาในบทวิเคราะห์จะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ว่าลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวในบทวิเคราะห์ และขอสงวนความรับผิดชอบในการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาบทวิเคราะห์
  7. ผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ในอดีต หรือตัวอย่างผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ของตราสารทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาจะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ถึงผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และจะไม่มีการรับประกันมูลค่าหลักทรัพย์
  8. ตัวอย่างที่แสดงอยู่ในบทวิเคราะห์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเรียกเก็บภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับหัวข้อของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยมีการระบุรายการค่าบริการที่เรียกเก็บโดย Admiral Markets อย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets
  9. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วย) ถือเป็นการเก็งกำไร และอาจมีการขาดทุนหรือทำกำไรได้ ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ