เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เว็บไซต์ของเรา เมื่อดำเนินการเรียกดูเว็บไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณให้ความยินยอมในการให้ใช้คุกกี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงวิธีแก้ไขการตั้งค่าของคุณ โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม ยอมรับ

Cryptocurrency คืออะไร? : คู่มือการเทรด Cryptocurrency ในปี 2021

มกราคม 21, 2021 02:55 UTC
Reading time: 24 minutes

ราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นแบบทะลุอวกาศในปี 2021 นี้ ทำให้เกิดความสนใจในการเทรด Cryptocurrency เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นในการลงทุน Cryptocurrency ได้ถี่ถ้วนเสียก่อน

ซึ่งบทความนี้ จะเป็นคู่มือในเบื้องต้นสำหรับคนที่อยากจะเริ่มเทรด Cryptocurrency ตั้งแต่การเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ไปจนถึงวิธีการซื้อขายในแพลตฟอร์มการเทรด โดยไล่ลำดับจากพื้นฐานไปทีละขั้น ดังหัวข้อต่อไปนี้

Cryptocurrency คืออะไร?

Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัล) คือ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีการเข้ารหัส มีราคากลางในการซื้อขายแปรผันตามกลไกตลาด จึงสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่เพราะไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพเหมือนเช่นสกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) ของแต่ละประเทศที่มีการตีพิมพ์ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ออกมา ทำให้บางครั้ง เราก็เรียก สกุลเงินดิจิทัล ว่า "สกุลเงินเสมือน" หรือ Virtual currency

วิธีการทำงานของสกุลเงินดิจิทัล

Cryptocurrency จะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือจัดการโดยหน่วยงานทางการเงินสากลใด ๆ และไม่มีรัฐบาลใดเป็นเจ้าภาพในการผลิตจำนวนเหรียญของสกุลเงินดิจิทัล โดยสกุลเงินเสมือนดังกล่าวนี้ จะทำงานอยู่บนระบบที่สามารถควบคุมตัวมันเองได้ เรียกว่า "บล็อกเชน" (Blockchain)

Cryptocurrency ทำงานบนเทคโนโลยีเครือข่าย Blockchain ซึ่งทำให้การมีอยู่ของเหรียญ Cryptocurrency แต่ละเหรียญนั้น จะถูกบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานว่า “ใครเป็นเจ้าของ” เหรียญนั้น ๆ โดยจะเป็นการบันทึกร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าว (Peer)

หลักการพื้นฐาน คือ เมื่อมีการบันทึกข้อมูลในแต่ละชุด หรือ "ในแต่ละบล็อก" ตัวระบบ Blockchain จะมีการ "ส่งสัญญาณ" หากันในเครือข่าย เพื่อให้ทุกคนในเครือข่ายรับรู้และรับรองความต้องถูกต้องของธุรกรรมหรือข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลแต่ละชุดนั้น จะมีการเข้ารหัสหรือที่เรียกว่า "Cryptography" ไว้

การที่ทุกคนสามารถเข้าถึง มีส่วนในการรับรู้ บันทึก และรับรองความถูกต้องของธุรกรรมทั้งหมดในเครือข่ายได้นั้น เราเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า "การบันทึกธุรกรรมแบบกระจายศูนย์" ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Distributed Ledger Technology (DLT) หรือ เราอาจเรียกมันว่า การบันทึกข้อมูลแบบ "หลาย ๆ เครื่อง" ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ เราอาจสรุปคุณลักษณะของ Cryptocurrency อย่างสั้น ๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • Cryptocurrency ปัจจุบัน ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง
  • Cryptocurrency ทำงานบนระบบ Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกระจายศูนย์ หรือ Distributed Ledger Technology ทำให้ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับรองความถูกต้องของข้อมูล

สำหรับท่านที่มีความรู้อยู่แล้ว และต้องการมองหาโบรกเกอร์เพื่อเทรด Cryptocurrency คุณสามารถทดลองใช้งานแฟลตฟอร์มการเทรดและระบบ "บัญชีเงินจำลอง" เพื่อเรียนรู้วิธีการเทรดได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

เปิดบัญชีเทรด Crypto

ประวัติความเป็นมาของสกุลเงินดิจิทัล

ต้นกำเนิดของ Cryptocurrency ที่ทั่วโลกยอมรับหรือพอจะสืบสาวกลับไปได้จริง ๆ จะเริ่มต้นในปี 2009 จากการเปิดตัวเหรียญ Bitcoin พัฒนาโดยบุคคลปริศนาที่ใช้ชื่อว่า "Satoshi Nakamoto" โดย Bitcoin มีลักษณะที่เรียกว่า Proto-Cryptocurrency ในตอนนั้น Bitcoin นำเสนอตัวเองในฐานะที่เป็นเพียง 'ระบบการชำระเงิน' เท่านั้น (Electronic Payment System) แต่เป็นระบบการชำระเงินที่มี 'Cryptographic Proof' หรือการยืนยันธุรกรรมร่วมกัน ซึ่งนั่นมันก็คือ Blockchain นั่นเอง

ระบบการชำระเงินอย่าง Bitcoin ที่มีพื้นฐานอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain ทำให้คนเชื่อมั่นที่จะใช้มันในฐานะ "เครื่องมือสะสมมูลค่า" เพราะความโปร่งใสและไม่มีใครสามารถเข้ามาควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารกลางหรือรัฐบาลของประเทศใด นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นและทำให้ทุกคนยอมรับว่า Bitcoin คือ สกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก

เหตุผลที่ทำให้คนทั่วโลกเริ่มสนใจ Cryptocurrency มากขึ้น คือ การกำเนิดของสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจาก Bitcoin เพราะนักพัฒนามองเห็นโอกาสในการเป็นสกุลเงินทางเลือก, การเป็นช่องทางการโอนเงินที่รวดเร็วกว่า, เป็นเครื่องมือในการปกป้องเงินเฟ้อ รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือการระดมทุนออนไลน์ต่าง ๆ (การทำ ICO) สกุลเงินเกิดใหม่ที่ได้รับความนิยม เช่น Litecoin, Ethereum เป็นต้น

จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ปี 2017 ที่มีการเปิดให้สามารถซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Future) ในเหรียญ Bitcoin ผ่านตลาด CME และ CBOE ได้ ซึ่งเท่ากับว่า เป็นการรับรองให้ Bitcoin อยู่ในตลาดที่ถูกกฎหมาย (Regulated) ไปโดยปริยาย

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets และสถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ภาพด้านบนคือกราฟราคา Bitcoin (BTCUSD) ในโปรแกรมเทรด (MetaTrader 5) ของ Admiral Markets โดยขยับจากจุดต่ำสุดราว ๆ 600 USD ไปสู่จุดสูงสุดที่ 19,500 USD หรือมากกว่า 30 เท่า ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น

สกุลเงินดิจิทัล มีอะไรบ้าง?

เราทราบแล้วว่า Bitcoin หรือ "บิตคอยน์" เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุด โดยอายุของมันก็หลัก 20 ปีเข้ามาแล้ว ซึ่งความสำเร็จของ Bitcoin นำไปสู่การเพิ่มจำนวนขึ้นอย่าง "มหาศาล" ของ Cryptocurrency ตัวอื่น ๆ ซึ่งเท่าที่รวบรวมได้ก็เชื่อว่า มีสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 10,000 "ยี่ห้อ" เข้าไปแล้ว

อย่างไรก็าม แม้ว่า Cryptocurrency เกือบทั้งหมดจะทำงานบนพื้นฐานของการ "กระจายศูนย์" ซึ่งไม่มีใครควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีความโปร่งใสมาก แต่สกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมในการเทรด มีอยู่เพียง "หลักสิบ" เท่านั้น ซึ่งจะได้ยกตัวอย่างมาดังต่อไปนี้

  1. Bitcoin
    • Bitcoจึงต้องการเพิ่มความสามารถของแต่ละ Blockchain ให้สูงใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปํญหาคอขวดเหล่านี้ จนกลายเป็น Bitcoin Cash
  2. Bitcoin Cash
    • Bitcoin Cash หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Altcoin" เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับ Bitcoin อนึ่ง ตัวของ Bitcoin Cash ก็เปรียบเสมือนลูกแท้ ๆ ของ Bitcoin เพราะมันเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า Hard Fork
    • จึงต้องการเพิ่มความสามารถของแต่ละ Blockchain ให้สูงใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปํญหาคอขวดเหล่านี้ จนกลายเป็น Bitcoin Cash
  3. Ethereum
    • Ethereum ในปัจจุบันคือคู่แข่งหลักของ Bitcoin โดยข้อได้เปรียบมาก ๆ ของ Ethereum คือการที่ตัวมันสามารถใช้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" สำหรับองค์กรอื่น ๆ ที่จะนำระบบของ Ethereum ไปประยุกต์หรือสร้าง Blockchain ของตัวเอง
  4. Litecoin
    • Litecoin เป็น Cryptocurrency ที่สร้างขึ้นโดย Charles Lee ในปี 2011 ในสมัยที่เขายังเป็นพนักงานของบริษัท Google มีความคล้ายกับ Bitcoin อย่างมากในทางเทคนิค
    • Litecoin เคยได้ชื่อว่าเป็น "อันดับสอง" เปรียบได้กับเป็น Silver ในตลาดการเงิน แต่เพราะการเกิดขึ้นของ Cryptocurrency ตัวใหม่ ๆ ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความนิยมของ Litecoin จึงตกลงไปมาก

Cryptocurrency ที่สำคัญทั้งหมดจะมีให้เทรดในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ซึ่งคุณสามารถทดลองเปิดบัญชี Demo ซึ่งเป็น "ระบบเงินจำลอง" เพื่อฝึกฝนการใช้โปรแกรมเทรดและฝึกเทรดในตลาดจริงได้โดยไม่มีความเสี่ยง รับรหัสบัญชีทดลองได้ฟรี คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชีเทรด MT5

การเทรด Cryptocurrency

การเริ่มเทรด Cryptocurrency เราต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรการเงินระหว่างประเทศ หรือหากคุณต้องทดสอบวิธีการใช้โปรแกรมเทรด คุณอาจเข้ารับบัญชีทดลอง (ระบบเงินจำลอง) กับทางโบรกเกอร์ Admiral Markets ก่อนก็ได้ ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยหัวข้อต่าง ๆ เกี่ยวกับการเริ่มเทรด จะมีดังต่อไปนี้ (คนที่รู้จัก MT5 แล้ว สามารถข้ามหัวข้อนี้ได้)

  • วิธีการเปิดบัญชีทดลองเพื่อศึกษาระบบ (ไม่ต้องใช้เงินจริง)
  • เริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มการเทรด Cryptocurrency
  • วิธีซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเบื้องต้นใน MT5
  • ทำไมระบบซื้อขายของ Admiral Markets ถึงไม่มีล่ม

วิธีการเปิดบัญชีเงินจำลองเพื่อทดลองเทรด Cryptocurrency

บัญชีทดลอง หรือ "ระบบเงินจำลอง" (Demo Account) ทำให้คุณสามารถเสกเงินปลอมเพื่อใช้ในการเทรดสินทรัพย์ใดๆ ก็ได้ ที่อยู่ในโบรกเกอร์ Admiral Markets ซึ่งมีทั้ง Cryptocurrency และตราสารต่าง ๆ ในตลาดหุ้นหรือตลาดค่าเงินอีกด้วย โดยเมื่อคุณกดเข้าที่หน้าเปิดบัญชี ระบบจะให้กรอกเพียงอีเมลและชื่อ ก็สามารถรับรหัสเข้าเทรดได้ทันที

MT5 Open Account

ลิงก์และรหัสสำหรับเข้าโปรแกรมที่ใช้ในการเทรด Cryptocurrency จะถูกส่งไปยังอีเมลของคุณ เมื่อคุณดาวน์โหลดโปรแกรมการเทรดและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ให้คุณ Login ด้วยรหัสที่ได้รับในอีเมล คุณจะพบกับหน้าตาของโปรแกรมเทรด Cryptocurrency ตามภาพด้านล่าง

หน้าตาของแพลตฟอร์ม MT5

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets และสถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

เริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มการเทรด Cryptocurrency

แถบซ้ายมือที่เขียนว่า Market Watch คือ หน้าต่างแสดงสินค้าที่เราจะเทรด แต่คนจะเห็นว่า เริ่มต้นจะมีสินค้าอยู่ไม่กี่ชนิด นั่นเพราะว่าตราสารทั้งหมด Admiral Markets มีทั้งหุ้น, ดัชนีหุ้น, กองทุน ETF ฯลฯ รวมกันมากกว่า 4,000+ ตราสาร จึงไม่ได้แสดงทั้งหมด

นักลงทุนจึงต้องเพิ่มตราสารที่สนใจด้วยตัวเอง โดยหากคุณต้องการให้โปรแกรมแสดงรายชื่อ Cryptocurrency ทั้งหมด ให้คุณทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

เพิ่มหุ้น Tesla ใน MT5

  1. ให้สังเกตแท็บ Market Watch ในหมายเลข [1] ตรงนี้คือแท็บรวมรายการตราสารที่เราต้องการจะเทรด ให้เราคลิกขวาตรงพื้นที่ว่างสีขาว ๆ จะแสดงเมนูต่าง ๆ ขึ้นมา
  2. คลิกที่ Symbols ตามหมายเลข [2] ดังภาพด้านบน

เมื่อคุณคลิก Symbols จะปรากฏหน้าต่าง Symbols แยกต่างหากออกมาดังภาพด้านบน ซึ่งจะเห็นว่า โบรกเกอร์ Admiral Markets ได้แยกหมวดหมู่ตราสารหลัก ๆ ไว้ถึง 11 หมวดหมู่ Cryptocurrency เป็น 1 ในหลายพันตราสารที่ Admiral Markets ให้บริการกับลูกค้า ทั้งนี้ เมื่อคุณสำรวจจนพอใจแล้ว ให้คุณดับเบิลคลิกที่รายชื่อสกุลเงินดิจิทัลนั้น ๆ

วิธีซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเบื้องต้นใน MT5

โดยขั้นตอนที่ [1] ให้เลือก Cryptocurrency หรือหุ้นที่เราสนใจ แล้วคลิกที่ Chart Window ในหมายเลข [2] จากนั้นแพลตฟอร์มจะแสดงกราฟ Cryptocurrency ขึ้นมาเพื่อแสดงราคาปัจจุบัน

การใส่กราฟ TSLA ใน MT5

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets และสถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ให้ดูภาพด้านล่าง จะเห็นว่า เมื่อเราได้กราฟ Cryptocurrency แล้ว วิธีการซื้อแบบง่ายที่สุดคือปุ่ม ปุ่ม New Order ในหมายเลข [1] แต่ทั้งนี้จะสังเกตเห็นว่า ในหมายเลข [2] จะเป็นปุ่มลัดในการซื้อหุ้นจากกราฟราคาได้ทันที ซึ่งถ้าใครไม่มีปุ่ม Sell-Buy ด้านบนซ้าย ก็สามารถกดปุ่มเรียกแท็บซื้อขาย One-Click ได้ทันทีด้วยการกดปุ่ม Alt+T หรือคลิกที่พื้นที่ว่างแล้วเลือก One Click Trading ดังภาพ

การซื้อ Bitcoin ใน MT5

หลังจากที่คุณกดปุ่ม New Order ตามตัวอย่างด้านบนแล้ว คุณจะเจอหน้าต่างส่งคำสั่งการเทรด Crypto currency ตามภาพข้างล่าง โดยในหมายเลข [1] คือ Volume ซึ่ง 1.00 จะเท่ากับ 1 หุ้น หรือในกรณีนี้ คือ 1 BTC นั่นเอง ซึ่งในหมายเลข [2] จะแสดงจำนวนเต็มแจ้งเตือนเราเสมอ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการใส่ Volume ผิด

ใน [3] จะเป็นการใส่คำสั่ง Stop loss หรือ Take profit ไว้ล่วงหน้า ซึ่งนี้เป็นข้อดีที่เหนือกว่ากระดานเทรดทั่วไป และสุดท้ายในหมายเลข [4] คือปุ่มส่งคำสั่งซื้อขายซึ่งจะเห็นว่าเราสามารถ Sell หรือ Buy ได้ทันที ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นหรือขาลง

หน้าต่างส่งคำสั่ง Cryptocurrency

Disclaimer : กราฟราคาที่แสดง ณ ที่นี้ ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือคำชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ที่ให้บริการโดย Admiral Markets และสถิติในอดีตไม่สามารถใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้

ทำไมระบบซื้อขายของ Admiral Markets ถึงไม่มีล่ม

Cryptocurrency ในกระดานเทรดทั่วไป มันมีการประมวลผลธุรกรรมที่ช้า ต้องมีการตั้งราคาซื้อหรือขายไว้ล่วงหน้า รอจนกว่าจะมีคนมา Match กับคำสั่งซื้อขายของ น่าจะมีปัญหาอย่างมากเมื่อตลาดมีสภาพคล่องที่ต่ำ ทำให้เกิดการกระชากของราคา ในทางตรงกันข้ามถ้ามีปริมาณการซื้อขายที่สูงมากผิดปกติ ก็จะทำให้ระบบล่มได้ง่าย

แต่การเทรด Cryptocurrency จะเป็นการเทรดผ่านตราสารอนุพันธ์สากลที่เรียกว่า CFD (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ : CFD คืออะไร) ซึ่งจะลบข้อเสียทั้งหมดของกระดานเทรดออกไป เนื่องจากจะใช้สถาบันการเงินระหว่างประเทศเป็นผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity Provider) ทำให้ Match คำสั่งซื้อขายได้ทันทีและระบบจะไม่ล่ม เนื่องจาก CFD จะเชื่อมต่อกับ Liquidity Provider ซึ่งมีข้อกำหนดว่า ต้องเป็นธนาคารรายใหญ่ในระดับสากลเท่านั้น

นอกจากนี้ ข้อดีของการเทรด Cryptocurrency บนตราสาร CFD กระดานเทรดปกติก็คือ คุณสามารถเปิดคำสั่ง Sell เก็งกำไรในแนวโน้มขาลงได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องถือสกุลเงินดิจิตอลอยู่ในมือ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับการเปิด Short Position ในตราสาร Future นั่นเอง (แต่ CFD เหนือกว่าที่สามารถถือสัญญาได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้อง Rollover สัญญา)

และสำหรับท่านที่รู้สึกว่าพร้อมแล้ว อยากเริ่มลงสนามจริง ๆ แล้ว เราขอแนะนำ Simulator การเทรด ที่แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลองนี้ หรือที่เรียกว่า "Demo Account"

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

ไม่ว่าคุณจะเทรด Cryptocurrency, ดัชนีหุ้น Nikkei, ค่าเงินดอลลาร์ ฯลฯ คุณก็สามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

เทรด crypto ใน mt5

ลงทุน Cryptocurrency

เมื่อคุณพูดถึง Cryptocurrency จะเห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ใช้คำว่า “เก็งกำไร” ซึ่งก็ดูเหมือนว่าสกุลเงินดิจิทัลจะเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น (อย่างน้อยก็ในระยะนี้) การเทรดเพื่อเก็บกำไรส่วนต่างจากราคา เป็นหนทางที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตาม คนที่มองหาวิธีการลงทุน ที่หมายถึง Investment จริง ๆ แล้วล่ะก็ อาจมีอยู่ 2 อย่าง

  • ขุด Cryptocurrency
  • กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Cryptocurrency & Blockchain

ขุด Cryptocurrency

ต้องย้อนกลับไปว่า Cryptocurrency อยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งก็เป็น "บล็อกข้อมูล" หลาย ๆ บล็อกมาเชื่อมกัน การจะสร้างแต่ละบล็อกหรือในขั้นตอนของการ "ยืนยันธุรกรรมร่วมกัน" นั้น ต้องอาศัยการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราเรียกการประมวลผลเพื่อให้เกิด Block นั้น ๆ ว่า "การขุด"

นักขุด Cryptocurrency จะได้รับ "เหรียญ" เช่นเหรียญ BTC เป็นค่าตอบแทนในการช่วยกันขุด โดยคอมพิวเตอร์หรือการ์ดจอที่นำมาประมวลผล จะทำการพยายามใส่ตัวแปรต่าง ๆ ที่เป็นไปได้เข้าไปในสมการเรื่อย ๆ จนกว่าจะถอดรหัสได้

ปัญหาอย่างเดียวก็คือทุกครั้งที่มีการสร้าง Block ใหม่ (เมื่อแก้สมการได้แล้ว) สมการตัวใหม่จะมีความยากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะยิ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีกำลังประมวลผลสูงมาก ๆ ในการคำนวณเพื่อแก้ปัญหา หรือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ธรรมดา ก็อาจต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งวัน

ระบบ Blockchain ออกแบบให้การขุด Cryptocurrency คล้ายกับการทำเหมือน หรือ Mining ที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการขุดทอง และยิ่งทองคำเหลือน้อยเท่าไหร่ หรือเริ่มอยู่ลึกมากขึ้น ต้นทุนในการทำเหมืองก็ยิ่งมากขึ้น ก็เหมือนการขุด Cryptocurrency ที่ต้นทุนในการขุด คือ "ค่าไฟ" ก็จะแพงขึ้น เมื่อเทียบกับ Reward ที่เคยได้รับ

คำตอบสั้น ๆ ในเรื่องนี้ สำหรับคนส่วนใหญ่ คือ "ไม่คุ้มค่า" เพราะมีแนวโน้มที่คนส่วนใหญ่จะขาดทุน ยิ่งมีคนขุดมันขึ้นมาเท่าไหร่ ความยากในการทำเหมืองก็ยิ่งยากมากขึ้น ต้องใช้เวลานานมากขึ้นสำหรับการขุด Cryptocurrency ความสำเร็จของคนยุคแรก ๆ อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับนักขุด Cryptocurrency หน้าใหม่

กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Cryptocurrency & Blockchain

ราคาของสกุลเงินดิจิทัลแต่ละเหรียญนั้น มีความผันผวนและแปรเปลี่ยนตามกลไกราคาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับกราฟราคา

ทางเลือกของการลงทุน Cryptocurrency คือการให้มืออาชีพที่มีใบอนุญาตในการเป็น Fund Manager บริหารพอร์ตการลงทุนให้กับเรา ซึ่งนี่หมายถึงให้เราลงทุนผ่านกองทุน ETF ที่ลงทุนใน  ใน Blockchain หรือ Cryptocurrency โดยรายชื่อกองทุน ETF ที่น่าสนใจ ยกมา 2 รายชื่อได้แก่

  • BLOK : ชื่อเต็มว่า "Amplify Transformational Data Sharing ETF" เป็นกองทุน ETF ที่มาแรงที่สุดแล้วในด้าน Blockchain โดยเชี่ยวชาญการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาระบบ Blockchain ซึ่งถือว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่กองทุนอื่น ๆ ยังไม่ค่อยมีแนวทางการวิเคราะห์ได้เฉียบเท่า BLOK
  • GFIN : ชื่อเต็มคือ "Goldman Sachs Finance Reimagined" แน่นอนว่านี่เป็นของ Goldman Sachs ซึ่งเชี่ยวชาญระบบการชำระเงิน จึงเน้นลงทุนบริษัทที่ทำ Blockchain ด้านระบบการชำระเงินโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากกองทุน BLOK ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่อง Payment เท่า Goldman Sachs

เปิดบัญชีเทรด Cryptocurrency

คุณรู้หรือไม่? MetaTrader 5 หรือ "MT5" เป็นแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำสำหรับเทรดเดอร์ Cryptocurrency มืออาชีพโดยเฉพาะ ซึ่งมีเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง, ระบบการเทรดอัตโนมัติ ปรับแต่งเครื่องมือและกราฟได้ตามต้องการ อีกทั้ง โบรกเกอร์ Admiral Markets ยังได้เตรียมปลั๊กอินพิเศษสำหรับใช้งานกับ MetaTrader 5 ให้ฟรีๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษดังต่อไปนี้

  • Correlation Matrix : ตรวจสอบความแข็งแกร่งของคู่เงินทั้งกระดาน!
  • Trading Simulator : ทดสอบกลยุทธ์ จุดเข้า-จุดออก ย้อนหลังจากข้อมูลราคาในอดีต
  • Admiral Pivot Point : ช่วยบอกแนวรับ-แนวต้าน แบบอัตโนมัติ
  • Lot-size Calculator : คำนวณราคาและปริมาณการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ
  • Candle Countdown : Indicator ตัวนับเวลาแท่งเทียน ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของตลาด
  • Technical Insight™ : อัปเดตข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบ Price Action

นอกจากนี้ ยังมี Widget เสริมอีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้กับคุณ โดย MetaTrader 5 แพลตฟอร์มการเทรดรุ่นพิเศษนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี! คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง!

เปิดบัญชี Demo

เรียนรู้เรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Admiral Markets

Admiral Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ชนะรางวัลมากมาย อีกทั้งได้รับ ใบอนุญาตและกำกับดูแลจากหลายประเทศทั่วโลก โดยให้บริการซื้อขายตราสารการเงินมากกว่า 8,000 รายการผ่านแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เริ่มเทรดเลยวันนี้

คำปฏิเสธข้อเรียกร้อง (Disclaimer) : สารสนเทศที่ได้นำเสนอ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ การประเมินผลลัพธ์ การคาดการณ์และการพยากรณ์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่มีลักษณะของการให้ข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน (ต่อไปจะเรียกว่า "การวิเคราะห์") ซึ่งได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Admiral Markets ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โปรดศึกษาและพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  1. นี่คือการสื่อสารทางการตลาด การวิเคราะห์ที่ถูกเผยแพร่ไปนั้น มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำทางด้านการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน (Independence of Investment Research) และไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ เกี่ยวกับการจัดการล่วงหน้าในการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน
  2. การตัดสินใจลงทุนใดๆ ของลูกค้า เป็นการตัดสินใจแต่โดยลำพังของลูกค้าเอง Admiral Markets จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าว ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นผลจาก "การวิเคราะห์" หรือไม่ก็ตาม
  3. การวิเคราะห์นี้ จัดทำขึ้นโดยนักวิเคราะห์อิสระ (Jens Klatt, นักวิเคราะห์ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้แต่ง")
  4. เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครอง ในขณะที่เป้าหมายในการจัดทำการวิเคราะห์ที่ดีก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Admiral Markets จึงได้กำหนดกระบวนเป็นการภายในเพื่อป้องกันและจัดการกับความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
  5. เราได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า แหล่งที่มาทั้งหมดของการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าใจได้ง่าย แม่นยำ ทันเวลาหรือไม่ล้าสมัย อย่างไรก็ตาม Admiral Markets ไม่รับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อยู่ในการวิเคราะห์ ตัวเลขที่นำเสนอหรืออ้างถึงผลลัพธ์ในอดีต ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
  6. ข้อมูลที่นำเสนอในการวิเคราะห์ ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำการลงทุน คำให้สัญญา หรือการรับประกันจาก Admiral Markets ว่า ลูกค้าจะได้กำไรจากกลยุทธิ์หนึ่งๆ อย่างแน่นอน หรือสามารถจำกัดการขาดทุนได้
  7. การใช้เครื่องมือทางการเงินก่อนหน้านี้หรือแบบจำลองใดๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารเผยแพร่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่จะรับประกันอย่างแน่นอน หรือโดยพฤตินัย จาก Admiral Markets เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีการรับประกันมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (Leveraged products) รวมถึงสัญญาเพื่อส่วนต่าง "CFD" โดยธรรมชาติถือเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มลงทุน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้เข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงเป็นอย่างดีแล้ว

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ