ธนาคารกลางรัสเซีย หยุดซื้อทองคำเข้าทุนสำรองแล้ว! ราคาทองคำจะยังสูงมากกว่านี้ได้ถึง 20% ไหม?

เมษายน 06, 2020 21:04

ธนาคารกลางรัสเซีย หยุดซื้อทองคำเข้าทุนสำรองแล้ว! ราคาทองคำจะยังสูงมากกว่านี้ได้ถึง 20% ไหม?

02 เมษายน, 2020 13:00

เบื้องหลังภาพสวยหรูของตลาดค้าขายทองคำ สมาคมค้าทองคำแท่งในลอนดอนกลับสังเกตเห็นเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวติศาสตร์การทำธุรกิจของพวกเขา เหตุการณ์ที่ว่าก็คือปัญหาในเรื่อง "สภาพคล่อง" และการส่งมอบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในตลาดลอนดอน อีกทั้งกรณีของเหล่ากองทุน ETFs ที่เริ่มถอยทัพในตลาดทองคำ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ธนาคารกลางรัสเซียออกมา "ช็อกตลาด" ด้วยการหยุดซื้อทองคำเข้าพอร์ตทุนสำรองระหว่างประเทศ

แม้จะมีปัจจัยลบออกมาท่วมตลาด แต่นักวิเคราะห์รายคนก็ยังมองตลาดเป็น Bullish เพราะการปรับตัวลงแค่ 20% ดูเหมือนจะไม่มากนักสำหรับคนกลุ่มนี้ ในบทความนี้ เราจะมาพิจารณากันว่า เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในตลาด และในแต่ละประเด็นนั้น น่าจะส่งผลอะไรบ้าง

Gold Market

"ตลาดทองคำ กำลังจะพังทลาย?"

Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank มองว่า การระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้เกิดปัญหาในระบบโลจิสติกส์ทั้งหมด เกิดการติดขัดในการส่งมอบทองคำ (Physical Gold) ในขณะที่ความต้องการซื้อทองคำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับกรณีที่โรงสกัดทอง 3 แห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้หยุดผลิตชั่วคราว ยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันในฝั่งอุปทานของตลาดทองคำโลก ที่มีปริมาณลดน้อยลง

ปัญหาเหล่านี้ได้ทำให้ความความผันผวนเกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้ง ราคาทองคำบนกระดานเทรดฟิวเจอร์สแตกแต่งกับราคาทองคำแท่งที่ซื้อขายในชีวิตจริงอย่างมาก แรงกดดันนี้ส่งผลให้แม้กระทั่งบรรดาที่มีการใช้ตราสารอนุพันธ์เข้ามาบริหารความเสี่ยง (Leveraged Fund) ต้องขายสินทรัพย์หรือตราสารออกไปส่วนหนึ่ง (ส่วนใหญ่ขาดทุน) เนื่องจากข้อกำหนดเกี่ยวกับการวางหลักประกันนั้นสูงขึ้นจากความผันผวนดังกล่าว ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดหุ้นที่ร่วงลงหนักอยู่แล้ว ก็โดนแรงเทขายซ้ำไปอีก

สมาคมตลาดทองคำแท่งแห่งลอนดอน (The London Bullion Market Association) องค์กรที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในตลาดทองคำแท่งของโลก ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว Kitco ว่า ตลาดทองคำแท่งในลอนดอนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม มันได้รับผลกระทบอยู่บ้างในเรื่อง "สภาพคล่อง" ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผันผวนของราคาทองคำในเทรดกันในตลาดซื้อขายล่วงหน้าโคเม็กซ์่ (COMEX Gold futures)

ปัจจัยทั้งหลายนี้ คือสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างราคาทองคำแท่งกับราคาฟิวเจอร์สของทองคำ และความแตกต่างของราคาในสองตลาดดังกล่าวนั้น จากสถิติ จะเห็นว่า เป็นความแตกต่างที่มากที่สุดในรอบ 4 ปี เท่าที่เห็นในแผนภูมิด้านล่าง:

 spot price of gold

Source: ZeroHedge

ปัจจัยข้างต้นได้อธิบายว่า ทำไมความแตกต่างของราคาทองคำในสองตลาด (Spread) ถึงได้แตกต่างกันอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เทรดเดอร์จำนวนมากก็ให้ความเห็นว่า ที่ราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สเทรดกันในราคาทองที่สูงกว่าในตลาดปกติมากๆ (Spot Market) นั้นเป็นเพราะ หลายคนเชื่อว่า ราคาทองคำจะยังสามารถสูงได้มากกว่านี้ และนักวิเคราะห์หลายคนก็เชื่อเช่นเดียวกัน เพราะสัญญาณแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางกลุ่มให้น้ำหนักไปทางธนาคารกลางรัสเซีย ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการซื้อทองคำไปเมื่อเร็วๆ นี้ มากกว่า และด้วยธนาคารกลางรัสเซีย เป็นหนึ่งใน "ผู้เล่น" ที่ซื้อทองคำไปมากที่สุดในปีที่ผ่านๆ มา ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนกังวลกับประเด็นนี้

รัสเซีย และการ "อพยพ" ออกจากตลาดทองคำ

ประเด็นก็คือ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางรัสเซียประกาศยุติการซื้อทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ต้องเข้าใจว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัสเซียได้ใช้เงินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการผลิตทองคำ จนทำให้รัสเซียมีปริมาณการถือครองทองคำไว้เป็นทุนสำรองกว่า 2,279.2 ตัน ทำให้รัสเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด โดยเป็นผู้ถือครองทองคำมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก รองจากฝรั่ง 2,436 ตัน, อิตาลี 2,451.8 ตัน ในขณะที่สหรัฐฯ ยังถือครองทองคำมากที่สุดในโลก 8,133.5 ตัน ซึ่งทองคำของสหรัฐฯ

เป็นที่ทราบกันดีว่า รัสเซีย มีการซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อลดสัดส่วนในการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การร่วงลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงสงครามราคาน้ำมันกับซาอุดิอาระเบีย ทำให้รัสเซียจำเป็นต้องใช้เงินสด

ข้อตกลง "Central Bank Gold Agreement" ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ใช้กันมานานกว่า 20 ปี โดยเป็นข้อตกลงที่จำกัดอำนาจของธนาคารกลางที่อยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ สามารถทองคำออกได้ไม่เกินปีละ 400 ตัน แต่ข้อกำหนดก็เขียนยืดหยุ่นให้ขายได้สูงสุดไม่เกิน 2,000 ตัน หากจำเป็นจริงๆ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่กำหนดปริมาณสูงสุดในการขายทองคำดังกล่าวนั้น ได้ยุติลงไปเมื่อเดือนกันยายน ปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า จะเป็นแรงหนุนให้เกิดความผันผวนในตลาดทองคำ

จะหาจังหวะเทรดในช่วงชุลมุนนี้ได้อย่างไร

สำหรับโบรกเกอร์ Admiral Markets เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรกับทิศทางของราคาทองคำผ่าน CFD หรือ "สัญญาซื้อขายส่วนต่าง" ได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น คุณสามารถเทรดทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ทั้งนี้ ตลาดที่ยังคงมีความผันผวนอยู่ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ต้องมีการกำหนดการขาดทุนด้วยคำสั่ง Stop-Loss ไว้เสมอ

ด้านล่างคือกราฟราคาทองคำ Gold ในไทม์เฟรมรายเดือน

monthly price chart

Source: Admiral Markets MetaTrader 5, Gold, Monthly - Data range: from 1 January 2002 to 2 April 2020, accessed on 2 April 2020 at 10:17 am GMT. Please note: Past performance is not a reliable indicator of future results.

เป็นที่ชัดเจนว่า ในภาพระยะยาว แนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้น แต่จะเห็นการปรับตัวลงที่สำคัญในช่วงปี 2012 - 2016 และตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ราคาทองคำก็ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้แรงส่งจากเส้น Trend line ขาขึ้น เส้นสีน้ำเงินซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับดังภาพ ซึ่งเส้น Trend line ดังกล่าวนี้สามารถใช้พิจารณาได้ว่า ใครกำลัง Control ตลาดอยู่ในขณะนั้น เป็นฝั่งของ Buyer หรือ Seller ซึ่งเส้นแนวรับนี้เอง จะใช้เป็นเครื่องมือในการหาจังหวะเทรดได้

ขณะที่ราคาได้ปรับตัววิ่งกลับมาหาเส้นแนวรับ (Pullback) นั้น เทรดเดอร์ต่างจับตาไปที่แนวราคา $1919 ที่เคยสร้างจุดสูงสุดไว้ในเดือนกันยายน ปี 2011 ภาพทางเทคนิคนั้นยังถือว่าเป็น Bullish ในขณะที่มุมมองด้านปัจจัยพื้นฐานยังคงมีทั้งปัจจัยบวกและลบ ภาพของฝั่งตลาดหุ้นก็ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะแม้ราคาหุ้นจะต่ำลงจนดึงดูดให้กลับไปลงทุน แต่การระบาดของโคโรนาไวรัสก็ยังคงดำเนินต่อไปอยู่ อย่างไรก็ตาม หากพุ่งเป้าที่ไปที่สัญญาณจากโคโรนาไวรัสที่ยังระบาดต่อเนื่อง ก็นับว่าเป็นปัจจัยบวกต่อ Safe-Haven อย่างทองคำ

หากมองจากมุมมองของการเทรด การที่จะระบุจังหวะเทรดได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับไทม์เฟรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า Buyer หรือ Seller ที่กำลัง Control ตลาดอยู่ ลองพิจารณากราฟทองคำรายวันด้านล่าง

daily price chart

Source: Admiral Markets MetaTrader 5, Gold, Daily - Data range: from 19 June 2018 to 2 April 2020, accessed on 2 April 2020 at 10:27 am GMT. Please note: Past performance is not a reliable indicator of future results.

การดูกราฟรายวัน จะทำให้เรามองเห็นได้การเคลื่อนไหวของราคาได้ชัดเจนมากขึ้น การใช้ Trend line จะยิ่งทำให้สามารถระบุจังหวะการเทรดที่ชัดเจนมากขึ้นไปอีกในไทม์เฟรมที่เล็กลง จากกราฟด้านบน จะเห็นว่า เส้นสีน้ำเงินแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ราคาได้รับแรงหนุนกลับขึ้นไปทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับเส้น Trend line สีน้ำเงินดังกล่าว ซึ่งหากราคายังเคลื่อนเป็นรูปแบบนี้ต่อไปอีก จังหวะในการเทรดในฝั่งขาขึ้นก็จะมาอีกครั้งเมื่อราคากลับมาทดสอบเส้น Trend line แน่นอนว่า หากประเด็นในเรื่องปัจจัยพื้นฐานมีความชัดเจนมากกว่านี้ในอนาคต การกลับไปทดสอบราคา All-Time High อีกครั้ง ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างมากในปีนี้ แล้วคุณล่ะ จะเทรดทองคำอย่างไรในปีนี้?

คุณรู้หรือไม่ว่? วิธีการหนึ่งที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า คุณสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเทรดที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ก็คือการเลือกเทรดกับ Admiral Markets UK Ltd ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มการเทรด MetaTrader 5 ในเวอร์ชั่นพิเศษที่เรียกว่า MetaTrader Supreme Edition คุณสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลาย พร้อมด้วเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพการเทรด เช่น Correlation Matrix, Admiral Pivot รวมถึงเครื่องมือเสริมระดับสูงอีกมากมายที่รอคุณอยู่!

ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถใช้งาน MetaTrader Supreme Edition ได้ฟรี! คุณสามารถดาวน์โหลดแพลตฟอร์ได้ฟรี เพียงคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่าง

Download MetaTrader 5 Supreme Edition

ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุการวิเคราะห์:

ข้อมูลที่ได้รับนั้นให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์การคาดการณ์การพยากรณ์การรีวิวตลาดการคาดการณ์รายสัปดาห์หรือการประเมินหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน (ต่อไปนี้คือ "การวิเคราะห์") ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของตลาด Admiral ก่อนตัดสินใจลงทุนโปรดใส่ใจสิ่งต่อไปนี้:

1. นี่คือการสื่อสารการตลาด เนื้อหาถูกเผยแพร่เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นคำแนะนำหรือคำแนะนำการลงทุน ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุนและไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใด ๆ ในการจัดการล่วงหน้าของการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน

2. การตัดสินใจลงทุนใด ๆ ของลูกค้าแต่ละคนโดยลำพังในขณะที่ Admiral Markets AS (Admiral Markets) จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการตัดสินใจดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือไม่ก็ตาม

3. ด้วยมุมมองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าของเราและความเที่ยงธรรมของการวิเคราะห์ตลาดแอดมิรัลได้กำหนดกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องสำหรับการป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

4. การวิเคราะห์จัดทำโดยนักวิเคราะห์อิสระ Jitan Solanki ผู้ร่วมให้ข้อมูลอิสระ (ต่อไปนี้คือ "ผู้แต่ง") ตามการประเมินส่วนบุคคล

5. ในขณะที่มีความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่าแหล่งที่มาทั้งหมดของเนื้อหานั้นมีความน่าเชื่อถือและนำเสนอข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะเป็นไปได้ในตลาดที่เข้าใจได้ตรงเวลาแม่นยำและครบถ้วนตลาด Admiral ไม่รับประกันความถูกต้องหรือครบถ้วน ของข้อมูลใด ๆ ที่อยู่ในการวิเคราะห์

6. ประสิทธิภาพของเครื่องมือทางการเงินในอดีตหรือแบบจำลองใด ๆ ที่ระบุไว้ในเนื้อหาไม่ควรตีความว่าเป็นสัญญาที่รับประกันโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยหรือโดยนัยสำหรับตลาดในอนาคต มูลค่าของเครื่องมือทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงและไม่รับประกันมูลค่าของสินทรัพย์

7. ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจ (รวมถึงสัญญาเพื่อผลต่าง) เป็นการเก็งกำไรในธรรมชาติและอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือกำไร ก่อนที่คุณจะเริ่มซื้อขายโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง.



CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ