ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex (Technical Analysis)

Reading time: 39 minutes

เทรดเดอร์มือใหม่หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่าวิธีการเทรดตลาดการเงินที่มีมากมายหลากหลายวิธีนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวอยู่ไม่น้อย แต่จริง ๆ แล้ววิธีหรือเทคนิคการเทรดหลัก ๆ แล้วจะถูกจัดออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของตลาดการเงิน อาจมีเทรดเดอร์บางคนที่ใช้การวิเคราะห์ทั้ง 2 ประเภทในการเทรด แต่ทุกวันนี้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ดูจะเน้นไปที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคเสียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex ซึ่งเราจะกล่าวถึงสาเหตุว่าทำไมการวิเคราะห์ทางเทคนิคถึงได้รับความนิยมต่อไปในบทความนี้

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น Forex

นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคของตลาดการเงิน, วิธีเริ่มต้นใช้โปรแกรมวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคที่ดีที่สุดในตลาด, รูปแบบการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคที่ดีเยี่ยมให้คุณนำไปใช้เริ่มเทรด และวิธีลับฝีมือให้เก่งกาจในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค Forex รวมถึงตลาดการเงินอื่น ๆ ด้วย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณจะได้จากทีมงานของ Admiral Markets

การวิเคราะห์ทางเทคนิคคืออะไร

การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็คือการศึกษารูปแบบราคาของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง โดยมีหลายวิธีด้วยกันที่จะใช้บ่งบอกรูปแบบราคาของตลาดหรือสินทรัพย์นั้น ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟราคา ในการวิเคราะห์หุ้นแบบนี้ ผู้ใช้งานจะใช้เครื่องมือวาดเพื่อลากเส้น อาทิ เส้นแนวนอน, เส้นเทรนด์ (trendline) และระดับฟิโบนักชี (Fibonacci) เพื่อระบุรูปแบบกราฟราคาดั้งเดิมที่เป็นที่รู้จักกันดี อาทิเช่น รูปแบบกราฟสามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical triangle) และรูปแบบกราฟแบบต่อเนื่อง (Consolidation pattern) เป็นต้น รูปแบบกราฟราคาเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความแข็งแรงและความอ่อนแอของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟแท่งเทียน ในการวิเคราะห์หุ้นแบบนี้ ผู้ใช้งานจะใช้กราฟการวิเคราะห์ทางเทคนิค อย่างเช่น กราฟแท่งเทียน ซึ่งจะแสดงระดับราคาเปิด, ปิด, ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุดในกรอบระยะเวลาหนึ่ง ๆ เพื่อส่งสัญญาณพฤติกรรมของผู้ซื้อและผู้ขายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยอินดิเคเตอร์ ในการวิเคราะห์หุ้นแบบนี้ ผู้ใช้งานจะใช้อินดิเคเตอร์เกี่ยวกับพฤติกรรมราคามาช่วยในการวิเคราะห์สภาวะตลาด ยกตัวอย่างเช่น อินดิเคเตอร์หลาย ๆ ตัวจะส่งสัญญาณเมื่อมีแรงซื้อหรือแรงขายมากเกินไปในตลาด ส่วนอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ ก็จะส่งสัญญาณบอกเมื่อเกิดโมเมนตัมขาขึ้นและขาลง

มีหลายวิธีด้วยกันที่สามารถใช้ได้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ผู้ใช้งานจะต้องดึงเอาข้อมูลราคาย้อนหลังมาใช้ระบุรูปแบบราคาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างเป็นแบบแผนทั้งสิ้น ซึ่งรูปแบบราคาเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ช่วยเทรดเดอร์ในการคาดการณ์สภาวะตลาดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยหาจุดเข้าและออกจากตลาดด้วย

กราฟวิเคราะห์ทางเทคนิคบน MetaTrader 5

ตัวอย่างของกราฟวิเคราะห์ทางเทคนิคบนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เทรดเดอร์ที่เลือกใช้ Admiral Markets จะสามารถเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยงด้วยบัญชีทดลองฟรีซึ่งสามารถเข้าใช้โปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader ได้ฟรี เปลี่ยนคุณเป็นผู้กุมบังเหียนในการเทรดของตนด้วยการคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองฟรีเลยวันนี้

เทรดด้วยบัญชีทดลองฟรี

ความเป็นมาของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิคของตลาดการเงินถือกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่มีตลาดเกิดขึ้นในโลกซึ่งขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทานแล้ว โดยมีการบันทึกทางประวัติศาสตร์เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ราว ๆ ศตวรรษที่ 17 โดยพ่อค้าชาวดัชต์ และในศตวรรษที่ 18 โดยผู้ค้าข้าวชาวญี่ปุ่น ในปลายศตวรรษที่ 19 การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการนำเสนอต่อตลาดซื้อขายสินทรัพย์โดย Charles Dow ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการของ The Wall Street Journal

นอกจากนี้ก็ยังมีผู้บุกเบิกด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคร่วมชาติเดียวกันกับ Charles Dow อีกหลายคน เช่น Ralph Nelson Elliott ผู้คิดค้นทฤษฎี Elliott Wave, William Delbert Gann ผู้คิดค้นทฤษฎี Gann Angle, Richard Demille Wyckoff ซึ่งถือเป็นนักจิตวิทยาตลาดคนแรกที่ตั้งทฤษฎีกล่าวอ้างว่าควรมองตลาดซื้อขายที่ประกอบไปด้วยบันทึกข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียว

คำสอนของเขายังคงถูกนำไปใช้สอนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อยู่จนถึงทุกวันนี้ เกือบตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 และในอดีตที่ผ่านมา การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะจำกัดอยู่เพียงแค่การวิเคราะห์กราฟราคา เนื่องจากการคำนวณทางสถิติของข้อมูลปริมาณมาก ๆ นั้นยังไม่สามารถทำได้ และยังไม่มีอินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคให้ใช้งานด้วยเช่นกัน จึงอาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันซึ่งถูกเรียกว่าเป็น 'ยุคดิจิตอล' อาจถือเป็นยุคทองของการวิเคราะห์ทางเทคนิคเลยก็ว่าได้ และตอนนี้นี่แหละคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมัน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้ได้ผลจริงไหม

ตลาดการเงินมักจะได้รับผลกระทบและได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ทั้งนโยบายเกี่ยวกับเงินตราของธนาคารกลาง, นโยบายการคลังของรัฐบาล และปัจจัยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศที่เกิดจากภาคธุรกิจและผู้บริโภค ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเรียนรู้และเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ และการทำความเข้าใจและรู้ว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์อย่างไร รวมถึงปัจจัยไหนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด เป็นการศึกษาที่ถูกเรียกโดยรวมว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ ปรากฏว่าเทรดเดอร์มักจะวิเคราะห์ต้นเหตุและผลลัพธ์ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรดเดอร์ที่มีเวลาไม่มากพอที่จะให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้ แต่ยังมีข่าวดี เพราะยังมีทางลัดที่เชื่อถือได้ โดยให้เทรดเดอร์มุ่งความสำคัญไปที่ข้อมูลเพียงชิ้นเดียว นั่นก็คือการเคลื่อนไหวของราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าการวิเคราะห์กราฟราคา เป็นวิธีการที่เทรดเดอร์จะทำการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาย้อนหลังนั่นเอง

การวิเคราะห์ทางเทคนิคดังกล่าวจะทำให้เทรดเดอร์สามารถ

  1. ตัดสินใจได้ว่ากราฟราคาตลาดเช่นนี้ควรที่จะเข้าเทรดหรือไม่
  2. รู้วิธีค้นหา Trade setup (วิธีสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน) ที่อาจทำกำไรได้
  3. รู้ว่าจะค้นหา Trade setup ที่อาจทำกำไรได้จากที่ไหน
  4. รู้ว่าจะจัดการ Trade setup ที่อาจทำกำไรได้เหล่านั้นอย่างไร

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน vs การวิเคราะห์ทางเทคนิคของตลาดการเงิน

การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

ศึกษากราฟราคาและรูปแบบราคา

ศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจหรือข้อมูลของธุรกิจ

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นเป็นการศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจ (เช่น ตัวเลขยอดขายปลีก, รายงานอัตราเงินเฟ้อ, ข้อมูลอัตราว่างงาน เป็นต้น) หรือข่าวและการประกาศผลประกอบการของบริษัทหรือธุรกิจเพื่อระบุเทรนด์ของตลาด และระบุจุดพลิกกลับหรือจุดเปลี่ยนทิศทางของตลาดหนึ่ง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานยังคงมีประโยชน์ในตลาดสินทรัพย์บางประเภท อย่างเช่น ตลาดหุ้น เป็นต้น แต่การวิเคราะห์ทางเทคนิคกลับดูจะเป็นที่นิยมมากกว่า

สาเหตุหนึ่งก็คือมีการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคมาช่วยในการตัดสินใจเทรดมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ดังกล่าวนี้มีประสิทธิภาพและได้ผลมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานร่วมกันในการตัดสินใจเทรด เพราะถ้าการวิเคราะห์ทั้งสองแบบชี้ทิศทางของตลาดไปในทางเดียวกัน ก็ถือว่ามีโอกาสสูงที่จะเป็นเทรดที่กำไรได้

ข้อดีของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex จะต้องการแค่เพียงเครื่องมือพื้นฐานฟรีไม่กี่ตัวบนแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader ของ Admiral Markets
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex นั้นบางครั้งก็บอกทิศทางตลาดและระบุจุดเข้าและออกจากตลาดได้ค่อนข้างแม่นยำ
  • มีเครื่องมือและอินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคมากมายหลายตัวที่ช่วยระบุ Trade setup ที่อาจทำกำไรได้

ข้อเสียของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • เนื่องจากมีการใช้งานการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างแพร่หลาย จึงอาจส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวในตลาดอย่างฉับพลันซึ่งมาจากการที่เทรดเดอร์หลาย ๆ คนได้ผลการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการคาดคะเนทิศทางตลาดเหมือนกันนั่นเอง
  • ในตลาดการเงินบางประเภท ควรนำเอาการวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ามาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอยู่เสมอ

ข้อดีของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • ทำให้คุณเข้าใจสภาวะของตลาดว่าทำไมจึงเกิดสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง
  • เมื่อนำไปใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้วอาจสามารถบ่งชี้เทรนด์ระยะยาวได้

ข้อเสียของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • มีเครื่องมือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานมากมายให้เลือกใช้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการแสดงข้อมูลการวิเคราะห์ที่ขัดแย้งกันกับอินดิเคเตอร์บางตัว จึงทำให้ได้ทั้งข้อมูลดีและข้อมูลเสีย จนทำให้เกิดความสับสนในข้อมูลได้ง่าย
  • เมื่อต้องคอยติดตามการประกาศข่าวด้านเศรษฐกิจหรือธุรกิจอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้กินเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่บ่งชี้ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าตลาดจะดำเนินไปในทิศทางนั้นจริง ๆ เสมอไป ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่นั่นก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าตามไปด้วย เพราะถ้าสกุลเงินอื่น ๆ ทั้งหมดอ่อนค่าลง เทรดเดอร์ก็มีแนวโน้มที่จะเลือกถือดอลลาร์สหรัฐไว้มากกว่าเนื่องจากสหรัฐฯ คือประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และน่าจะมีการฟื้นตัวที่เร็วกว่าประเทศอื่น ๆ นั่นเอง
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานต้องใช้เวลานานในการฝึกฝนให้ชำนาญเพื่อให้สามารถคาดการณ์ทิศทางสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น รายงานสภาวะเงินเฟ้อ และการประกาศผลประกอบการของธุรกิจ เป็นต้น

พื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีหลักเกณฑ์พื้นฐานสำคัญ ๆ อยู่บางประการที่ทำให้มันมีประโยชน์และสอดคล้องกับการเทรดในปัจจุบัน และพื้นฐานสำคัญซึ่งคุณควรรู้นั้นประกอบไปด้วย

ราคาได้สะท้อนข้อมูลทุกอย่างไว้หมดแล้ว

องค์ประกอบของการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นเกิดมาจากทฤษฎีดาว (Dow Theory) ซึ่งอ้างว่าราคาคือตัวแปรที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นปัจจัยใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานก็จะต้องปรากฏขึ้นบนกราฟราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการศึกษาวิจัย หรือแม้แต่การสังเกตดูเหตุการณ์ใด ๆ ที่นอกเหนือจากพฤติกรรมราคาแล้ว ถือว่าไม่มีประโยชน์เลย เนื่องจากข้อมูลเหล่านั้นถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาใช้ประเมินสถานการณ์ใด ๆ ได้และยังเป็นข้อมูลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพออีกด้วย

ราคาเคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ (อย่างมีแนวโน้ม)

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคมักจะชอบลักษณะของตลาดที่ตามเทรนด์ ซึ่งเหมือนกับที่ทฤษฎีดาวกล่าวอ้างไว้ ตลาดอาจจะเป็นไปในทิศทางขาขึ้นหรือตลาดกระทิง (Bullish market) โดยมีทั้ง higher high และ higher low ส่วนในภาพรวมนั้นจะเห็นได้ว่าราคามีลักษณะกระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ ในกรอบทิศทางขาขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าตลาดมีลักษณะราคาเช่นเดียวกับที่กล่าวข้างต้น แต่เปลี่ยนเป็นกราฟที่มี lower low และ lower high แทนก็จะแสดงให้เห็นสภาวะตลาดขาลงหรือตลาดหมี (Bearish market) นั่นเอง

ส่วนเทรนด์ราคาออกข้างนั้นเรียกว่า Ranging market ซึ่งเป็นลักษณะตลาดที่เทรดเดอร์ที่เทรดตามเทรนด์ไม่ค่อยชอบนัก เนื่องจากช่วงที่ราคามีการพักตัวนั้น เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป Ranging market นั้นหมายถึงว่าแนวโน้มตลาดไม่ได้เป็นไปในทิศทางขาขึ้นหรือขาลงเลย และไม่ปรากฏแนวโน้มว่าทิศทางขาขึ้นหรือทิศทางขาลงจะแข็งแรงกว่ากันเนื่องจากกรอบระยะเวลาที่ราคาเปลี่ยนแปลงไปไม่นานพอที่จะเป็นเทรนด์ได้ ราคาตลาดจะมีช่วงพักตัวอยู่ที่ประมาณ 60% ของเวลาทั้งหมด ทำให้การระบุเทรนด์ตลาดให้ได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การวิเคราะห์ทางสถิติของ Forex นั้นไม่ได้แสดงให้เห็นว่า 'ทำไม' จึงเกิดสิ่งนั้น ๆ ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น 'ทำไมจึงเกิดเทรนด์' คำถามนี้ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่สมเหตุสมผล แต่กลับไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเทรดเลยสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค เนื่องจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งเน้นข้อมูลด้านตัวเลขไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ สำหรับพวกเขาแล้ว การเกิดขึ้นของเทรนด์เป็นเพียงสิ่งที่พิสูจน์ในเชิงประสบการณ์เท่านั้น

ประวัติศาสตร์เกิดซ้ำรอยเสมอ

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างเห็นตรงกันว่านักลงทุนจะมีการลงทุนอย่างเป็นแบบแผน และด้วยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถระบุแบบแผนและสามารถเทรดทำกำไรได้อย่างแม่นยำ เท่าที่ต้องใช้ก็มีเพียงแค่ข้อมูลทางสถิตินิดหน่อย บวกกับการเกิดแบบซ้ำ ๆ ของรูปแบบราคา และเลเวอเรจ

แม้ว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคของตลาดการเงิน อย่างเช่นการวิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น Forex จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีเทรดเดอร์หลาย ๆ คนที่ยังเลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือการวิเคราะห์อารมณ์ตลาด นักวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจจะมีความเชี่ยวชาญในการระบุเทรนด์ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐานที่แหละที่ก่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นเป็นเทรนด์ได้

สิ่งสุดท้ายที่ควรคำนึงถึงก็คือระบบ backtesting ของ Forex หรือที่รู้จักกันว่า Historical backtesting (การทดสอบข้อมูลตลาดย้อนหลัง) อันเป็นระบบวิธีที่เทรดเดอร์นำข้อมูลย้อนหลังมาใช้ทดสอบกลยุทธ์เทคนิคการเทรดซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น Forex เป็นหลัก แต่ข้อมูลตัวเลขทางสถิติที่เกี่ยวกับกิจกรรมของมนุษย์ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลในอดีตไม่ได้รับประกันว่าแบบแผนหรือความเป็นไปได้ในการเทรดนั้น ๆ จะใช้ได้ผลตลอดไป ตัวเลขจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องเรียนรู้จากการเริ่มลงมือทำจริง ๆ

จะเริ่มการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างไร: เลือกโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ดีที่สุด

การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นการศึกษากราฟราคา ดังนั้นสิ่งแรกที่จำเป็นในการเริ่มต้นก็คือการเลือกใช้โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ดีที่สุด ในการเทรดหุ้นระดับโลก คงไม่มีแพลตฟอร์มเทรดไหนจะดีไปกว่า MetaTrader ซึ่งได้รับการยอมรับไปทั่วโลกอีกแล้ว

ที่ Admiral Markets ผู้ถือบัญชีทดลองและผู้ถือบัญชีเทรดจริงต่างก็สามารถเข้าใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับ Forex และ CFD ได้มากมายหลายตัว ได้แก่

แม้ว่าผู้ใช้งานจะสามารถเข้าใช้โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคได้จากการเปิดบัญชีทดลอง หรือเปิดบัญชีเทรดจริง แต่ก็มีข้อแตกต่างของโปรแกรมเหล่านี้อยู่เหมือนกัน

อย่างเช่น แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ถือเป็นแพลตฟอร์มหลักที่นักเทรดด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น Forex เลือกใช้มานานหลายปีแล้ว ส่วน MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มที่ให้เทรดเดอร์สามารถใช้ทักษะการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาดที่มีความหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ดัชนี หรือสินค้าโภคภัณฑ์

แพลตฟอร์มทั้ง 2 ตัวนี้รวมถึง WebTrader ต่างก็มีเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคต่าง ๆ ติดตั้งอยู่ในแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ซึ่งเราจะกล่าวถึงเพิ่มเติมต่อไป ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader สามารถใช้เครื่องมือวาดและลากเส้นเพื่อวิเคราะห์รูปแบบกราฟราคาทางเทคนิคได้

เครื่องมือในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ผู้ใช้งานยังสามารถเรียกใช้อินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคหลาย ๆ ตัวได้ด้วยเช่นกัน

อินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิค


วิธีดาวน์โหลดโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 4 ฟรี

MetaTrader 4 นับว่าเป็นแพลตฟอร์มเทรดชั้นนำที่มอบสิทธิประโยชน์มากมายให้แก่เทรดเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านภาษาหลาย ๆ ภาษา, ความสามารถในการแสดงกราฟขั้นสูง, โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ, ความสามารถในการปรับแต่งและเปลี่ยนแปลงรูปแบบแพลตฟอร์มให้ตรงกับความต้องการใช้เทรดของแต่ละคน, กราฟราคาแบบเรียลไทม์ฟรี, ข่าวการเทรด, การวิเคราะห์ทางเทคนิค และอื่น ๆ อีกมากมาย

เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด MetaTrader 4 ได้เลยฟรี ๆ

เทรดด้วย MetaTrader 4

ต่อไปนี้เราจะมากล่าวถึงเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิค 4 ประเภทที่จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ ก่อนที่จะไปเรียนรู้วิธีการนำไปใช้กับการวิเคราะห์ตลาดการเงินต่าง ๆ เช่น Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอเรนซี่ ดังนี้

  1. การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟราคา
  2. การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟ
  3. การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟแท่งเทียน
  4. อินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ขอแนะนำให้คุณดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม MetaTrader มาติดตั้งก่อนเพื่อจะได้ดูตัวอย่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้อย่างเข้าใจและชัดเจนขึ้น

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟราคา

สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็คือการตัดสินใจเลือกว่าจะใช้กราฟชนิดใดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดหุ้นก็สามารถใช้กราฟชนิดเดียวกันในตลาดการเงินต่างประเภทกันได้

ชนิดของกราฟที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบไปด้วยกราฟลายเส้น, กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียน เมื่อคุณดาวน์โหลดโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader มาติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเลือกเปลี่ยนชนิดของกราฟได้ด้วยการเลือกที่ View -> Toolbars -> Standard option เมื่อเลือกเสร็จแล้ว คุณก็จะเห็นไอคอนชนิดของกราฟที่ toolbar ด้านบนของหน้าจอดังที่เห็นในภาพด้านล่าง

ไอคอนแสดงชนิดของกราฟ

ตัวเลือกแรกเป็นการแสดงกราฟราคาสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เรียกว่ากราฟแท่ง OHLC ตัวเลือกที่สองเป็นกราฟแท่งเทียน ส่วนตัวเลือกที่สามเป็นกราฟลายเส้น ทีนี้เรามาดูกราฟแต่ละชนิดอย่างละเอียดกัน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟลายเส้น

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟลายเส้น

ตัวอย่างกราฟลายเส้นบนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟลายเส้นเป็นการลากเส้นเชื่อมต่อราคาปิดตลาดในกรอบระยะเวลาที่คุณกำลังดูอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณดูกราฟลายเส้นแบบรายวัน ก็จะมีการลากเส้นเชื่อมต่อราคาปิดตลาดของแต่ละวันเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดหุ้น นักวิเคราะห์มักจะใช้กราฟลายเส้นในการระบุเทรนด์ระยะยาวเป็นหลัก เพราะกราฟชนิดนี้ถือเป็นกราฟพื้นฐานที่สุดที่ใช้งานได้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั่นเอง

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟ OHLC (กราฟแท่ง)

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟ OHLC (กราฟแท่ง)

ตัวอย่างกราฟแท่ง OHLC บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่ง OHLC จะแสดงแท่งกราฟในแนวตั้งสำหรับกรอบระยะเวลาแต่ละกรอบเวลาที่เทรดเดอร์กำลังดูอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อดูกราฟรายวัน แท่งกราฟแต่ละแท่งจะแสดงถึงการเทรดหนึ่งวัน (จันทร์, อังคาร เป็นต้น) กราฟแท่งชนิดนี้จะให้ข้อมูลที่มากกว่ากราฟลายเส้นเนื่องจากมีการแสดงมูลค่าเปิดตลาด (open), ราคาสูงสุด (high), ราคาต่ำสุด (low) และราคาปิดตลาด (close) หรือ OHLC

ต่อไปนี้เป็นพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับกราฟแท่ง OHLC

  • เส้นขีดคั่นทางด้านซ้ายคือราคาเปิดตลาด
  • เส้นขีดคั่นทางด้านขวาคือราคาปิดตลาด
  • จุดสูงสุดของแท่งกราฟคือระดับราคาสูงสุดในกรอบระยะเวลาที่เลือก
  • จุดต่ำสุดของแท่งกราฟคือระดับราคาต่ำสุดในกรอบระยะเวลาที่เลือก
  • แท่งกราฟสีเขียวคือแท่งกราฟผู้ซื้อเมื่อราคาปิดตลาดสูงกว่าราคาเปิดตลาด
  • แท่งกราฟสีแดงคือแท่งกราฟผู้ขายเมื่อราคาปิดตลาดต่ำกว่าราคาเปิดตลาด

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่ง OHLC นี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุได้ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายกำลังเป็นผู้คุมทิศทางตลาด กราฟแท่งชนิดนี้ยังเป็นพื้นฐานของกราฟแท่งชนิดต่อไปที่เราจะกล่าวถึงด้วย นั่นก็คือกราฟแท่งเทียนนั่นเอง ซึ่งถือเป็นกราฟชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่งเทียน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่งเทียน

ตัวอย่างกราฟแท่งเทียน บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

กราฟแท่งเทียนถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดยนักค้าข้าวชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 18 โดยมีลักษณะเหมือนกับกราฟแท่ง OHLC คือมีการแสดงราคาเปิดตลาด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด และราคาปิดตลาดในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่จะมีความแตกต่างสำคัญก็คือกราฟแท่งเทียนนั้นจะมีกล่องระหว่างราคาเปิดตลาดและราคาปิดตลาดซึ่งเรียกกันว่า 'body' ของแท่งเทียนโดยจะมีการกำหนดสีเป็นสีแดงหรือสีเขียว

เทรดเดอร์หลาย ๆ คนมองว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่งเทียนเป็นวิธีที่ใช้งานง่ายและเห็นข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กราฟชนิดนี้เป็นที่นิยมในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex และการระบุรูปแบบกราฟด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟแท่งเทียน

อย่างที่ทราบกันดีว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นเป็นการศึกษาราคาเพื่อระบุทิศทางตลาดซึ่งจะทำให้สามารถหาจุดเข้าตลาดที่จะทำกำไรได้และหาระดับราคาหยุดขาดทุนได้ด้วย มีการนำการวิเคราะห์ทางเทคนิคหลาย ๆ แบบมาใช้กับกราฟแท่งเทียน โดยรูปแบบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่การวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในตลาดการเงินประเภทอื่นได้ด้วย

ก่อนที่เราจะไปอธิบายตัวอย่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟแท่งเทียน ลองมาทำความเข้าใจการเกิดกราฟแท่งเทียน buyer/bullish (ขาขึ้น) และกราฟแท่งเทียน seller/bearish (ขาลง) กันก่อน

กราฟแท่งเทียน bullish และ bearish

หากคุณเข้าไปดูกรอบระยะเวลาแบบรายวันในโปรแกรมวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader ก็จะพบว่ากราฟแท่งเทียนด้านบนแสดงให้เห็นถึงมูลค่าการเทรดตลอดหนึ่งวันและยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลาย ๆ ประการกับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วย อาทิเช่น

ระดับราคาสูงและต่ำบ่งบอกให้นักวิเคราะห์ทราบราคาสูงสุดและต่ำสุดในตลาดที่ทำได้ในช่วงเวลาหนึ่งวัน

  • กราฟแท่งเทียนผู้ขาย ซึ่งแสดงด้วยแท่งเทียนสีดำ หรือบางครั้งเป็นสีแดงจะเป็นตัวแจ้งให้นักวิเคราะห์ทราบว่าผู้ขายเป็นฝ่ายชนะการเทรดในวันนั้น ๆ เนื่องจากราคาปิดตลาดที่ระดับต่ำกว่าราคาเปิดตลาด
  • กราฟแท่งเทียนผู้ซื้อ ซึ่งแสดงด้วยแท่งเทียนสีขาว หรือบางครั้งเป็นสีเขียนจะเป็นตัวแจ้งให้นักวิเคราะห์ทราบว่าผู้ซื้อเป็นฝ่ายชนะการเทรดในวันนั้น ๆ เนื่องจากราคาปิดตลาดที่ระดับสูงกว่าราคาเปิดตลาด

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ร่วมกับเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อสร้าง 'trading picture' ของสภาวะตลาดและคาดการณ์ทิศทางของตลาดที่จะเกิดขึ้นต่อไป ตัวอย่างเช่น

  1. ถ้ากราฟแท่งเทียนที่ต่อจากกราฟแท่งเทียนผู้ขายยังคงมีราคาตกลงเรื่อย ๆ จนราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ขายจะยังคงเทขายอย่างต่อเนื่อง หรือ short ตลาดนั่นเอง กรณีนี้จะทำให้เทรดเดอร์บางคนเริ่มเปิดสถานะคำสั่ง short หรือคงสถานะคำสั่ง short เอาไว้
  2. ถ้ากราฟแท่งเทียนที่ต่อจากกราฟแท่งเทียนผู้ซื้อมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนราคาทำจุดสูงสุดใหม่ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ซื้อจะยังคงส่งคำสั่งซื้อต่อไปเรื่อย ๆ กรณีนี้จะทำให้เททรดเดอร์บางคนเริ่มเปิดสถานะคำสั่ง long หรือคงสถานะคำสั่ง long เอาไว้

ลักษณะการเกิดกราฟแท่งเทียนมีหลายรูปแบบด้วยกันซึ่งนักวิเคราะห์ทางเทคนิคจะนำไปใช้ในการเทรดด้วยกราฟแท่งเทียน หนึ่งในรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ว่านี้ก็คือ 'Shooting Star'

Shooting Star

รูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิค Shooting Star เป็นสัญญาณบ่งบอกสภาวะตลาด bearish หรือตลาดขาลงซึ่งมีแนวโน้มที่ราคาตลาดจะตกลงมากกว่าที่จะปรับตัวสูงขึ้น ในรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิครูปแบบนี้ ผู้ซื้อมีการผลักดันราคาตลาดให้ทำจุดสูงสุดใหม่แต่ไม่สามารถคงระดับราคานั้นไว้ได้ ผู้ซื้อบางคนจึงปิดสถานะคำสั่ง long ทิ้งไป ทำให้ราคาตลาดยิ่งปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผู้ขายเริ่มเข้าคุมตลาด ตามหลักแล้วราคาเปิดและปิดมักจะอยู่ที่ครึ่งล่างของกราฟแท่งเทียน

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบกราฟแท่งเทียน Shooting Star ที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex บนกราฟราคารายวันของคู่สกุลเงิน GBP/USD

กราฟราคารายวัน GBP/USD

ตัวอย่างรูปแบบกราฟแท่งเทียน Shooting Star บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในบางกรณี ราคาตลาดปรับตัวลดลงจริง ๆ แต่ในบางกรณี ราคาอาจเด้งกลับมาสูงขึ้นก็เป็นได้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจเลือกใช้เครื่องมืออื่น ๆ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคมา 'build picture' ของสภาวะตลาดและกำหนดหาจุดเข้าและออกจากตลาดได้ด้วย จากตัวอย่างข้างต้น ราคาตลาดปรับตัวลดลงหลายครั้งมากกว่าที่จะปรับตัวสูงขึ้นทำให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มตลาด Forex ได้ แต่นี่ก็ไม่ได้รับประกันถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตว่าจะเป็นตามนั้นจริงหรือไม่

รู้หรือไม่ว่าที่ Admiral Markets เรามี MetaTrader เวอร์ชั่นปรับปรุงประสิทธิภาพซึ่งจะเสริมสมรรถนะในการเทรดให้กับคุณได้ ตอนนี้คุณสามารถเทรดด้วย MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 พร้อมกับ MetaTrader ในเวอร์ชั่นขั้นสูงได้แล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นสูง อาทิเช่น เมทริกซ์สหสัมพันธ์ ซึ่งให้คุณสามารถดูและเปรียบเทียบคู่สกุลเงินต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ หรือวิดเจ็ต Mini Trader ที่ให้คุณซื้อหรือขายบนหน้าต่างย่อยเล็ก ๆ ทำให้คุณยังสามารถทำงานอื่น ๆ ได้บนหน้าจอเดียวกัน ดาวน์โหลดฟรีวันนี้เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เทรดด้วย MetaTrader Supreme Edition

แล้วเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ ที่เทรดเดอร์เลือกใช้มาช่วยในการตัดสินใจเทรดมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟ

ในโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader ซึ่งมีให้บริการฟรีที่ Admiral Markets นั้น จะมีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคหลากหลายชนิดที่ใช้ในการช่วยระบุรูปแบบกราฟในการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ ซึ่งรวมถึงเครื่องมือวาดหรือลากเส้น อาทิเช่น

  • Lines - Horizontal Lines, Trend Lines, Cycle Lines, Angle Lines
  • Channels - Equidistant Channel, Standard Deviation Channel, Regression Channel, Andrew's Pitchfork
  • Gann - Gann Line, Gann Fan, Gann Grid
  • Fibonacci - Fib Retracement, Fib Extensions, Fib Channel, Fib Time Zone, Fib Arc ฯลฯ
  • Elliott Wave - Motive Wave, Corrective Wave
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้จะพบได้โดยเลือกเมนู Insert ที่แถบเมนูด้านบน จากนั้นเลือก Objects ลองเรียกเครื่องมือวาดรูปแบบกราฟสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่าง Equidistant Channel ขึ้นมา ซึ่งจะสามารถทำได้ตามรูปภาพที่แสดงด้านล่าง

การเรียกใช้งาน Equidistant Channel

เมื่อเลือกเครื่องมือดังกล่าวแล้ว ผู้ใช้งานก็เพียงแค่ลากเส้นเชื่อมราคา swing high หรือ swing low เพื่อสร้างรูปแบบ Channel ขึ้นมา ซึ่งสามารถทำได้โดย

  1. คลิกซ้าย
  2. คลิกค้างเอาไว้
  3. ปล่อยคลิกเมื่อลากไปที่บริเวณอื่นของกราฟ

นักวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถใช้เครื่องมือนี้ลากเส้นแสดงรูปแบบ Channel แบบเฉียงขึ้นหรือ Channel แนวราบออกด้านข้างแบบ sideway

การลากเส้น Channel

ตัวอย่างรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้เครื่องมือลากเส้น Equidistant Channel บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

มีการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟหลาย ๆ ชนิดด้วยกันที่เทรดเดอร์นำไปใช้ บางชนิดก็เหมาะกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex บางชนิดก็เหมาะกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดหุ้น ซึ่งเราจะกล่าวถึงอย่างละเอียดต่อไปในหัวข้อการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับตลาดการเงินประเภทต่าง ๆ

อินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

หนึ่งในเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการใช้อินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งอินดิเคเตอร์ดังกล่าวเหล่านี้จะถูกโปรแกรมด้านสถิติให้ใช้สูตรและการคำนวณรูปแบบต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟแท่ง OHLC และกราฟแท่งเทียน อันได้แก่ มูลค่าราคาเปิด, ราคาต่ำสุด, ราคาสูงสุด และราคาปิดในกรอบระยะเวลาหนึ่ง ๆ

ตามหลักแล้ว เราสามารถแบ่งอินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคออกได้เป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งอินดิเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดได้แก่

  • Trend indicator (อินดิเคเตอร์วิเคราะห์เทรนด์):
    • Moving Average (MA)
    • Average Directional Index (ADX)
    • Ichimoku Kinko Hyo
    • Moving Average Convergence/Divergence (MACD)
    • Parabolic SAR Indicator
  • Momentum (โมเมนตัม):
    • Relative Strength Index (RSI)
    • Stochastic Oscillator
    • Williams % range (%R)
  • Volatility (ความผันผวน):
    • Average True Range (ATR)
    • Bollinger Bands (BB)
    • Standard Deviation
  • Volume (ปริมาณ):
    • Money Flow Index
    • Accumulation/Distribution line
    • On-Balance Volume

อินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex แต่สำหรับอินดิเคเตอร์กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่ม Volume นั้นจะเหมาะกับตลาดที่มีการเทรดอัตราแลกเปลี่ยนโดยใช้ปริมาณการเทรดเป็นฐานข้อมูลหลัก การศึกษาด้านปริมาณการเทรดรวมทั้งสิ้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดในตลาดหุ้น, ตลาดฟิวเจอร์ส และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากราคาซื้อและราคาขายในตลาดเหล่านี้จะดำเนินผ่านตลาดหลักทรัพย์กลางเพียงแห่งเดียวอย่างเช่นตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) หรือตลาดหลักทรัพย์ชิคาโก (Chicago Mercantile Exchange) เป็นต้น

ส่วนตลาด Forex นั้นจะเป็นการเทรดแบบ OTC (Over-The-Counter) ทำให้ปริมาณการเทรดรวมทั้งสิ้นแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าโบรกเกอร์นั้นได้ข้อมูลราคาตลาดมากจากธนาคารไหนหรือกองทุนบริหารความเสี่ยงไหน นั่นหมายความว่าสำหรับตลาด Forex แล้ว อินดิเคเตอร์การวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งใช้ปริมาณ (Volume) ในการวิเคราะห์ตลาดจะใช้เพียงแค่ตัวอย่างของปริมาณการเทรดรวมทั้งสิ้นเท่านั้น ซึ่งจะแสดงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหนก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันอยู่

ในโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader คุณจะสามารถเข้าไปดูว่ามีอินดิเคเตอร์ฟรีอะไรให้ใช้งานได้บ้างสำหรับผู้ใช้งานของ Admiral Markets

รายการอินดิเคเตอร์ฟรีจาก Admiral Markets

เนื่องจากรายการอินดิเคเตอร์การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีมากมายหลากหลายชนิดด้วยกันให้ได้เลือกใช้ อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกกลัวและสับสนในตอนแรก ต่อไปในบทความนี้เราจะมากล่าวถึงอินดิเคเตอร์การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ถูกใช้งานมากที่สุดสำหรับตลาดการเงินประเภทต่าง ๆ กัน อย่างไรก็ดี การฝึกเทรดด้วยบัญชีทดลองก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ทดสอบอินดิเคเตอร์ชนิดต่าง ๆ ได้ รวมทั้งยังได้ดูเทรดเดอร์ที่เทรดจริงคนอื่น ๆ ใช้งานอินดิเคเตอร์การวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบเรียลไทม์ด้วย ที่ Admiral Markets คุณสามารถเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดของคุณได้ง่าย ๆ เพราะคุณจะได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญทุกสัปดาห์ ซึ่งเราจะกล่าวถึงต่อไปในบทความนี้

เทรดเดอร์ที่เลือกเทรดกับ Admiral Markets จะสามารถเทรดได้แบบไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิงกับบัญชีทดลองเทรดฟรี แทนที่จะไปเปิดบัญชีเทรดจริงแล้ววางเงินลงไปเสี่ยงในการเทรดทั้ง ๆ อย่างนั้นเลย คุณสามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้และไปฝึกการเทรดให้ชำนาญก่อนที่จะเปลี่ยนไปเทรดด้วยบัญชีเทรดจริงในภายหลังได้ ให้คุณได้เป็นผู้กุมบังเหียนในประสบการณ์การเทรดของคุณ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีทดลองฟรีได้เลยวันนี้

เทรดด้วยบัญชีทดลองฟรี

จะเรียนรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคกับ Admiral Markets ได้อย่างไร

การฝึกตัวเองให้คุ้นเคยกับโลกแห่งการเทรดนั้นจะช่วยเร่งให้เกิดความชำนาญในการฝึกเทรด รวมถึงการนำเอาการวิเคราะห์ทางเทคนิคไปใช้ในสถานการณ์จริงได้เร็วขึ้น การสังเกตดูว่าเทรดเดอร์มืออาชีพเขามองตลาดอย่างไรยังช่วยเพิ่มความมั่นใจที่จะเริ่มต้นวิเคราะห์และเทรดในตลาดโดยใช้รูปแบบกราฟและอินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ามาช่วย

Admiral Markets มีคอร์สสัมมนาออนไลน์ (Webinar) เกี่ยวกับการเทรดถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ซึ่งคุณสามารถเข้าไปลงทะเบียนเข้าชมได้แบบฟรี ๆ ที่ Trading Spotlight Webinar

Trading Spotlight จะนำเสนอหัวข้อเกี่ยวกับการเทรดโดยเทรดเดอร์มืออาชีพในวันจันทร์, พุธ และศุกร์ ซึ่งจะมีการพูดคุยลงลึกไปถึงหัวข้อและกลยุทธ์เทคนิคการเทรดที่กำลังเป็นที่สนใจในโลก รวมไปถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วย

เข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ด้านการเทรด (Webinar) ฟรี เพียงเข้าไปลงทะเบียนด้วยการคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Webinar เกี่ยวกับการเทรดฟรี

การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับตลาดการเงินประเภทต่างๆ

เมื่อคุณได้เรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟ, การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟแท่งเทียน และอินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ดีขึ้นแล้ว ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะนำการวิเคราะห์ทางเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับตลาดการเงินประเภทต่าง ๆ ที่มีให้บริการสำหรับเทรดที่ Admiral Markets อย่างไร

การวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex

ตลาด Forex นั้นเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงหรือมีการซื้อขายสูง จึงทำให้เป็นตลาดที่ดึงดูดเทรดเดอร์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นเทรดเดอร์แบบ Scalper ที่ทำการเทรดภายใน 1 นาที, เทรดเดอร์แบบที่เทรดภายในหนึ่งวันที่ดูกราฟแบบ 4 ชั่วโมงเพื่อทำการซื้อขาย ไปจนถึงเทรดเดอร์แบบ Swing trade ที่เทรดโดยดูกราฟรายวัน เนื่องจากมีผู้เข้าที่เทรดในตลาด Forex หลากหลายประเภทหลากหลายรูปแบบด้วยกัน จึงทำให้มีการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย

อันที่จริงแล้ว นักวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex สามารถเลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกราฟ, รูปแบบกราฟแท่งเทียน หรือแม้แต่อินดิเคเตอร์ เราลองยกอินดิเคเตอร์โมเมนตัม (Momentum indicator) สักตัวหนึ่งมาดูกันแบบละเอียดสักนิด

อินดิเคเตอร์ที่เราจะกล่าวถึงก็คือ Stochastic Oscillator ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex เนื่องจากว่ามันเป็นอินดิเคเตอร์โมเมนตัม จึงสามารถช่วยระบุจุดกลับตัวของราคาตลาดได้

การใส่อินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator ลงไปในโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ขึ้นมา
  2. ในตัวเลือกเมนูด้านบนให้เลือก Insert -> Indicators
  3. ในหัวข้อ Indicators ให้เลือก Oscillators -> Stochastic Oscillator
  4. กด Ok

วิธีใส่ Stochastic Oscillator ลงไปในกราฟ

ตัวอย่างอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แล้วเทรดเดอร์ใช้ Stochastic Oscillator ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Forex อย่างไร แม้ว่าจะสามารถใช้ได้ในหลาย ๆ ทางด้วยกัน แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะใช้อินดิเคเตอร์ตัวนี้ในการหาสัญญาณ Overbought (ซื้อมากเกินไป) และ Oversold (ขายมากเกินไป)

  1. ถ้าเส้น Stochastic อยู่เหนือระดับ 80 แสดงว่าตลาดน่าจะ overbought
  2. ถ้าเส้น Stochastic อยู่ต่ำกว่าระดับ 20 แสดงว่าตลาดน่าจะ oversold

ตัวอย่างกราฟคู่สุกลเงิน AUD/NZD ด้านล่างนี้จะเห็นได้ว่าเส้น Stochastic อยู่เหนือระดับ 80 เป็นการส่งสัญญาณบอกว่าตลาดน่าจะ overbought ส่งผลให้มีโอกาสสูงที่ราคาจะตกลงกราฟ AUD/NZD ที่เส้น Stochastic แสดงตลาด overbought

ตัวอย่างอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator ส่งสัญญาณ overbought บนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในกรณีนี้ เทรดเดอร์บางคนอาจเลือกที่จะรอให้เส้น Stochastic ลงมาต่ำกว่าระดับ 80 แต่เทรดเดอร์บางคนก็อาจจะเลือกวางคำสั่งขายเพื่อเก็งกำไรตอนราคาตลาดตกลง การวางคำสั่งขายทำได้โดย

  1. คลิกขวาแล้วเลือก Trading -> New Order
  2. คลิก F9 ที่แป้นพิมพ์
  3. คลิกแท็บ New Order ที่แถบเมนูด้านบน

เมื่อมีหน้าตั๋วคำสั่งเทรดปรากฏขึ้น เทรดเดอร์ก็สามารถใส่รายละเอียดการเทรดของตนลงไปได้ เช่น ชนิดของคำสั่ง, ปริมาณ, ราคาเข้าตลาด, จุดหยุดขาดทุน เป็นต้น โดยปกติแล้ว เทรดเดอร์จะใช้มูลค่าสูงสุดและต่ำสุดของแท่งกราฟก่อนหน้าในการกำหนดจุดราคาเข้าตลาดและจุดหยุดขาดทุน

การวางคำสั่งเทรด

ตัวอย่างตั๋วคำสั่งเทรดบนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อเทรดเดอร์ใส่รายละเอียดครบตามที่ต้องการแล้ว ก็คลิกที่ปุ่ม 'place' ซึ่งจะดำเนินการคำสั่งเทรดจริง ระดับราคาที่เทรดจะถูกแสดงด้วยเส้นแนวนอนบนกราฟ

ตั๋วคำสั่งเทรด

ตัวอย่างตั๋วคำสั่งเทรดบนโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader 5

คำสงวนสิทธิ์: กราฟราคาของตราสารการเงินที่ปรากฏในบทความนี้ถูกใช้เพื่อแสดงตัวอย่างและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการเทรดหรือคำชักชวนให้ซื้อหรือขายตราสารการเงินใด ๆ โดย Admiral Markets (CFD, ETF, หุ้น) ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดคริปโตเคอเรนซี่

คริปโตเคอเรนซี่อย่างเช่น Bitcoin และ Ethereum ถือเป็นตลาดเกิดใหม่ซึ่งเปิดให้เทรดได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ที่ Admiral Markets คุณสามารถเทรดคริปโตเคอเรนซี่ต่อเงินยูโรได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย

ถึงแม้ว่าตลาดคริปโตเคอเรนซี่จะเป็นตลาดใหม่ แต่การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ยังใช้งานได้ดีหากใช้ในสภาวะตลาดที่เหมาะสม เนื่องจากรูปแบบกราฟสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค Bitcoin ยังคงถูกสร้างโดยใช้ข้อมูลกิจกรรมการซื้อและขายของเทรดเดอร์ในตลาดอยู่ แม้แต่อินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Ethereum ก็ยังใช้การได้ดีในสภาวะตลาดที่เหมาะสมเนื่องจากอินดิเคเตอร์จะคำนวณข้อมูลจากกราฟราคาที่เคลื่อนไหวตามกิจกรรมการซื้อและขายของเทรดเดอร์ในตลาดนั่นเอง

เทรดเดอร์สามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคคริปโตเคอเรนซี่ได้ทั้งรูปแบบกราฟ, รูปแบบกราฟแท่งเทียน และอินดิเคเตอร์ อินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมสำหรับคริปโตเคอเรนซี่อย่างเช่น Litecoin ก็คือ Average True Range หรือ ATR ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกความผันผวนของราคา (Volatility) จึงเหมาะอย่างยิ่งกับตลาดคริปโตเคอเรนซี่ที่มีความผันผวนสูง

วิธีใส่อินดิเคเตอร์ ATR ในกราฟการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader สามารถทำได้ดังนี้

  1. เปิดแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ขึ้นมา
  2. ในตัวเลือกเมนูด้านบนให้เลือก Insert -> Indicators
  3. ในหัวข้อ Indicators ให้เลือก Oscillators -> Average True Range
  4. กด Ok

วิธีใส่ ATR ลงในกราฟ

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, LTC/USD, รายวัน - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11:11 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เส้นสีน้ำเงินในกราฟด้านบนแสดง Average True Range ของกราฟราคาแบบแท่งเทียนรายวันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 สำหรับ Litecoin (LTC/USD) นักวิเคราะห์ทางเทคนิคคริปโตเคอเรนซี่จะใช้อินดิเคเตอร์นี้ในการระบุช่วงเวลาที่มีความผันผวนของราคาสูงและช่วงเวลาที่มีความผันผวนของราคาต่ำเพื่อช่วยในการกำหนดจุดหยุดขาดทุนและจุดทำกำไร

ในช่วงที่มีความผันผวนของราคาสูง ATR จะก็ดีดตัวสูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้แท่งกราฟรายวันมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเทรดเดอร์บางคนจึงอาจเลือกกรอบระยะเวลาที่น้อยลงเพื่อกำหนดเพดานให้กับความผันผวนของราคาเช่นนี้

ในทางกลับกัน หากเป็นช่วงที่มีความผันผวนของราคาต่ำ ATR ก็จะลดต่ำลงกว่าปกติ ทำให้แท่งกราฟรายวันมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องเปิดคำสั่งรอนานขึ้นกว่าที่ราคาจะไต่ระดับไปถึงระดับราคาที่ต้องการ

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดหุ้น

โดยทั่วไปแล้วเทรดเดอร์และนักลงทุนในตลาดหุ้นมักเลือกที่จะใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นของบริษัทนั้น ๆ ดีหรือไม่ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ (เทรดด้วยอัลกอริธึม) มากขึ้น ซึ่งจะใช้อินดิเคเตอร์และรูปแบบกราฟการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรด จึงทำให้เทรดเดอร์หันมาใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นเรื่องปกติที่เทรดเดอร์ตลาดหุ้นจะเลือกเทรดในดัชนีตลาดหุ้นหลักอย่างเช่น S&P 500 หรือ DAX 30 เนื่องจาก S&P 500 เป็นหนึ่งในดัชนีตลาดหุ้นที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก การวิเคราะห์ทางเทคนิคดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 จึงใช้การได้ดีในสภาวะตลาดที่เหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ตลาดหุ้นหลาย ๆ คนชอบที่จะติดตามและเทรดในเทรนด์ระยะยาว โดยจะถือสถานะสัญญาซื้อขายเป็นหลาย ๆ สัปดาห์หรือหลาย ๆ เดือน การจะเทรดในลักษณะนี้ได้ เทรดเดอร์มักจะต้องพึ่งรูปแบบกราฟ, รูปแบบกราฟแท่งเทียน และอินดิเคเตอร์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับ S&P 500 สำหรับการสร้างมุมมองของสภาวะตลาดหุ้นอเมริกัน รวมถึงเข้าเทรดตามพฤติกรรมราคาของกราฟดัชนีตลาดหุ้น S&P 500

แม้ว่าจะมีการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟสำหรับ S&P 500 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายหลากรูปแบบด้วยกัน แต่รูปแบบที่ถูกใช้กันมากที่สุดก็คือ trendline (เส้นแนวโน้ม) และ horizontal line (เส้นแนวนอน) ที่บ่งบอกแนวรับและแนวต้านทางเทคนิค การเข้าใช้งานเครื่องมือวาดและลากเส้นในโปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader ของ Admiral Markets นั้นทำได้ด้วยการคลิกที่เมนู Insert จากแถบเมนูด้านบนของโปรแกรม จากนั้นเลือก Objects -> Lines

เรียกใช้เครื่องมือลากเส้นในกราฟ

เทรดเดอร์สามารถลากเส้น trendline ได้ด้วยการคลิกที่ตัวเลือก trendline ซึ่งเส้น trendline ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเป็นการลากเส้นเชื่อมวงจรหุ้น higher low ในเทรนด์ขาขึ้น และวงจรหุ้น lower high ในเทรนด์ขาลง เมื่อกำหนดจุดเริ่มต้นของวงจรหุ้นเหล่านี้ได้แล้ว ก็ทำการคลิกซ้ายแล้วลากจากจุดเริ่มต้นของวงจรหุ้นแรก จากนั้นคลิกค้างไว้แล้วลากเส้น trendline ไปยังวงจรหุ้น higher low ต่อไป การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดเส้นที่เป็นเส้น trendline ซึ่งแสดงให้เห็นการขยับตัวขึ้นลงของราคานั่นเอง

ลองดูตัวอย่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟ S&P แบบระยะยาวที่ด้านล่าง

กราฟ S&P แบบรายเดือน

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, SP500, รายเดือน - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13:59 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในตัวอย่างกราฟด้านบน เส้นสีน้ำเงินคือเส้น trendline ซึ่งการสร้างเส้น trendline ขึ้นมานั้นก็แค่ลากเส้นจากจุดที่หนึ่งไปยังจุดที่สอง จากนั้นเทรดเดอร์ก็อาจจะมองหาจุดกลับตัวของราคาครั้งต่อไปดังที่ปรากฏในจุดที่สามและจุดที่สี่ แน่นอนว่าในบางจุดราคาอาจจะทะลุเส้น trendline ไปได้ ทำให้เทรดเดอร์นักวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งในตลาดหุ้นและดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ต้องมีการนำเอาหลักการบริหารความเสี่ยงเข้ามาใช้ด้วย

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

มีเทรดเดอร์อยู่ไม่น้อยที่เลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเมื่อเทรดในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคกันอย่างแพร่หลายในการเทรดทองคำและน้ำมันดิบ เนื่องจากสินค้าทั้งสองประเภทนี้เป็นสินค้าหลักในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เทรดเดอร์สามารถใช้ได้ทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยรูปแบบกราฟ, รูปแบบกราฟแท่งเทียน และอินดิเคเตอร์ในการเทรดทองคำและน้ำมันดิบ

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยกราฟแท่งเทียนที่ใช้กันมากที่สุดก็คือกราฟแท่งเทียน Bullish engulfing (กระทิงกินหมี) และ Bearish engulfing (หมีกินกระทิง) เมื่อนำรูปแบบกราฟแท่งเทียนแบบ Engulfing มาใช้กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดทองคำและน้ำมันดิบก็จะทำให้สามารถระบุจุดเปลี่ยนของราคาตลาดที่สำคัญ ๆ ได้

รูปแบบกราฟแท่งเทียน Bullish engulfing (กระทิงกินหมี) นั้นเป็นลักษณะที่แท่งเทียนหนึ่งได้ครอบคลุมหรือกลืนกินช่วงราคา (ตั้งแต่สูงสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียน) ของแท่งเทียนก่อนหน้า และปิดราคาสูงกว่าราคาเปิด แสดงให้เห็นว่ามีการเทรดในช่วงราคาสูงสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียนนั้นมากกว่าช่วงราคาสูดสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า

รูปแบบกราฟแท่งเทียน Bearish engulfing (หมีกินกระทิง) เป็นลักษณะทีแท่งเทียนหนึ่งได้ครอบคลุมหรือกลืนกินช่วงราคา (ตั้งแต่สูงสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียน) ของแท่งเทียนก่อนหน้า และปิดราคาต่ำกว่าราคาเปิด แสดงให้เห็นว่ามีการเทรดในช่วงราคาสูงสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียนนั้นมากกว่าช่วงราคาสูดสุดถึงต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า

ลองมาดูตัวอย่างกันสักหน่อย

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดทองคำ - แท่งเทียน Engulfing

แท่งเทียน Engulfing ในกราฟราคาทองคำ

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, ทองคำ, รายวัน - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14:16 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคในกราฟราคาทองคำด้านบน กล่องสีน้ำเงินแสดงถึงรูปแบบแท่งเทียน Bullish engulfing และกล่องสีเหลืองแสดงถึงรูปแบบแท่งเทียน Bearish engulfing ในบางกรณี แต่ไม่เสมอไป ราคาตลาดจะดำเนินต่อไปในทิศทางของแท่งเทียน Bullish engulfing หรือ Bearish engulfing เทรดเดอร์นักวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดทองคำยังต้องพิจารณาการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้อินดิเคเตอร์และรูปแบบกราฟอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น MACD หรือ Bollinger Bands ในการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ชัดเจนขึ้น

การวิเคราะห์ทางเทคนิคตลาดน้ำมันดิบ - แท่งเทียน Engulfing

แท่งเทียน Engulfing ในกราฟราคาน้ำมันดิบ

แหล่งที่มา: Admiral Markets MetaTrader 5, WTI, รายวัน - ช่วงข้อมูล: ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14:23 น. BST - โปรดทราบว่า: ผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่ใช่ตัวบ่งชี้ผลตอบแทนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคในกราฟราคาน้ำมันดิบด้านบน กล่องสีน้ำเงินแสดงถึงรูปแบบแท่งเทียน Bullish engulfing และกล่องสีเหลืองแสดงถึงรูปแบบแท่งเทียน Bearish engulfing ในบางกรณี แต่ไม่เสมอไป ราคาตลาดจะดำเนินต่อไปในทิศทางของแท่งเทียน Bullish engulfing หรือ Bearish engulfing เทรดเดอร์นักวิเคราะห์ทางเทคนิคยังต้องพิจารณาการวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยอินดิเคเตอร์และรูปแบบกราฟอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น trend line (เส้นแนวโน้ม) และอินดิเคเตอร์โมเมนตัม รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อคาดการณ์แนวโน้มตลาดที่จะเกิดต่อไปได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่ Admiral Markets คุณไม่เพียงแค่สามารถเข้าใช้โปรแกรมการวิเคราะห์ทางเทคนิค MetaTrader ได้ฟรีเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ในตลาดการเงินหลาย ๆ ประเภท ทั้ง Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอเรนซี่

ทำไมจึงควรเลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคกับ Admiral Markets

เทรดเดอร์ที่เลือกใช้บริการ Admiral Markets จะสามารถเข้าดูสัมมนาออนไลน์ (Webinar) สดด้านการเทรดระดับพรีเมียม ซึ่งจะได้เรียนรู้ว่าเทรดเดอร์มืออาชีพเขาใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดในตลาดจริงอย่างไร รวมทั้งยังสามารถ

  • เทรดกับบริษัทที่มั่นคงและได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้องจากองค์กรกำกับดูแลด้านการเงินของสหราชอาณาจักรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
  • เข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์มเทรดที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดอย่าง MetaTrader ทั้งบน Windows, Mac, Web, Android และ iOS
  • เข้าถึงการใช้งานปลั๊กอิน MetaTrader Supreme Edition จาก Admiral Markets ที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นสูง อย่างเช่น Admiral Pivot, Admiral Renko, Sentiment Trader และ Advanced Order เป็นต้น ได้แบบฟรี ๆ
  • ได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายคุ้มครองวงเงินติดลบในบัญชี ให้คุณเทรดได้แบบไร้กังวล
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย

เริ่มเทรดกับเราได้ง่าย ๆ เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้เพื่อเปิดบัญชีเทรดจริงกับเราได้เลยวันนี้

เทรด Forex & CFD

ลิงก์นี้จะนำคุณไปยังหน้า 'เริ่มต้นเทรด' ของเรา ดังที่เห็นด้านล่างนี้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปสร้างบัญชีได้ง่าย ๆ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และได้เพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์มากมายจาก Admiral Markets Trader's Room ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

หน้าเริ่มต้นเทรดของ Admiral Markets

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำสงวนสิทธิ์: ข้อมูลข้างต้นเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่จัดทำโดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ การประเมิน การทำนาย การพยากรณ์ และการประมวลผลหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า "บทวิเคราะห์") ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนตัดสินใจในการลงทุนใด ๆ กรุณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ด้วยความระมัดระวัง

  1. ข้อมูลที่ปรากฏนี้เป็นการสื่อสารทางการตลาด บทวิเคราะห์นี้เป็นการเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวและจะต้องไม่ถือเป็นการแทนคำปรึกษาหรือคำชี้แนะด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการส่งเสริมความเป็นอิสระในการค้นคว้าวิจัยด้านการลงทุน และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามในการทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการเผยแพร่บทวิจัยด้านการลงทุน
  2. Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุนทุกประเภทของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะมาจากเนื้อหาในบทวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
  3. บทวิเคราะห์ถูกจัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระซึ่งเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพและนักวิเคราะห์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้เขียน") โดยยึดตามการประเมินส่วนบุคคล
  4. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเป็นกลางของบทวิเคราะห์ Admiral Markets ได้จัดทำกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. แม้ว่าเราจะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของเนื้อหาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงอยู่ในเนื้อหานั้นมีความแม่นยำ สมบูรณ์ ความเป็นปัจจุบัน และเข้าใจได้มากที่สุด แต่ Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏอยู่ในบทวิเคราะห์ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่แสดงถึงผลตอบแทนการลงทุนในอดีตไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนการลงทุนในอนาคตได้
  6. เนื้อหาในบทวิเคราะห์จะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ว่าลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวในบทวิเคราะห์ และขอสงวนความรับผิดชอบในการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาบทวิเคราะห์
  7. ผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ในอดีต หรือตัวอย่างผลตอบแทนการลงทุนใด ๆ ของตราสารทางการเงินที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาจะต้องไม่ถือเป็นการให้คำสัญญา การรับประกัน หรือการแสดงเจตนาจาก Admiral Markets ถึงผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต มูลค่าของตราสารทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และจะไม่มีการรับประกันมูลค่าหลักทรัพย์
  8. ตัวอย่างที่แสดงอยู่ในบทวิเคราะห์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเรียกเก็บภาษี หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับหัวข้อของเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยมีการระบุรายการค่าบริการที่เรียกเก็บโดย Admiral Markets อย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ Admiral Markets
  9. ผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาซื้อขายส่วนต่างด้วย) ถือเป็นการเก็งกำไร และอาจมีการขาดทุนหรือทำกำไรได้ ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรด กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ